- หน้าแรก
- แค่แต่งภรรยาวาสนาจักรพรรดิก็พุ่งพรวด ข้าจึงกวาดสาวงามสามพันนางเสียเลย
- บทที่ 48 ล่อออกมาเพื่อที่จะได้ฆ่าให้เรียบ
บทที่ 48 ล่อออกมาเพื่อที่จะได้ฆ่าให้เรียบ
บทที่ 48 ล่อออกมาเพื่อที่จะได้ฆ่าให้เรียบ
หลี่เซียวราวกับยักษ์ไททัน พุ่งชนตะลุยไปทั่วทั้งผืนป่า เพียงครู่เดียวก็จัดการทำร้ายทหารอิวโจวทั้งหมดจนหมดสภาพ
ทำให้พวกมันสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปจนสิ้น!
ที่ทำเช่นนี้ ก็เพื่อเหลือเอาไว้ให้หน่วยเหมันต์ทมิฬมาเก็บกวาด เพื่อเป็นการฝึกฝนพวกนาง ให้พวกนางได้เรียนรู้การฆ่าคนและเห็นเลือดเพื่อการเติบโต
ฉินโม่อวี่เมื่อได้เห็นความแข็งแกร่งของหลี่เซียวก็ตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง ก็คงไม่กล้าคิดเลยจริงๆ!
ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
ในขณะเดียวกันนางก็รู้สึกโชคดีอยู่บ้าง ที่ได้มาพบกับหลี่เซียว ในใจลอบยินดีอย่างเงียบๆ
ทหารอิวโจวที่สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว ถูกหลี่เซียวทำให้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ พยายามเอ่ยปากร้องขอชีวิต
"ยะ... อย่าฆ่าพวกเราเลย ขอร้องล่ะ ปล่อยพวกเราไปเถอะ!"
"พวกเรากับพวกเจ้าไม่มีความแค้นเคืองอันใดต่อกัน ไม่เห็นจะต้องทำกันถึงตายเลย!"
"ชะ... ใช่แล้ว..."
ปฏิกิริยาของทหารอิวโจวเหล่านี้ ค่อนข้างเหนือความคาดหมายของหลี่เซียว
หลี่เซียวรู้ดีแก่ใจ หากไม่จัดการคนพวกนี้ให้สิ้นซาก สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือการถูกตามล้างแค้นอย่างไม่จบไม่สิ้น
และอีกอย่าง จุดประสงค์ที่หลี่เซียวจงใจปล่อยสยงอิงให้ออกจากจวนตระกูลหลี่ไป ก็เพื่อล่อให้สยงอิงนำกำลังคนทั้งหมดมารวมตัวกัน
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถกวาดล้างพวกมันได้ในคราวเดียว
หลี่เซียวเมินเฉยต่อคำร้องขอชีวิตของทหารอิวโจว: "มู่อิง ประเดี๋ยวจัดการให้สะอาดหมดจดหน่อยล่ะ อย่าทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้เด็ดขาด!"
"เจ้าค่ะ!"
มู่อิงพยักหน้ารับ รู้สึกยำเกรงในตัวหลี่เซียวเป็นอย่างยิ่ง
เดิมทีมู่อิงยังแอบดูแคลนหลี่เซียวอยู่บ้าง ทว่าหลังจากได้ทำความรู้จัก ก็พบว่าตาเฒ่าผู้นี้มีเสน่ห์ล้นเหลือเกินไปแล้ว
นางยินดีที่จะทำงานรับใช้หลี่เซียวอย่างเต็มใจ ยิ่งไปกว่านั้น หลี่เซียวยังมีข้าวให้กิน ทำให้นางไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไป
ในเวลานั้นเอง ฉินโม่อวี่ก็เอ่ยปากขึ้นเบาๆ ถามหลี่เซียวว่า:
"ท่านพี่ ขะ... ข้าขอลงมือฆ่าพวกมันสักสองสามคนเพื่อล้างแค้นได้หรือไม่เจ้าคะ?"
หลี่เซียวยกแขนขึ้น ยิ้มบางๆ:
"หึหึ ได้สิ!"
