เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111: จงส่งมอบเงินมาก่อนมืดค่ำ แล้วมลทินของเจ้าจักถูกลบล้าง!

บทที่ 111: จงส่งมอบเงินมาก่อนมืดค่ำ แล้วมลทินของเจ้าจักถูกลบล้าง!

บทที่ 111: จงส่งมอบเงินมาก่อนมืดค่ำ แล้วมลทินของเจ้าจักถูกลบล้าง!


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 111: จงส่งมอบเงินมาก่อนมืดค่ำ แล้วมลทินของเจ้าจักถูกลบล้าง!

“ท่านโจว มาเริ่มที่ท่านเลยแล้วกัน!” หลินเป่ยฟานกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางมองไปที่ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าซีดเซียว

บุคคลผู้นี้ชื่อโจวฮัวหยวน ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธา ซึ่งเป็นขุนนางระดับสามที่ถือว่าสูงมากเลยทีเดียว

“ได้ เช่นนั้นท่านหลินโปรดตามข้ามา” โจวฮัวหยวนเผยรอยยิ้มออกมา

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ ท่านโจว!” หลินเป่ยฟานพยักหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้มเช่นกัน จากนั้นก็หันไปหาขุนนางคนอื่นๆ ของกรมโยธาและกล่าวไปว่า “พวกท่านที่เหลือรออยู่ที่นี่ก่อน! หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ก็อย่าออกจากที่กรมโยธาไป! ไม่อย่างนั้นอย่าโทษข้าหากข้าจะลงโทษพวกท่านด้วยความผิดฐานทรยศและสมรู้ร่วมคิด!”

“เรามิกล้า มิกล้าอยู่แล้ว!” ทุกคนตัวสั่นด้วยความกลัว

จากนั้นหลินเป่ยฟานก็เดินตามโจวฮัวหยวน ผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธาไปยังที่อยู่ของเขา

หลินเป่ยฟานใช้สายตาที่เฉียบแหลมค้นเรือน พบเครื่องประดับทองคำและเงินเกือบ 1.5 ล้านตำลึง

เขายังพบสมบัติที่ซ่อนอยู่ในห้องลับอีกต่างหาก

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหลินเป่ยฟานได้ปรากฏขึ้น เขากล่าวกับโจวฮัวหยวนและครอบครัวของอีกฝ่ายทันทีว่า “ท่านโจว เมื่อพิจารณาจากเงินเดือนของท่านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันเป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะมีเงินมากขนาดนี้! ได้โปรดอธิบายที่มาของเครื่องประดับทองและเงินเหล่านี้ทีละชิ้นด้วย หากที่มาของพวกมันได้รับมาอย่างถูกกฎหมายและเป็นไปตามข้อกำหนด มันก็จะไม่มีปัญหาใดๆ แต่ถ้าท่านอธิบายไม่ได้ ข้าก็มีเหตุผลที่จะสงสัยท่าน…ในฐานะคนทรยศและผู้สมรู้ร่วมคิด!”

“นี่คือรายได้จากเงินเดือนของข้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมารวมประมาณ 40,000 ตำลึง!”

“ส่วนนี้คือของที่ได้จากการขายที่ดินของข้าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมประมาณ 20,000 ตำลึง!”

“นี่คือสินสอดของที่ได้จากบุตรีผู้ต่ำต้อยของข้า…”

"ส่วนของเหล่านี้..."

โจวฮัวหยวนที่ใบหน้าซีดเซียวได้อธิบายถึงที่มาของเครื่องประดับ ทองคำและเงิน ทว่าในท้ายที่สุด ก็มีเพียงประมาณ 100,000 ตำลึงเท่านั้นที่สามารถอธิบายได้ ส่วนที่เหลือกลับไม่สามารถบอกถึงแหล่งีท่มาของมันได้

ตัวที่ไม่สามารถอธิบายได้ย่อมบ่งบอกว่าเขาได้รับมันมาอย่างผิดกฎหมายแน่นอน

ไม่ว่าจะอธิบายหรือไม่ สุดท้ายก็ตายอยู่ดี

“ท่านโจว ดูเหมือนว่าท่านจะทำตัวน่าสงสัยอย่างมากเลยนะ!” โจวฮัวหยวนเหงื่อออกทั่วกาย เขาโค้งคำนับพร้อมกับกล่าวว่า “ท่านหลิน ข้าภักดีต่อฝ่าบาทอย่างสุดใจและอุทิศให้กับอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ ข้าไม่เคยกระทำการทรยศใดๆ ทั้งสิ้น! ข้าขอให้ท่านหลิน… มองความจริงด้วย!”

