- หน้าแรก
- สัประยุทธ์ทะลุฟ้า ลูกสาวลงเขาไปป่าวประกาศว่าข้าคือมหาจักรพรรดิยุทธ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 8 งานอดิเรกสุดแปลกของเซียวเหยียน เป้าหมายที่สองของเยี่ยนเอ๋อร์!
บทที่ 8 งานอดิเรกสุดแปลกของเซียวเหยียน เป้าหมายที่สองของเยี่ยนเอ๋อร์!
บทที่ 8 งานอดิเรกสุดแปลกของเซียวเหยียน เป้าหมายที่สองของเยี่ยนเอ๋อร์!
ตระกูลเซียว เมืองอูถ่าน
หลังจากที่ทุกคนพากันนั่งรอจนเหงือกแห้งตั้งแต่เช้าจรดเที่ยง
ด้วยความที่ฉีเยียนเอ๋อร์อยากกินมื้อเที่ยงเสียก่อน ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงห้องโถงใหญ่ของตระกูลเซียวเสียที
ห้องโถงแห่งนี้กว้างขวางใหญ่โตมาก และภายในก็มีผู้คนมารวมตัวกันอยู่ไม่น้อย
คนเหล่านี้ย่อมเป็นลูกท่านหลานเธอทั้งชายหญิง คนเฒ่าคนแก่ และเด็กเล็กของตระกูลเซียวที่เซียวจ้านเรียกมารวมตัวกันก่อนหน้านี้นั่นเอง
หลังจากที่แขกผู้มาเยือนและเจ้าบ้านนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว
ฉีเยียนเอ๋อร์ก็นั่งลงข้างๆ นาหลันเยียนหรานและเริ่มสวาปามอาหารเลิศรสอย่างเอร็ดอร่อย
นาหลันเยียนหรานรู้สึกงุนงงกับภาพที่เห็นยิ่งนัก
ตอนที่เดินซื้อของเมื่อครู่ พวกนางก็กินกันไปตั้งเยอะแล้วนี่นา
แต่กระเพาะของเด็กคนนี้ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ไม่ว่าจะยัดอะไรลงไปเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่มเสียที...
เซียวจ้านนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน สายตากวาดมองไปทั่วทั้งห้องโถง
เมื่อเห็นว่าเซียวเหยียน ลูกชายของตนยังมาไม่ถึง สีหน้าของเขาก็เริ่มดูไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใด
แต่เพราะเรื่องแค่นี้ ตาเฒ่าทั้งสามคนข้างล่างนั่นต้องเอาไปทำเป็นเรื่องใหญ่โตอย่างแน่นอน!
และก็เป็นไปตามคาด ผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลเซียวที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างก็มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเหี่ยวย่น พวกเขาลอบส่งสายตาให้กันอย่างรู้ใจ
ในขณะเดียวกัน
ภายใต้การนำทางของพ่อบ้านชรา เซียวเหยียนก็มาถึงหน้าประตูห้องโถงแล้ว
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"
หลังจากเคาะประตูด้วยความเคารพสองสามครั้ง เซียวเหยียนก็ผลักประตูเข้าไปเบาๆ
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือกลุ่มคนที่คุ้นเคยที่สุด
ผู้เป็นบิดาและผู้อาวุโสทั้งสามซึ่งมีสีหน้าเรียบเฉยนั่งอยู่บนที่นั่งระดับสูง ส่วนทางซ้ายมือคือเหล่าผู้อาวุโสและคนรุ่นเยาว์ที่มีความโดดเด่นและมีอิทธิพลในตระกูล
ส่วนอีกด้านหนึ่ง มีคนแปลกหน้าสามคนนั่งอยู่
"แขกผู้มีเกียรติ!"
นัยน์ตาลึกล้ำของเซียวเหยียนกวาดมองทั้งสามคน
ชายชราในกลุ่มนั้นมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าขณะมองดูอีกสองคน ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนที่พูดคุยด้วยง่าย
ทว่าตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของเขากลับทำให้หัวใจของเซียวเหยียนหล่นวูบ
คุรุยุทธ์ระดับเจ็ดดาว!
