- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 68 - ความสุข
ตอนที่ 68 - ความสุข
ตอนที่ 68 - ความสุข
68 - ความสุข
"อาหารที่เลิศรสที่สุด..." เจียงเสี่ยวโหรวเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง นางมองอี้อวิ๋น ในความมืดนั้นดวงตาของนางเป็นประกายระยิบระยับ
นางรู้สึกว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้ราวกับความฝัน
"พี่เสี่ยวโหรว ท่านรอทานอย่างเดียวก็พอ"
อี้อวิ๋นมีสีหน้าจดจ่อ ในชีวิตนี้เขาเคยทำอาหารมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะตั้งใจทำอาหารเท่าวันนี้!
อี้อวิ๋นได้เครื่องครัวและเครื่องปรุงครบชุดมาจากตาเฒ่าซู แม้แต่เหล้าหมักชั้นดีเขาก็ยังขอมาได้บ้าง ซึ่งเพียงพอที่จะให้เขาแสดงฝีมือการทำอาหารออกมาได้อย่างเต็มที่
เขาเริ่มตั้งหม้อเติมน้ำ เตรียมวัตถุดิบ หั่นเนื้อ ปรุงรส ทำน้ำราด ทอดน้ำมัน...
ในแต่ละขั้นตอน อี้อวิ๋นทำอย่างพิถีพิถัน
นอกจากนี้เขายังทำอาหารหลายอย่างพร้อมกัน ในขณะที่จานนี้กำลังเคี่ยวอยู่ เขาก็เตรียมจานถัดไปไว้แล้ว
เขียงที่ใช้หั่นผักก็คือท่อนไม้ที่ล้างจนสะอาด ส่วนมีดแน่นอนว่ามาจากตาเฒ่าซู
หลังจากบรรลุขั้นขัดเกลาร่างกายที่สมบูรณ์แบบ อี้อวิ๋นมีพละกำลังเพิ่มขึ้นมาก ฝีมือการใช้มีดของเขานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นยอดเยี่ยม วัตถุดิบที่หั่นออกมาบางราวกับปีกจักจั่น และรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
เจียงเสี่ยวโหรวที่ยืนมองฝีมือการใช้มีดของอี้อวิ๋นอยู่ข้างๆ ภายใต้แสงไฟจากกองฟืน ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
น้องชายของนางกลายเป็นคนเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เพื่อให้เจียงเสี่ยวโหรวได้ทานของดีๆ อี้อวิ๋นได้ทำอาหารจานเด็ดที่มีขั้นตอนสลับซับซ้อนหลายอย่าง อาหารเหล่านี้แม้จะเป็นตอนที่เขาอยู่บนโลกมนุษย์ เขาก็ยังต้องระมัดระวัง เพราะขั้นตอนมันเยอะ และตัวเขาเองก็ไม่ใช่เชฟมืออาชีพ หากไม่ระวังอาจจะทำผิดไปสักหนึ่งหรือสองขั้นตอน ซึ่งมันจะไม่สมบูรณ์แบบ
แต่ในตอนนี้ หลังจากบรรลุขั้นเส้นชีพจร เส้นชีพจรในสมองเชื่อมทะลุ พลังงานส่งตรงถึงยอดศีรษะ อี้อวิ๋นรู้สึกว่าความคิดของเขาเฉียบคมขึ้นมาก แม้จะทำอาหารสองสามอย่างพร้อมกัน เขาก็สามารถจัดการแต่ละขั้นตอนได้อย่างคล่องแคล่วและไม่มีที่ติ
เมื่ออาหารจานหนึ่งเสร็จและตักขึ้นมา อีกจานก็เข้าหม้อทันที ทุกอย่างดูไหลลื่นดุจสายน้ำ
ส่วนเจียงเสี่ยวโหรวนั้นยืนตะลึงไปแล้ว กลิ่นหอมที่โชยมาเตะจมูกนั้น ชวนให้เจริญอาหารยิ่งนัก
ปกติเจียงเสี่ยวโหรวแทบไม่เห็นเนื้อเค็มเลยสักชิ้น นางจะเคยเห็นอาหารชั้นเลิศระดับนี้ได้อย่างไร?
สิ่งที่อี้อวิ๋นทำออกมานั้น ล้วนใช้วัตถุดิบที่เป็นเนื้ออสูรชั้นดี ด้วยฐานะและนิสัยตะกละของตาเฒ่าซู หากไม่ใช่เนื้ออสูรเขามักไม่เก็บไว้ และต่อให้เป็นเนื้ออสูร เขาก็ยังเลือกเฉพาะตัวที่มีรสชาติดีเยี่ยมเท่านั้น
บวกกับเครื่องปรุงต่างๆ ที่ตาเฒ่าซูทิ้งไว้ให้ ล้วนเป็นของล้ำค่าที่มีราคาสูง ดังนั้นในวันนี้ อี้อวิ๋นจึงได้แสดงฝีมือออกมาเกินระดับปกติ อาหารชั้นยอดจานแล้วจานเล่าจึงถูกรังสรรค์ขึ้นมา
เจียงเสี่ยวโหรวที่มองดูอาหารรสเลิศที่วางเต็มท่อนไม้ รู้สึกราวกับฝันไป
ทั้งหมดนี้คือเรื่องจริงหรือ?
เมื่อครู่นี้ นางยังกังวลเรื่องชีวิตและอาหารในอนาคตอยู่เลย แต่ตอนนี้ นางกลับได้เผชิญหน้ากับอาหารชั้นยอดเช่นนี้ นี่เป็นสิ่งที่น้องชายทำออกมาจริงๆ หรือ? เป็นสิ่งที่นางสามารถทานได้จริงๆ หรือ?
"พี่เสี่ยวโหรว รีบทานเถอะ ลมบนเขาเย็นนัก หากไม่รีบทานเดี๋ยวจะเย็นหมด"
อี้อวิ๋นยกถ้วยเนื้อนึ่งที่มีลักษณะใสราวกับคริสตัลขึ้นมา "นี่เรียกว่า เนื้อนึ่งแป้ง พี่เสี่ยวโหรว ท่านลองชิมดู"
บนโลกมนุษย์ เนื้อนึ่งแป้งที่ทำจากเนื้อสามชั้นธรรมดาก็มีรสชาติอร่อยแล้ว ตอนนี้ใช้เนื้ออสูรนึ่งออกมา ยิ่งเป็นเลิศเหนือระดับ
อี้อวิ๋นคีบเนื้อชิ้นหนึ่งไปจ่อที่ปากของเจียงเสี่ยวโหรว
เดิมทีมีแต่นางที่เป็นฝ่ายป้อนอาหารให้อี้อวิ๋น วันนี้ถูกอี้อวิ๋นป้อนเนื้อนึ่งแป้งเช่นนี้ เจียงเสี่ยวโหรวรู้สึกไม่ชินเล็กน้อย นางหน้าแดงระเรื่อ ก่อนจะอ้าปากรับไปคำหนึ่ง นางรู้สึกเพียงว่าเนื้อนั้นละลายในปาก หอมหวนชวนชิม และไม่มีความเลี่ยนเลยแม้แต่น้อย กลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวสารทิ้งท้ายไว้ให้ตราตรึงใจ
เจียงเสี่ยวโหรวไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ในโลกใบนี้จะมีของที่อร่อยถึงเพียงนี้อยู่ด้วย
สำหรับคนที่ต้องทนหิวโหยมานาน การได้ทานหมี่น้ำสักถ้วยก็รู้สึกว่าเป็นรสชาติสวรรค์แล้ว ยิ่งมิต้องพูดถึงเนื้ออสูรนึ่งแป้งชั้นเลิศที่ต่อให้เป็นบนโลกมนุษย์ก็นับว่าเป็นอาหารระดับภัตตาคารเช่นนี้
เจียงเสี่ยวโหรวรู้สึกว่าลิ้นของนางแทบจะขยับไม่ได้เลย มันอร่อยเกินไป รสชาติแบบนี้ นางอย่าว่าแต่เคยชิมเลย แม้แต่จะคิดนางยังไม่เคยคิดถึงมัน
"เนื้อน้ำแดง, ไก่อบเกลือ, ผักลวก, และซุปกระดูกอสูรใส่ผักป่า!"
อี้อวิ๋นแนะนำอาหารแต่ละอย่างที่เขาทำออกมา ในบรรดาสิ่งที่ตาเฒ่าซูทิ้งไว้ให้ยังมีผักใบเขียวอยู่บ้าง เขาจึงนำมาผัดเพื่อให้มีทั้งเนื้อและผักสมดุลกัน
อาหารดั้งเดิมสไตล์หัวเซี่ย (จีน) เมื่อใช้ร่วมกับวัตถุดิบจากต่างโลกเหล่านี้ รสชาติยิ่งยกระดับขึ้นไปอีกขั้น แม้แต่ตัวอี้อวิ๋นที่เป็นคนช่างกินและจุกจิกเรื่องรสชาติ ก็ยังรู้สึกว่ามันสมบูรณ์แบบมาก
เจียงเสี่ยวโหรวทานอย่างเอร็ดอร่อยราวกับพายุพัด การได้ทานอาหารเช่นนี้มิต่างอะไรกับความฝัน
อีกทั้งอาหารเหล่านี้ เมื่อเข้าสู่ท้องแล้วก็เปลี่ยนเป็นกระแสความร้อนไหลเวียนไปทั่วร่าง รู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก!
