- หน้าแรก
- คัมภีร์ดาราเก้าวิถี
- บทที่ 68 - ชื่อเสียงขจรขจาย
บทที่ 68 - ชื่อเสียงขจรขจาย
บทที่ 68 - ชื่อเสียงขจรขจาย
บทที่ 68 - ชื่อเสียงขจรขจาย
༺༻
เย่จ้านเทียนเองก็ดูจะมีความสุขมากเช่นกัน เมื่อรวมกับสัตว์อสูรระดับเก้าขั้นกลางสองตัวนี้แล้ว ป้อมตระกูลเย่ก็จะมีผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับเก้าถึงห้าคน หากนับเย่เฉินเป็นระดับเก้าขั้นกลางด้วย ในป้อมตระกูลเย่ก็จะมีผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับเก้าขั้นกลางถึงสี่คน ส่วนตัวเขาเองหลังจากผ่านศึกครั้งก่อนมา พลังปราณเสวียนก็มีการพัฒนา จวนจะทะลวงผ่านระดับเก้าขั้นกลางแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นก็จะเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับเก้าขั้นกลางถึงห้าคน ในรัศมีหลายร้อยลี้รอบด้านนี้ ป้อมตระกูลเย่คือตระกูลอันดับหนึ่งอย่างแท้จริง
"เฉินเอ๋อ พรุ่งนี้ป้อมตระกูลเย่จะจัดงานเฉลิมฉลอง ถึงตอนนั้นตระกูลนับร้อยในเขตตงหลินจะส่งคนมาร่วมแสดงความยินดี เจ้ากลับไปเตรียมตัวให้ดี เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับป้อมตระกูลเย่ของเรา ป้อมตระกูลเย่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นนี้มานานแล้ว!" เย่จ้านเทียนกล่าวด้วยความภาคภูมิใจพลางมองไปยังที่ไกลๆ "การจัดให้ต้าเหมากับเอ้อเหมาอยู่ที่หน้าประตูนั้นดูไม่ค่อยเหมาะสม ข้าจะจัดพื้นที่ในสวนหลังบ้านให้พวกมันได้ทำรัง!"
คนในป้อมตระกูลเย่ทั้งปวงต่างจมดิ่งอยู่ในความปีติยินดี ในช่วงเวลาที่ผ่านมาข่าวดีมีมาอย่างต่อเนื่อง ทุกครัวเรือนในป้อมสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เรื่องราวต่างๆ ของเย่เฉินถูกเล่าลือไปจนกลายเป็นเรื่องอัศจรรย์ สถานะของเย่เฉินในใจของคนในตระกูลต่างก็พุ่งสูงขึ้นเป็นลำดับ
คนในป้อมตระกูลเย่คึกคักกันอยู่ทั้งวัน ยามที่พยัคฆ์ชาดนภาเสวียนและเสือดาวอสนีเงาพรายเดินเข้ามาในป้อม ทุกคนต่างตีกลองร้องรำทำเพลงกันอย่างคึกคัก ทั่วทั้งป้อมประดับประดาด้วยโคมไฟหลากสีสัน ดูสดใสมีชีวิตชีวา
วันต่อมา ยามฟ้าเริ่มสลัวๆ คนในตระกูลเย่ต่างพากันลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อฆ่าหมูเชือดแกะ บนถนนหนทางภายในป้อมเต็มไปด้วยคนในตระกูลที่กระปรี้กระเปร่า
เย่ซางเสวียน เย่จ้านเทียน และคนอื่นๆ ต่างก็ยุ่งวุ่นวาย เย่เฉินไม่รู้เรื่องงานพวกนี้จึงได้แต่นั่งดูอยู่ข้างๆ คอยช่วยหยิบจับบ้างเป็นครั้งคราว
คนในตระกูลต่างมีใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
"ได้ยินว่างานเฉลิมฉลองครั้งนี้มีประมุขจากตระกูลต่างๆ มาแสดงความยินดีไม่ต่ำกว่าสิบตระกูลเลยทีเดียว"
"คงจะไม่ใช่แค่นั้นหรอก เพราะท่านประมุขกำลังจะได้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์โอสถเซวียนอี้ นี่เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งนัก ตระกูลในรัศมีหลายร้อยลี้นี้น่าจะมาร่วมแสดงความยินดีกันหมด ลองคิดดูสิ เมื่อก่อนป้อมตระกูลเย่เคยมีชื่อเสียงเช่นนี้ที่ไหนกัน!"
