เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47: เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ถ้าไม่มีมัน เราก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้!

บทที่ 47: เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ถ้าไม่มีมัน เราก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้!

บทที่ 47: เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ถ้าไม่มีมัน เราก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้!


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 47: เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ถ้าไม่มีมัน เราก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้!

เหยาเจิ้งดื่มไวน์ที่เขาเพิ่งหยิบเข้ามาและไอออกมาทันที

ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความหงุดหงิด!

หลินเป่ยฟานรีบยื่นมือออกไปและตบหลังเหยาเบาๆ และพูดว่า “ท่านเหยา ดื่มให้ช้าลงหน่อย ไม่ต้องรีบหรอก!”

เหยาเจิ้งส่งสายตาโกรธมาให้หลินเป่ยฟาน

ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดของเจ้าเด็กที่น่ารำคาญคนนี้ เขาจะสำลักไวน์หรือ?

“เพราะเหตุใดข้าจึงโลภเพื่อเงินจำนวนมาก…”

หลินเป่ยฟานผายมือของเขาและยิ้มเล็กน้อย “มีคำพูดที่ว่า ‘เงินไม่สามารถซื้อทุกสิ่ง แต่ถ้าไม่มีมัน เราก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้!' หากมีเงินมากมายผู้ใดเล่าจะบ่น ท่านเห็นด้วยไหม ท่านเหยา?”

"เหอะ! เจ้ามีทฤษฎีบิดเบี้ยวมากมาย ข้าเถียงเจ้าไม่ไหวหรอก!“เหยาเจิ้งยกแก้วไวน์ขึ้นด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดและกล่าวว่า”ข้าจะดื่มให้เจ้าและหวังว่าสักวันหนึ่ง เจ้าจะกลายเป็นคนที่เจ้าเกลียดที่สุด!”

หลินเป่ยฟานยกถ้วยขึ้นและกล่าวตอบไป “ข้าขอรับความปรารถนาดีจากท่าน เพราะข้าเกลียดคนรวย!”

เหยาเจิ้งถึงกับไอออกมาอีกครั้ง…

“ท่านเหยา ทำไมถึงสำลักอีกแล้วล่ะ?” หลินเป่ยฟานเอ่ยถาม

“ถ้าเจ้าพูดน้อยกว่านี้ ข้าก็คงไม่ไอออกมาแล้ว!”

หลังจากดื่มไวน์อีกสองสามแก้ว หลินเป่ยฟานก็อธิบายเหตุผลที่มาหาเหยาเจิ้ง

“ท่านเหยา ครั้งนี้ข้ามาที่นี่เพื่อเชิญท่านมาสอนที่สถาบันจักรพรรดิ !”

เหยาเจิ้งลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ “หลินเป่ยฟาน เจ้ายังพยายามทำให้ข้าขายหน้าหรือ?”

“ท่านหมายความว่ายังไง?” หลินเป่ยฟานถามด้วยความสับสน

เหยาเจิ้งกล่าวออกมาด้วยความโกรธ “เราเป็นขุนนางของราชสำนักและอยู่ในระดับเดียวกัน! ยามนี้ถ้าเจ้าเชิญข้าไปสอนที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติ ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าจะไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนหรือ?”

หลินเป่ยฟานส่ายศีรษะและยิ้มออกมา “ท่านเหยา ท่านคิดมากเกินไปแล้ว! ท่านเคยเห็นใครผู้ใดคิดหยามคนอื่นด้วยการนำไวน์ดีๆ มาให้ด้วยหรือ?”

“เจ้าหมายความว่ายังไง?” เหยาเจิ้งนั่งลงอย่างสงบ

“นี่คือสิ่งที่ข้าจะบอก!” หลินเป่ยฟานกระแอมไอ “ท่านเหยา ท่านเป็นขุนนางมานานกว่า 30 ปีและมีประสบการณ์มากมายในราชสำนัก! นอกจากนี้ ท่านยังเคยเป็นผู้ตรวจการ มีความรับผิดชอบในการตรวจสอบพฤติกรรมของขุนนางหลายร้อยคน! ดังนั้นข้าจึงอยากเชิญท่านมาสอนที่สถาบันจักรพรรดิและให้ความคิดคุณธรรม หลักธรรมาภิบาลแก่เหล่าบัณฑิต”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหยาเจิ้งก็คล้ายกับกำลังถูกล่อลวง

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเป็นขุนนางได้อีกต่อไป แต่เขาก็ยังสามารถเป็นอาจารย์ได้!

เขาสามารถใช้ความรู้ที่เหลืออยู่และปลูกฝังให้บัณฑิตเติบใหญ่เป็นขุนนางที่ดี

เมื่อบัณฑิตเหล่านี้กลายเป็นขุนนางระดับสูง มันก็จะเป็นความภาคภูมิใจของเขาเช่นกัน!

“เจ้าไม่กลัวหรือว่าข้าจะฝึกขุนนางที่ซื่อสัตย์มาจัดการกับเจ้าเลยเหรอ?” เหยาเจิ้งเอ่ยถาม

"นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ!" หลินเป่ยฟานยิ้ม

เหยาเจิ้งถึงกับสับสน “หือ?”

