- หน้าแรก
- พิภพสัปยุทธ์
- ตอนที่ 63 ช่องว่างระหว่างเด็กใหม่และศิษย์เก่า
ตอนที่ 63 ช่องว่างระหว่างเด็กใหม่และศิษย์เก่า
ตอนที่ 63 ช่องว่างระหว่างเด็กใหม่และศิษย์เก่า
ตอนที่ 63 ช่องว่างระหว่างเด็กใหม่และศิษย์เก่า
การทดสอบเริ่มขึ้น เบื้องหน้าหวังเอี้ยนเฟิงมีสัตว์ร้ายปรากฏออกมาเจ็ดแปดตัว และยังมีผู้บ่มเพาะอีกสามสี่คน พลังของพวกเขาอยู่ระหว่างเพิ่งเข้าสู่ฝึกกายขั้นที่สองไปจนถึงเพิ่งเข้าสู่ฝึกกายขั้นที่สาม
สายตาของหวังเอี้ยนเฟิงเย็นเยียบลง คนเหล่านี้เขารับมือได้ ทว่าเมื่อเริ่มต่อสู้จริง หวังเอี้ยนเฟิงกลับพบว่าเขาคิดง่ายเกินไป ทุกครั้งที่เขาสังหารศัตรูไปหนึ่งตัว ศัตรูตัวใหม่จะปรากฏขึ้นทันที และศัตรูตัวใหม่นั้นจะมีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น!
หวังเอี้ยนเฟิงเพิ่งฆ่าไปได้ห้าหกตัว ผู้บ่มเพาะขอบเขตฝึกกายขั้นที่สี่ก็ปรากฏตัวออกมา
เมื่อคะแนนสะสมถึงหนึ่งร้อยสิบคะแนน หวังเอี้ยนเฟิงก็ครางอือในลำคอ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อถึงหนึ่งร้อยแปดสิบคะแนน หวังเอี้ยนเฟิงถูกผู้บ่มเพาะคนหนึ่งใช้กระบี่แทงทะลุหน้าท้อง โลหิตไหลอาบ ในลมหายใจสุดท้ายหวังเอี้ยนเฟิงฟันศีรษะของผู้บ่มเพาะผู้นั้นจนขาดสะบั้น ขณะที่ตัวเขาก็ถูกกระบี่รุมแทงทะลุหัวใจ
คะแนนสุดท้าย หนึ่งร้อยเก้าสิบคะแนน
หวังเอี้ยนเฟิงถูกค่ายกลหมื่นสังหารดีดออกมา ใบหน้าเขาซีดเผือด แต่ไม่ได้หมดสติไป นี่เป็นเพราะเขาเคยผ่านเจดีย์หลิงหลงมาแล้ว หวังเอี้ยนเฟิงจึงปรับตัวเข้ากับค่ายกลมายาสังหารแบบนี้ได้ เพียงแต่ตอนนี้เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างจนยากจะทนทาน อันที่จริงเขาไม่ได้บาดเจ็บ ความเจ็บปวดเหล่านี้เป็นเพียงเพราะเส้นประสาททั่วร่างถูกค่ายกลมายาสังหารกระตุ้นเท่านั้น
ทว่าเมื่อมองไปยังสถานการณ์บนแท่นพิธี สีหน้าของหวังเอี้ยนเฟิงก็เปลี่ยนไปทันที ที่แท้เขากลับเป็นคนแรกที่ถูกคัดออก นอกจากเขาแล้ว อีกสิบเอ็ดคนที่เหลือยังอยู่บนแท่นพิธีครบถ้วน!
เมื่อมองสถานการณ์บนแท่นพิธี สีหน้าของหวังเอี้ยนเฟิงก็เปลี่ยนไปทันที ที่แท้เขากลับเป็นคนแรกที่ถูกคัดออก นอกจากเขาแล้ว อีกสิบเอ็ดคนที่เหลือยังอยู่บนแท่นพิธีครบถ้วน!
ข้า... กลับเป็นคนที่แย่ที่สุดอย่างนั้นหรือ?
