- หน้าแรก
- ย้อนอดีต ตุนเสบียง เลี้ยงทั้งอำเภอ
- บทที่ 36 เก็บเกี่ยวแล้ว! จะจัดการหวังเจี้ยนจวินอย่างไรดี?
บทที่ 36 เก็บเกี่ยวแล้ว! จะจัดการหวังเจี้ยนจวินอย่างไรดี?
บทที่ 36 เก็บเกี่ยวแล้ว! จะจัดการหวังเจี้ยนจวินอย่างไรดี?
วันต่อมา หวังเจี้ยนจวินกลับความจำขาดตอนเสียอย่างนั้น
เขาจำเหตุการณ์หลังจากที่เมามายเมื่อคืนไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
เขาชี้นิ้วไปที่แผลบนใบหน้าพลางซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาเมาแล้วล้มไปเอง ไม่มีใครยอมปริปากพาดพิงถึงลู่หมิงเลยสักคน
ส่วนทางด้านหลี่หยางหลิ่วนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เธอไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
ในช่วงเวลาต่อจากนั้น ลู่หมิงยุ่งวุ่นวายมาก
เขากับเสิ่นชิงเหอช่วยกันเฝ้าแปลงมันเทศไว้อย่างแน่นหนา เพราะเกรงว่าจะมีใครมาก่อเรื่องวุ่นวายอีก
แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มา ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าคนที่ต้องระวังมีเพียงหวังเจี้ยนจวินคนเดียวเท่านั้น
ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างรู้ว่านี่คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของทุกคน พวกเขาจึงหวงแหนที่ดินผืนนี้ยิ่งกว่าลู่หมิงเสียอีก
ความยุ่งวุ่นวายดำเนินไปจนถึงเดือนตุลาคม!
ซึ่งเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวข้าวพอดี แต่ชาวบ้านกลับพร้อมใจกันช่วยลู่หมิงและเสิ่นชิงเหอเก็บเกี่ยวข้าวในนาส่วนของพวกเขาจนเสร็จสรรพโดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ!
มิหนำซ้ำ ในช่วงเวลาว่างจากการทำงาน พวกเขาก็จะแวะเวียนไปที่ที่ดินของเจ้าขี้เกียจอยู่เสมอ
เมื่อมองดูต้นกล้ามันเทศที่เจริญเติบโตอย่างงดงามขึ้นทุกวัน ใบหน้าของทุกคนก็ประดับด้วยรอยยิ้มอันสดใส!
เมื่อเห็นว่ามันเทศใกล้จะถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว พวกเขาจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด!
การเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงปีนี้เหนื่อยกว่าทุกปี แต่ทุกคนกลับดูเหมือนจะไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด!
ทุกคนต่างฮึดสู้และทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุดและไม่เป็นตัวถ่วงของลู่หมิง
ในวันนี้ ลู่หมิงตรวจสอบสภาพการณ์อย่างละเอียดแล้ว ในที่สุดเขาก็พยักหน้า
“พวกเราเริ่มขุดกันได้เลยครับ!”
ทันทีที่สิ้นคำพูดนั้น ผู้คนรอบข้างต่างก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่ ทุกคนต่างถือจอบและคราดเตรียมพร้อม
พวกเขาค่อยๆ ลงมือขุดมันเทศในที่ดินหนึ่งหมู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
ทั้งที่เป็นเกษตรกรที่เชี่ยวชาญงานหนักมาทั้งชีวิต แต่ตอนนี้ตอนที่ขุดมันเทศ พวกเขากลับดูเกร็งและประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
ท่าทางนั้นดูไม่เหมือนคนกำลังขุดมันเทศ แต่เหมือนกำลังขุดทองคำเสียมากกว่า!
แม้แต่สวีเจี่ยฟ้างเองก็ยังทนดูอยู่เฉยๆ ไม่ไหว คว้าจอบมาลงมือช่วยด้วยตัวเอง
“ว้าว! ทำไมมันเทศหัวนี้ถึงได้ใหญ่ขนาดนี้!”
ทันทีที่ขุดมันเทศหัวแรกขึ้นมาได้ ใครคนหนึ่งก็ถึงกับอุ้งกิมกี่
เขาชูมันเทศหัวเขื่องที่มีน้ำหนักถึงสามสี่จินขึ้นมา
มันเทศเพียงหัวเดียวนี้ ก็เพียงพอที่จะให้คนทั้งครอบครัวกินอิ่มไปหนึ่งมื้อแล้ว!
