- หน้าแรก
- ยุคเปลี่ยนอาชีพ ฝ่าวิกฤตแดนลับอสูร
- บทที่ 9 โป๊ะแตกซะแล้ว ไอพวกนี้มันเพื่อนร่วมอาชีพทั้งนั้นนี่หว่า!
บทที่ 9 โป๊ะแตกซะแล้ว ไอพวกนี้มันเพื่อนร่วมอาชีพทั้งนั้นนี่หว่า!
บทที่ 9 โป๊ะแตกซะแล้ว ไอพวกนี้มันเพื่อนร่วมอาชีพทั้งนั้นนี่หว่า!
บทที่ 9 โป๊ะแตกซะแล้ว ไอพวกนี้มันเพื่อนร่วมอาชีพทั้งนั้นนี่หว่า!
"ลงจากรถ เอามือวางไว้บนรถแล้วรับการตรวจค้นซะ!"
ทหารกลุ่มหนึ่งในชุดลายพรางที่สวมเครื่องระบุตัวตนผึ้งงาน ยกปืนกลมือเล็งมาที่รถฮัมเมอร์หกล้อของหยวนเกอ
ภายในค่ายพักเขตเหมืองแร่ ผู้เปลี่ยนอาชีพหลายสิบคนก็เดินออกมาจากเงามืด ทุกสายตาจ้องเขม็งมาที่รถฮัมเมอร์ของหยวนเกอ
ทุกคนอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมรบเต็มพิกัด
หยวนเกอยกยิ้มมุมปาก ด้ายวิญญาณเลื้อยพล่านไปตามผิวหนัง ก่อนจะปกคลุมทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
"ด้ายวิญญาณ การจำลองร่าง!"
ด้ายวิญญาณในตอนนี้ถูกหยวนเกอแปรสภาพให้กลายเป็นเสื้อโค้ทกันลมสีดำสวมทับบนร่าง
และใบหน้าของเขา ภายใต้การถักทอของด้ายวิญญาณ ก็เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของไอ้ตัวซวยที่ถูกเขาสังหารไปก่อนหน้านี้
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว เขาก็ออกคำสั่งให้ชายร่างยักษ์หวังลี่ลงจากรถ
หวังลี่ก้าวลงจากที่นั่งคนขับ ชูสองมือที่สวมถุงมือขึ้นสูง ก่อนจะวางทาบลงบนรถฮัมเมอร์
เมื่อเห็นว่าคนในค่ายเหมืองแร่ไม่ได้เปิดฉากยิง หยวนเกอก็เปิดประตูลงจากเบาะหลัง
เขาวางสองมือลงบนรถฮัมเมอร์เช่นกัน
"พวกแกเป็นใคร? มาที่ค่ายเหมืองแร่ทำไม?"
หัวหน้าหน่วยทหารชุดลายพรางหันปากกระบอกปืนเล็งมาที่หยวนเกอ ส่วนลูกทีมคนอื่นๆ เล็งไปที่หวังลี่ซึ่งมีพลังระดับทองแดง
"ผมชื่อหลิวซิงเหิน เป็นคนของตระกูลหลิวจากเขตปลอดภัยที่ 3 เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จเลยถูกส่งมาขุดแร่ที่เหมืองนี้ ส่วนชายร่างยักษ์คนนี้คือบอดี้การ์ดของผม"
"ระดับทองแดง 3 ดาว คลาสนักรบสายพละกำลัง ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด"
"เขามีหน้าที่มาส่งผมที่นี่!"
หยวนเกอตอบกลับด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ในฐานะคุณชายตระกูลหลิว แม้จะเป็นแค่คนธรรมดา แต่ก็ถือเป็นผู้มีอิทธิพลของเขตปลอดภัยที่ 3 คนพวกนี้ยังไงก็ต้องไว้หน้ากันบ้างแหละ!
หยวนเกอคิดคำนวณในใจ
ทว่า เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า ทหารเหล่านี้พอได้ยินตัวตนของเขา ต่างก็มีสีหน้าแปลกประหลาดกันไปหมด
"นายก็คือไอ้ตัวซวยที่มาสวมรอยเป็นคุณชายตระกูลหลิวสินะ?"
จังหวะนั้นเอง ทหารร่างท้วมในชุดลายพรางคนหนึ่งก็ชะโงกหน้าเข้ามาถามแบบจ่อๆ
เชี่ยเอ๊ย แบบนี้มันเกินไปแล้วนะ
ฉันยังไม่ได้เริ่มแสดงเลย โป๊ะแตกแล้วเหรอวะ?
