- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตไอดอลตกอับ สู่เศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งญี่ปุ่น
- บทที่ 31 - ดูบ้าน
บทที่ 31 - ดูบ้าน
บทที่ 31 - ดูบ้าน
บทที่ 31 - ดูบ้าน
★★★★★
"รักข้ามรุ่นของนักเขียนหน้าใหม่ มัตสึซากะ เคโกะเปิดตัวคบหานักเขียนรุ่นน้องอย่างกล้าหาญ ข่าวฉาวรักข้ามวงการระหว่างนักเขียนกับนักแสดงดังกระฉ่อน..."
ภายในห้องฝึกซ้อม โยชิโอกะ โชตะถือปึกหนังสือพิมพ์และนิตยสารเอาไว้ในมือพลางอ่านพาดหัวข่าวเสียงดังลั่น ก่อนจะหันไปมองฮานิว ฮิเดกิด้วยสายตาหยอกล้อ
"จึ๊จึ๊... ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน คุณฮานิวก็ไปคว้าแฟนสาวดีกรีซูเปอร์สตาร์มาควงซะแล้ว"
ฮานิว ฮิเดกิที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ กลับมีท่าทีสบายๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก "ก็แค่มีแฟนเอง จะตกใจอะไรกันนักหนาครับ"
วันนี้เป็นวันที่สองแล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ฮานิว ฮิเดกิและมัตสึซากะ เคโกะเดินควงแขนกันอย่างเปิดเผยที่สำนักพิมพ์โชงากูกัง
และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ เพียงแค่วันรุ่งขึ้นสื่อต่างๆ ก็เริ่มประโคมข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาทันที
ก็แหงล่ะ เล่นเดินควงแขนโชว์ตัวกลางที่สาธารณะขนาดนั้น ต่อให้ไม่อยากตกเป็นข่าวก็คงยาก
อันที่จริงก่อนหน้าที่พวกเขาจะมาปรากฏตัวด้วยกัน ก็มีคนปล่อยข่าวลือออกมาก่อนแล้วว่าเห็นเขากับมัตสึซากะ เคโกะเดินออกจากไนต์คลับด้วยกัน
การที่พวกเขาโผล่มาให้เห็นแบบแพ็กคู่ในครั้งนี้ก็ถือเป็นการยืนยันข่าวลือนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
หลังจากคืนที่พวกเขาทานมื้อค่ำด้วยกัน ทั้งสองคนก็กลับมาสานต่อความเร่าร้อนที่อพาร์ตเมนต์กันอีกคืน พอเช้าวันรุ่งขึ้นมัตสึซากะ เคโกะก็ต้องรีบออกไปทำงานตามตารางที่วางไว้ แต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าค่ายภาพยนตร์โชจิกุ เธอก็ถูกกองทัพนักข่าวแห่มาดักรอสัมภาษณ์เสียก่อน
และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสื่อมวลชน มัตสึซากะ เคโกะก็ยอมรับเรื่องความรักอย่างตรงไปตรงมาไม่มีปิดบัง
ส่งผลให้ในวันนี้อย่างที่โยชิโอกะ โชตะเพิ่งจะอ่านให้ฟัง สื่อทุกสำนักไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต่างก็พากันเล่นข่าวการคบหากันของพวกเขาทุกช่องทาง
คนหนึ่งคือนักเขียนหน้าใหม่ที่กำลังฮอตฮิตติดลมบน ส่วนอีกคนคือนักแสดงตัวแม่เบอร์ต้นๆ ของค่ายโชจิกุ การเปิดตัวคบหากันของคนดังระดับนี้แถมยังมีช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกันพอสมควร ย่อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนนำไปเขียนข่าวสร้างกระแสได้อย่างสนุกมือ ส่งผลให้เรื่องราวความรักของทั้งคู่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในช่วงข้ามคืน