"ไม่ต้องเสียใจไป" เสียงที่เย็นชาพลันดังขึ้นข้างหูหวังเอี้ยนเฟิง เขาหันไปมอง คนที่พูดคือหงซี ครูฝึกแห่งตำหนักดิน
"ทั้งสิบเอ็ดคนบนแท่นพิธีล้วนเป็นศิษย์ชั้นยอดของตำหนักดิน อันดับของเจ้าไม่ถือว่าแย่"
หงซีกล่าวพลางชี้ไปที่ศิลาจัดอันดับด้านข้าง ชื่อของหวังเอี้ยนเฟิงปรากฏอยู่ที่ลำดับหนึ่งร้อยหกสิบแปด ผลลัพธ์นี้แม้จะด้อยกว่าระดับหนึ่งร้อยห้าสิบของยอดอัจฉริยะอยู่ไม่น้อย แต่โปรดอย่าลืมว่าหวังเอี้ยนเฟิงอายุเพียงสิบห้าปี เขายังสามารถเล่าเรียนในสำนักชีเสวียนได้อีกหกปี
ในวันหน้าการเข้าสู่ตำหนักสวรรค์นั้นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว แม้แต่ในอีกห้าหกปีให้หลัง การที่เขาจะติดสิบอันดับแรกบนศิลาจัดอันดับก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แม้หงซีจะบอกว่าไม่แย่ แต่หวังเอี้ยนเฟิงยังคงไม่พอใจกับผลลัพธ์นี้อย่างยิ่ง หลิวหมิงเซียงอยู่อันดับที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า ช่องว่างนี้ช่างกว้างใหญ่เกินไปเสียแล้ว
เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองหลินหมิง พบว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าเรียบเฉย เห็นได้ชัดว่าสุขุมอย่างยิ่ง
"เจ้าหมอนี่ แม้พลังจะเหนือกว่าข้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเหนือกว่าจนเกินจริง ข้าได้อันดับหนึ่งร้อยหกสิบแปด เขาอย่างมากก็คงเข้าสู่หนึ่งร้อยห้าสิบ แต่จางชางคู่ต่อสู้ของเขาอยู่อันดับที่หนึ่งร้อยเก้ามานานแล้ว ครั้งนี้ไม่แน่อาจจะสูงกว่าเดิม เขาไม่กังวลเลยแม้แต่น้อยหรือ?"
ในเวลานี้ มีคนหลายคนถูกค่ายกลหมื่นสังหารดีดออกมา อันดับของพวกเขาล้วนอยู่ระหว่างหนึ่งร้อยยี่สิบถึงหนึ่งร้อยห้าสิบ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ก็มีอีกหลายคนถูกดีดออกมา หลิวหมิงเซียงก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย คะแนนสุดท้ายของเขาคืออันดับที่หนึ่งร้อยยี่สิบสอง ไม่สามารถบรรลุเงื่อนไขการเลื่อนขึ้นห้าลำดับได้
หลิวหมิงเซียงกลืนโอสถลงไปก้อนหนึ่ง พักฟื้นร่างกายเล็กน้อย เขามองมาทางหวังเอี้ยนเฟิงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ผลลัพธ์นี้อยู่ในความคาดหมายของเขาแต่แรกแล้ว
ใบหน้าของหวังเอี้ยนเฟิงดูย่ำแย่ ในที่สุดเขาก็เข้าใจถึงช่องว่างระหว่างเด็กใหม่และศิษย์เก่า! สำนักชีเสวียนคือที่รวมตัวของอัจฉริยะ ศิษย์ตำหนักดินเหล่านี้เดิมทีก็เป็นอัจฉริยะในหมู่ยอดอัจฉริยะอยู่แล้ว เมื่อรวมกับการสนับสนุนด้านทรัพยากรและการสั่งสอนจากอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของสำนักชีเสวียน จะไม่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วได้อย่างไร?
หลิวหมิงเซียงเข้าเรียนก่อนเขาถึงสองปี ช่องว่างนี้ไม่ใช่เพียงเล็กน้อยแน่นอน!
หวังเอี้ยนเฟิงกำหมัดแน่น แม้จะรู้ดีว่าการประลองกับหลิวหมิงเซียงในครั้งนี้เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน แต่เขาก็ยังต้องสู้ สิ่งที่สูญเสียไปในครั้งนี้ ในวันหน้าเขาจะไปทวงคืนมาให้ได้!
"หนึ่งร้อยหกสิบแปดหรือ? เหอๆ ยังอ่อนหัดนัก" หวังหมั่งเมื่อทราบคะแนนของหวังเอี้ยนเฟิงก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"อันดับนี้ก็คือคะแนนประมาณหนึ่งหรือสองร้อย สังหารศัตรูฝึกกายขั้นที่สามระดับสูงสุดสี่ตัวก็ได้แล้ว ข้าเคยสังหารผู้บ่มเพาะระดับเดียวกันหกคนรวดที่ชายแดน ครั้งนี้ข้าต้องเข้าสู่หนึ่งร้อยห้าสิบอันดับแรกให้ได้แน่นอน!"