“ถ้าเป็นเช่นนั้น แล้วเครื่องประดับ ทองคำและเงินเหล่านี้มาจากไหนกัน?” หลินเป่ยฟานเอ่ยถาม

“คือว่า…” โจวฮัวหยวนพูดไม่ออก

ในยามนี้เอง หลินเป่ยฟานก็ถอนหายใจ “ขอบอกความจริงกับท่าน ตัวข้าไม่เชื่อว่าท่านจะจงรักภักดีโดยสมบูรณ์และไม่คิดทรยศต่อองค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่อยู่แล้ว! แต่ว่ามันยากยิ่งหากจะอธิบายต่อนางว่าเงินเหล่านี้มีต้นกำเนิดจากที่ใด! อีกทั้งฝ่าบาทยังได้สั่งให้ข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ตอนนี้ปัญหาถูกพบแล้ว ข้าจะพิสูจน์ให้นางเห็นได้เช่นไรกัน?”

“คือว่า…” ปากของโจวฮัวหยวนกระตุกด้วยความขมขื่น

“ไม่ต้องกังวลท่านโจว ข้ามีทางออกอยู่!” หลินเป่ยฟานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“ท่านหลิน ได้โปรดบอกข้าด้วย!” โจวฮัวหยวนถามอย่างกระตือรือร้น

“หากเครื่องประดับ ทองคำและเงินส่วนเกินหายไป ไม่ใช่ว่าท่านจะไร้มลทินหรือ?” หลินเป่ยฟานกล่าวถามพร้อมรอยยิ้ม

“ท่านหลิน ท่านหมายความว่ายังไงกัน…”

“ท่านโจว โดยปกติท่านก็ค่อนข้างฉลาด แต่ทำไมยามนี้ท่านถึงตามไม่ทันกันเล่า?” หลินเป่ยฟานหัวเราะเบาๆ และกล่าวต่ออีกว่า “ท่านก็แค่ย้ายสมบัติพิเศษทั้งหมดนี้ไปที่เรือนของข้า เช่นนั้นท่านก็จะไม่เป็นไรแล้วไม่ใช่หรือ?”

"บ้าอะไรกัน!" โจวฮัวหยวนอุทานออกมา

หลังจากทำเป็นลังเลใจอยู่พักหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายแค่ต้องการทรัพย์สมบัติของเขา!

เมื่อมองไปที่สีหน้าตกตะลึงของเขา หลินเป่ยฟานก็กระซิบอีกครั้ง “ท่านโจว ไม่ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็พูดออกมาเถิด แต่ข้าขอถามอีกครา ท่านต้องการรักษาเงินหรือชีวิตของท่านเอาไว้?”

“แน่นอนว่าข้าต้อง…” ใบหน้าของโจวฮัวหยวนกระตุก“ต้องการรักษาชีวิตของข้าไว้!”

หลินเป่ยฟานตบไหล่ของเขาพร้อมกับยิ้มออกมา “เป็นทางเลือกที่ฉลาดมาก! เช่นนั้นท่านโจวก็รีบส่งคนไปขนของเถิด! หากท่านส่งเงินก่อนมืดค่ำ มลทินของท่านก็จะหายไป!”

“ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องขอบคุณท่านหลินแล้ว!” โจวฮัวหยวนกัดฟันแน่น

หลินเป่ยฟานยิ้มอย่างอบอุ่นและตอบไปว่า “ไม่เป็นไรเลย ยังไงเสียเราก็เป็นสหายร่วมงาน ต้องเจอกันทุกวัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันย่อมเป็นเรื่องธรรมดา! ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปที่บ้านของท่านหลิวเดี๋ยวนี้! หวังว่าข้าจะได้พบกับท่านพรุ่งนี้เช้าที่ราชสำนัก!”

หลังจากพูดจบ หลินเป่ยฟานก็จากไปในทันที

โจวฮัวหยวนมองไปยังห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับทองและเงิน เขาหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดและกล่าวว่า “ใครก็ได้ มาเอาสิ่งเหล่านี้ไปที่เรือนของตระกูลหลิน!”