ชายชราท่าทางใจดีมีเมตตาผู้นี้กลับเป็นถึงคุรุยุทธ์ระดับเจ็ดดาว ซึ่งมีระดับสูงกว่าบิดาของเขาถึงสองดาว ช่างรู้หน้าไม่รู้ใจเสียจริง!
ข้างกายชายชราคือหญิงสาวรูปโฉมงดงามและเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าชัง!
เด็กหญิงตัวน้อย!!
เป็นที่รู้กันดีว่าเซียวเหยียนคือผู้ทะลุมิติมา
แม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในวัยรุ่น แต่แท้จริงแล้วอายุของเขาปาเข้าไปเกือบสี่สิบปีแล้ว!
เขามีความคิด... ที่ค่อนข้างพิเศษ... กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
หลังจากเพ่งพินิจอย่างละเอียด เซียวเหยียนก็พบว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง!
นางมัดผมแกละสองข้าง และบนริมฝีปากจิ้มลิ้มยังมีคราบอาหารติดอยู่ประปราย...
ขณะที่กำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ นางก็สังเกตเห็นว่ามีคนกำลังมองมา เมื่อเงยหน้าขึ้น นางก็สบเข้ากับสายตาที่จ้องมองมาตรงๆ ของเซียวเหยียน
ฉีเยียนเอ๋อร์รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที นางเบะปากเล็กๆ
"ไอ้หัวเหลือง...!!!"
"เอ่อ..."
เซียวเหยียนไม่เข้าใจความหมาย แต่เขาก็รีบเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด
เขาเบนสายตาไปมองหญิงสาวรูปงามผู้นั้นแทน
นางน่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ รูปโฉมของหญิงสาวผู้นี้งดงามกว่าหญิงสาวหลายคนในตระกูลเซียวเสียอีก
แม้แต่เซียวเม่ยก็ยังเทียบไม่ติด
คนเดียวที่พอจะสูสีกับนางได้ก็คือซวินเอ๋อร์ ที่เอาแต่เรียกเขาว่า 'พี่เซียวเหยียน' อยู่ตลอดเวลานั่นแหละ
จี้หยกสีเขียวห้อยระย้าอยู่บนติ่งหูขาวผ่องของหญิงสาว ส่งเสียงกระทบกันดังกังวานยามสั่นไหวเล็กน้อย เผยให้เห็นถึงความล้ำค่า
ทว่าบนใบหน้าและแววตาของนาง กลับเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างสุดซึ้ง
และสายตาอันเปี่ยมรักนั้น ย่อมทอดมองไปยังเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ข้างกาย
เมื่อเห็นภาพนี้ หัวใจของเซียวเหยียนก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด
นางอายุเท่าไรกันเชียว...
กลับมีลูกสาวโตป่านนี้แล้วหรือ?
ถ้าเช่นนั้น พ่อของเด็กผู้หญิงคนนี้ก็ต้องเป็นพวกเดรัจฉานด้วยน่ะสิ?
ถุย!
เซียวเหยียนรีบปฏิเสธความคิดนั้นในใจ จะบอกว่าเขาเป็นเดรัจฉานได้อย่างไรกัน?
เขาก็แค่อยากจะลงมือกับเด็กหญิงวัยสี่ขวบตอนที่ตัวเองอายุ 'ห้าขวบ' เท่านั้นเอง!
ฮึ่ม~
เซียวเหยียนแค่นเสียงเย็นชาในใจ
'นาหลันเยียนหราน หากวันนี้เจ้าทำให้ข้าต้องอับอาย ก็อย่าหาว่าข้าลงมือกับลูกสาวของเจ้าก็แล้วกัน!'
"ท่านพ่อ ท่านผู้อาวุโสทั้งสาม!"
