เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 112: การประชันอาวุธในอีกโลกหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

บทที่ 112: การประชันอาวุธในอีกโลกหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

 บทที่ 112: การประชันอาวุธในอีกโลกหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 112: การประชันอาวุธในอีกโลกหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

หลังจากการขึ้นราชสำนักในช่วงรุ่งสาง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรให้ทำในสถาบันจักรพรรดิ หลินเป่ยฟานจึงเดินไปที่ห้องปฏิบัติการของกรมโยธาเพื่อปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลของเขา

ระหว่างทาง เขาพบขุนนางจำนวนมากจากกรมโยธา เขาจึงได้เข้าไปพูดคุยกับพวกเขา

ทันทีที่พวกเขาเห็นสีหน้าอันมืดมนของหลินเป่ยฟาน ใบหน้าของพวกเขาก็กลับกลายเป็นน่าเกลียด

บางคนถึงกับกัดฟันกรอดและเดินหนีไปทันที

หลินเป่ยฟานยิ้มเยาะออกมา เขาชอบมากที่พวกเขาดูจะทนเขาไม่ได้ แต่ก็ไม่อาจกำจัดเขาไปได้

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงห้องปฏิบัติการของกรมโยธา

ในเวลานี้ ช่างฝีมือหลายพันคนได้รวมตัวกันในห้องปฏิบัติการ พวกเขาใช้ความพยายามอันเหลือล้นในการผลิตบัลลูนลมร้อนที่ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์บินได้

หลินเป่ยฟานได้รับการต้อนรับจากรองเจ้ากรมที่ไม่ชอบหน้าเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำเช่นนี้

“ท่านหลิน ตั้งแต่รับงานนี้มา เราก็ได้รวบรวมช่างฝีมือจำนวนมาก พวกเขาได้ผลิตบัลลูนลมร้อนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหกชั่วยาม ยามนี้เรากำลังผลิตบัลลูนลมร้อนยี่สิบลูกพร้อมกัน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในไม่ช้านี้!”

หลินเป่ยฟานพยักหน้า "ไม่เลว เช่นนั้นจะพร้อมใช้งานเมื่อไร? องค์จักรพรรดินีทรงกระตือรือร้นที่จะใช้พวกมันมาก!”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รองเจ้ากรมก็กล่าวว่า “ถ้าทุกอย่างราบรื่น เราสามารถส่งมอบให้ได้ภายในสามวัน”

"ดี!" หลินเป่ยฟานพยักหน้า

ทั้งสองคนยังคงเดินไปข้างหน้าถึงจุดบริเวณทำบัลลูน

ยามนี้มีคนงานจำนวนมากอยู่ข้างใน พวกเขาวางผ้าชิ้นใหญ่ลงในสระน้ำสีเขียว แช่พวกมันไว้จนมิด

จากนั้นพวกเขาก็นำมันออกมาตากให้แห้ง

เมื่อแห้งแล้ว พวกเขาก็แช่พวกมันในน้ำอีกครั้ง

กระบวนการนี้ถูกทำซ้ำหลายครั้ง จนกระทั่งมันก่อตัวเป็นซองกันซึม กันอากาศ เพื่อให้ตัวบัลลูนลมร้อนมีความทนทานมากยิ่งขึ้น

นี่คือกุญแจสำคัญในการสร้างบัลลูนลมร้อน

บัลลูนลมร้อนสามารถทำได้สำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้

ทว่ากระบวนการนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาดมากที่สุดเช่นกัน

หลินเป่ยฟานจ้องไปที่สระน้ำสีเขียวและตะโกนว่า “เดี๋ยวก่อน!”

"มีอะไรงั้นหรือท่านหลิน?"

“สระน้ำนี้ไม่ดี ตัวเคลือบคงไม่อาจใช้การได้!”

เจ้ากรมรู้สึกสับสน “แต่เราทำสระนี้ตามวิธีการผลิตของท่านหลินเลยนะ!”

“เดิมทีวิธีการผลิตนั้นก็ใช้ได้ แต่หลังจากใช้หลายครั้ง ผลของกาวเคลือบจะเสื่อมสภาพลง!” หลินเป่ยฟานคว้าวัตถุดิบด้านข้างออกมาและโยนลงไปในสระน้ำด้วยสัดส่วนที่แน่นอน

สักพักหลินเป่ยฟานก็ปรบมือ “เอาล่ะ ผสมทุกส่วนให้เข้ากันแล้วย้อมอีกสองครั้ง!”