แต่ถ้าถามถึงผลกระทบที่ตามมา เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรเลวร้ายนักหรอก ยังไงซะพวกเขาก็เป็นแค่นักเขียนกับนักแสดง ไม่ได้มีกฎข้อห้ามเรื่องการมีความรักเสียหน่อย
ในทางกลับกัน นอกเหนือจากเรื่องอายุที่ห่างกันแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็มองว่าพวกเขาเป็นคู่รักที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก หนุ่มหล่อสาวสวยแถมยังเก่งกาจทั้งคู่
บรรดาแม่บ้านที่เป็นแฟนคลับของฮานิว ฮิเดกิก็ไม่ได้ออกมาต่อต้านอะไร ซ้ำยังมีบางคนที่คลั่งไคล้ถึงขั้นโทรศัพท์ไปที่ค่ายภาพยนตร์โชจิกุเพื่อฝากฝังให้มัตสึซากะ เคโกะในฐานะพี่สาวช่วยดูแลฮานิว ฮิเดกิให้ดีๆ อีกด้วย
"แผนงานโฆษณาไปถึงไหนแล้วครับ แล้วได้ติดต่อไปทางโอกูริโชจิบ้างหรือยัง"
ฮานิว ฮิเดกิหันไปถามฮิโรฮาชิ อาซาโกะ เขาไม่ชอบให้เพื่อนเข้ามาวุ่นวายเรื่องชีวิตรักส่วนตัวจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาและหันมาสนใจเป้าหมายหลักของการมาที่นี่แทน
เพื่อเรื่องนี้ เมื่อเช้าเขาถึงขั้นต้องโทรไปปฏิเสธคำชวนไปเที่ยวของมัตสึซากะ เคโกะ ทำเอาอีกฝ่ายบ่นกระปอดกระแปดใส่เขาไปยกใหญ่
ล้อเล่นหรือเปล่า ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาได้ทะลุมิติมาทั้งทีก็ต้องมุ่งมั่นสร้างเนื้อสร้างตัวสิ จะให้มามัวจมปลักหลงระเริงอยู่แต่ในอ้อมกอดหญิงงามได้ยังไง
อืม... เอาจริงๆ ก็คือคลุกคลีกันมาหลายวันจนเริ่มรู้สึกเบื่อๆ แล้วต่างหาก สงสัยต้องถอยออกมาตั้งหลักเพื่อบิลด์อารมณ์ใหม่สักหน่อย
เฮ้อ เขาเนี่ยมันเป็นผู้ชายเฮงซวยจริงๆ เลยนะ
"นานๆ ทีจะเห็นคุณฮานิวเป็นห่วงเรื่องงานนะคะเนี่ย แผนงานถูกส่งไปให้ทางฮากุโฮโดเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่เนื่องจากไอเดียของคุณฮานิวค่อนข้างแปลกใหม่ ทางนั้นก็เลยต้องใช้เวลาพิจารณานานหน่อย ตอนนี้คุณอิโตกำลังคอยตามเรื่องอยู่นะคะ"
ฮิโรฮาชิ อาซาโกะอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง
"เรื่องโอกูริโชจิผมเป็นคนรับผิดชอบเองครับ หลังจากที่คุณฮานิวสั่งงานปุ๊บ ผมก็รีบติดต่อไปทันทีเลย แต่ว่าตอนนี้โฆษณาเสื้อผ้าคอลเล็กชันฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนของพวกเขาถ่ายทำเสร็จไปหมดแล้ว พวกเราคงต้องรอร่วมงานกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวแทนครับ"
คราวนี้เป็นคิวของโยชิโอกะ โชตะที่ตอบคำถาม พอพูดถึงเรื่องงานเขาก็ปรับโหมดเป็นคนจริงจังขึ้นมาทันที สลัดคราบคนชอบเผือกเรื่องชาวบ้านเมื่อครู่นี้ทิ้งไปจนหมดสิ้น
"ต้องให้ความสำคัญกับโอกูริโชจิมากๆ นะครับ ถ้าทำผลงานออกมาได้ดีเราก็จะได้ร่วมงานกันในระยะยาว และอย่าลืมรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทางเดนสึด้วยล่ะครับ"
ฮานิว ฮิเดกิกำชับโยชิโอกะ โชตะเสร็จก็หันไปถามฮิโรฮาชิ อาซาโกะต่อ "โฆษณาไอศกรีมตัวนั้น พวกเราตั้งงบประมาณในแผนงานที่เสนอให้ฮากุโฮโดไว้ที่เท่าไหร่ครับ"