จากนั้นหลินเป่ยฟานก็บุกเข้าไปยึดเครื่องประดับ ทองและเงินจำนวนมาก

ต้องบอกเลยว่าขุนนางเหล่านี้ที่อยู่ในกรมโยธานั้นร่ำรวยกันอย่างแท้จริง กระทั่งขุนนางระดับห้าหรือหกก็มีเครื่องประดับทองคำและเงินมูลค่าสามถึงสี่แสนตำลึง

เพื่อรักษาชีวิตของพวกเขาและตำแหน่งราชการ พวกเขาต้องอดทนต่อความเจ็บปวดและส่งเครื่องประดับ ทองและเงินที่โกงกินมาทั้งหมดที่พวกเขาสะสมมานานหลายปีไปยังที่อยู่ของหลินเป่ยฟาน

ด้วยเหตุนี้ ผู้คนในเมืองหลวงจึงได้เห็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง

กล่องเครื่องประดับ ทองคำและเงินได้ถูกส่งไปที่เรือนของหลินเป่ยฟานอย่างต่อเนื่อง

หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเวทนาตนเอง

“ขุนนางระดับสูงผู้นั้นกลับมาโลภอีกครั้งแล้ว นี่คือโลหิตและหยาดเหงื่อของราษฎรนะ!”

“ขุนนางชั้นสูงมีทั้งอาหาร อาภรณ์และที่อยู่อาศัย ไฉนยังโลภมากถึงเพียงนี้กัน?”

“เช่นนี้เมื่อใดราษฎรทั่วไปอย่างเราจะมีชีวิตผาสุข?”

“เราอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว!”

หลังจากผ่านไปสองวัน ในที่สุดหลินเป่ยฟานก็ทำการค้นหาและยึดของขุนนางทั้งหมดในกรมโยธาอย่างละเอียด เขายึดเครื่องประดับ ทองคำและเงินมูลค่าหลายสิบล้านตำลึง ในเวลาเดียวกัน ผู้ทรยศหลายคนที่ซ่อนเร้นอยู่ในกรมโยธาก็ถูกค้นพบและส่งมอบให้กับหลินเป่ยฟาน

หลังจากผ่านการตรวจสอบไป กรมโยธาก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้ว่าตำแหน่งของพวกเขาจะยังคงอยู่ แต่ผลประโยชน์มากมายที่พวกเขาเก็บสะสมกันมาได้ถูกหลินเป่ยฟานฉกไปเสียแล้ว

“ผู้อำนวยการหลิน เสร็จสิ้นแล้วใช่ไหม?” หวังรุยซือ เสนาบดีกรมโยธายามนี้มีดวงตาที่แดงก่ำยิ่ง ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เขานอนไม่หลับหรือกินไม่ได้ ทั้งยังรู้สึกกระสับกระส่ายทุกวัน เขามีเส้นผมสีขาวมากกว่าหนึ่งโหลบนศีรษะของเขา กระทั่งเคราของเขาก็ไม่ได้ถูกตัดแต่ง เขาดูแก่ขึ้นหลายปีเลยทีเดียว

“เกือบเสร็จแล้ว แต่ยังมีคนผู้หนึ่งขาดหายไป!” หลินเป่ยฟานยิ้มออกมา

“ใครกัน?” หวังรุยซือรู้สึกสับสน เขาคิดว่าทุกคนถูกตรวจสอบไปแล้วเสียอีก

“ก็ท่านไงเล่า ท่านเสนาบดีหวัง!” หลินเป่ยฟานหันศีรษะและกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ไอ้บัดซบ! เจ้าจะค้นเรือนข้าด้วยหรือ?” หวังรุยซือผงะด้วยความโกรธ

“ถูกต้อง! สีหน้าของหลินเป่ยฟานพลันเปลี่ยนเป็นจริงจัง”ฝ่าบาททรงออกคำสั่งอย่างเข้มงวด การรั่วไหลของเหตุการณ์นี้ได้คุกคามรากฐานของอาณาจักร ดังนั้นทางกรมโยธาทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่มีผู้ใดหลุดรอดไปได้! ในฐานะเสนาบดีกรมโยธาอย่างท่านหวังย่อมไม่อาจเป็นยกเว้นได้! ข้าหวังว่าท่านจะเข้าใจและไม่ทำให้ข้าต้องลำบากใจ!”

หวังรุยซือสั่นสะท้านด้วยความโกรธ เจ้านี้มันแย่ยิ่งนัก เจ้าแค่ต้องการที่จะบุกเรือนของข้าและคว้าโอกาสริบทรัพย์สินข้าไม่ใช่หรือ? ข้าเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้ามานานแล้ว!

“เอาเลย เชิญไปดูได้เลย! มาดูกันว่าเจ้าจะหยิ่งผยองได้นานแค่ไหน!” หวังรุยซือยอมรับความพ่ายแพ้และกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจพร้อมกับโบกสะบัดแขนเสื้อ

“วางใจได้เลยเสนาบดีหวัง ข้าจะไม่มีวันปล่อยคนเลวให้เป็นอิสระ และจะไม่กล่าวหาคนดีอย่างไม่ถูกต้อง!”

