- หน้าแรก
- บอกว่าจะเน้นพลังกายแท้ๆ แต่ดันใช้แค่นึกคิดก็ปลิดชีพได้เนี่ยนะ
- บทที่ 22: กู้เฉวียน: ฉันต้องการตัวคนคนนี้!
บทที่ 22: กู้เฉวียน: ฉันต้องการตัวคนคนนี้!
บทที่ 22: กู้เฉวียน: ฉันต้องการตัวคนคนนี้!
เมื่อตี๋อวิ๋นได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที!
ที่แท้เหอเหวินกวงก็เล็งหลี่ฟานเอาไว้สินะ?
นี่มันข่าวดีชัดๆ!
"แน่นอนว่าฉันรู้จัก แถมยังเคยประมือกันมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย หมอนั่นเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากทีเดียว" ตี๋อวิ๋นหันไปมองเหอเหวินกวงพลางเอ่ยเรียบๆ
เหอเหวินกวงเผยอรอยยิ้ม "แล้วระหว่างพวกนายสองคน ใครชนะล่ะ?"
แม้ตี๋อวิ๋นจะไม่อยากยอมรับ แต่เขาก็ไม่คิดจะปิดบัง "หมอนั่น"
เมื่อได้ยินดังนั้น บนใบหน้าของเหอเหวินกวงก็ฉายแววสนใจใคร่รู้มากยิ่งขึ้น
"ไม่เลวเลย การที่สามารถเอาชนะนายได้แสดงว่ามีฝีมืออยู่บ้าง ดูท่าในหมู่ผู้เข้าสอบพวกนี้ จะไม่ได้มีแต่ขยะที่ไร้ประโยชน์ไปเสียหมด"
"แล้วนายรู้ไหมว่าหมอนั่นอยู่ที่ไหน?"
ตี๋อวิ๋นเบะปาก "ฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไง? ถ้าอยากเจอนักก็ไปตามหาเอาเองสิ"
ท่าทางอวดดีของเหอเหวินกวงมันน่าหมั่นไส้เสียจริงๆ!
หากไม่ใช่เพราะเกรงใจว่าเหอเหวินกวงพอจะมีฝีมืออยู่บ้างล่ะก็ เขาคงซัดหน้าอีกฝ่ายไปนานแล้ว!
"ก่อนจะไป ฉันขอเตือนไว้สักเรื่องก็แล้วกัน ความแข็งแกร่งของ 'ไอ้คลั่ง' คนนี้น่ะเหนือกว่าทั้งนายและฉัน ถ้านายโดนอัดจนน่วมกลับมาก็อย่ามาโทษกันล่ะ" ตี๋อวิ๋นกล่าวเสริม
รอยยิ้มบนใบหน้าของเหอเหวินกวงแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยว่า "อย่าเอาฉันไปเหมารวมกับนายสิ"
"แต่ในเมื่อนายพูดซะขนาดนี้ ฉันก็ยิ่งต้องไปเจอตัว 'ไอ้คลั่ง' นั่นสักหน่อยแล้ว"
"อยากจะรู้นักเชียวว่าจะรับมือฉันได้สักกี่กระบวนท่า?"
สิ้นคำ
เปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเหอเหวินกวง ก่อนที่ร่างทั้งร่างของเขาจะอันตรธานหายไปจากจุดที่ยืนอยู่
"ชิ ขี้เก๊กชะมัด!"
"ตอนปะทะกับหลี่ฟานเข้าจริงๆ ก็อย่ากลัวจนฉี่ราดกางเกงล่ะ"
ตี๋อวิ้่นเบ้ปาก รู้สึกหมั่นไส้กับท่าทีอวดดีของเหอเหวินกวงจนหมดความอดทน
สำหรับการดวลระหว่างเหอเหวินกวงกับหลี่ฟานนั้น
แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะเชียร์หลี่ฟานอย่างไม่ลังเล!
เขารู้ซึ้งดีว่าความแข็งแกร่งของหลี่ฟานนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
ต่อให้เป็นเหอเหวินกวง ก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของหลี่ฟานด้วยซ้ำ!
...และในอีกด้านหนึ่ง
ชื่อเสียงของหลี่ฟาน นอกจากจะแพร่สะพัดไปในหมู่ผู้เข้าสอบแล้ว
ยังเริ่มเป็นที่พูดถึงในกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่อีกด้วย
ในเวลานี้ เหล่านักศึกษารุ่นพี่ยังคงเดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณรอบนอกสุดของป่าทึบ พลางชมทิวทัศน์และจับเข่าคุยกันว่ารุ่นน้องคนไหนที่ดูมีแววโดดเด่นบ้าง
ท้ายที่สุดแล้ว กฎก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาสามารถเริ่มลงมือได้ในวันที่สองเท่านั้น
หากเข้าไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ ต่อให้บังเอิญเจอผู้เข้าสอบ พวกเขาก็ไม่อาจลงมือโจมตีได้อยู่ดี
ดังนั้น พวกเขาจึงเลือกที่จะยังไม่เข้าไปในตอนนี้
"นึกไม่ถึงเลยนะว่าปีนี้จะมีม้ามืดโผล่มาด้วย?"
