- หน้าแรก
- ลงชื่อรับวิชาเทพ ข้าคือผู้ทะยานฟ้าที่แกร่งที่สุดในยุคสิ้นพระธรรม
- บทที่ 35: ปราณพสุธาพิฆาตปั่นป่วน ร่องรอยแกนกลางค่ายกล
บทที่ 35: ปราณพสุธาพิฆาตปั่นป่วน ร่องรอยแกนกลางค่ายกล
บทที่ 35: ปราณพสุธาพิฆาตปั่นป่วน ร่องรอยแกนกลางค่ายกล
บทที่ 35: ปราณพสุธาพิฆาตปั่นป่วน ร่องรอยแกนกลางค่ายกล
ครึ่งวันต่อมา ม่อไป๋ยังคงใช้วิธีเดิมจัดการเป้าหมาย
เขาประหนึ่งมือสังหารไร้เงาที่เดินอยู่ในความมืด อาศัยการนำทางของแผนที่และวิชาพรางตัวที่เหนือชั้นกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันอย่างมาก หาตำแหน่ง 'เสาหยินพิฆาต' ทั้งเจ็ดต้นที่ตำหนักปรโลกวางเอาไว้พบอย่างแม่นยำ
ทุกครั้งเขาจะลงมืออย่างเด็ดขาดและไร้สุ้มเสียง จัดการผู้คุ้มกันทิ้งเสีย จากนั้นก็ทิ้ง 'อักขระพลิกผัน' อันร้ายกาจเอาไว้บนธงค่ายกล
กระบวนการทั้งหมดไหลลื่นต่อเนื่อง ไม่เปิดเผยกลิ่นอายออกมาเลยแม้แต่น้อย
และเมื่อเขายิ่งทำความเข้าใจธงค่ายกลเหล่านี้ลึกซึ้งมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งแน่ใจว่า นี่ไม่ใช่ค่ายกลมารธรรมดาๆ อย่างแน่นอน
"ชักนำปราณพสุธาพิฆาตมาเป็นรากฐาน รวบรวมปราณโลหิตมาเป็นตัวนำ ทำให้เส้นชีพจรวิญญาณแปดเปื้อนมาใช้ประโยชน์... ช่างเป็นแผนการที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ตำหนักปรโลกคิดจะหลอมขุนเขาอายุวัฒนะทั้งลูก ให้กลายเป็น 'เตาหลอมโลหิตพิฆาต' ที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยหรือนี่!"
ม่อไป๋นึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ
เขารู้ดีว่า ต้องรีบหาแกนกลางของค่ายกลให้พบโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็คือสถานที่ซ่อนตัวของผู้อาวุโสโลหิตสังหารระดับก่อเกิดแก่นทองคำตอนปลายผู้นั้น
มิเช่นนั้น หากจุดเชื่อมต่อรอบนอกทั้งหมดถูกจัดวางจนเสร็จสิ้น และค่ายกลถูกเปิดใช้งาน ทุกอย่างก็จะสายเกินแก้
เขานำตำแหน่งของจุดเชื่อมต่อทั้งเจ็ดจุดที่เขาไปทำเครื่องหมายเอาไว้มาเชื่อมโยงกันบนแผนที่ในหัว ผนวกกับทิศทางการไหลเวียนของเส้นชีพจรวิญญาณและปราณพสุธาพิฆาตบนแผนที่พสุธาพิฆาตคุนอวี๋ แล้วเริ่มทำการคำนวณอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วครู่ สถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกปกปิดด้วยหมอกหนาทึบและค่ายกลลวงตาสองชั้น ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขาอย่างชัดเจน
"หน้าผาสยบมังกรแห่งขุนเขาอายุวัฒนะ!"
ที่นั่นคือจุดที่ปราณพสุธาพิฆาตหนาแน่นและบ้าคลั่งที่สุดในเทือกเขาทั้งลูก!