หลี่เถี่ยใช้หัวแม่มือถูสันจมูก จิตวิญญาณการต่อสู้เต็มเปี่ยม ตัวเขาเองอยู่ขอบเขตฝึกกายขั้นที่สามระดับสูงสุด เนื่องจากการต่อสู้เสี่ยงตายมานานหลายปีในอาชีพทหารรับจ้าง พลังต่อสู้จึงเหนือกว่าผู้บ่มเพาะในระดับเดียวกันมาก
"พี่น้องพวกเราครั้งนี้ต้องไปให้ถึงก่อนลำดับหนึ่งร้อยห้าสิบ เพื่อสร้างชื่อให้โด่งดัง เหนือกว่าหลินหมิงและหวังเอี้ยนเฟิงนั่น ไม่เช่นนั้นพวกมันคงเห็นพวกเราเป็นเพียงก้อนดินที่ถูกปั้นได้ตามใจชอบแล้ว"
"รอบที่สองเริ่มแล้ว พวกเราขึ้นไปเถอะ!"
เมื่อค่ายกลเริ่มทำงานอีกครั้ง หวังหมั่งและหลี่เถี่ยต่างก็จับจองตำแหน่งคนละหนึ่งตำแหน่ง หลังจากยืนประจำที่แล้ว หวังหมั่งก็กล่าวว่า "เฮ้ อันดับหนึ่ง เจ้าจะไม่ขึ้นมาหรือ?"
อันดับหนึ่งที่ว่านี้ย่อมเรียกหลินหมิง
"พวกเจ้าไปก่อนเถิด" หลินหมิงมองจางเถี่ยและหวังหมั่งแวบหนึ่ง คนทั้งสองนี้มีกลิ่นอายสังหารรุนแรง เห็นได้ชัดว่าเคยฆ่าคนมาไม่น้อย คนประเภทนี้โดยทั่วไปแล้วจะไม่ด้อยพลัง
แสงสว่างวาบขึ้น หวังหมั่งและหลี่เถี่ยต่างก็เข้าสู่ค่ายกลหมื่นสังหาร
อาวุธของทั้งสองล้วนเป็นดาบใหญ่ สังหารศัตรูท่ามกลางฝูงชนด้วยท่วงท่าที่เปิดกว้างและห้าวหาญ ทรงพลังยิ่งนัก แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ทั้งสองก็พบอย่างรวดเร็วว่าค่ายกลหมื่นสังหารนั้นยากกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก
แม้หลี่เถี่ยจะเคยสังหารผู้บ่มเพาะฝึกกายขั้นที่สามขอบเขตฝึกอวัยวะระดับสูงสุดหกคนรวดที่ชายแดน แต่นั่นคือการสังหารทีละคน ทว่าตอนนี้ต้องเผชิญกับการโจมตีจากศัตรูนับสิบพร้อมกัน อย่าว่าแต่สังหารระดับฝึกอวัยวะสูงสุดเลย แม้แต่สังหารผู้ที่เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตฝึกอวัยวะก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ส่วนพวกฝึกกายขั้นที่สองขอบเขตฝึกเนื้อนั้น แม้จะดาบเดียวหนึ่งศพ แต่เมื่อฆ่าไปหนึ่งตัว ก็จะมีระดับฝึกอวัยวะ หรือแม้แต่ศัตรูขอบเขตฝึกกายขั้นที่สี่ขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นปรากฏตัวออกมาแทนที่ ยิ่งฆ่าก็ยิ่งตกอยู่ในอันตรายรอบด้าน!
พลังต่อสู้สูงสุดของทั้งสองทำได้เพียงก้ำกึ่งกับผู้บ่มเพาะที่เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็น แต่ตอนนี้ยังต้องเผชิญกับการรุมล้อมจากศัตรูคนอื่นๆ ผลสุดท้ายหลังจากยื้อไว้ได้เพียงหนึ่งก้านธูปก็พ่ายแพ้ไปทีละคน
คะแนนสุดท้าย หวังหมั่งอยู่อันดับหนึ่งร้อยห้าสิบหก หลี่เถี่ยอยู่อันดับหนึ่งร้อยห้าสิบแปด
ไม่สามารถเข้าสู่หนึ่งร้อยห้าสิบอันดับแรกได้!
เมื่อทั้งสองถูกค่ายกลหมื่นสังหารดีดออกมา แล้วมองดูคะแนนบนศิลาจัดอันดับ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกพ่ายแพ้ ด้วยพลังของพวกเขากลับยังไม่สามารถสังหารเข้าไปถึงหนึ่งร้อยห้าสิบอันดับแรกได้!
อีกทั้งพวกเขาอายุสิบแปดปีแล้ว พื้นที่ในการก้าวหน้าในวันหน้ามีไม่มากนัก เกรงว่าจนกว่าจะจบการศึกษาจากสำนักชีเสวียน ก็อาจจะยังไม่สามารถสังหารเข้าไปถึงหนึ่งร้อยอันดับแรกได้
………..