“สวรรค์ ทางด้านฉันหัวนี้ก็สวยมาก!”
“หัวของฉันนี่แหละใหญ่ที่สุด!”
“ไอ้หยา พวกเจ้าเบามือหน่อยสิ อย่าให้เปลือกมันถลอกเชียวละ”
“พวกคุณช้าลงหน่อยเถอะ ฉันดูแล้วลุ้นจนใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย”
“เถามันเทศพวกนี้ก็ยังไม่แก่นะ! เอาไปตากแห้งไว้ทำผักดองกินช่วงหน้าหนาวได้อีก”
“เหลือเชื่อจริงๆ มันเทศหัวเดียวหนักขนาดนี้ แล้วหนึ่งหมู่จะได้กี่จินกันเนี่ย!”
ทุกคนต่างตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่
สวีเจี่ยฟ้างเองก็ก้มหน้าก้มตาขุดอย่างขะมักเขม้นอยู่ข้างๆ
พวกเขาเพิ่งจะจัดการงานเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงส่วนอื่นเสร็จสิ้นเมื่อวานซืน
ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่หาได้ยากยิ่ง
ทว่าในใจของทุกคนกลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย พวกเขาพากันมาที่นี่แต่เช้าตรู่เพื่อร่วมขุดมันเทศ
ความจริงพื้นที่หนึ่งหมู่ใช้คนเพียงสองสามคนก็ขุดเสร็จแล้ว
แต่ทุกคนกลับอยากจะมาเห็นมันเทศที่ให้ผลผลิตสูงนี้ด้วยตาตัวเอง!
ผู้คนหลายสิบคนกรูกันลงไปในนา จนบางคนแทบจะไม่มีที่ให้ยืน
สุดท้ายสวีเจี่ยฟ้างต้องเอ่ยปากไล่คนอื่นๆ ออกไป และเรียกเฉพาะชายหนุ่มกำยำสิบกว่าคนมาช่วยขุดต่อจนเสร็จ
เมื่อรวบรวมมันเทศทั้งหมดมากองรวมกัน เบื้องหน้าของทุกคนก็ปรากฏเป็นภูเขามันเทศขนาดย่อมๆ!
ทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความทึ่ง
มือของสวีเจี่ยฟ้างสั่นระริกเล็กน้อยขณะเอ่ยสั่ง “เอาขึ้นตาชั่ง!”
คนอื่นๆ ต่างพยักหน้าหงึกหงัก ในใจของทุกคนมีความคิดเดียวที่ตรงกันคือ...
ที่นี่ต้องมีมากกว่า 2,000 จินแน่นอน!
ทุกคนต่างวุ่นวายอยู่กับการชั่งน้ำหนัก เมื่อพนักงานบัญชีสรุปตัวเลขน้ำหนักทั้งหมดออกมาได้ มือของเขาก็สั่นจนควบคุมไม่ได้
สวีเจี่ยฟ้างที่ยืนรอฟังรายงานอยู่นานเริ่มหมดความอดทน เขาจึงปราดเข้าไปแย่งกระดาษบันทึกมาดูเอง
เมื่อเห็นตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนนั้น เขาก็ถึงกับก้าวถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกตะลึง
“เป็นยังไงบ้างครับหัวหน้า? ทั้งหมดกี่จินครับ? รีบบอกพวกเราทีสิ”
“หัวหน้าครับ อย่าปล่อยให้พวกเราลุ้นจนใจจะขาดแบบนี้เลย รีบบอกมาเถอะครับ”
“บอกมาเถอะครับ ผมอยากรู้ใจจะขาดแล้วว่ามันได้เท่าไหร่กันแน่!”
ความจริงแล้ว ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นเกษตรกรมืออาชีพ
พวกเขาย่อมพอมองออกด้วยสายตาว่ากองมันเทศนี้มีน้ำหนักประมาณกี่จิน
แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้ยินตัวเลขที่แน่นอนยืนยัน พวกเขาก็ยังไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น!
“สามพัน... สามพันแปดร้อยหกสิบสองจิน!”
ซี้ด...
สิ้นคำประกาศนั้น ทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
หลายคนถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ราวกับสมองหยุดสั่งการ
“เมื่อกี้หัวหน้าว่ายังไงนะ? ฉันเหมือนจะหูฝาดไปน่ะ”
“หัวหน้าบอกว่ากี่จินนะ???”
3,862 จิน!
ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนที่ได้ยินตัวเลขนี้ชัดๆ ถึงกับนิ่งค้างไป ก่อนที่น้ำตาแห่งความปิติจะไหลอาบแก้มเหี่ยวย่น!
โธ่... สวรรค์เมตตา!
ที่ดินเพียงหนึ่งหมู่กลับให้ผลผลิตธัญพืชได้ถึง 3,000 กว่าจิน!
นี่ไม่ใช่การรายงานเท็จเพื่อเอาหน้า และไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันหลอกลวง!
แต่มันคืออาหารปริมาณมหาศาลที่จับต้องได้จริงๆ!
เสิ่นชิงเหอมองดูกองภูเขามันเทศตรงหน้า ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาทำสำเร็จแล้ว!
ประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตธัญพืชอย่างมหาศาล!
สิ่งที่ลู่หมิงพูดเป็นเรื่องจริง!
มันสามารถเพิ่มผลผลิตได้สูงกว่าเดิมถึง 2-3 เท่าจริงๆ!
เสิ่นชิงเหอหันไปมองลู่หมิงที่อยู่ข้างตัวโดยอัตโนมัติ
ทว่าเธอกลับพบว่าลู่หมิงกำลังจ้องมองกองมันเทศเหล่านั้นด้วยสายตาที่เหม่อลอยคล้ายกำลังตกอยู่ในภวังค์
ในใจของลู่หมิงตอนนี้กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องมันเทศจริงๆ
เขากำลังคิดว่า หากมันเทศพวกนี้ปลูกอยู่ในมิติวิเศษ ผลผลิตย่อมต้องสูงกว่านี้อย่างน้อย 10 เท่า
เมื่อเทียบกับผลผลิตมันเทศสูงสุดในปัจจุบันที่ประมาณ 1,600 จินต่อหมู่
ผลผลิตที่ได้ตรงนี้ก็สูงกว่าเดิมเพียงประมาณ 2.5 เท่าเท่านั้น
ยังไปไม่ถึง 3 เท่าด้วยซ้ำ!
นี่มันเกิดความผิดพลาดตรงไหนกันนะ?
ลู่หมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาประคบประหงมพวกมันด้วยปุ๋ยและน้ำอย่างดีที่สุด
ทั้งพรวนดิน ถอนหญ้า ใส่ปุ๋ย ไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยสักวัน
เขารู้ดีว่าต้นกล้าจากมิติหากย้ายออกมาปลูกข้างนอกจะรอดได้ยาก แต่ถ้าใช้ส่วนหัวเป็นเมล็ดพันธุ์จะสามารถเติบโตได้
ทว่าผลผลิตกลับยังไม่เป็นไปตามเป้าที่เขาคาดหวังไว้
หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่เมล็ดพันธุ์อยู่ในมิติวิเศษ?
ถ้าอย่างนั้น ในการเพาะต้นกล้าครั้งต่อไป เขาควรจะเพาะทิ้งไว้ในมิติล่วงหน้าให้นานกว่านี้ดีไหม?
แล้วค่อยใช้วิธีสับเปลี่ยนเอาต้นกล้าจากในมิติออกมาปลูกในที่ดินจริงเพื่อรอดูผลอีกครั้ง?
แต่พอนึกดูอีกทีก็ไม่น่าจะใช่... เพราะต้นกล้าที่เพาะในมิติจนโตแล้วย้ายออกมามักจะตายเสมอ
ลู่หมิงรู้สึกปวดหัว ดูเหมือนว่าจะมีเพียงการใช้เมล็ดพันธุ์ (ส่วนหัว) เท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอดในโลกภายนอกได้!
หรือว่าเขาต้องปล่อยให้เมล็ดพันธุ์อยู่ในมิตินานพอจนดูดซับ ‘ปราณวิเศษ’ ได้เต็มที่ ผลผลิตถึงจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ?
หากเป็นเช่นนั้นจริง... เขาก็คงต้องขุดมันเทศในมิติออกมากองไว้ก่อน
รอจนกว่าถึงเวลาเพาะปลูกในโลกจริง แล้วค่อยใช้วิธีสับเปลี่ยนเอาเมล็ดพันธุ์พวกนั้นออกมาใช้แทน
ในขณะที่ลู่หมิงกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง
จู่ๆ สวีเจี่ยฟ้างก็หิ้วคอเสื้อของหวังเจี้ยนจวินแล้วเหวี่ยงลงมาตรงหน้าลู่หมิงพลางตะคอกถามว่า
“ว่ามาซิ จะให้จัดการกับเจ้านี่นยังไงดี?”
จบบท