รองเจ้ากรมรู้สึกสับสน “ท่านหลิน นี่ …”

หลินเป่ยฟานยิ้มและกล่าวออกมา “มันเป็นหลักการทางเคมีที่ซับซ้อนที่ท่านคงจะไม่เข้าใจแม้ว่าข้าจะอธิบายไปแล้วก็ตาม แค่จำไว้ว่าเมื่อกาวเจือจางลง ท่านต้องโยนวัตถุดิบลงไปสระเพิ่มในสัดส่วนที่เหมาะสม จนกว่าน้ำจะกลับมาเป็นสีเขียวเข้มดั่งเดิม การเพิ่มมากขึ้นหรือน้อยลงย่อมไม่ได้ผลกับมัน!”

“ทราบแล้ว ข้าจะปฏิบัติตามนั้น!”

หลังจากตรวจสอบทางกรมโยธาแล้ว หลินเป่ยฟานก็ไปดูการฝึกฝนของเหล่านักรบเวหา

เมื่อมาถึงค่ายของกองทหารหลวง หลินเป่ยฟานก็ได้รับการต้อนรับจากผู้บัญชาการกองทหารหลวงผู้มีนามว่าจ้าวในทันที เขาดำรงตำแหน่งขุนนางระดับสี่ เป็นยอดฝีมือขอบเขตต้นกำเนิดที่ทรงพลัง ทั้งยังสั่งการกองกำลังทหาร 30,000 นาย เขาได้รับความเคารพและได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดินีอย่างสูง

ทันทีที่หลินเป่ยฟานมาถึงค่ายทหาร ทุกคนก็รออยู่ที่ทางเข้าพร้อมกับยิ้มและโค้งคำนับให้ “ในที่สุดท่านหลินก็มาแล้ว! เชิญเลยขอรับ พวกเรารอท่านมานานแล้ว!”

หลินเป่ยฟานตอบกลับอย่างสุภาพว่า “ผู้บัญชาการจ้าว ท่านสุภาพเกินไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำใหญ่โตถึงเพียงนี้เลย”

“มันไม่มีปัญหาสักนิดเดียว เป็นเกียรติของข้าด้วยซ้ำที่ได้พบกับท่านหลิน! ฮ่าฮ่า!” เขาหัวเราะออกมาเสียงดังสนั่น

เขาไม่กล้าทำตัวอวดีเกินไปต่อหน้าหลินเป่ยฟานเด็ดขาด

เพราะเขาคือขุนนางระดับสูงคนใหม่ผู้ทำคะแนนสูงสุดได้ในการสอบจอหงวนในรอบสามปี!

ในเวลาเพียงสามเดือน เขาได้ก้าวกระโดดในตำแหน่งขุนนางขึ้นไปสามระดับจนกลายเป็นขุนนางระดับห้า!

เขาเป็นที่ชื่นชอบของจักรพรรดินีและได้รับรางวัลจากนางบ่อยครั้ง!

เขากล้าเผชิญหน้ากับขุนนางพลเรือนและทหาร จนทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่พอใจ แต่เขาก็ยังใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล!

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาได้สอบปากคำขุนนางทั้งหมดของกรมโยธา!

เขาไม่ได้ไว้หน้าเสนาบดีกรมโยธาด้วยซ้ำ!

กล้าหาญและบ้าบิ่นยิ่ง!

ใครกันจะกล้าทำให้คนที่กล้าหาญและบ้าบิ่นเช่นนี้ขุ่นเคือง?

ทั้งสองคุยกันและหัวเราะออกมาขณะที่เดินเข้าไปยังค่ายทหาร

พวกเขามาถึงพื้นที่เปิดโล่งที่ซึ่งมีสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์บินได้ชิ้นแรก หรือก็คือบัลลูนลมร้อน

ข้างในตัวมันอัดลมอันร้อนอบอ้าวเข้าไปแล้ว แต่มันยังไม่ได้บินขึ้นไป มีทหารร่างผอมแห้ง 30 นายกำลังฝึกอยู่ใกล้ๆ