เซียวเหยียนรีบก้าวไปข้างหน้าและโค้งคำนับคนทั้งสี่บนที่นั่งระดับสูงอย่างนอบน้อม
"หึหึ เหยียนเอ๋อร์มาแล้วหรือ รีบนั่งลงสิ"
เมื่อเห็นเซียวเหยียนมาถึง เซียวจ้านก็พยักหน้าและส่งสายตาให้
สองพ่อลูกมีความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง
เซียวเหยียนรู้ดีว่านี่คือการบอกให้เขารีบลงไปนั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าโจมตี
เซียวเหยียนยิ้มและพยักหน้ารับ เขาสแสร้งทำเป็นไม่เห็นสายตารังเกียจและรำคาญใจของผู้อาวุโสทั้งสาม
ทว่าเมื่อสายตาของเขาตกลงบนที่นั่งในห้องโถงใหญ่ เขากลับพบว่าไม่มีที่ว่างสำหรับเขาเลยแม้แต่ที่เดียว!
สิ่งนี้ทำให้หัวใจของเซียวเหยียนสั่นสะท้าน
สิ่งที่ควรจะเกิด มันก็ต้องเกิดสินะ!
เซียวจ้านที่กำลังหัวเราะพูดคุยอยู่กับเก๋อเย่ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติในเวลานี้เช่นกัน
เมื่อเห็นว่าเซียวเหยียนยังคงยืนเก้ออยู่ตรงนั้น ความโกรธเกรี้ยวก็ฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาขมวดคิ้วมองผู้อาวุโสรองที่เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้
"ผู้อาวุโสรอง ท่าน..."
"อะแฮ่ม ข้าต้องขออภัยจริงๆ ที่ลืมจัดที่นั่งให้นายน้อยสาม ท่านผู้นำตระกูล ท่านก็รู้ดีนี่ว่าเขามักจะไม่ค่อยมาร่วมงานแบบนี้"
ผู้อาวุโสรองแสร้งทำเป็น 'ตำหนิตัวเอง' และตบหน้าผากฉาดใหญ่
"เดี๋ยวข้าจะให้คนรีบไปจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้แหละ!"
"พี่เซียวเหยียน มานั่งตรงนี้สิ!"
ในตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะแผ่วเบาของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากในห้องโถงใหญ่
ผู้อาวุโสทั้งสามชะงักไปเล็กน้อย และเมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวผู้นี้ พวกเขาก็มีท่าทีอึกอักและไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก!
เสียงของหญิงสาวดึงดูดความสนใจของทุกคน รวมไปถึงฉีเยียนเอ๋อร์ที่กำลังกินอาหารอยู่ด้วย
ฉีเยียนเอ๋อร์หันไปมองด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นหญิงสาวร่างระหงในชุดกระโปรงสีเขียวกำลังถือหนังสือเล่มหนึ่ง นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"พี่เยียนหราน ดูเหมือนว่าเซียวเหยียนคนนี้จะไม่ธรรมดาอย่างที่ข้าคิดไว้เสียแล้ว!"
"โอ้?"
นาหลันเยียนหรานรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เมื่อเห็นท่าทางมึนงงของนาง ฉีเยียนเอ๋อร์ก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากพลางหัวเราะคิกคัก
"ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า หากเขาเป็นแค่เศษสวะที่ไร้ค่าจริงๆ แล้วเหตุใดเขาถึงได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวที่แม้แต่ตาเฒ่าทั้งสามยังต้องเกรงใจเล่า?"
"อืม"
นาหลันเยียนหรานพยักหน้า เห็นด้วยว่ามันมีเหตุผล
แต่นางก็ยังคงเอ่ยเสียงหนักแน่น
"แล้วอย่างไรล่ะ? ไม่ว่าเขาจะเป็นเศษสวะหรืออัจฉริยะ ชะตาชีวิตของข้า นาหลันเยียนหราน ข้าต้องเป็นผู้กำหนดเอง!"