และยังเป็นศูนย์กลางพลังงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับค่ายกลใหญ่อีกด้วย!
ม่อไป๋ไม่ลังเลอีกต่อไป ผีเสื้อวิญญาณที่เขาแปลงกายกระพือปีก ความเร็วเพิ่มขึ้นฉับพลัน ราวกับเงามายาหลากสีสัน พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังทิศทางของหน้าผาสยบมังกรอย่างรวดเร็ว
หน้าผาสยบมังกร หากจะเรียกว่าหน้าผา สู้เรียกว่าเป็นรอยแยกยักษ์ที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นจะดีกว่า
ณ ส่วนลึกของหุบเหว ปราณพสุธาพิฆาตสีดำแทบจะจับตัวกันเป็นก้อน มันกลายเป็นควันดำทะมึนที่ม้วนตัวพุ่งทะลักขึ้นมาเบื้องบนอย่างต่อเนื่อง
สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่เข้าใกล้ จะถูกกลิ่นอายนี้กัดกร่อนจนกลายเป็นน้ำเลือดน้ำหนอง และในเวลานี้ ณ ส่วนลึกที่สุดของรอยแยก แท่นบูชาขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากกระดูกขาวโพลนทั้งหลัง กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
บนแท่นบูชามีอักขระสลักไว้แน่นขนัด แสงสีเลือดไหลเวียน
พลังหยินพิฆาตที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกทิศทาง เมื่อผ่านการแปลงสภาพจากแท่นบูชาแล้ว ก็ยิ่งบริสุทธิ์และชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น
ตรงกลางแท่นบูชา ชายชราผู้หนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีเลือด ใบหน้าซูบผอมราวกับซากศพ ทว่าดวงตากลับสว่างวาบราวกับไฟผี กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่
เขาผู้นี้ก็คือแม่ทัพสูงสุดในการลงมือของตำหนักปรโลกในครั้งนี้ มหาผู้ฝึกตนระดับก่อเกิดแก่นทองคำตอนปลาย ผู้อาวุโสโลหิตสังหาร!
เบื้องหน้าของเขามีจานค่ายกลสีเลือดที่ดูเก่าแก่โบราณลอยอยู่ บนจานค่ายกลนั้นมีจุดแสงหลายสิบจุดกำลังสว่างขึ้นตามลำดับ
เมื่อใดที่แสงสว่างขึ้นหนึ่งจุด นั่นหมายความว่าการจัดวางจุดเชื่อมต่อรอบนอกสำเร็จไปแล้วหนึ่งแห่ง
"ดีมาก... เสร็จสิ้นไปสามสิบหกจุดแล้ว เหลืออีกเพียงสิบสามจุด 'ค่ายกลโลหิตพิฆาตกลืนฟ้า' ก็จะสามารถเริ่มทำงานในขั้นต้นได้" ผู้อาวุโสโลหิตสังหารหัวเราะเสียงแหบพร่าด้วยความพึงพอใจ
"เมื่อถึงเวลานั้น สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในขุนเขาอายุวัฒนะ จะต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยของข้า เมื่ออาศัยพลังสายนี้ ข้าไม่เพียงแต่จะสามารถหลอม 'คัมภีร์เทพโลหิต' ฉบับเลียนแบบนี้ให้สำเร็จได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังสามารถใช้มันเพื่อทะลวงสู่ระดับมรรคาแห่งวิญญาณก่อกำเนิดได้อีกด้วย!"