"ฉันเพิ่งไปสืบมา ได้ยินข่าวลือว่า 'ไอ้คลั่ง' คนนี้มีพรสวรรค์สายหลอมกายา"
"พรสวรรค์สายร่างกายเนี่ยนะ? นั่นมันพรสวรรค์ระดับล่างไม่ใช่หรือไง? แล้วหมอนั่นต่อสู้ได้ดุดันขนาดนั้นได้ยังไงกัน?"
"นั่นมันช่วงหลังๆ ต่างหากล่ะ ในช่วงแรกพรสวรรค์สายร่างกายก็ยังถือว่าค่อนข้างร้ายกาจอยู่ พวกนายลืมรุ่นพี่หวังถงไปแล้วหรือไง?"
"นั่นก็จริง แต่ถ้าเจ้านี่สามารถก้าวไปถึงระดับเดียวกับรุ่นพี่หวังถงได้ล่ะก็ ถือว่าร้ายกาจไม่เบาเลยนะ!"
"ฉันได้ยินมาว่า สมัยที่รุ่นพี่หวังถงยังเป็นนักศึกษาโควตาพิเศษ เขาถึงขั้นสังหารพยัคฆราชันเลเวล 35 ได้ด้วยเลเวลเพียง 20 เท่านั้น พลังการต่อสู้ของเขานั้นเรียกได้ว่าบ้าบิ่นทะลุหลอด หาก 'ไอ้คลั่ง' คนนี้เดินตามรอยรุ่นพี่หวังถงมาแบบเป๊ะๆ ฉันว่าพวกเราก็ควรจะต้องจับตาดูเขาไว้ให้ดี"
"เลเวล 20 ข้ามขั้นไปฆ่าเลเวล 35 เนี่ยนะ? เรื่องจริงหรือแต่งกันแน่?"
"ปัดโธ่! นายเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเป่ยตี้มาเกือบจะสองปีแล้ว ไม่เคยได้ยินวีรกรรมของรุ่นพี่หวังถงเลยหรือไง?
เมื่อสองปีก่อนเขาดังระเบิดระเบ้อเลยนะ! น่าเสียดายที่ต้องมาติดหล่มเพราะข้อจำกัดของพรสวรรค์ ตอนนี้ชื่อเสียงของเขาเลยเงียบหายไปบ้าง"
...ในเวลานี้ เหล่านักศึกษารุ่นพี่ต่างกำลังถกเถียงกันถึงเรื่องราวของม้ามืดที่ได้ฉายาว่า 'ไอ้คลั่ง'
แน่นอนว่ากู้เฉวียนเองก็รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
"เลเวล 20 ดับเครื่องชนกับเลเวล 35... มีแค่รุ่นพี่หวังถงคนเดียวเท่านั้นแหละที่ทำได้ ส่วน 'ไอ้คลั่ง' คนนี้น่ะลืมไปได้เลย ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก" กู้เฉวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางกอดอก
ทันทีที่กู้เฉวียนเอ่ยปาก
เสียงพูดคุยของทุกคนก็ค่อยๆ เงียบลง
เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก
นั่นเป็นเพราะในหมู่ผู้คนที่อยู่ตรงนี้ กู้เฉวียนน่าจะเป็นเพียงคนเดียวที่เคยประมือกับหวังถงมาก่อน
คำพูดของกู้เฉวียนจึงค่อนข้างมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากกว่า
และแทนที่จะใช้คำว่าประมือกับหวังถง สู้ใช้คำว่าเขาได้รับการชี้แนะจากหวังถงน่าจะถูกต้องกว่า
ท้ายที่สุดแล้ว หวังถงในฐานะนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย ย่อมมีเลเวลสูงกว่ากู้เฉวียนอยู่มากโข
ส่วนเหตุผลที่ทำให้เขามีโอกาสนั้น ก็เป็นเพราะความบังเอิญด้วยเช่นกัน
กู้เฉวียนผู้ครอบครองพรสวรรค์สายการต่อสู้ระยะประชิดระดับ A+ นั้น ชื่นชอบสไตล์การต่อสู้ที่ดุดันไร้ข้อจำกัดเป็นอย่างมาก
ดังนั้น หลังจากเข้าเรียนได้ไม่นาน เขาจึงสมัครเข้าชมรมที่รวบรวมแต่ผู้มีพรสวรรค์สายการต่อสู้ระยะประชิดเอาไว้ ในตอนนั้น หวังถงบังเอิญแวะมาที่ชมรมเพื่อตามหาใครบางคน กู้เฉวียนจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปขอคำชี้แนะ
ต้องยอมรับเลยว่า
ในการต่อสู้ครั้งนั้น เขาพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
ความรู้สึกถูกกดดันจนหายใจไม่ออกนั้นมันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด!