จากนั้นหลินเป่ยฟานก็เดินตามหวังรุยซือไปที่เรือนของเขา หลังจากใช้เวลาครึ่งวันในการค้นหา พวกเขาก็พบเครื่องประดับ ทองคำและเงินที่ไม่สามารถระบุได้อันมีมูลค่าสามล้านตำลึง หลินเป่ยฟานผู้มีใบหน้าเปลี่ยนไปเป็นมืดมนก็สั่งให้คนของเขาส่งสิ่งของเหล่านี้ไปยังที่อยู่ของหลินเป่ยฟาน

ว่ากันว่าในวันนั้น เสนาบดีหวังรุยซือโกรธมากจนกินไม่ได้ เขาสั่งให้คนรับใช้คนหนึ่งแต่งกายเป็นหลินเป่ยฟานเพื่อทุบตีบรรเทาใจด้วยซ้ำ

วันรุ่งขึ้น ในระหว่างการเปิดราชสำนักในช่วงรุ่งสาง หลินเป่ยฟานก็รายงานเสียงดัง “รายงานต่อฝ่าบาท ตามคำสั่งของท่าน กระหม่อมได้ตรวจสอบข่าวรั่วไหลบัลลูนลมร้อนของกรมโยธาและได้ผลลัพธ์มาแล้ว! จ้าว...หวง...และอีกหกคนถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหากบฏและจารกรรมข้อมูล พวกเขาถูกจองจำเพื่อรอคำตัดสินจากฝ่าบาท!”

“ส่วนขุนนางที่เหลือในกรมโยธาเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ได้โปรดตรวจสอบด้วยฝ่าบาท!” หลินเป่ยฟานกล่าว

จักรพรรดินีพยักหน้าและกล่าวว่า “ท่านหลิน ท่านทำงานหนักมาก! ในเมื่อจ้าว...และผู้อื่นที่กล่าวมาล้วนมีความผิดฐานกบฏ จึงย่อมไม่จำเป็นต้องมีการพิจารณาคดี พาพวกเขาออกไปและประหารชีวิตพวกเขาเสีย! ส่วนตระกูลของพวกเขาและคนที่เหลือต้องจัดการกับพวกเขาตามกฎของอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่!”

“แต่ถึงขุนนางคนอื่นๆ ของกรมโยธาจะบริสุทธิ์ แต่พวกเขาก็มีความผิดฐานประมาทเลินเล่ออย่างไม่อาจให้อภัยได้ เช่นนั้นต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง! พวกเขาจะถูกหักเงินเดือนเป็นเวลาสองปีเพื่อเตือนให้เป็นแบบอย่างแก่อื่นๆ!”

ขุนนางหลายคนจากกรมโยธาที่อยู่ในที่นี้ต่างตัวสั่นด้วยความกลัว สมบัติของพวกเขาถูกยึดโดยหลินเป่ยฟานผู้โลภมาก ตอนนี้พวกเขาดันถูกลงโทษด้วยการหักเงินเดือนสองปีอีก พวกเขาจะใช้ชีวิตกันเช่นไร?

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ พวกเขาก็ทำได้เพียงก้มศีรษะและยอมรับมัน พวกเขาได้เพียงแค่กล่าวออกมาอย่างไม่เต็มใจว่า “ขอรับฝ่าบาท!”

เมื่อเห็นใบหน้าของขุนนางในกรมโยธาทั้งหลาย จักรพรรดินีแทบอยากจะหัวเราะออกมา

นางรอคอยวันนี้มานานแล้ว! นางฝันถึงมันมาเป็นเวลานาน และยามนี้ความฝันของนางก็กำลังจะเป็นจริง!

ฮ่าๆ พวกเจ้าเองก็ต้องเผชิญกับสิ่งที่ข้าเคยเผชิญ

พวกเจ้ากล้าที่จะโลภต่อทรัพย์สินของจักรพรรดินี ริดรอนจากราษฎรทั่วไปอย่างโลภมาก ยามนี้แหละข้าจะทำให้เจ้าคายมันออกมาให้หมด!

เมื่อมองไปที่หลินเป่ยฟาน สายตาของจักรพรรดินีก็ดูอบอุ่นเป็นพิเศษ

แม้ว่าเจ้าผู้ชายคนนี้มักจะทำสิ่งที่ทำให้นางปวดหัว แต่เขาก็ทำสิ่งที่ดีมากมายให้นาง ทั้งยังทำให้นางระบายความโกรธออกมาได้อีก

คล้ายดั่งราชาและข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ได้ร่วมงานกันอย่างขยันขันแข็ง พวกเขาสามารถตรวจสอบขุนนางในกรมโยธาทั้งหมดและกำจัดทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากการโกงกินไปทั้งหมด

เป็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจยิ่ง!

