เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 – ผู้ภักดีย่อมไม่รับใช้สองนาย ยกเว้นเสียแต่จะเป็นสตรี!

บทที่ 90 – ผู้ภักดีย่อมไม่รับใช้สองนาย ยกเว้นเสียแต่จะเป็นสตรี!

บทที่ 90 – ผู้ภักดีย่อมไม่รับใช้สองนาย ยกเว้นเสียแต่จะเป็นสตรี!


(วันนี้ลง 3 ตอนนะครับ หลังผ่านอาทิตย์หน้าไปน่าจะได้ลงเยอะได้แล้ว)

บทที่ 90 – ผู้ภักดีย่อมไม่รับใช้สองนาย ยกเว้นเสียแต่จะเป็นสตรี!

หลินเป่ยฟานพาพวกเขาไปยังห้องที่สาม

เมื่อเปิดประตูเข้าไป พวกเขาก็พบกับไวน์หลายถังวางซ้อนกันจนเต็มห้อง กลิ่นหอมตลบอบอวลของไวน์นั้นรัญจวนมากพอที่จะทำให้พวกเขามึนเมาได้เลย หลินเป่ยฟานได้อวดอีกครั้ง “ไวน์ชั้นเลิศเหล่านี้เป็นของขวัญจากจักรพรรดินีทั้งหมด! ในจำนวนนี้มีไวน์ร้อยบุปผาไวน์ ไวน์หยกทอง ไวน์ชาปี่ฮว่า ไวน์ยอดวานรและของหายากอีกมากมาย หนึ่งถังที่กองอยู่ที่นี่ล้วนมีมูลค่ามหาศาล ไม่สามารถหาซื้อได้! แต่ข้าสามารถดื่มพวกมันได้เหมือนน้ำเปล่า อีกทั้งยังสามารถขอเพิ่มจากจักรพรรดินีได้ด้วยซ้ำ!”

“ข้าขอถามเจ้าว่าถ้าข้าให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดีต่อท่านอ๋องแห่งเหอเป่ยตอนเหนือ เขาจะให้สิ่งเหล่านี้แก่ข้าได้หรือไม่?”

“เขาจะให้ข้าดื่มจนกว่าข้าจะพอใจได้หรือไม่?”

มุมปากของโม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยเปลี่ยนเป็นขมขื่นมากยิ่งขึ้น “ไม่ เขาไม่อาจให้ได้!”

จากนั้นหลินเป่ยฟานก็พาพวกเขาไปเยี่ยมชมห้องต่างๆ

มีห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยของเลิศรสอันมีค่าเช่น หอยเป๋าฮื้อ รังนกและหูฉลาม อีกห้องหนึ่งก็เต็มไปด้วยสมุนไพรที่มีคุณค่าเช่น โสมเกาหลี เห็ดหลินจือและเทียนฉี มีกระทั่งห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยของเก่าหายากและของที่น่าสนใจมากมาย...

ทั้งคู่ตกตะลึงกับกองสมบัติอันมหัศจรรย์และไร้ที่สิ้นสุดพวกนี้ กระทั่งคฤหาสน์ของท่านอ๋องยังไม่ยิ่งใหญ่ปานนี้! มันเทียบกับหนึ่งในสิบของที่อยู่ที่นี่ไม่ได้ด้วยซ้ำ! พวกเขารู้สึกเหมือนได้เข้าไปในกองขุมทรัพย์ที่มีของมีค่าเกลื่อนกลาดไปทุกหนทุกแห่ง!

หากพวกเขาได้ของชิ้นเดียวที่นี่ ก็มั่นใจได้เลยว่าพวกเขาจะไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและอาภรณ์ไปตลอดชีวิต!

“นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น!” หลินเป่ยฟานกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจ “มีสมบัติอื่นๆ อีกมากมายที่เก็บไว้ที่นี่ไม่ได้ ดังนั้นพวกมันจึงถูกเก็บไว้ชั่วคราวในวัง เมื่อข้าต้องการพวกมัน ข้าก็แค่ไปเอาพวกมันออกมา!”

“ท่านพูดจริงหรือ?” ทั้งโม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยต่างก็ตกใจจนไม่อาจจะตกใจได้อีกแล้ว

"ถูกต้อง! จักรพรรดินีต้องการให้รางวัลข้าด้วยคฤหาสน์อีกหลังเพียงเพื่อเก็บสมบัติเหล่านี้ แต่มันจะดูแลยุ่งยากเกินไป ดังนั้นข้าจึงปฏิเสธ!”