หยวนเกอถึงกับเหวอ เดิมทีเขาตั้งใจจะยืมชื่อหลิวซิงเหินมาใช้เพื่อหาผลประโยชน์ในค่ายเหมืองแร่สักหน่อย
ถ้าได้เป็นหัวหน้าคนงานเหมืองอะไรทำนองนั้นก็คงดี
แบบนั้นเขาจะได้แอบดูดซับแร่คริสตัลดำได้สะดวกขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว ในความคิดของเขา ตระกูลหลิวก็ถือเป็นขั้วอำนาจในเขตปลอดภัยที่ 3 มีอิทธิพลไม่น้อย
คุณชายจากตระกูลใหญ่จะขอตำแหน่งหัวหน้าคนงานเหมืองธรรมดาสักตำแหน่ง อภิสิทธิ์แค่นี้ไม่น่าจะมีปัญหา!
เขาอุตส่าห์คิดบทละครเตรียมไว้ตั้งแต่บนรถแล้วเชียว
แต่ดูจากตอนนี้ เรื่องราวมันเหนือความคาดหมายไปไกลลิบ
นี่ฉันยังไม่ได้เริ่มแสดงเลย ความก็แตกซะแล้ว!
ทุกคนที่นี่รู้หมดว่าเขาเป็นตัวปลอม
แล้วแบบนี้จะให้เล่นบทไหนต่อวะ?
เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนคนท้องผูกของหยวนเกอ เหล่าทหารชุดลายพรางที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"ไอ้หนู แกกำลังคิดจะใช้ฐานะคุณชายตระกูลหลิวมากอบโกยผลประโยชน์จากค่ายเหมืองแร่ของเราอยู่ใช่ไหมล่ะ?"
"ไม่แค่นั้นหรอก ฉันเดาว่ามันต้องคิดไว้ด้วยแน่ๆ ว่าถ้าได้ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยคนงานเหมืองก็คงดี ถึงตอนนั้นนอกจากจะสบายแล้ว ยังไม่ต้องลงแรงทำงานอีกต่างหาก"
"ฮ่าๆๆๆ..."
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเยาะอย่างไม่เกรงใจของพวกทหาร
หยวนเกอก็ถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ
อยากจะฆ่าไอ้พวกนี้ทิ้งชะมัด!
โดยเฉพาะไอ้อ้วนคนนั้น แกจะหัวเราะก็หัวเราะไปสิ แต่ไอ้การขำจนตัวงอน้ำตาไหลนี่มันหมายความว่าไงวะ?
ทักษะการแสดงของฉันมันห่วยแตกขนาดนั้นเลยหรือไง?
เส้นเลือดบนหน้าผากของหยวนเกอปูดโปนขึ้นมาสองจังหวะ
ขณะเดียวกัน ในใจของเขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมา เขาคิดแบบนั้นจริงๆ และเตรียมจะลงมือทำด้วย
แต่... ไอ้พวกนี้มันรู้ได้ยังไง?
หรือว่าในกลุ่มคนพวกนี้จะมีผู้เปลี่ยนอาชีพอยู่ด้วย?
แถมยังปลุกพลังอ่านใจได้อีก?
"หัวหน้า ผมเดาว่าไอ้หมอนี่ต้องกำลังสงสัยว่าพวกเรามีพลังอ่านใจอยู่แน่ๆ!"
ไอ้อ้วนที่เรียกเขาว่าตัวซวยเป็นคนแรก ปรายตามองหยวนเกอด้วยสายตากวนประสาท ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างหัวหน้าหน่วย
ทายถูกอีกแล้วเหรอวะ?