เมื่อได้ยินคำพูดของคนในตระกูลผู้นั้น ผู้เฒ่าในตระกูลหลายคนถึงกับน้ำตาซึม การได้เห็นความรุ่งโรจน์ของป้อมตระกูลเย่ในวันนี้ ต่อให้ตายพวกเขาก็คงจะนอนตาหลับแล้ว
"พวกเจ้าได้ยินหรือยัง เมื่อคืนนี้ต้าเหมากับเอ้อเหมาตามพวกเย่เหมิงไปเดินตรวจตราทั้งคืนเลยนะ"
"ต้าเหมากับเอ้อเหมานี่เชื่อฟังจริงๆ"
"ก็ใช่น่ะสิ เมื่อเช้าข้ายังเอาเนื้อไปให้พวกมันตั้งสองก้อนแน่ะ!"
นิสัยใจคอของคนในป้อมตระกูลเย่นั้นค่อนข้างซื่อตรง ใครดีกับพวกเขา พวกเขาก็ดีตอบอย่างสุดหัวใจ แม้จะเป็นสัตว์อสูรสองตัวนั้นก็ตาม
ฟ้าเพิ่งจะเริ่มสว่าง ที่ด้านนอกป้อมตระกูลเย่ก็มีคนต่อแถวยาวเหยียด แต่ละกลุ่มหาบสิ่งของมารอกันอยู่แล้ว ต่อไปป้อมตระกูลเย่จะเป็นขุมกำลังที่ใหญ่ที่สุดในรัศมีหลายร้อยลี้นี้ เมื่อเย่เฉินกลายเป็นศิษย์ของปรมาจารย์โอสถเซวียนอี้ ไม่แน่ว่าทั้งเขตตงหลินอาจจะต้องฟังคำสั่งของป้อมตระกูลเย่ วันนี้เป็นงานฉลองใหญ่ของป้อมตระกูลเย่ พวกเขาจะกล้าล่าช้าได้อย่างไร!
ประตูใหญ่ของป้อมตระกูลเย่เปิดออกเสียงดังเอี๊ยด เมื่อเห็นแถวที่ยาวเหยียดที่หน้าป้อม เหล่าคนในตระกูลที่รับหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยต่างก็ตกตะลึง ที่หน้าประตูคนมืดฟ้ามัวดิน มองไปจนสุดลูกหูลูกตาก็ไม่เห็นปลายแถว! สวรรค์ช่วย นี่มันกี่คนกันนี่!
"กรุณาเข้าแถว เรียงแถวเข้ามาทีละคน และทิ้งจดหมายขอพบเอาไว้ด้วย!"
ครู่ต่อมา ผู้แสดงความยินดีระลอกแรกก็เริ่มเข้าสู่ป้อมตระกูลเย่
"ตระกูลสวีจากทางเหนือของเขต ส่งประการังม่วงหนึ่งกระถาง หยกบำรุงวิญญาณหนึ่งชิ้น หลินจือร้อยปีสิบต้น โสมอัคคีร้อยปีสามสิบต้น หญ้าเทียนหานห้าสิบปีหนึ่งร้อยต้น..." คนในตระกูลเย่ผู้หนึ่งขานชื่อของขวัญเสียงดัง
เมื่อได้ยินเสียงนั้น คนจำนวนมากที่รออยู่ด้านหลังต่างหันไปมองหน้ากัน ตระกูลสวีผู้นี้ช่างใจป้ำยิ่งนัก พวกเขาต่างมีความรู้สึกที่หลากหลาย มีน้อยคนนักที่จะส่งของได้มากกว่าตระกูลสวี บางคนก็เกรงว่าตนเองจะส่งน้อยเกินไป
"ตระกูลอินจากทางใต้ของเขต ส่งน้ำลายงูอัคคีสวรรค์หนึ่งขวด ผลเทียนสิงแปดสิบปีหนึ่งผล ชุดเกราะเกล็ดม่วงหนึ่งชุด!" ผ่านไปครู่หนึ่ง คนในตระกูลเย่ผู้นั้นดูใบรายการของขวัญแล้วขานชื่อออกมาเสียงดังอีกครั้ง
ผู้คนต่างส่งเสียงฮือฮา
"ตระกูลอินถึงกับส่งน้ำลายงูอัคคีสวรรค์มาให้เลยหรือ!"
คนในตระกูลเย่ที่รับใบรายการของขวัญต่างก็ยิ่งดูยิ่งตื่นเต้น ของขวัญที่ตระกูลเหล่านี้ส่งมาล้วนแต่เป็นของล้ำค่าที่หาได้ยาก ป้อมตระกูลเย่ในช่วงหลายร้อยปีมานี้ไม่เคยได้รับเกียรติเช่นนี้มาก่อน ในใจของแต่ละคนต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและภาคภูมิใจ
คนจากตระกูลแล้วตระกูลเล่าเดินเข้าสู่ป้อมตระกูลเย่ ของขวัญเหล่านี้ถูกย้ายเข้าไปเก็บไว้ในห้องเก็บสมบัติของตระกูล ป้อมตระกูลเย่ซบเซามานานหลายร้อยปี ในห้องเก็บสมบัตินั้นว่างเปล่า แต่ตอนนี้กลับมีของดีๆ เข้ามาทีละชิ้นจนวางเต็มชั้นไปหมด
แม้แต่เย่ซางเสวียนและเย่จ้านเทียนต่างก็รู้สึกฮึกเหิมเป็นอย่างมาก
เช่นตระกูลสวีและตระกูลอินซึ่งเป็นตระกูลใหญ่นั้น ของที่ส่งมามักจะเป็นของล้ำค่า ส่วนตระกูลเล็กๆ ที่ไม่สามารถรวบรวมของล้ำค่าได้ตามรายการ ก็จะใส่โอสถรวบรวมปราณและโอสถกลั่นปราณลงไปในใบรายการแทน บางแห่งส่งโอสถรวบรวมปราณมาหนึ่งหรือสองร้อยเม็ด บางแห่งที่ใจป้ำหน่อยก็ส่งโอสถกลั่นปราณมาให้หนึ่งหรือสองเม็ด
ท้ายที่สุดเมื่อสรุปยอดแล้ว มีตระกูลที่มาส่งของขวัญถึงหนึ่งร้อยสามสิบกว่าตระกูล ของที่ส่งมานั้นกองอยู่เกือบครึ่งห้องเก็บสมบัติ ป้อมตระกูลเย่ไม่เคยร่ำรวยเท่าวันนี้มาก่อน คนในตระกูลเย่ที่เดินอยู่ในป้อมต่างก็เดินยืดอกอย่างผ่าเผย
หลังจากรับของขวัญทั้งหมดเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยไปสามสี่ชั่วโมง คนที่มาส่งของขวัญเหล่านั้นต่างก็เข้ามาอยู่ภายในป้อมตระกูลเย่ เหล่าผู้ติดตามทั่วไปถูกจัดให้พักอยู่ในบ้านพักหลายหลังทางทิศตะวันออกของป้อม แต่ที่พักมีไม่เพียงพอ คนส่วนใหญ่จึงต้องรออยู่ที่ลานกว้างด้านนอก ส่วนประมุขตระกูลและเจ้าป้อมบางส่วนได้เข้าไปยังห้องโถงใหญ่ของตระกูลเย่
เย่เฉินนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน มองดูเหล่าเจ้าป้อมและประมุขตระกูลที่อยู่เบื้องล่าง แม้คนเหล่านี้จะเป็นคนสำคัญในเขตตงหลิน แต่เย่เฉินกลับไม่รู้สึกประหม่าเลย เขาวางท่าทีได้อย่างสุขุมเป็นธรรมชาติ
"ทุกท่าน ข้าลืมประกาศให้ทุกท่านทราบว่า เย่เฉิน บุตรของข้า ได้ดำรงตำแหน่งประมุขตระกูลเย่คนปัจจุบันแล้ว" เย่จ้านเทียนประสานมือกล่าวต่อทุกคนในห้องโถง "ขอบคุณท่านประมุขและท่านเจ้าป้อมทุกท่านที่เดินทางมาไกล ป้อมตระกูลเย่รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"
"ท่านจ้านเทียนกล่าวเกินไปแล้ว" เหล่าเจ้าป้อมและประมุขตระกูลต่างพากันคารวะตอบ ข่าวที่เย่เฉินได้เป็นประมุขตระกูลนั้นสำหรับพวกเขาแล้วไม่ได้น่าประหลาดใจเท่าใดนัก หากตระกูลของพวกเขามีอัจฉริยะเช่นนี้เกิดขึ้นมา พวกเขาก็คงจะรีบยกตำแหน่งประมุขให้เช่นกัน!
พวกเขามองไปยังเย่เฉินที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธาน ในดวงตาฉายแววอิจฉาและชื่นชม เหตุใดตระกูลของตนจึงไม่มีอัจฉริยะเช่นนี้ออกมาบ้าง? ตระกูลนับร้อยพากันมาส่งของขวัญแสดงความยินดี ป้อมตระกูลเย่ในวันนี้ช่างมีชื่อเสียงขจรขจายเสียจริง!
คนเหล่านี้ต่างพากันเข้ามาทักทายเย่จ้านเทียนและเย่ซางเสวียนเพื่อผูกมิตร
เย่จ้านเทียนกวาดสายตามองทุกคน มีประมุขตระกูลและเจ้าป้อมบางคนเขาไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ แต่เขาก็เห็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง ในบรรดาฝูงชนนั้น เหยียนอิ้น ฉินอวี่ และคนอื่นๆ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย พวกเขายิ้มประจบพลางคารวะเย่จ้านเทียนเบาๆ
เย่จ้านเทียนไม่ได้สนใจ มองผ่านไปด้วยสายตาเย็นชา คนเหล่านี้ที่ชอบเอนเอียงตามลมต้องถูกสั่งสอนเสียบ้าง แต่ในเมื่อเหยียนอิ้นและฉินอวี่ตีตัวออกห่างจากป้อมตระกูลอวิ๋นแล้ว ป้อมตระกูลเย่ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างศัตรูเพิ่มจนเกินไป จะผลักคนเหล่านี้ไปเข้าพวกกับป้อมตระกูลอวิ๋นไม่ได้
"ทุกท่าน ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงแล้ว ป้อมตระกูลเย่ได้จัดเตรียมงานเลี้ยงเอาไว้ ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นเกียรติ ยังมีเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง เรามาสนทนาวิสาสะกันที่นี่ก่อนดีหรือไม่" เย่จ้านเทียนยิ้มกล่าว
"เช่นนั้นก็รบกวนแล้ว!" ทุกคนต่างขานรับ
เหล่าเจ้าป้อมจำนวนมากรุมล้อมเย่จ้านเทียน เย่ซางเสวียน และเย่จ้านหลงจนแน่นขนัด เย่จ้านเทียนและคนอื่นๆ ต่างก็รับรองแขกเหรื่อได้อย่างคล่องแคล่ว
เย่เฉินนั่งอยู่ด้านบนโดยไม่ลงมา เขารู้สึกสบายใจที่ได้อยู่เงียบๆ คนตั้งมากมายขนาดนี้ เห็นแล้วเขาก็ปวดหัวจะตายไป ถ้าต้องลงไปรับหน้าด้วย คงจะแย่แน่ๆ
เย่เฉินกวาดสายตามองไปยังคนในตระกูลเย่ ที่มุมหนึ่งในที่ห่างไกล เย่โหรวยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง สวมชุดกระโปรงผ้าไหมสีขาว ราวกับดอกบัวใสสะอาดที่งดงามและเรียบง่าย เมื่อนางเห็นสายตาของเย่เฉินที่ทอดมองมา นางก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากยิ้ม
༺༻