หลินเป่ยฟานกางมือของเขาและกล่าวอีกว่า “ด้วยความโปรดปรานของจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ข้าจะทรยศจักรพรรดินีได้ยังไงกัน? มันย่อมเป็นไปไม่ได้เลย!”

เขาถามอีกครั้งว่า “ถ้าเป็นพวกเจ้า เจ้ายินดีที่จะละทิ้งความมั่งคั่งและความรุ่งโรจน์ทั้งหมด ทำงานที่เป็นอันตรายที่อาจแลกด้วยชีวิตทุกเมื่อหรือ?”

โม่หรูซวงยังคงเงียบ ส่วนกัวเส้าส้วยก็ส่ายศีรษะอย่างขมขื่น “ข้าคงไม่มีทางตอบตกลง”

หลินเป่ยฟานถามอีกครั้ง “ถ้าเป็นเจ้า เจ้ายินดีที่จะละทิ้งอนาคตที่สว่างไสวของเจ้าและติดตามท่านอ๋องที่เจ้าไม่เคยพบมาก่อน เพื่อต้องฟันฝ่าอนาคตอันไม่แน่นอนงั้นหรือ?”

กัวเส้าส้วยส่ายศีรษะ "ข้าคงไม่ตอบตกลง"

"ถูกต้อง!" หลินเป่ยฟานกล่าวออกมาด้วยความหนักแน่น “ดังคำกล่าว ผู้ภักดีย่อมไม่รับใช้สองนาย ยกเว้นเสียแต่จะเป็นสตรีทั้งคู่! เจ้าต้องการให้ข้าทรยศจักรพรรดินีงั้นหรือ? นั่นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ยอมแพ้กับความคิดนั้นเสียเถิด!”

กัวเส้าส้วยเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงถามออกมาว่า “หือ? เจ้าสามารถรับใช้นายสองคนได้หากเป็นสตรีงั้นหรือ?”

หลินเป่ยฟานกล่าวปัดไปด้วยความรำคาญ “นั่นไม่ใช่ประเด็น ไม่ต้องสนเรื่องรายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้หรอก!”

“แต่ท่านหลิน ความโกลาหลใกล้เข้ามาแล้ว ความมั่งคั่งทั้งหมดนั้นจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อท่านไม่มีกำลังพอที่จะปกป้องมัน? ท่านอาจสูญเสียชีวิตของท่านไปได้ เพราะครอบครองสมบัติมากมายและถูกมองว่าเป็นคนทรยศ! เช่นนั้นคงเป็นการดีกว่าที่จะเตรียมแผนสำรองไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นเมื่อท่านตายไป ทุกสิ่งที่ท่านมีก็จะมลายหายไปอยู่ดี!” โม่หรูซวงกล่าวด้วยหัวใจอันหนักแน่น

หลินเป่ยฟานพยักหน้าเล็กน้อย “ที่เจ้ากล่าวมาก็มีเหตุผลเช่นกัน”

โม่หรูซวงเห็นโอกาสจึงพยายามเกลี้ยกล่อมเขาให้มากขึ้น “ในช่วงเวลาที่มีปัญหาเช่นนี้ มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถปกป้องท่านได้ ท่านอ๋องเป็นผู้มีจิตใจดี ได้สรรหาวีรบุรุษจำนวนมากจากเจียงหู! ตราบใดที่ท่านหลินเต็มใจที่จะรับใช้ท่านอ๋อง เขายินดีจะส่งยอดฝีมือมากมายออกมาปกป้องท่าน แม้แต่ข้า…ข้าก็เต็มใจที่จะ…”

โม่หรูซวงหน้าแดง “ข้ายินดีที่จะถือดาบและปกป้องท่านเป็นการส่วนตัว ข้าจะไม่ปล่อยให้คนทรยศหรือโจรเข้าใกล้ท่านโดยเด็ดขาด!”

หลินเป่ยฟานพยักหน้าและยิ้มออกมา “อันที่จริงข้าชื่นชมท่านอ๋องแห่งเหอเป่ยเหนือที่เจ้ากล่าวมามาก! ซ่งถ้าข้าต้องเลือกใครสักคนที่จะยอมรับใช้ เขาคงจะเป็นตัวเลือกแรกของข้าอย่างไม่ต้องสงสัย! นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าให้เจ้ามาเยือนเรือนสมบัติของข้า…”

หลินเป่ยฟานกะพริบตา “เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?”