นี่เป็นผลมาจากเนื้ออสูรที่เข้าช่วยขัดเกลาร่างกายนั่นเอง
เนื้ออสูรเป็นสิ่งที่ชาวบ้านยากไร้ในถิ่นทุรกันดารแทบไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง หากสามารถทานเนื้ออสูรได้ทุกวัน ร่างกายย่อมแข็งแกร่งและไร้ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ!
แม้แต่ผักป่าที่ตาเฒ่าซูทิ้งไว้ให้ ล้วนแต่เป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายประการ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะหามาทานได้
สองพี่น้องทานกันอย่างเต็มคราบ เพียงเวลาประมาณหนึ่งเค่อ (15 นาที) อาหารรสเลิศบนท่อนไม้ก็ถูกกำจัดจนเกลี้ยงดุจพายุพัดผ่าน
ยากจะจินตนาการได้ว่า เจียงเสี่ยวโหรวที่เพิ่งจะมืดแปดด้าน ทั้งหิวทั้งหนาวและรู้สึกสิ้นหวัง เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ นางกลับทานจนอิ่มแปล้ และด้วยพลังงานจากอาหารที่หล่อเลี้ยงอยู่ นางจึงรู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งตัว
มีเพียงผู้ที่เคยผ่านความหิวโหยมาจริงๆ เท่านั้น ถึงจะรู้ว่าการมีอาหารรสเลิศนั้นเป็นความสุขเพียงใด
ในเวลานี้ อี้อวิ๋นเริ่มสร้างบ้านต้นไม้
หลังจากบรรลุขั้นขัดเกลาร่างกายที่สมบูรณ์แบบ อี้อวิ๋นมีพละกำลังมหาศาล การสร้างบ้านต้นไม้อย่างง่ายจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
"อวิ๋นเอ๋อ หลายวันที่ผ่านมานี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
เจียงเสี่ยวโหรวมองอี้อวิ๋นที่ยุ่งอยู่กับการสร้างบ้าน ในใจของนางยังคงรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน
สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) นี้มันเหลือเชื่อเกินไป
"อืม ข้าได้พบกับตาเฒ่าที่ดูไร้ยางอายแซ่ซูคนหนึ่ง เขาเห็นว่าข้ามีโครงสร้างกระดูกที่ประหลาดและยอดเยี่ยม จึงได้ให้คำชี้แนะข้าและมอบผลประโยชน์ให้บ้าง เรื่องก็ประมาณนี้แหละ พี่เสี่ยวโหรว ท่านวางใจเถอะ ข้าไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว วันหน้าชีวิตของพวกเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ"
บ้านไม้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว แต่ในเขาสูงนั้นอากาศหนาวเย็นและความชื้นสูง การนอนในบ้านไม้อาจจะยังหนาวเกินไป
แม้ว่าจะมีกองไฟอยู่ใกล้ๆ แต่ความอบอุ่นจากกองไฟก็ต้องคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถเผาไหม้ได้ทั้งคืน พวกเขาก็ยังคงต้องทนหนาวอยู่ดี
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวโหรวถูหูไปมาเป็นระยะ อี้อวิ๋นก็ยิ้มบางๆ เขาลงจากบ้านต้นไม้ และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลับมาพร้อมกับหัวของสัตว์อสูร "ซื่อหลินโซ่ว"
ภายในหัวของอสูรซื่อหลินอัดแน่นไปด้วยพลังงานธาตุไฟที่เข้มข้น เมื่อนำมาวางไว้ในบ้านต้นไม้ มันจึงทำหน้าที่เปรียบเสมือนเตาผิงขนาดเล็ก เพียงไม่นานภายในบ้านต้นไม้ก็อบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ
ในคืนนี้ อี้อวิ๋นทำให้เจียงเสี่ยวโหรวประหลาดใจมากเกินไป นางจึงเลือกที่จะไม่ถามอะไรอีก
นางล้มตัวลงนอนบนแผ่นไม้ที่เรียบง่ายในบ้านต้นไม้ ทว่านางรู้สึกว่าในช่วงเวลาใดๆ ของชีวิตที่ผ่านมา นางไม่เคยรู้สึกมั่นใจและมั่นคงเท่าวันนี้มาก่อน
ได้กินอิ่ม ได้ดื่มอย่างเพียงพอ มีบ้านที่อบอุ่น และมีอี้อวิ๋นอยู่เคียงข้าง ในโลกนี้จะมีอะไรที่เป็นความสุขไปมากกว่านี้อีก?
………..