“ท่านหลินทั้ง 30 คนนี้เป็นนักรบเวหาชุดแรกของเราที่คัดสรรมาอย่างดีจากกองทหารหลวง พวกเขาเป็นนักรบที่ซื่อสัตย์ กล้าหาญและมีฝีมือ! พวกเขาทั้งหมดมีความสามารถถึงระดับแปดเป็นอย่างน้อย มีสามคนที่ไปถึงระดับเจ็ด! ท่านหลิน เป็นเช่นไรบ้าง?” ผู้บัญชาการจ้าวกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ

"ไม่เลว! ผู้บัญชาการจ้าว ท่านทำได้ดีมาก!” หลินเป่ยฟานยิ้มออกมา

การเลือกนักรบเวหานั้นก็คล้ายกับการเลือกนักบิน

ประการแรก ความภักดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และประการที่สอง พวกเขาจำเป็นต้องมีสมรรถภาพทางกายที่ยอดเยี่ยม

ซึ่งข้อกำหนดที่สองนี้เป็นสิ่งที่บกพร่องไปไม่ได้โดยเด็ดขาด

มิฉะนั้นหากมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้น พวกเขาคงจะไม่สามารถหลบหนีได้และต้องพานพบกับการตายของพวกเขาเท่านั้น!

“ตอนนี้การฝึกของพวกเขาอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว? พวกเขาได้ทำการทดสอบการบินครั้งที่สองหรือยัง?” หลินเป่ยฟานเอ่ยถาม

“การฝึกสร็จสิ้นแล้ว แต่เรายังไม่ได้ทำการบินครั้งที่สอง” ผู้บัญชาการจ้าวตอบ

หลินเป่ยฟานรู้สึกประหลาดใจพอสมควร "จริงเหรอ? มันก็ค่อนข้างนานแล้ว ไฉนพวกเขายังไม่ได้ดำเนินการบินทดสอบครั้งที่สองเล่า?”

ผู้บัญชาการจ้าวยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้! ถึงเราจะมีวิธีการนำร่องจากท่าน แต่ทุกคนก็ล้วนเป็นผู้ไม่มีประสบการณ์ พวกเขาไม่เคยบินมาก่อน ดังนั้นประสบการณ์ของพวกเขาจึงขาดหายไปและทำให้ลังเล! หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นและสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์นี้ได้รับความเสียหาย เราคงจะไม่สามารถรับผิดชอบได้!”

หลินเป่ยฟานได้แต่หัวเราะออกมา “ผู้บัญชาการจ้าว ท่านระมัดระวังเกินไปแล้ว! ข้าขอบอกท่านเลยว่าในอีกไม่กี่วัน ทางกรมโยธาก็จะผลิตบัลลูนอีก 20 ลูกแล้ว! หากบัลลูนหนึ่งลูกได้รับความเสียหาย ก็ยังมีอีก 20 ลูกที่ให้ใช้ ไม่จำเป็นต้องกังวลสักนิดเดียว!”

“นอกจากนี้ ถึงพวกเขาจะขาดประสบการณ์ แต่อย่าลืมว่าข้าเองก็อยู่ที่นี่ด้วย ในฐานะคนแรกที่เคยบินขึ้นไปบนฟากฟ้า ข้าเขียนวิธีการนำร่องให้พวกท่านเรียนรู้อย่างเสร็จสรรพแล้ว ข้าจะเป็นผู้แนะนำท่านบินและทำความคุ้นเคยกับการขับบัลลูนลมร้อนอย่างรวดเร็วเอง!”

อันที่จริง หลินเป่ยฟานไม่สามารถต้านทานความยั่วยวนที่อยากจะได้บินบนท้องฟ้าอีกครั้งหนึ่ง

ดังนั้นเขาจึงหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผล

“ท่านหลิน คำแนะนำของท่านก็เพียงพอสำหรับเราแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องขึ้นไปอีกครั้งเลย” ผู้บัญชาการจ้าวกล่าวอย่างรวดเร็ว

“ถ้าข้าไม่บิน เช่นนั้นข้าจะสอนวิธีการบินแก่พวกท่านได้อย่างไร?” หลินเป่ยฟานตอบกลับไป

"แต่ท่านหลิน มันอันตรายเกินไป! ถ้ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับท่านจะเป็นเช่นไรเล่า? เราจะอธิบายให้องค์จักรพรรดินีทราบยังไง?” ผู้บัญชาการจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น

“ไม่ต้องกังวล ตัวข้าจักไม่ได้รับอันตรายใด” หลินเป่ยฟานโบกมือไปมา

“ท่านหลิน นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะสื่อ! ข้าหมายถึงฝ่าบาทได้ห้ามไม่ให้ท่านขึ้นบัลลูนลมร้อนแล้ว หากท่านขึ้นบอลลูน เราก็เสมือนฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาของจักรพรรดิและถูกประหารชีวิตเป็นแน่!”