ตอนนี้สภาพจิตใจของหยวนเกอแทบจะพังทลาย
มันเหมือนกับว่าเขาอุตส่าห์คิดบทละครสุดบรรเจิดขึ้นมาได้ กำลังตื่นเต้นที่จะได้ถ่ายทำเป็นหนัง แถมยังเตรียมตัวดังเป็นพลุแตกไว้แล้ว
แต่ทว่า ในวันเปิดกล้อง พวกนักแสดงประกอบแค่ฟังเขาเล่าตอนต้นเรื่อง ก็ดันเดาตอนจบของบทละครออกซะงั้น
แบบนี้มัน... โคตรจะพังเลย
เมื่อเห็นสีหน้าของหยวนเกอเปลี่ยนจากเหวอเป็นตกตะลึง จากตกตะลึงเป็นพังทลาย และสุดท้ายก็กลายเป็นเขียวคล้ำ
หัวหน้าหน่วยก็รู้ว่าได้เวลาพอสมควรแล้ว
เขาจึงโบกมือห้ามทันที
"เอาล่ะ พอได้แล้ว นายก็เลิกแกล้งเขาได้แล้ว ทำอย่างกับนายไม่ใช่ไอ้ตัวซวยที่มาสวมรอยเป็นคุณชายตระกูลฮั่วอย่างนั้นแหละ"
หัวหน้าหน่วยกลั้นขำพลางถลึงตาใส่ไอ้อ้วน
ฝ่ายหลังถึงกับสะดุ้งหดคอด้วยความกลัว
"อะไรนะ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าหน่วย หยวนเกอก็เงยหน้าขึ้นขวับ หันไปมองไอ้อ้วนหน้าตากวนประสาทคนนั้น
ในแววตาของเขามีทั้งความสงสัย ความประหลาดใจ แต่ที่มากที่สุดคือความพังทลาย
ไม่ใช่ว่าทักษะการแสดงของเขาห่วย แต่เป็นเพราะเขาดันมาเจอเพื่อนร่วมอาชีพนี่หว่า!
มิน่าล่ะถึงได้รู้ทันความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของเขาไปซะหมด ความรู้สึกนึกคิดที่เขาเพิ่งผ่านมา ไอ้พวกเวรตรงหน้านี้คงเคยเจอมาหมดแล้วแน่ๆ
แถมในกลุ่มไอ้พวกบัดซบนี้ ต้องไม่ได้มีแค่ไอ้อ้วนคนเดียวที่เป็นตัวตายตัวแทน
สายตาของหยวนเกอกวาดมองไปทั่วทั้งหน่วย
"นายเดาถูกแล้ว หน่วยตรวจตราเหมืองแร่ของเราทั้งแปดคน ล้วนเป็นไอ้ตัวซวยที่มาขุดแร่แทนคุณชายตระกูลใหญ่ทั้งนั้น"
"ขอแนะนำตัวหน่อย ฉัน เชาเสี่ยวกัง ตัวตายตัวแทนของคุณชายตระกูลหลี่จากเขตปลอดภัยที่ 2 ปัจจุบันรับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยตรวจตราเหมืองแร่ที่ 19"
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวใหญ่ของเรานะ หลี่ไท่"
พูดจบ หัวหน้าเชาเสี่ยวกังก็ยื่นมือขวาออกมา
ในเวลานี้ สมองของหยวนเกอแทบจะอยู่ในสภาวะหยุดทำงาน เขาจับมือกับเชาเสี่ยวกังไปตามสัญชาตญาณ
ทว่า สายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับนาฬิกาข้อมือของเชาเสี่ยวกัง
บนหน้าจอนาฬิกาของเชาเสี่ยวกังในตอนนี้ กำลังแสดงข้อมูลของไอ้ตัวซวยที่ถูกเขาสังหารไปพอดี
ตั้งแต่หมายเลขประจำตัว ไปจนถึงรูปถ่ายความละเอียดสูง มีครบทุกอย่าง
นั่นทำให้หยวนเกอลอบร้องในใจว่าโชคดีเหลือเกิน
เขาคิดมาตลอดว่าไอ้ตัวซวยที่มาสวมรอยเป็นคุณชายตระกูลหลิวคนนี้ เป็นแค่หมากที่ถูกทิ้ง
จุดจบสุดท้ายก็คือถูกโยนลงไปในเหมืองให้ตายไปเอง
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว มันไม่ใช่แบบนั้นเลย
พวกผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ ใช้อำนาจของตัวเองหาทางออกให้กับเหล่าตัวตายตัวแทนในค่ายเหมืองแร่
ทางออกที่... ดีกว่าการเป็นคนงานเหมืองเป็นสิบเป็นร้อยเท่า
ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าด้ายวิญญาณไม่ได้ปลดล็อกสกิลการจำลองร่าง แล้วเขาเดินดุ่มๆ เข้ามาในค่ายเหมืองแร่แบบโง่ๆ
ป่านนี้คงโดนไอ้พวกที่ถือปืนกลมือพวกนี้ยิงพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว
หวุดหวิดไปแล้วไหมล่ะ!