"หา? ท่านหมายความว่ายังไงกัน?” ทั้งสองคนต่างสับสนอีกครั้ง

การมาเยือนห้องสมบัติของเขามันเกี่ยวอะไรกัน?

“เหตุผลง่ายๆ เช่นนี้ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าใจกัน?” หลินเป่ยฟานกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกรำคาญ “ข้าให้เจ้ามาที่เรือนสมบัติของข้า เพื่อบอกเจ้าว่าจักรพรรดินีให้ข้ามากเพราะความภักดีของข้าที่มีต่อนาง ท่านอ๋องเหอเป่ยแห่งทางเหนือจะคาดหวังให้ข้าให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดีต่อเขาโดยไม่แสดงความจริงใจออกมาได้เช่นไร? บอกเขาว่าถ้าเขาต้องการให้ข้าภักดีด้วย เขาก็สามารถทำได้! เพียงแต่ต้องแสดงความจริงใจออกมาให้ข้า!”

โม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยถึงกับตกตะลึง ทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องของผลประโยชน์เสียอย่างนั้น!

นี่มันนิสัยของขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยแท้

โม่หรูซวงได้แต่กล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ “ท่านหลิน การรับใช้ท่านอ๋องก็เพื่อความผาสุกของราษฎรและสร้างสันติภาพให้กับคนรุ่นหลัง มันเป็นโอกาสที่หาได้ยากนัก ทำไมท่านถึงต้องพูดถึงเรื่องเงินด้วย?”

หลินเป่ยฟานได้แต่พ่นลมหายใจออกมา “แม่นางหรูซวง คำพูดของเจ้าไม่สมเหตุสมผลเลย ข้าไม่รู้จักท่านอ๋องเหอเป่ยตอนเหนือด้วยซ้ำ อีกทั้งข้าก็ไม่ได้รู้สึกดีอะไรกับเขา ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน เราจะยังต้องพูดเรื่องใดกันอีก? ความรักหรือ?”

กัวเส้าส้วยพูดตะกุกตะกัก “ศิษย์พี่หญิง สิ่งที่เขาพูดมีเหตุผล!”

"หุบปาก!" โม่หรูซวงตำหนิเขา

หลินเป่ยฟานหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา “ถ้าเจ้าต้องการให้อาชาวิ่งเร็ว เจ้าก็ต้องปล่อยให้มันกินหญ้ามากขึ้น! ถ้าข้าไม่ได้รับเงิน ข้าจะกินและดื่มอะไรได้อย่างไร? ข้าควรทำงานให้เขาโดยไม่ได้รับอะไรตอบแทนหรือ? มีใครโง่เขลาเช่นขนาดนั้นกัน?”

ใบหน้าของโม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยกลับกลายเป็นผิดธรรมชาติ

หลินเป่ยฟานถึงกับตะลึง! “เจ้าสองคนโง่เขลาเพียงนั้นเลยหรือ? เขาไม่ได้ให้อะไรเจ้าเลย แต่ยังยึดติดกับเขามากขนาดนี้?”

แค่ก แค่ก… โม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยพยายามคิดหาคำแย้งไป

กัวเส้าส้วยหน้าแดงและโต้เถียงไปทันที “หลินเป่ยฟาน เรามุ่งมั่นเพื่อราษฎร ไม่ได้คิดหยาบช้าเช่นเจ้า!”

. . . หลินเป่ยฟานจึงกล่าวตอบกลับไปด้วยความหงุดหงิด “ด้วยสติปัญญาของเจ้า ต่อให้นับเงินของคนที่ขายเจ้าไป เจ้าก็คงนับไม่เป็นด้วยซ้ำ!”

“เอาล่ะ เลิกโต้คารมกันเถิด!” โม่หรูซวงมองไปที่หลินเป่ยฟานด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเป “ท่านต้องการอะไร ท่านหลิน? เราจะกลับไปรายงานท่านอ๋องให้!”