หลินเป่ยฟานตกตะลึง “กล่าวว่าเช่นไรนะ? จักรพรรดินีสั่งการเช่นนั้นโดยมุ่งเป้ามาที่ข้างั้นหรือ?”

“มันเป็นสิ่งที่ฝ่าบาททรงตรัสไว้จริงๆ ขอรับ!” ผู้บัญชาการจ้าวมองไปยังหลินเป่ยฟานด้วยความอิจฉาและกล่าวอีกว่า “ฝ่าบาทได้ตรัสว่าชีวิตของท่านมีความสำคัญต่ออาณาจักรอู๋อันยิ่งใหญ่ ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคง ดังนั้นจึงห้ามมิให้เรื่องใดผิดพลาดโดยเด็ดขาด! หากท่านยืนกรานที่จะขึ้นบัลลูน เราทุกคนที่นี่ย่อมต้องประสบปัญหาแน่ ท่านเห็นหรือไม่ว่าฝ่าบาททรงเห็นคุณค่าของท่านอย่างมาก ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดท่านหลิน!”

อารมณ์ของหลินเป่ยฟานกลับกลายเป็นโมโหขึ้นมาในทันที!

เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น!

สิ่งที่เขาต้องการยามนี้คืออยากจะบิน!

“ผู้บัญชาการจ้าว คงไม่ได้หรอก ถ้าข้าไม่บิน เช่นนั้นข้าจะสอนวิธีการบินแก่พวกท่านได้ยังไง? ได้โปรดหาคำกล่าวดีๆ ไปพูดกับองค์จักรพรรดินีก็พอแล้ว มันเป็นแค่การบินระยะสั้น ด้วยประสบการณ์ของข้า มันย่อมไม่มีปัญหาอะไรเลย พวกท่านทุกคนวางใจได้!”

เมื่อเห็นหลินเป่ยฟานพยายามดื้อดึงอย่างต่อเนื่อง ผู้บัญชาการจ้าวที่ไม่ต้องการทำให้เขาขุ่นเคืองก็ได้แต่ตอบตกลง “เช่นนั้นย่อมได้! ข้าจะแจ้งให้ฝ่าบาททราบถึงความต้องการของท่านหลิน ถ้าหากองค์จักรพรรดิตอบปฏิเสธ พวกข้าเองก็ไม่อาจทำได้!”

“ขอบคุณท่านผู้บัญชาการจ้าว!”

ไม่นานหลังจากนั้น ภายในพระราชวัง…

จักรพรรดินีที่กำลังตรวจสอบฎีกาก็ได้รับข้อความลับจากผู้บัญชาการจ้าว มันทำให้นางประหลาดใจยิ่ง

"อะไรนะ? หลินเป่ยฟานต้องการขึ้นบัลลูนลมร้อนอีกครั้งงั้นหรือ?”

หัวหน้าขันทีพยักหน้าด้วยความเคารพ “ขอรับฝ่าบาท! ขุนนางระดับสูงผู้นั้นได้กล่าวว่าเพียงแค่ขึ้นบัลลูนลมร้อนก็สามารถสอนวิธีการบินได้อย่างสะดวก มันจะทำให้สามารถฝึกกลุ่มนักรบเวหาได้อย่างรวดเร็วยิ่งยวดมากขึ้น!”

จักรพรรดินีกลับไปสนใจฎีกาในมือและกล่าวว่า “บอกเขาไปว่าไม่อนุญาต! ชายผู้นั้นกล้าที่จะตัดเชือกและบินออกนอกเมืองในการบินครั้งแรกของเขา เราเกือบจะหาเขาไม่เจอแล้ว! จะให้บินอีกครั้งงั้นเหรอ? ไม่มีทางเด็ดขาด”

หัวหน้าขันทีก้มศีรษะลง “น้อมรับบัญชาฝ่าบาท!”

ในขณะที่เขากำลังจะออกไปและส่งสารไปต่อ จักรพรรดินีก็กล่าวขึ้นมา “เดี๋ยวก่อน!”

หัวหน้าขันทีหันกลับมาถามด้วยความเคารพ “ฝ่าบาท ท่านต้องการรับสั่งสิ่งใดเพิ่มเติมหรือ?”