"ตกลงเจ้าค่ะ~"
ฉีเยียนเอ๋อร์กัดแอปเปิลเข้าไปอีกคำ ปากเล็กๆ เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างน่ารัก
ทว่าดวงตากลมโตเป็นประกายของนาง กลับจับจ้องไปที่หญิงสาวตรงมุมห้องเสียแล้ว
ท่านพ่อ~
เป้าหมายที่สองของเยียนเอ๋อร์... อยู่นี่แล้ว!
หมู่บ้านลั่วฝาน
"ฮัดชิ่ว~"
ฉีฟ่านที่กำลังงีบหลับอยู่ จู่ๆ ก็จามออกมาเสียงดัง
"ต้องเป็นยัยหนูเยียนเอ๋อร์กำลังคิดถึงข้าอยู่แน่ๆ!"
"ไม่รู้ว่าตอนนี้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง ผ่านไปตั้งวันหนึ่งแล้วยังไม่เห็นเรียกหาข้าเลย!"
ณ มุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่ตระกูลเซียว
เซียวซวินเอ๋อร์แย้มยิ้ม ท่วงท่าของนางดูสง่างามและเยือกเย็น นางกะพริบตาปริบๆ อย่างน่ารักส่งให้เซียวเหยียน
เมื่อมองดูใบหน้าเปื้อนยิ้มของซวินเอ๋อร์ เซียวเหยียนก็ลูบปลายจมูกแก้เก้อ ก่อนจะเดินเข้าไปหาท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของชายหนุ่มหลายคน
"เจ้าช่วยข้าไว้อีกแล้วนะ"
เซียวเหยียนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มขื่น
เซียวซวินเอ๋อร์ยิ้มบางๆ นิ้วเรียวงามพลิกหน้าหนังสือเก่าแก่ในมืออีกครั้ง
"พี่เซียวเหยียน ท่านรู้ตัวตนของพวกเขาหรือไม่?"
"เจ้ารู้หรือ?"
เซียวเหยียนแสร้งถามกลับ สีหน้าดูประหลาดใจเล็กน้อย
ซวินเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสามที่นั่งอยู่อีกฝั่ง
"บนแขนเสื้อของพวกเขาปักลวดลายก้อนเมฆและกระบี่สีเงิน ซึ่งมันก็บ่งบอกตัวตนของพวกเขาได้อย่างชัดเจนแล้วล่ะ"
"สำนักม่านเมฆ!"
เซียวเหยียนเอ่ยเสียงเครียด
เมื่อเห็นสีหน้าของเซียวเหยียน เซียวซวินเอ๋อร์ก็เอ่ยเรียบๆ
"ดูเหมือนข้าจะไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ พี่เซียวเหยียนคงจะรู้จุดประสงค์ของพวกเขาแล้วสินะ"
"ซวินเอ๋อร์~"
เซียวเหยียนพยักหน้ารับ เขาลังเลอยู่นานก่อนจะเอ่ยปากถาม
"เจ้าว่า... เด็กผู้หญิงคนนั้นจะเป็นลูกสาวของนางหรือไม่?"
"..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวซวินเอ๋อร์ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
พี่เซียวเหยียนของนางไปเอาความคิดวิปริตผิดมนุษย์มนาแบบนี้มาจากไหนกัน?
แม้เด็กหญิงตัวน้อยน่ารักคนนี้จะยังดูเด็กนัก แต่ก็มีอายุราวๆ หกเจ็ดขวบแล้ว
หากนางเป็นลูกของนาหลันเยียนหรานจริงๆ นั่นไม่เท่ากับว่านาหลันเยียนหรานมีลูกตั้งแต่ยังไม่ถึงสิบขวบเลยหรือไง...
พอคิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเซียวซวินเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไปทันที!
ดวงตาที่เคยสงบนิ่งกลับกลายเป็นเย็นชาขึ้นมาฉับพลัน
หรือว่าเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ นาง จะเคยมีความคิดบัดซบเช่นนี้ด้วย?
.............