หลินเป่ยฟานกล่าวโดยไม่ลังเลว่า “เงิน ข้าต้องการเงินจำนวนมาก ยิ่งมากยิ่งดี! จำนวนความภักดีที่ข้าจะให้เขาเท่ากับจำนวนเงินที่เขาจ่ายมา ถ้าเขาให้ข้ามากกว่าจักรพรรดินี ข้าก็ยินดีที่จะเหนื่อยเพื่อเขา แม้กระทั่งยอมตายยังได้!”

“ท่านหลิน เหตุใดท่านถึงสนใจแต่ของภายนอกมากขนาดนี้?” โม่หรูซวงรู้สึกอึดอัดใจและโกรธมาก นางรู้สึกว่าภาพลักษณ์อันงดงามของหลินเป่ยฟานได้พังทลายลงในหัวใจของนางไปแล้ว เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างและสนใจเพียงของภายนอกเช่นนี้ได้ยังไงกัน?

“ถ้าเขาไม่เต็มใจที่จะให้เงิน แล้วเขาคือผู้ปกครองแบบที่ควรค่าแก่การรับใช้หรือ?”

หลินเป่ยฟานหัวเราะออกมา . “เจ้าควรรู้ว่าข้ากำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อการทำงานให้เขา! หากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป ข้าก็มีแต่ต้องจบชีวิตลง เช่นนั้นทำไมข้าจะไม่เอาเงินเล่า? อย่างน้อย-้าก็พูดได้ว่าข้าเป็นเจ้าของบางอย่าง!”

“ข้าตัดสินใจเรื่องนี้ให้ไม่ได้ ข้าต้องรายงานท่านอ๋องและรอการตัดสินใจของเขา” โม่หรูซวงกล่าวออกมาด้วยความหดหู่

“บอกท่านอ๋องเหอเป่ยตอนเหนือด้วยว่าข้าเป็นผู้ที่ไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจใดๆ ได้!” หลินเป่ยฟานกล่าว

“ไม่มีเงิน ก็ไม่มีข้อตกลง!”

โม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยจึงได้กลับไป พวกเขาไม่ได้กลับไปที่เหอเป่ยทางเหนือ แต่ใช้ช่องทางพิเศษเพื่อส่งข่าวกลับไปที่พระราชวังเหอเป่ยตอนเหนืออย่างรวดเร็ว

ท่านอ๋องเปิดมันออก เขารู้สึกร้อนใจและโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาอ่านมัน เขากระแทกมือลงบนโต๊ะที่อยู่ใกล้และทุบมันจนแตกละเอียดทันที

“มากเกินไปแล้ว! ไอ้เจ้าหลินเป่ยฟานเศษสวะ!”

“ฝ่าบาท เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ? ท่านได้รับข้อความจากหลินเป่ยฟานมางั้นหรือ ?” จูกัดเหลียงผู้เป็นกุนซือจึงได้กล่าวถามอย่างระมัดระวัง

ท่านอ๋องส่งกระดาษให้และกล่าวออกมาด้วยความโกรธ “ดูสิ่งที่หลินเป่ยฟานมันพูดสิ! มันขอสินบนจากข้า ทั้งยังบอกว่ามันจะไม่ทำงานหากไม่มีเงิน! มากเกินไปแล้ว! ข้ามียศถาบรรดาศักดิ์มานานหลายปี แต่ไม่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน หลินเป่ยฟานผู้นี้ไม่มีความเคารพสักนิดเดียว! ข้าอยากจะไปเมืองหลวงเพื่อฆ่ามันเสียเดี๋ยวนี้!”

“ฝ่าบาท เช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเราแล้ว!” จูกัดยิ้มออกมา

“ดีตรงไหนกัน?” ท่านอ๋องรู้สึกสับสนยิ่ง

“ฝ่าบาท ท่านลองคิดดูสิ! หลินเป่ยฟานเป็นผู้ที่จักรพรรดินีทรงโปรดปรานมากที่สุด นางเชื่อใจเขามาก หากเขาให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดีต่อท่านโดยไม่ขออะไรเลย ท่านจะเชื่อใจความจงรักภักดีของเขาได้หรือไม่?”

“นี่ …” ท่านอ๋องเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง

“ฝ่าบาท มันย่อมไม่อาจเชื่อได้อย่างแน่นอน นี่คือธรรมชาติของมนุษย์! นั่นเป็นเหตุผลที่หลินเป่ยฟานเสนอเงื่อนไขเหล่านี้ขึ้นมาอย่างชาญฉลาด! อันดับแรก เพื่อดูสถานะของเขาในใจของท่าน ยิ่งท่านให้เขามากเท่าไร สถานะของท่านในใจของเขาก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น” จูกัดอธิบาย

ท่านอ๋องพยักหน้าเล็กน้อย “จูกัด เจ้าพูดถูก! กล่าวต่อไป!”