ภายในดวงตาของเขาทอประกายความโลภและความบ้าคลั่งอย่างปิดไม่มิด
ในขณะเดียวกันนั้นเอง จุดแสงจุดที่สิบสามทางทิศตะวันตกเฉียงใต้บนจานค่ายกลเบื้องหน้าเขาก็สว่างขึ้นตอบรับ
ทว่าในชั่วพริบตาที่จุดแสงสว่างขึ้น มันกลับกะพริบไหวอย่างผิดปกติ แสงสว่างดูเหมือนจะหม่นหมองลงกว่าจุดอื่นๆ เล็กน้อย
"หืม"
ผู้อาวุโสโลหิตสังหารขมวดคิ้วเล็กน้อย สัมผัสเทวะกวาดออกไปทันที แต่ระยะทางห่างกันหลายร้อยลี้ ประกอบกับมีหมอกหนาซ้อนทับกันขัดขวางสัมผัสเทวะ เขาจึงคิดไปเองว่าเป็นเพราะศิษย์กำลังเติมหินวิญญาณ และไม่พบความผิดปกติใดๆ
"บางทีพลังพสุธาพิฆาตตรงนั้นอาจจะเจือปนไปหน่อยกระมัง" เขาไม่ได้ใส่ใจสืบสาวราวเรื่อง คิดว่าเป็นเพียงการสูญเสียพลังงานตามปกติ
ท้ายที่สุดแล้ว แผนการทั้งหมดก็ไร้ช่องโหว่ พวกวิญญูชนจอมปลอมฝ่ายธรรมะเหล่านั้น ในเวลานี้ก็ยังคงมัวแต่แก่งแย่งชิงดีกันอยู่บนยอดเขาทางทิศตะวันออกเพื่อสมุนไพรวิญญาณเพียงไม่กี่ต้นที่อาจจะปรากฏขึ้น พวกมันไม่มีทางคาดคิดเลยว่า ใต้ฝ่าเท้าของพวกมัน ค่ายกลสังหารที่เพียงพอจะฝังพวกมันทั้งหมดกำลังจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
เขาหลับตาลง ดำเนินการควบคุมค่ายกลต่อไป
และสิ่งที่เขาไม่ทันสังเกตเห็นก็คือ มียุงสีดำตัวหนึ่งที่เล็กจิ๋วจนแทบจะมองไม่เห็น กำลังบินไต่ลงมาตามผนังหินของรอยแยกอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะไปเกาะอยู่ใต้เงาของหนามกระดูกชิ้นหนึ่งที่อยู่ด้านล่างแท่นบูชากระดูกขาว
ยุงตัวนั้นก็คือม่อไป๋
เขามองดูแท่นบูชาที่แผ่กลิ่นอายดุร้ายสะท้านฟ้าอยู่เบื้องบน สัมผัสถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึงของผู้อาวุโสโลหิตสังหาร ภายในใจเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง
การเข้าปะทะตรงๆ นั้นไม่มีทางเป็นไปได้เลย!
อีกฝ่ายเพียงแค่คิดก็สามารถบดขยี้เขาให้แหลกเป็นผุยผงได้แล้ว
ต้องใช้สติปัญญาเข้าสู้เท่านั้น!
สายตาของเขากวาดผ่านแท่นบูชากระดูกขาวขนาดมหึมาไปอย่างรวดเร็ว ส่วนสัมผัสเทวะก็ค่อยๆ แผ่ออกไปอย่างระมัดระวังราวกับเข็มเย็บผ้าที่ละเอียดอ่อนที่สุด เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างพลังงานของแกนกลางค่ายกลแห่งนี้ทีละนิด
ไม่นานเขาก็พบว่า แท่นบูชาที่ดูเหมือนจะรวมเป็นเนื้อเดียวกันแห่งนี้ แท้จริงแล้วมีจุดเชื่อมต่อพลังงานที่สำคัญอยู่ถึงสามร้อยหกสิบจุด ซึ่งคอยตอบสนองกับธงค่ายกลรอบนอกอยู่ตลอดเวลา
และจุดรวมพลังงานสุดท้ายของทั้งหมด ก็ไม่ใช่ตัวผู้อาวุโสโลหิตสังหารเอง แต่เป็นจานค่ายกลสีเลือดที่อยู่เบื้องหน้าเขา!