"เรื่องงบประมาณเรายังไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่นอนลงไปค่ะ"
"อะไรนะครับ" ฮานิว ฮิเดกิรู้สึกแปลกใจ ทำแผนงานเสร็จแล้วแต่ดันยังไม่สรุปงบประมาณเนี่ยนะ จะเป็นไปได้ยังไง
"ก็เพราะเพลงของคุณฮานิวนั่นแหละค่ะ ตอนนี้เรายังสรุปไม่ได้ว่าจะให้ใครเป็นคนร้องและก็ยังไม่แน่ใจว่าจะให้ตัวนักร้องมาแสดงนำในโฆษณาด้วยเลยไหม ค่าตัวของคนดังกับคนไม่ดังมันต่างกันลิบลับเลยนะคะ" ฮิโรฮาชิ อาซาโกะอธิบายเหตุผล
"อย่างน้อยก็น่าจะกำหนดกรอบงบประมาณคร่าวๆ ไว้ก่อนสิครับ"
"คุณฮานิวคะ ถึงแม้เราจะเป็นบริษัทผู้ผลิต แต่เรื่องการตัดสินใจคัดเลือกตัวบุคคลสำคัญแบบนี้ เราก็ต้องรับฟังความเห็นจากทางฮากุโฮโดและแบรนด์ผู้ว่าจ้างด้วยนะคะ" ฮิโรฮาชิ อาซาโกะอธิบายเพิ่ม
"นั่นสินะครับ การอยู่คนเดียวมันจะทำอะไรตามใจชอบไปหมดทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้จริงๆ" พอได้ยินว่ามีเรื่องจุกจิกน่าปวดหัวโผล่มาอีก ท่าทางมาดมั่นพร้อมลุยของฮานิว ฮิเดกิก็เหี่ยวลงทันตาเห็น
"บนโลกนี้ไม่มีใครสามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ แต่ตราบใดที่พวกเรายังคงก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยเราก็จะสามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้มากขึ้นเรื่อยๆ ภายในขอบเขตของเราค่ะ" ฮิโรฮาชิ อาซาโกะให้กำลังใจ
"ถ้าอย่างนั้นก็ขอตั้งตารอให้ถึงวันนั้นไวๆ ก็แล้วกันครับ" ฮานิว ฮิเดกิพูดจบก็ลุกขึ้นยืน "จัดตารางสอนให้ผมสักคาบสิครับ ไม่ได้พาสาวๆ เต้นมาตั้งนานรู้สึกคิดถึงบรรยากาศนั้นจังเลย"
"อืม... งั้นเอาเป็นคาบนี้ก็แล้วกันค่ะ" ฮิโรฮาชิ อาซาโกะยื่นตารางสอนให้ฮานิว ฮิเดกิ
"สอนเสร็จผมขอตัวกลับก่อนเลยนะครับ พอดีช่วงบ่ายผมมีนัดไปดูบ้านที่เขตบุงเกียวน่ะครับ"
"ยังหาที่ถูกใจไม่ได้อีกเหรอคะ"
เพื่อนร่วมงานทุกคนรู้ดีว่าฮานิว ฮิเดกิกำลังหาซื้อบ้านใหม่ ช่วงที่ผ่านมาเขาก็ตระเวนดูมาหลายที่แถมยังเคยมาขอคำแนะนำจากพวกเขาด้วย
"คุณยาดะบอกว่าครั้งนี้ผมจะต้องถูกใจแน่นอนครับ เอาล่ะ ผมไปสอนก่อนนะครับ"
ฮานิว ฮิเดกิโบกมือลาแล้วเดินออกจากห้องทำงานไป
คล้อยหลังฮานิว ฮิเดกิ โยชิโอกะ โชตะก็เหลือบมองกองหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเปิดตัวแฟนสาวของฮานิว ฮิเดกิ ก่อนจะล้วงธนบัตรใบละพันเยนออกมาวางแหมะลงบนโต๊ะของฮิโรฮาชิ อาซาโกะ
"มาพนันกันไหมครับ ผมเดาว่าคู่นี้คบกันได้ไม่เกินครึ่งปีหรอก"
ฮิโรฮาชิ อาซาโกะตวัดสายตาค้อนใส่โยชิโอกะ โชตะ "ฉันไม่เอาด้วยหรอกค่ะ เรื่องไร้สาระแบบนี้"
ทว่าหลังจากพูดจบฮิโรฮาชิ อาซาโกะก็เหลือบมองภาพความสวยสะพรั่งของมัตสึซากะ เคโกะบนหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ถ้าดูจากเส้นทางที่มัตสึซากะ เคโกะตั้งใจจะเดินต่อไป ในอนาคตเธอคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเล่นฉากเปลื้องผ้าในภาพยนตร์อีก ถึงเวลานั้นก็คง..."
ถึงแม้เธอจะพูดไม่จบประโยค แต่ทั้งสองคนต่างก็เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่นั้นเป็นอย่างดี
...
อีกด้านหนึ่ง หลังจากสอนเต้นให้สาวๆ อย่างสนุกสนานเสร็จเรียบร้อย ฮานิว ฮิเดกิก้ออกจากห้องฝึกซ้อมและเดินทางมุ่งหน้าตรงไปยังเขตบุงเกียวทันที
เขตบุงเกียวตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเขตชิบูย่าและเขตชิโยดะ เป็นย่านที่ขึ้นชื่อว่ามีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำที่สุดในโตเกียวมาอย่างยาวนาน
ภายในเขตนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยถึงสิบห้าแห่ง รวมถึงโรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายรวมกันมากกว่าแปดสิบแห่ง จึงได้รับขนานนามว่าเป็นเขตแห่งการศึกษาและวัฒนธรรมอันเงียบสงบ
ถ้าฮานิว ฮิเดกิย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆ มันก็คงจะเข้ากับภาพลักษณ์การเป็นนักเขียนของเขาได้อย่างเหมาะเจาะ
บ้านที่ยาดะ โยชิฮิโระเลือกมาให้เขาดูเป็นบ้านเดี่ยวสไตล์ญี่ปุ่นทั่วไป ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินคาสึกะ
เดินเพียงสิบนาทีก็ถึงสวนโคอิชิคาวะโคราคุเอ็น ซึ่งเป็นจุดชมดอกบ๊วย ดอกซากุระ และใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงระดับท็อปของโตเกียว
ตัวบ้านเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปีที่แล้ว แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ข้างในก็ยังใหม่เอี่ยมไม่เคยผ่านการใช้งาน ยาดะ โยชิฮิโระเล่าว่าเจ้าของบ้านเดิมมีแพลนจะอพยพไปตั้งรกรากที่อเมริกาจึงตัดสินใจประกาศขาย
สไตล์การตกแต่งบ้านจะออกไปทางยุโรป มีทั้งหมดสามชั้นบนดินพร้อมโรงจอดรถ และมีชั้นใต้ดินแบบครึ่งชั้นสำหรับใช้เป็นห้องเก็บของ
การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายแต่ดูดี ไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าแบบยุโรปดั้งเดิม จุดที่ฮานิว ฮิเดกิถูกใจที่สุดก็คือห้องนอนมาสเตอร์บนชั้นสองที่มีเตียงนุ่มๆ ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
นอกจากนี้ชั้นสองยังมีระเบียงกว้างขวางที่สามารถออกไปยืนกินลมชมวิวได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ลองจินตนาการดูสิว่าในวันที่แดดร่มลมตก ได้นอนทอดหุยบนเก้าอี้ผ้าใบอาบแดดอุ่นๆ คงจะฟินน่าดู และถ้ามีแมวสักตัวให้กอดเล่นด้วยล่ะก็ชีวิตคงจะสมบูรณ์แบบสุดๆ
เรื่องความเป็นส่วนตัวก็ถือว่าสอบผ่านฉลุย เพราะมีรั้วไม้สูงตระหง่านล้อมรอบช่วยบดบังสายตาจากภายนอกได้เป็นอย่างดี แถมริมกำแพงด้านในยังมีต้นโฟทิเนียสีแดงสดปลูกเรียงรายเป็นแนวยาวดูสวยงามสะดุดตา
ถ้าจะต้องหาจุดติก็คงเป็นเรื่องการจัดสวนนี่แหละ ดูเหมือนว่าเจ้าของเดิมจะปล่อยปละละเลยมานาน ต้นไม้ใบหญ้าก็เลยเหี่ยวเฉาแห้งตายไปซะส่วนใหญ่
"คุณยาดะครับ บ้านหลังนี้ผมถูกใจมากเลย ถ้าเจรจาราคาได้ลงตัวผมก็ตกลงซื้อเลยครับ" ฮานิว ฮิเดกิตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
[จบแล้ว]