จักรพรรดินีชี้ไปที่ผลไม้บนถาดข้างๆ และกล่าวว่า “แตงโมฤดูหนาวจากภูมิภาคตะวันตกนี้ค่อนข้างเลิศรส หวานฉ่ำอร่อยยิ่งเมื่อแช่เย็น ส่งไปให้ท่านหลินชิมด้วย!”

“ขอรับฝ่าบาท!” หัวหน้าขันทียกถาดขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างและเดินออกไป

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ขันทีหลายคนก็มาถึงกองทหารหลวง

“องค์จักรพรรดินีมีรับสั่งว่า ห้ามมิให้หลินเป่ยฟานขึ้นบัลลูนลมร้อนที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ ดั่งที่สั่งไว้ก่อนหน้านี้!”

ใบหน้าของหลินเป่ยฟานรู้สึกผิดหวังยิ่ง ผู้บัญชาการจ้าวก็เช่นเดียวกัน

ในยามนั้นเอง ขันทีหนุ่มสองคนก็เปิดกล่องอาหารที่ดูประณีตขนาดใหญ่และหยิบผลไม้แช่เย็นออกมาจากข้างใน

“ท่านหลิน สิ่งเหล่านี้เป็นผลไม้ที่จักรพรรดินีทรงมอบให้มา มันคือแตงโมฤดูหนาวจากภูมิภาคตะวันตก ทั้งหวานและฉ่ำและเลิศรสมากเมื่อแช่เย็น เชิญชิมได้เลยขอรับท่านหลิน!”

หลินเป่ยฟานกะพริบตาปริบๆ จักรพรรดินีทำเช่นนี้หมายความว่ายังไงกัน?

นางกำลังบอกเป็นนัยว่าเขาควรจะเป็นเพียงแค่ผู้เฝ้ามองและหยุดสร้างปัญหางั้นหรือ?

ด้วยเหตุนี้ หลินเป่ยฟานจึงทำได้เพียงนั่งกินแตงโมแช่เย็นขณะที่บอกกล่าวนักรบเวหาว่าควรบินเช่นไร

วันเวลาได้ผ่านไปสามวันอย่างรวดเร็ว

บัลลูนลมร้อน 20 ลูกจากกรมโยธาได้ถูกส่งมอบตรงเวลา

ด้วยบัลลูนลมร้อน 20 ลูก ความเร็วในการฝึกของนักรบเวหาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ด้วยเวลาอีกสามวัน พวกเขามีความเชี่ยวชาญในด้านการบินและสามารถขึ้นไปที่ระดับความสูงสี่สิบถึงห้าสิบเมตรได้

จักรพรรดินียินดีอย่างยิ่งและมอบรางวัลให้แก่ทุกคนอย่างมากมาย

นอกจากนี้แล้ว นางยังได้ตัดสินใจที่จะจัดพิธีเปิดตัวมันในไม่ช้า นางจะให้บัลลูนลมร้อนทั้ง 20 ลูกขึ้นไปสะเทือนโลก

ในวันนั้น เมื่อบัลลูนลมร้อนทั้ง 20 ลูกลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือนครหลวง ทั้งเมืองก็คึกคักกันอย่างยิ่ง!

มันได้รับการยกย่องว่าเป็นปรากฏการณ์ในรอบร้อยปีที่หาได้ยากยิ่งในอาณาจักรอู๋อันยิ่งใหญ่!

ภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นนี้ได้ถูกแพร่กระจายข่าวไปทั่วนครอื่น มันได้ถูกส่งต่อไปยังดินแดนอื่นอย่างรวดเร็ว!

อ๋องและผู้ปกครองจากดินแดนต่างๆ ก็รู้สึกถึงคราววิกฤต!

อาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ได้ครอบครองบัลลูนลมร้อน สิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้าไปแล้ว 20 ลูก!

ทว่าพวกเขากลับยังไม่สร้างมันขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ!

พวกเขาจะต่อกรกับอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ในอนาคตได้เช่นไร?

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงลงทุนทรัพยากรและความพยายามมากขึ้นในการผลิตบัลลูนลมร้อน

การประชันพัฒนาอาวุธในอาณาจักรอื่นๆ ก็ได้เริ่มขึ้นด้วยประการฉะนี้!

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 112: การประชันอาวุธในอีกโลกหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว