- หน้าแรก
- คัมภีร์ดาราเก้าวิถี
- บทที่ 62 - การแก้แค้นของวิญญูชน
บทที่ 62 - การแก้แค้นของวิญญูชน
บทที่ 62 - การแก้แค้นของวิญญูชน
บทที่ 62 - การแก้แค้นของวิญญูชน
༺༻
"ทั้งหมดได้มาจากป้อมตระกูลอวิ๋นครับ" เย่เฉินยิ้มแล้วหยิบหนังสือออกมาสองสามเล่ม "ปู่รอง นี่คือวิชาปราณกลั่นเสวียน ฝ่ามือดาราสวรรค์ และดาราสวรรค์หยางบริสุทธิ์ของป้อมตระกูลอวิ๋นครับ ลองดูว่าคนในตระกูลเราจะนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่?"
วิชาปราณกลั่นเสวียนของป้อมตระกูลอวิ๋นงั้นหรือ? ทั้งวิชาฝ่ามือดาราสวรรค์และดาราสวรรค์หยางบริสุทธิ์ด้วย?
ทุกคนจ้องมองเย่เฉินด้วยความอึ้งงัน เนิ่นนานกว่าที่หลายคนจะตั้งสติได้
"หรือว่าเฉินเอ๋อจะไปปล้นคลังสมบัติของป้อมตระกูลอวิ๋นมา?" เย่ซางเสวียนที่เพิ่งได้สติถามด้วยความตกใจ เขาคว้าหนังสือเหล่านั้นมาจากมือเย่เฉิน มันคือวิชาปราณกลั่นเสวียน ฝ่ามือดาราสวรรค์ และดาราสวรรค์หยางบริสุทธิ์จริงๆ เคล็ดวิชาทุกอย่างอยู่ที่นี่ครบถ้วน และที่ขอบถุงเฉียนคุนนั่นก็มีอักษร 'อวิ๋น' ปักอยู่ด้วย
"ใช่ครับ" เย่เฉินพยักหน้าตอบ หลังจากคิดดูแล้วเขาก็ไม่ได้บอกเรื่องอาหลีออกมา
เมื่อได้รับการยืนยันจากเย่เฉิน เย่ซางเสวียนก็มีสีหน้าพิลึกพิลั่น ก่อนจะกลั้นไม่อยู่และหัวเราะร่าออกมา "ถึงขนาดทำวิชาประจำตระกูลและเคล็ดวิชาต่อสู้หายไปหมดแบบนี้ เจ้าเด็กอวิ๋นอี้หยางนั่นคงแค้นจนกระอักเลือดแน่!" เขาไม่ได้หัวเราะอย่างสะใจเช่นนี้มานานแล้ว
เมื่อนึกถึงใบหน้าของอวิ๋นอี้หยางตอนรู้ว่าวิชาประจำตระกูลหายไป ทุกคนก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก หลายปีมานี้ป้อมตระกูลเย่ถูกป้อมตระกูลอวิ๋นกดขี่มาตลอด ใครจะคิดว่าจะมีวันที่ได้เชิดหน้าชูตาเช่นนี้!
"วิชาและเคล็ดวิชาเหล่านี้อยู่ที่นี่หมดแล้ว หากเราลองศึกษาดูสักหน่อยคงหาทางแก้ทางได้ ในอนาคตเวลาเราสู้กับคนของป้อมตระกูลอวิ๋น เราจะได้เป็นฝ่ายได้เปรียบ และการเก็บวิชาเหล่านี้ไว้ในคลังสมบัติของตระกูลเพื่อให้คนในตระกูลได้ศึกษาบ้างก็นับว่ามีประโยชน์มหาศาล!" เย่จ้านหลงกล่าวสนับสนุน ความประหลาดใจที่เฉินเอ๋อนำมาให้คนในตระกูลนั้นมีมาไม่ขาดสายจริงๆ
เย่จ้านเทียนนั่งสมาธิครู่หนึ่งจนเริ่มฟื้นตัว เมื่อได้ยินสิ่งที่เย่ซางเสวียนและคนอื่นๆ คุยกัน เขาก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
"ท่านพ่อ ท่านบาดเจ็บหนัก ควรกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ" เย่เฉินมองไปที่เย่โหรว "โหรวเอ๋อ ข้าฝากเจ้าดูแลท่านพ่อด้วยนะ ข้าจะไปช่วยดูแลคนในตระกูลที่บาดเจ็บก่อน" อย่างน้อยเย่เฉินหรือเย่จ้านเทียนต้องมีใครคนหนึ่งคอยควบคุมสถานการณ์อยู่ที่นี่
"ค่ะ พี่เย่เฉินวางใจได้เลย" เย่โหรวยิ้มพยักหน้า
เฉินเอ๋อโตขึ้นมากจริงๆ เย่จ้านเทียนรู้สึกภูมิใจ ในเมื่อเขาบาดเจ็บและช่วยอะไรไม่ได้มาก จึงไม่ยอมอยู่เป็นภาระที่นี่ เขาให้โหรวเอ๋อช่วยประคองเดินมุ่งหน้าไปยังจวนประมุข
เหล่าคนชรา ผู้หญิง และเด็กในตระกูลที่หลบซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินลับภายในป้อม เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงพวกเขาก็ออกมาช่วยกันดูแลผู้บาดเจ็บ ทุกคนได้รับแจกโอสถ โดยเฉพาะคนรุ่นเดียวกับบิดา เย่เผิง และเย่มู่ ต่างก็ได้รับโอสถกลั่นปราณอย่างน้อยคนละหนึ่งถึงสองเม็ด ซึ่งโอสถกลั่นปราณนี้ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นมาก
ภายในป้อมต่างเร่งรีบช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ส่วนคนที่มีหน้าที่เว้นยามก็ไม่ได้ละเลย กลับเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรามากขึ้น
ป้อมตระกูลอวิ๋น
อวิ๋นอี้หยางเพิ่งได้รับข่าวว่าการโจมตีป้อมตระกูลเย่พ่ายแพ้ยับเยิน อวิ๋นอี้เสวียนและหนิวเหล่าเอ้อต่างก็ตายในการรบ อวิ๋นอี้หยางดวงตาแดงก่ำ กัดฟันแน่นจนส่งเสียงกรอด นึกไม่ถึงว่านอกจากจะซุ่มโจมตีไม่สำเร็จแล้ว ยังต้องเสียยอดฝีมือขั้นเก้าไปถึงสองคน โดยเฉพาะอวิ๋นอี้เสวียนที่เป็นน้องชายแท้ๆ ของเขา!
"เจ้าแน่ใจนะว่าดูไม่ผิด อวิ๋นอี้เสวียนกับหนิวเหล่าเอ้อถูกเจ้าเด็กเย่เฉินนั่นฆ่างั้นหรือ?" อวิ๋นอี้หยางเมื่อได้ยินข่าวนี้ครั้งแรกก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
"ตอนที่ท่านรองประมุขบุกป้อมตระกูลเย่ ผู้น้อยแอบเฝ้าดูอยู่บนเขาลูกหลังครับ เป็นเจ้าเด็กเย่เฉินนั่นจริงๆ ที่ฆ่าท่านรองประมุขและหนิวเหล่าเอ้อ" เมื่อเห็นอวิ๋นอี้หยางโกรธจัด คนของป้อมตระกูลอวิ๋นผู้นั้นก็รายงานด้วยตัวสั่นเทา
"แค้นนี้ไม่ชำระ ข้าอวิ๋นอี้หยางก็ไม่ขอเป็นคน!" อวิ๋นอี้หยางกำหมัดแน่น พยายามระงับโทสะในใจอยู่นานกว่าจะเริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้
เย่ซางเสวียน เย่จ้านเทียน รวมไปถึงเย่เฉิน ตอนนี้ป้อมตระกูลเย่มายอดฝีมือขั้นเก้าถึงสามคน!
เมื่อนึกถึงเย่เฉิน อวิ๋นอี้หยางก็รู้สึกหนาวเยือกที่แผ่นหลัง หรือว่าเจ้าเด็กเย่เฉินนั่นจะซ่อนเร่นพลังไว้อีก? ความเร็วในการพัฒนาของเด็กนั่นช่างน่ากลัวเกินไป หรือว่าจะเป็นอัจฉริยะเหนือโลกอย่างองค์จักรพรรดิหมิงอู่?
เขาสูญเสียแม่ทัพไปถึงสองคน ทั้งเหยียนอิ้นและฉินอวี่ก็ไม่ยอมฟังคำสั่งเขาแล้ว ส่วนยอดฝีมือสามคนจากจวนท่านอ๋องก็บาดเจ็บหนักไปสองคน ตอนนี้ในมือเขาไม่มีคนพอที่จะลงมืออะไรได้เลย หรือว่าจะต้องยอมอยู่เฉยๆ รอความตาย? เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงตัดสินใจส่งข่าวไปยังท่านอ๋องตงหลิน เพื่อรอยอดฝีมือจากทางนั้นมาจัดการป้อมตระกูลเย่ อวิ๋นอี้หยางรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ เขาหวังเพียงให้ยอดฝีมือของท่านอ๋องมาถึงโดยเร็ว ในตอนนี้เขาทำได้เพียงรวมคนในป้อมและเพิ่มการป้องกันให้หนาแน่นขึ้น เพราะตอนนี้เขาก็ต้องเริ่มกังวลแล้วว่าคนของป้อมตระกูลเย่จะบุกมาถึงหน้าประตูบ้านเมื่อไหร่
ภายในป้อมตระกูลเย่ หลังจากยุ่งกันมาตลอดทั้งบ่าย ศพของคนในตระกูลที่เสียชีวิตก็ได้รับการฝังอย่างสมเกียรติ ทุกคนต่างมีสีหน้าเศร้าสลดที่ต้องเห็นคนที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันต้องจากไป
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ป้อมตระกูลเย่ก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ณ ห้องโถงใหญ่ของตระกูล กำลังมีการประชุมเกิดขึ้น สมาชิกตระกูลระดับขั้นหกขึ้นไปที่ไม่ได้บาดเจ็บหนักจากการต่อสู้ล้วนเข้าร่วมประชุมทั้งหมด
เย่จ้านเทียนไม่ได้เข้าร่วม เย่ซางเสวียนจึงให้เย่เฉินนั่งในตำแหน่งประมุขตระกูล เป็นครั้งแรกที่เย่เฉินได้นั่งในตำแหน่งหลักของห้องโถง เขาจึงรู้สึกประหม่าอยู่บ้างแต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์ ซึ่งสมาชิกตระกูลคนอื่นๆ ต่างก็ไม่ได้รู้สึกติดขัดแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ฐานะของเย่เฉินในตระกูลนั้นทัดเทียมกับเย่จ้านเทียนและเย่ซางเสวียนไปแล้ว
เย่เฉินก็เหมือนกับเย่จ้านเทียนและเย่ซางเสวียนที่เป็นเทพคุ้มครองตระกูล การที่เย่เฉินในวัยสิบเจ็ดปีมีพลังถึงขั้นเก้า นับว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดของป้อมตระกูลเย่!
"ปู่รอง ท่านประมุข พวกเราบุกป้อมตระกูลอวิ๋นด้วยกันเถอะครับ!" สมาชิกตระกูลรุ่นบิดาต่างพากันเสนอด้วยความโกรธแค้น
"ป้อมตระกูลอวิ๋นบุกมาถึงในบ้านเราขนาดนี้ หากเราไม่โต้กลับ คนอื่นจะดูถูกเอาได้นะ!"
"ป้อมตระกูลอวิ๋นเสียยอดฝีมือขั้นเก้าไปสองคน แต่ก็มียอดฝีมือขั้นเก้าอีกสามคนหนีกลับไปได้ พวกนั้นไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน แถมยังมีอวิ๋นอี้หยางอีกคน หากเราบุกไปจริงๆ ป้อมตระกูลเย่ของเราก็คงต้องเสียคนไปไม่น้อย" สมาชิกตระกูลคนหนึ่งกล่าวด้วยความกังวล
"เจ้ากลัวงั้นหรือ?"
"ข้าจะไปกลัวได้อย่างไร หากมีแค่ข้าคนเดียว ตายก็ตายสิ แต่คนในตระกูลเรามีตั้งเยอะแยะ หากบุกไปที่นั่น ต้องมีคนตายอีกเท่าไหร่เจ้าเคยคิดบ้างไหม?" สมาชิกคนนั้นเถียงกลับจนหน้าแดง
"คนเราอยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรี! ป้อมตระกูลเย่กับป้อมตระกูลอวิ๋นต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง!"
สมาชิกตระกูลต่างโต้เถียงกันอย่างดุเดือดตามความคิดเห็นของแต่ละคน
"เฉินเอ๋อ เจ้าคิดอย่างไร?" เย่ซางเสวียนหันไปถามเย่เฉิน
ทันทีที่เย่ซางเสวียนพูดจบ ทุกคนก็หยุดเถียงกันทันทีและหันไปมองเย่เฉินเป็นตาเดียว ห้องโถงทั้งห้องเงียบสนิทจนแม้แต่เสียงเข็มตกพื้นก็ยังได้ยิน เย่เฉินคือประมุขของตระกูลเย่ ไม่ว่าเย่เฉินจะสั่งการอย่างไรพวกเขาก็พร้อมจะปฏิบัติตามโดยไม่ลังเล นี่คือคำสอนของบรรพชนตระกูลเย่ คำสั่งของประมุขตระกูลนั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าราชโองการของฮ่องเต้เสียอีก
เมื่อเห็นแววตาคาดหวังของคนในตระกูล เย่เฉินก็รู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แต่จากสายตาเหล่านั้น เย่เฉินก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าคำพูดของเขามีน้ำหนักมากเพียงใดในป้อมตระกูลเย่แห่งนี้
"เฉินเอ๋อ เจ้าพูดออกมาตามที่เจ้าคิดเถอะ" เย่ซางเสวียนมองเย่เฉินด้วยสายตาให้กำลังใจ
"ข้าคิดว่า วิญญูชนล้างแค้น สิบปีก็ยังไม่สายครับ ป้อมตระกูลอวิ๋นกำลังตกต่ำลง ในขณะที่ป้อมตระกูลเย่ของเรากำลังรุ่งโรจน์ขึ้น สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป ต่อให้จะบุกป้อมตระกูลอวิ๋น ก็ควรรอให้ปู่รอง ท่านพ่อ และท่านลุงทั้งหลายดูดซับพลังจากโอสถเสวียนปฐพีให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า" เย่เฉินครุ่นคิดแล้วกล่าวต่อ "อีกสองวันจะมีเจ้าป้อมและประมุขตระกูลมากมายมาเยี่ยมเราที่นี่ หากเราดึงพวกเขามาเป็นพวกได้ ก็จะช่วยคุ้มครองป้อมตระกูลเย่ให้ปลอดภัย ผ่านไปอีกสักสองเดือน ต่อให้ป้อมตระกูลอวิ๋นจะไปเชิญยอดฝีมือจากจวนท่านอ๋องตงหลินมา ก็คงไม่กล้าขยับป้อมตระกูลเย่เราง่ายๆ แล้วล่ะครับ"
เมื่อได้ยินสิ่งที่เย่เฉินพูด ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความเงียบเพื่อครุ่นคิด
"เฉินเอ๋อพูดถูก วิญญูชนล้างแค้น สิบปีก็ยังไม่สาย ภายในหนึ่งถึงสองเดือนนี้ สมาชิกทุกคนต้องปิดด่านฝึกฝน! ใครที่อยากจะบุกป้อมตระกูลอวิ๋น ต้องฝึกให้ถึงระดับแปดขึ้นไปก่อน ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะได้ไป!" เย่ซางเสวียนกวาดสายตาอันเข้มงวดมองสมาชิกตระกูลทุกคน
༺༻