หวังถงสามารถบดขยี้เขาได้อย่างง่ายดายด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว ซึ่งนับเป็นความอัปยศอดสูอย่างหาที่สุดไม่ได้
จวบจนถึงทุกวันนี้
เขายังคงมีความรู้สึกอันซับซ้อนต่อผู้ที่มีพรสวรรค์สายหลอมกายา
ทั้งความเกลียดชัง และความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
"ส่วน 'ไอ้คลั่ง' คนนี้น่ะ ปล่อยให้ฉันจัดการเองเถอะ พวกนายห้ามมาแย่งเด็ดขาด!"
กู้เฉวียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา พร้อมกับประกายความมุ่งมั่นที่วาบผ่านดวงตา
เขาจะใช้คนที่มีฉายาว่า 'ไอ้คลั่ง' คนนี้มาเป็นเครื่องสังเวยเพื่ออุ่นเครื่อง และชำระล้างปมในใจของเขาเสีย!
จากนั้นอีกสักสองสามปี เขาจะไปหาหวังถงเพื่อชำระหนี้แค้นด้วยตัวเอง!
เมื่อกู้เฉวียนประกาศกร้าวเช่นนั้น
หลายคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
กู้เฉวียนถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุด ณ ที่แห่งนี้ พวกเขาจึงคร้านที่จะไปแย่งชิงกับอีกฝ่าย
...ภายในห้องประชุม
เมื่อเฝ้ามองดูทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในดินแดนเร้นลับ
เหล่าอาจารย์ผู้คุมสอบต่างก็รู้สึกทั้งฉุนเฉียวและคาดหวังไปพร้อมๆ กัน
"ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหลี่ฟานแค่คนเดียว จะทำให้การสอบครั้งนี้มีสีสันขึ้นมาได้ขนาดนี้"
"หรือว่าเขาจะเป็นหวังถงคนที่สอง?"
"ในความเห็นของฉันนะ ศักยภาพของไอ้หนูคนนี้สูงกว่าหวังถงเสียอีก!"
"เลิกพูดเรื่องศักยภาพกันก่อนเถอะ ไอ้หนูนี่สร้างศัตรูไว้เยอะเกินไปแล้ว
แถมพรุ่งนี้พอพวกเด็กเวรชั้นปีสองบุกเข้าไป เขาคงต้องเจองานหยาบแน่ๆ จะรอดไปได้หรือเปล่ายังน่าสงสัยเลย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ฝีมือของไอ้หนูนี่ดีทีเดียว อันนี้ฉันยอมรับ แต่เจ้านี่มันบ้าบิ่นแถมยังไร้กลยุทธ์ ทำไมถึงเที่ยวไล่ปล้นคะแนนชาวบ้านเขาแบบนั้นล่ะ? หมอนี่ไม่เลือกเป้าหมายเลยสักนิด เจอใครก็หน้ามืดซัดดะไปหมด!"
"มารอดูกันเถอะว่าสุดท้ายแล้วเขาจะจบลงแบบไหน แต่ไม่ว่าตอนจบไอ้หนูคนนี้จะได้คะแนนไปเท่าไหร่ ฉันขอจองตัวเด็กคนนี้ก็แล้วกัน!"
"จริงสิ มีใครสืบประวัติของหลี่ฟานคนนี้มาบ้างไหม? ภูมิหลังของเขาเป็นยังไงมายังไง?"
"ฉันถามไปทางฝั่งของอวิ๋นสยงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ทางนั้นน่าจะกำลังวุ่นอยู่กับพวกนักศึกษาโควตาพิเศษอยู่ล่ะมั้ง คงต้องรอพรุ่งนี้ไม่ก็มะรืนนี้ถึงจะได้เรื่อง"
"อวิ๋นสยงยังไม่ตอบงั้นเหรอ? งั้นก็ไปถามทางสำนักงานรับสมัครนักศึกษาเลยสิ!"
"ช่างเถอะๆ ฉันคร้านจะไปแหย่พวกคนในสำนักงานรับสมัครนักศึกษาว่ะ รอไปก่อนก็แล้วกัน ยังไงพวกเราก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรอยู่แล้ว"