ช่างสนุกสนานเหลือเกิน!!!

เมื่อกำลังคิดเช่นนี้ หัวใจของจักรพรรดินีก็เต้นตึกตัก นางอยากจะให้รางวัลเขาตอนนี้เลย

“ท่านหลิน ได้โปรดก้าวมาข้างหน้าและรับฟังคำบัญชาของจักรพรรดิ!” นางกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

หลินเป่ยฟานลุกขึ้นยืนแลดูสับสน

จักรพรรดินีก็กล่าวต่อไปว่า “ในการสอบสวนครั้งนี้ ท่านหลินเป็นผู้นำการสืบสวน เปิดเผยผู้ทรยศที่ซ่อนอยู่ภายในกรมโยธาและตรวจสอบมลทินของขุนนางทั้งหลายว่ามีใครกระทำผิดหรือไม่ ผลงานของเขาเป็นที่น่าทึ่งและสมควรได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่!”

“ให้รางวัลเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึง!”

“ชุดแก้วหยก!”

“ชาโลหิตมังกร!”

รางวัลอันมหาศาลอีกครั้ง!

หลินเป่ยฟานรู้สึกละอายใจเหลือเกินที่ได้รางวัลมากมายถึงเพียงนี้

เขาเพิ่งยักยอกเงินหลายสิบล้านเบื้องหลังจักรพรรดินี แต่ยามนี้กลับได้รับของรางวัลจากจักรพรรดินีเสียอย่างนั้น!

แม้ว่าเขาจะมีหน้าที่หนา แต่เขาก็มิอาจกล้ารับมันไว้ได้!

ไม่ว่าผู้ใดก็ย่อมมีจิตสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดีกันทั้งนั้น!

ในขณะเดียวกัน ขุนนางโดยรอบก็รู้สึกอิจฉาจวนจะบ้าตาย!

เขายักยอกเงินจำนวนมาก แต่เหตุใดจักรพรรดินีถึงให้รางวัลแก่เขาอย่างหนักเพียงนี้!

ไร้ซึ่งความยุติธรรมแล้วหรือ?

กฎอยู่ที่ใด?

ความรู้สึกนี้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในหมู่ขุนนางกรมโยธา

สมบัติที่พวกเขาสั่งสมมาได้หายไปหมดสิ้น อีกทั้งตัวการที่ยึดมันไปกลับกำลังรับรางวัลอย่างหน้าระรื่น มือซ้ายถือทอง มือขวาถึงสมบัติ...

ยิ่งเห็นภาพตรงหน้ามากเท่าไร พวกเขาก็รู้สึกโกรธมากจนอยากจะสังหารมันให้ตายเสียตรงหน้า!

หัวใจของพวกเขาคล้ายมีโลหิตไหลออกมา พวกเขารู้สึกเจ็บใจมากจนอยากจะร้องไห้!

จักรพรรดินีใช้เวลาสองนาทีในการร่ายรางวัลทั้งหมดจนเสร็จ ดูเหมือนนางจะกลัวว่าหลินเป่ยฟานจะปฏิเสธ นางจึงรีบกล่าวเสริมว่า “ท่านหลิน ได้โปรดอย่าปฏิเสธเลย นี่คือสิ่งที่ท่านสมควรได้รับ! เราเข้าใจดีว่าที่พักของท่านอาจไม่สามารถรองรับมันได้ทั้งหมด ดังนั้นเราจะเก็บไว้ในพระราชวังเป็นการชั่วคราว เมื่อท่านต้องการ ก็เพียงมารับมันไปได้เลย!”

จักรพรรดินีกล่าวออกมาอย่างยาวเหยียด หากปฏิเสธไปก็เป็นการทำลายหน้าขององค์จักรพรรดินี

ดังนั้นหลินเป่ยฟานจึงได้แต่น้อมรับทั้งน้ำตา “ขอบพระทัยฝ่าบาท!”

"ดี!" จักรพรรดินีพึงพอใจมาก “ท่านหลิน จากนี้ไปท่านต้องมุ่งเน้นไปที่กรมโยธาและมุ่งมั่นในการผลิตบัลลูนลมร้อนจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงพลังของอาณาจักรเราและทำให้ทั้งโลกต้องสะเทือนเสีย!”

“ขอรับฝ่าบาท!” หลินเป่ยฟานโค้งคำนับ

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 111: จงส่งมอบเงินมาก่อนมืดค่ำ แล้วมลทินของเจ้าจักถูกลบล้าง!

คัดลอกลิงก์แล้ว