หยวนเกอยิ้มขื่นในใจ ชาติที่แล้วเขาเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางของแวดวงผู้มีอิทธิพลเลยสักนิด
เอาแต่มองโลกในแง่เดียว คิดว่าพวกนั้นเป็นแค่พวกตะกละตะกลามที่กินมูมมาม
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า เหตุผลที่ผู้มีอิทธิพลก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีอิทธิพลได้ นอกจากภูมิหลังและฐานะแล้ว เล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิงก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน
การฆ่าตัวตายตัวแทนทิ้งสักคนน่ะมันง่าย
แต่ถ้าต้องแลกมาด้วยชื่อเสียงที่ว่าเนรคุณ หรือเสร็จนาฆ่าโคถึก มันก็ไม่คุ้มเสีย
คนเขายอมรับเคราะห์แทนลูกชายคุณแล้ว คุณยังจะไปฆ่าเขาปิดปากอีก แบบนี้มันหมาป่าตาขาวชัดๆ!
ต่อให้เป็นคนในแวดวงเดียวกัน ก็คงพากันตีตัวออกห่าง
แต่ถ้าใช้อิทธิพลของตัวเอง โยนเศษเนื้อให้พวกตัวตายตัวแทนเหล่านี้สักหน่อย
นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงอำนาจของตระกูลตัวเองแล้ว ยังได้หน้าได้ตา แถมยังซื้อใจคนได้อีก
มีแต่ได้กับได้ ทำไมจะไม่ทำล่ะ?
"แหะๆ... พี่หลี่ไท่ เราสองคนเหมือนกันเลย เป็นตัวตายตัวแทนของคุณชายตระกูลใหญ่จากเขตปลอดภัยที่ 3 ฉันชื่อจวงเฉียง มาสวมรอยแทนคุณชายตระกูลฮั่ว"
ไอ้อ้วนหน้าตากวนประสาทคนนั้นขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกครั้ง
หัวเราะแหะๆ แล้วพูดขึ้น
หลี่ไท่!
อืม นี่คงเป็นชื่อของไอ้ตัวซวยที่ถูกเขาสังหารไปสินะ
และเป็นชื่อที่เขาต้องใช้สวมรอยแทนด้วย
"สะ... สวัสดีพวกนาย... ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
ภายในใจของหยวนเกอพังทลายไม่มีชิ้นดี แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงนี้
เขาทำได้เพียงแสร้งทำเป็นประหม่า แล้วพูดตะกุกตะกักออกไป
"ฮ่าๆๆ... พี่หลี่ไท่เกรงใจไปแล้ว มาถึงที่นี่ พวกเราก็คือครอบครัวเดียวกัน"
"ได้รับการดูแลจากพวกผู้มีอิทธิพล ต่อให้พวกเราจะเป็นแค่คนธรรมดา แต่ก็มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีในที่แห่งนี้"
"พี่หลี่ไท่อาจจะยังไม่รู้ หน่วยตรวจตราเหมืองแร่นี้ ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อคนประเภทพวกเราโดยเฉพาะเลยนะ"
"งานนี้มีอำนาจมากกว่าการเป็นหัวหน้าคนงานเหมืองอะไรนั่นตั้งเยอะ"
ไอ้อ้วนจวงเฉียงหัวเราะแหะๆ พลางพูดขึ้น ในแววตาฉายแววภาคภูมิใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น คนอื่นๆ ในหน่วยต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ เห็นได้ชัดว่ายอมรับในคำพูดของจวงเฉียง
"เอาล่ะ ยืนยันตัวตนผ่านแล้ว จวงเฉียง นายพาพี่หลี่ไท่ไปพักผ่อนที่หอพักเถอะ"
"คนอื่นๆ ตามฉันไปที่ปากเหมือง ไปจัดการเรื่องสถิติและตรวจสอบแร่คริสตัลดำให้เรียบร้อย"
"ทำงานในมือให้เสร็จ พอตกดึก พวกเราจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพี่หลี่ไท่กัน"
"รับทราบครับ หัวหน้าเชา!"
สมาชิกหน่วยตรวจตราเหมืองแร่ขานรับพร้อมกัน
จากนั้นก็แยกย้ายกันไปเป็นกลุ่มๆ
"พี่หลี่ไท่ ไปเถอะ ฉันจะพานายกลับหอพักเอง!"
(จบบทที่ 9)