หลินเป่ยฟานถอนหายใจและกล่าวด้วยความรำคาญใจ “เพราะมีขุนนางที่ทุจริตมากเกินไปในราชสำนัก! แต่ละคนล้วนแก่เฒ่า เจ้าเล่ห์และมากกล ข้าไม่อาจสามารถต่อสู้กับพวกเขาทั้งหมดได้! ดังนั้นข้าหวังว่าท่านเหยาจะสามารถปลูกฝังสร้างขุนนางที่ซื่อสัตย์ ทำความสะอาดราชสำนัก ต่อสู้กับขุนนางที่ทุจริตพวกนั้นและทำให้ชีวิตของข้าสะดวกสบายยิ่งขึ้น!”

เหยาเจิ้งกัดฟันแน่นและกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อฝึกขุนนางที่ซื่อสัตย์ให้มีความสามารถมากขึ้นเอง! ข้าจะไม่เพียงแต่ต่อสู้กับขุนนางที่ทุจริตในราชสำนักเท่านั้น แต่จะยังต่อกรกับเจ้าด้วย!”

หลินเป่ยฟานหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา “ข้าจะรอข่าวดีแล้วกัน!” หลังจากดื่มอีกสองสามถ้วย หลินเป่ยฟานก็อิ่มแล้ว ทันใดนั้น เหยาเจิ้งก็เดินออกมานอกเรือนและตะโกนขึ้นมา “ไม่ต้องเก็ฐของแล้ว วางทุกอย่างไว้ที่เดิม!”

“ท่านสามี ทำไมงั้นหรือ?” ภรรยาของเหยาถามด้วยความสับสน “เราจะไม่ไปไหน เราจะอยู่ในเมืองหลวงต่อ!” ร่างของเหยาเจิ้งคล้ายกับสูงตระหง่านเทียมเท่าภูผา ดวงตาของเขาแต่เดิมที่ขุ่นมัวก็เปล่งประกายเจิดจ้า

เพราะเขาพบเป้าหมายใหม่แล้ว!

วันรุ่งขึ้น เหยาเจิ้งได้รายงานตัวไปยังสถาบันจักรพรรดิ ซึ่งเขาได้รับการแนะนำเป็นการส่วนตัวจากหลินเป่ยฟาน

ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วราชสำนักอย่างรวดเร็วจนทุกคนตกตะลึง!

เหยาเจิ้งที่ลาออกจากตำแหน่งได้ไปทำงานเป็นอาจารย์ที่สถาบันจักรพรรดิ ภายใต้การควบคุมของหลินเป่ยฟานงั้นหรือ? นี่เป็นการดำเนินเรื่องราวจากสวรรค์แบบใดกัน? พวกเขาเคยต่อสู้กันจนหมายฆ่ากันให้ตายไม่ใช่เหรอ? ยามนี้พวกเขาเปลี่ยนศัตรูให้เป็นสหายกันได้อย่างไร?

ข่าวลือแพร่กระจายไปเหมือนไฟป่า! จักรพรรดินีได้ยินข่าวอย่างรวดเร็วและก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“แผนของท่านหลิน…ตรงกับความปรารถนาของข้านัก!” นางกล่าว

ก่อนหน้านี้นางโกรธมากจนลงโทษเหยาเจิ้งหนักเกินไป ทำให้นางต้องรู้สึกเสียใจในภายหลัง ขุนนางที่ซื่อสัตย์อย่างเหยาเจิ้งนั้นมีไม่มากนัก แต่เขาแข็งกระด้างเกินไปและไม่ยืดหยุ่นพอ

ทว่าด้วยการกระทำของหลินเป่ยฟานก็ได้แก้ไขปัญหานี้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาเชิญเหยาเจิ้งมาเป็นอาจารย์ที่สถาบันจักรพรรดิ ทำให้เขาออกจากตำแหน่ง แต่ก็ไม่ได้ออกไปอย่างสมบูรณ์ ไม่ทำให้เป็นผลเสียแก่ศักดิ์ศรีของนางในฐานะจักรพรรดินี

นอกจากนี้ ยังช่วยให้เหยาเจิ้งสามารถใช้ประสบการณ์ในชีวิตของตน มอบความรู้ของเขาเพื่อฝึกฝนขุนนางให้ซื่อสัตย์ขึ้น หากจำเป็น นางก็สามารถเลื่อนขั้นเขาและให้กลับมายังราชสำนักเช่นเดิมได้ มันเป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์!

จักรพรรดินีเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคิดเรื่องนี้

“ในบรรดาขุนนางและทหาร มีเพียงท่านหลินเท่านั้นที่คิดถึงประโยชน์แก่ข้า! ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถแก้ไขความคับข้องใจในอดีตของเขากับเหยาเจิ้งได้ ความไม่มีอคติของเขาช่างน่าประทับใจนัก! ข้าคงต้องให้รางวัลเขาแล้วสิ!”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 47: เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ถ้าไม่มีมัน เราก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว