เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46: ทำให้ทั้งราชสำนักขุ่นเคือง แต่ข้ายังคงใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล!

บทที่ 46: ทำให้ทั้งราชสำนักขุ่นเคือง แต่ข้ายังคงใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล!

บทที่ 46: ทำให้ทั้งราชสำนักขุ่นเคือง แต่ข้ายังคงใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล!


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 46: ทำให้ทั้งราชสำนักขุ่นเคือง แต่ข้ายังคงใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล!

สามวันต่อมา ณ เรือนพักของผู้ตรวจการเหยาเจิ้ง ที่นี่วุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง หญิงชราผู้หนึ่งกำลังควบคุมคนที่กำลังขนผ้านวมขึ้นรถม้า

"ใส่ผ้านวมทั้งหมดนี้เข้าไปในรถม้าเลย! ร่างกายของนายท่านอ่อนแอและไม่สามารถทนต่อแรงกระแทกได้ ดังนั้นจงทำให้มันหนาและสบาย!" นางสั่ง

"ส่วนสิ่งนี้ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ขายมันในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าจะราคาเท่าไรก็ขายไปได้เลย!" นางกล่าวอีก

"เฮ้ ระวังหน่อย! นั่นมันเป็นงานอักษรวิจิตรและภาพวาดที่นายท่านชื่นชอบนะ!" นางตวาดเสียงดังลั่น

เหยาเจิ้งผู้มีผมสีขาวเกือบเต็มศีรษะได้ยืนอยู่หน้าห้องโถงใหญ่ด้วยสีหน้าเศร้าหมองและไม่เต็มใจนัก เขาต้องลาออกจากตำแหน่งขุนนางและจะเกษียณอายุในวันพรุ่งนี้ ออกจากคฤหาสน์หลังนี้ที่เขาอาศัยอยู่มาเกือบ 30 ปี ออกจากที่นี่ที่เขาต้องดิ้นรนมาครึ่งชีวิต เขารู้สึกไม่เต็มใจอย่างยิ่ง

เขาสามารถอยู่ต่อได้ แต่ในเมื่อเขาไม่สามารถดำรงตำแหน่งขุนนางได้อีกต่อไปแล้ว จะอยู่ต่อไปเพื่ออะไรกันล่ะ? ความทะเยอทะยานและอุดมคติของเขามันไม่มีค่าอะไรเหลือแล้ว ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้ ไม่ต้องเห็นหรือไม่ต้องรับรู้อะไรที่จะทำให้จิตใจของเขาวุ่นวาย

ทันใดนั้น คนรับใช้คนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างกังวลและพูดว่า "นายท่าน ขุนนางระดับสูงคนใหม่ ผู้อำนวยการสถาบันจักรพรรดิหลินเป่ยฟานมาเยี่ยมนายท่านขอรับ!"

เหยาเจิ้งถึงกับตกตะลึง เขาไม่ได้คิดเลยว่าคู่แข่งของเขาจะมาพบเขา ก่อนที่เขาจะจากไป

ภรรยาของเหยาที่เป็นหญิงชราก็โกรธมากจนพูดว่า "เขาทำให้สามีของเรามีสภาพเป็นเช่นนี้ แล้วเขายังกล้ามาที่นี่อีกเหรอ? ไปบอกเขาว่าเราจะไม่ไปให้เขาพบหน้า! ไล่เขาออกไปนอกประตู!"

เหยาเจิ้งถอนหายใจและกล่าวว่า "ช่างเถอะ ยังไงเสียเราก็เป็นสหายร่วมงานกัน ข้าจะไปพบเขา"

ในเวลาไม่นาน หลินเป่ยฟานก็มาถึงพร้อมกับขวดไวน์และกล่องอาหาร ใบหน้าของเขาแทบจะยิ้มจนปากจวนจะฉีกถึงใบหู เขาประหลาดใจมากที่เห็นสัมภาระมากมายที่กำลังถูกขน "ท่านเหยา ท่านจะไปแล้วหรือ?"

"ข้าจะอยู่ต่อได้หรือ? ข้าไม่มีตำแหน่งขุนนางและไม่มีงานที่นี่แล้ว การอยู่ที่นี่มีแต่จะทำให้ผู้คนรังเกียจข้า" เหยาเจิ้งตอบอย่างประชดประชัน

"นั่นไม่เป็นความจริงเลย! เราเป็นสหายร่วมงานกันและเราอาจมีมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างกัน มันเป็นเรื่องปกติที่จะมีการถกเถียงในราชสำนัก ทว่าในฐานะสหายร่วมงาน เราก็ยังคงเป็นมิตรต่อกันได้!" หลินเป่ยฟานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหลินเป่ยฟาน ดวงตาของเหยาเจิ้งก็กลับกลายซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง "เจ้าเป็นคนแรกที่มาเยี่ยมข้าตั้งแต่ข้ายุติหน้าที่ไป" เขาพูดออกมาเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้า

เหมือนดั่งคำสุภาษิต แขกยังไม่ทันไปชาก็เย็นเสียแล้ว แต่เขาไม่คิดเลยว่ามันจะเย็นจนถึงเพียงนี้ เมื่อทำหน้าที่เป็นขุนนางมาสามสิบปี เหยาเป็นที่รู้จักทั้งภายในและภายนอกราชสำนัก มีคนรู้จักมากมาย แต่เมื่อเขายุติหน้าที่เมื่อสามวันก่อน กลับไม่มีสหายร่วมงานมาเยี่ยมเขาแม้แต่คนเดียว ทว่ากลับเป็นขุนนางทุจริต หลินเป่ยฟานที่เขากล่าวหาอีกฝ่ายหลายครั้งมาเยี่ยมเขาแทน มันไม่น่าขันหรือ?

"ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง! ข้าตระเตรียมไวน์และอาหารไว้แล้ว ท่านอยากดื่มหน่อยไหม?

เหยาเจิ้งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า "ได้อยู่แล้ว ข้าก็อยากคุยกับเจ้าเช่นกัน!"

ทั้งสองนั่งลง จัดเตรียมอาหารว่างและไวน์ ทันทีที่เปิดเหยือกไวน์ออก กลิ่นหอมรัญจวนของไวน์ก็ตลบอบอวลไปทั่วห้องทันที ราวกับบุปผานับร้อยกำลังบานสะพรั่ง

"นี่มันหมักร้อยบุปผ !" เหยาเจิ้งรู้สึกประหลาดใจมาก เขาไม่ได้คิดเลยว่าหลินเป่ยฟานจะนำไวน์ชั้นยอดมาให้

"จริงๆ แล้วมันคือหมักร้อยบุปผาที่เพิ่งถูกส่งมาจากพระราชวังในวันนี้! แต่ไวน์ที่ดีต้องมีสหายด้วย ดังนั้นข้าจึงได้นำมันมาที่นี่ มาดื่มด้วยกันเถิด!" หลินเป่ยฟานยิ้มขณะรินไวน์

"ดูท่าเจ้าจะยังคงมีจิตสำนึกอยู่บ้างสินะ เทเพิ่มเลย เอาให้เต็มถ้วย!"  เหยาเจิ้งสูดดมกลิ่นของมันและรู้สึกมึนเมาเป็นอย่างมาก

"ไม่ต้องกังวล วันนี้ข้าจะให้ท่านดื่มจนไม่ไหวเลย!" หลินเป่ยฟานหัวเราะออกมา หลังจากดื่มไวน์เพียงไม่กี่ถ้วย ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็ดีขึ้นอย่างมาก หลินเป่ยฟานจึงถามเหยาเจิ้งถึงเรื่องที่เขาสงสัยมาโดยตลอด

"บอกตามตรง ท่านเหยา ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมท่านถึงพุ่งเป้ามาที่ข้าตลอด" หลินเป่ยฟานเอ่ยถามด้วยความสับสน

"มีขุนนางที่ทุจริตและพวกเลวทรามมากมายในราชสำนัก ทำไมท่านถึงตามล่าผู้มาใหม่เช่นข้ากัน?"

ขณะดื่ม เหยาเจิ้งก็ตอบด้วยการเยาะเย้ยตนเองว่า "เจ้าคิดว่าข้าไม่ต้องการทำเช่นนั้นหรือ? ข้าต่อสู้ดิ้นรนมาสามสิบปี จากช่วงเวลาทองของข้าจนถึงตอนนี้ที่ผมสีขาวทั่วศีรษะ! ผลที่ได้คือ พวกมันปีนขึ้นไปสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ข้ายังติดอยู่ที่เดิม! เจ้าเคยประสบกับความสิ้นหวังแบบนี้หรือเปล่าล่ะ?"

"ยามนี้เจ้าคงรู้แล้วสินะว่าทำไมข้าถึงต้องมุ่งเป้าไปที่เจ้าอย่างหนัก!"

เหยาเจิ้งมองไปทางหลินเป่ยฟานและกล่าวอีกว่า "เพราะข้ากลัวว่าเจ้าจะเติบโตขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งขุนนางที่ทุจริตผู้ซึ่งกระหายในอำนาจ! ดังนั้นในขณะที่ปีกของเจ้ายังไม่โตเต็มที่ ข้าจะดึงเจ้าให้ร่วงลงมา! แต่แทนที่จะเอาชนะเจ้าได้ ข้ากลับสูญเสียตำแหน่งขุนนาง เจ้าน่ะน่ากลัวยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก!"

หลินเป่ยฟานได้แต่ส่ายศีรษะ "นั่นเป็นเพราะวิธีการของท่านมันแข็งเกินไป ไม่โอนอ่อน มันจึงไม่ได้ผล!"

"เจ้ากำลังบอกว่าข้าควรจะเป็นเหมือนเจ้าว่ายน้ำไปตามกระแสงั้นเหรอ?" เหยาเจิ้งหัวเราะเยาะ

"ทำเช่นนั้นแล้วผิดตรงไหนเล่า? ดูข้าสิ ยามนี้ข้าอยู่อย่างสบายมากเลยนะ" หลินเป่ยฟานยิ้ม "ข้ามีไวน์ดี อาหารเลิสรศ เงินมากมาย อีกทั้งจักพรรดินียังโปรดปรานข้ามาก! แม้ว่าข้าจะทำให้ขุนนางและเหล่านายพลทุกคนในราชสำนักไม่พอใจ แต่ข้าก็ยังใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล!"

"แต่ตัวข้ายามนี้คงไม่อาจจะทำอะไรได้แล้ว" เหยาเจิ้งรินไวน์ให้ตัวเองและกล่าวออกมา "ท่านหลิน ข้ามีคำถามจะถามเจ้าด้วย"

"ถามมาได้เลย ท่านเหยา!"

"ท่านหลิน ท่านเอาแต่พูดว่าท่านรักดินแดนอู๋แห่งนี้ยิ่ง พร้อมรับใช้จักรพรรดินีอย่างสุดหัวใจหรือยอมตายเพื่อนาง แล้วทำไมท่านถึงยักยอกเงินจำนวนมากเช่นนี้? ท่านจะเอาเงินไปทำอะไร?

"ท่านเหยา คำถามของท่านออกจะ..."

"อะไรกันเล่า? ไม่กล้าตอบหรืออายเกินกว่าจะตอบกันล่ะ?" เหยาเจิ้งเยาะเย้ย

"ไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอน!" หลินเป่ยฟานลุกขึ้นนั่งตัวตรงด้วยท่าทางอันแสนจริงจัง "ขอบอกเลยนะท่านเหยา จักรวรรดิอู๋อันยิ่งใหญ่สามารถทำให้ข้ายักยอกตำลึงได้มากมายมหาศาล เหตุใดข้าจะไม่รักมันกันล่ะ?"

เหยาเจิ้งเมื่อได้ยินถึงกับสำลัก!

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 46: ทำให้ทั้งราชสำนักขุ่นเคือง แต่ข้ายังคงใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล!

คัดลอกลิงก์แล้ว