“ประการที่สองคือเรื่องที่เขาต้องยอมจำนนต่อเรา!”

"ยอมจำนน?" ท่านอ๋องรู้สึกสับสน

“ฝ่าบาท ท่านลองคิดดูสิ ตราบใดที่เขารับสินบนของเราไป ไม่ว่าเขาจะภักดีต่อท่านจริงหรือไม่ ความผิดในตัวเขาย่อมไม่ถูกลบเลือนไป ยิ่งเขากินมันมากเท่าไร มันก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผย มันย่อมร้ายแรง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแต่ต้องติดตามเราไป! นั่นไม่ใช่การยอมจำนนหรอกหรือ?” จูกัดยิ้มออกมา

"เป็นเช่นนั้นเอง!" ทันใดนั้นท่านอ๋องก็ตระหนักได้แล้ว

จูกัดกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับ “แท้จริงหลินเป่ยฟานต้องการยอมจำนนต่อท่านอย่างจริงใจ แต่เพราะเขาไม่เคยพบท่าน เขาจึงเกิดลังเลใจ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาได้ทดสอบ หากฝ่าบาทไม่เข้าใจความหมายเบื้องหลังสิ่งนี้ ท่านคงสูญผู้ที่มีความสามารถไป ซึ่งถ้าท่านให้เงินเขา ท่านก็จะได้คนที่มีความสามารถทันที!”

“แต่เขาขอมากเกินไป!” ท่านอ๋องกล่าวออกมาด้วยความเจ็บปวด

“แม้ว่าเขาจะไม่ได้กล่าวบอกอะไร แต่การให้โม่หรูซวงไปดูคลังสมบัติของเขา มันก็เหมือนกับการกล่าวว่าเราไม่สามารถให้น้อยกว่านั้นได้ หากสิ่งที่สองคนนั้นพูดไม่เกินจริง ความมั่งคั่งของเขาบางมากกว่าของในพระราชวังข้าเสียอีก! ข้าจะมีทองคำและสมบัติมากมายขนาดนั้นได้ยังไงกัน?”

จูกัดจึงกล่าวออกมาว่า “เขาขอมากเกินไปจริง กล่าวตามตรง ถ้าเราเสนอน้อยเกินไป มันก็ดูเหมือนว่าเราจะไม่เห็นคุณค่าของเขามากพอและดูใจแคบ แต่ถ้าเราเสนอมากเกินไป มันก็จะเกิดปัญหากับทางเราได้…”

“แม้ว่าข้าจะทำให้พระราชวังของข้าว่างเปล่า ข้าก็ไม่คงไม่อาจเอาให้เขาได้พอ!” ท่านอ๋องถามอย่างเร่งรีบ “จูกัด เจ้ามีความคิดอะไรบ้างไหม? หรือเราความยอมแพ้เรื่องของเขา! แม้คนที่มีความสามารถนั้นหายาก แต่พวกเราไม่มีเงินตรา!”

จูกัดจึงรีบพูดว่า “ฝ่าบาท เราไม่อาจยอมแพ้ได้อย่างแน่นอน! หลินเป่ยฟานอยู่ในราชสำนัก เขาได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดินีเป็นอย่างมาก เขาอาจมีบทบาทจำเป็นในช่วงเวลาสำคัญที่สุด! ดังนั้นเราต้องดึงเขาเข้ามาอยู่กับเรา! มิฉะนั้นหากเขาถูกดึงไปโดยอ๋องท่านอื่น…มันจะเป็นอันตรายต่อแผนใหญ่ของเรามาก!”

หัวใจของท่านอ๋องถึงกับสั่นสะท้าน "เจ้าพูดถูกต้อง! แต่เรื่องเงินเล่า…”

“ฝ่าบาทไม่ต้องห่วง ให้ข้าคิดหาทางออกเอง!” จูกัดกล่าวออกมา

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 90 – ผู้ภักดีย่อมไม่รับใช้สองนาย ยกเว้นเสียแต่จะเป็นสตรี!

คัดลอกลิงก์แล้ว