จานค่ายกลนั่นแหละ คือ 'หัวใจ' ของค่ายกลทั้งหมดนี้!
แผนการที่กล้าหาญจนแทบจะบ้าคลั่งก่อตัวขึ้นในใจของม่อไป๋
สิ่งที่เขาต้องทำ ไม่ใช่การทำลายแท่นบูชา และไม่ใช่การโจมตีผู้อาวุโสโลหิตสังหาร แต่เป็นการ... สับเปลี่ยนของปลอมเป็นของจริง!
เขาจะสลักอักขระ 'พลิกผันจักรวาล' ลงบนจานค่ายกลนั้นด้วย!
ความคิดนี้มันบ้าบิ่นถึงขีดสุด!
จานค่ายกลนั้นเป็นหนึ่งในของวิเศษประจำตัวของผู้อาวุโสโลหิตสังหาร มีสัมผัสเทวะครอบคลุมอยู่ตลอดเวลา หากมีความเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ก็จะดึงดูดการโจมตีอันรุนแรงดั่งสายฟ้าฟาดกลับมาทันที
แต่ทว่า ความเสี่ยงยิ่งสูง ผลตอบแทนก็ยิ่งมาก! หากทำสำเร็จ เมื่อใดที่ผู้อาวุโสโลหิตสังหารเปิดใช้งานค่ายกล ไม่เพียงแต่จุดเชื่อมต่อรอบนอกนับสิบแห่งจะตีกลับพร้อมกัน แต่แม้กระทั่งแกนกลางแห่งนี้ ก็จะเปลี่ยนจาก 'เครื่องยนต์พลังงาน' กลายเป็น 'ระเบิดพลังงาน' ที่พร้อมจะระเบิดออกในพริบตา!
เมื่อถึงเวลานั้น ผู้อาวุโสโลหิตสังหารก็จะเป็นคนแรก ที่ได้ลิ้มรสผลไม้ขมที่ตัวเองเป็นคนปลูกขึ้นมากับมือ!
ม่อไป๋สูดลมหายใจเข้าลึก เก็บซ่อนกลิ่นอายของตนเองจนถึงขีดสุด
ยุงที่เขาแปลงกายกระพือปีกอย่างเงียบเชียบ ไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย มันกลายเป็นฝุ่นผงที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ลอยเข้าหาจานค่ายกลที่มีแสงสีเลือดล้อมรอบอยู่บนยอดแท่นบูชาอย่างช้าๆ
สิบวา...
ห้าวา...
สามวา...
ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากระดับก่อเกิดแก่นทองคำตอนปลายก็ยิ่งหนักอึ้งมากขึ้นเท่านั้น มันราวกับภูเขาที่มองไม่เห็น กดทับจนจิตวิญญาณของเขาสั่นสะท้าน
ทว่าเจตจำนงของม่อไป๋กลับแน่วแน่ดั่งเหล็กกล้า
ในที่สุด เขาก็ร่อนลงไปเกาะอยู่ในเงาของร่องอักขระบริเวณขอบจานค่ายกลได้สำเร็จ เขากำลังเตรียมที่จะประทับ 'อักขระพลิกผัน' ขนาดจิ๋วที่รวบรวมไว้ที่ปลายปากลงไป
ทันใดนั้นเอง!
ดวงตาของผู้อาวุโสโลหิตสังหารที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางแท่นบูชาก็เบิกโพลงขึ้น!
แสงแห่งความมุ่งร้ายสีเลือดสองสายกวาดมองออกมาราวกับกระบี่คมกริบ ใบหน้าที่ซูบผอมของเขาเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่อันตรายถึงขีดสุดออกมา
"แมลงตัวจ้อยที่เอาแต่ซ่อนหัวซ่อนหาง อยู่ต่อหน้าข้า ยังคิดจะเล่นลูกไม้อย่างนั้นรึ"
"จง... วิญญาณแตกซ่านไปซะ!"
[จบแล้ว]