"ฆ่าเลย!"
ฉินโม่อวี่พยักหน้า ความอ่อนแอราวกับอิสตรีบนใบหน้ามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่าน
นางเดินไปหยุดอยู่หน้าทหารอิวโจวสองสามคน ใช้เพลงดาบตระกูลฉินฟาดฟัน เพียงครู่เดียว คนสี่ห้าคนก็ถูกสับจนร่างเละเทะแหลกเหลว
จะเห็นได้ว่าฉินโม่อวี่ผู้นี้เกลียดชังทหารอิวโจวเข้ากระดูกดำเพียงใด
หลี่เซียวอดไม่ได้ที่จะทอดทอนใจ ถึงกับมีความแค้นฝังลึกปานนี้เชียว!
แต่พูดก็พูดเถอะ เมื่อเทียบกับชาติกำเนิดและสิ่งที่ฉินโม่อวี่ต้องเผชิญแล้ว ความขมขื่นที่ได้รับก็หนักหนาสาหัสเกินคนทั่วไปจริงๆ
มู่อิงกังวลว่าทหารอิวโจวเหล่านี้จะถูกฉินโม่อวี่ฆ่าตายจนหมดเสียว นางจึงสั่งให้คนของหน่วยเหมันต์ทมิฬลงมือด้วย
หลี่เซียวยืนดูอยู่ด้านข้าง อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต เก็บ 'ทวนจอมราชันย์' เอาไว้
ยามนี้ยังมีม้าศึกอีกร้อยกว่าตัวที่ต้องจัดการ
ของพวกนี้ล้วนมีตราประทับตัวอักษรของอิวโจว จะนำมาใช้งานอย่างเปิดเผยไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจจะนำภัยถึงชีวิตมาสู่ตัวได้
ที่ซ่อนเพียงแห่งเดียวก็คือ 'มิติน้ำพุวิญญาณ'
ตรงหน้านี้ยังมีฉินโม่อวี่และคนของหน่วยเหมันต์ทมิฬอยู่ หากปล่อยให้พวกนางเห็นว่าเขาซ่อนม้าศึกกว่าร้อยตัวเอาไว้ในร่างกาย มีหวังคงตกใจจนหัวใจวายตายกันพอดี
เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ผ่านไปไม่นาน มู่อิงที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลี่เซียว: "ท่านนายกองพัน ทหารอิวโจวพวกนี้ถูกกำจัดหมดแล้วเจ้าค่ะ!"
"ดี!" หลี่เซียวพยักหน้ารับ ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้: "พวกเจ้าล่าถอยไปก่อนเถอะ ข้าจะเก็บกวาดสนามรบ จัดการปัดกวาดเช็ดถูให้พวกเจ้าเอง!"
มู่อิงรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง: "ท่านนายกองพัน เรื่องเก็บกวาดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะเจ้าค่ะ!"
"และอีกอย่าง นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย!"
หลี่เซียวโบกมือปัด เอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า: "เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด หากทำพลาดแล้วความแตกขึ้นมา อาจจะนำภัยพิบัติครั้งใหญ่มาสู่พวกเราได้ เชื่อข้าเถอะ!"
เมื่อมู่อิงเห็นท่าทีเด็ดขาดของหลี่เซียว ก็ไม่ได้พูดอะไรให้มากความอีก
"เจ้าค่ะ!"
เป็นเช่นนี้ มู่อิงและฉินโม่อวี่ก็ล่าถอยออกจากสนามรบแห่งนี้ไป หลังจากพวกนางจากไป หลี่เซียวก็ขยับตัวลงมืออย่างเต็มที่
เขานำม้าศึกทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบตัวไปซ่อนไว้ในมิติน้ำพุวิญญาณ พร้อมกับเก็บชุดเกราะและอาวุธทั้งหมดซ่อนเอาไว้ด้วย ลบร่องรอยการมีอยู่ของพวกมันให้หายวับไปจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
…
หนึ่งคืนผ่านพ้นไป ดวงอาทิตย์สาดส่องขึ้นมาตามปกติ หน่วยทหารชายแดนป้อมชิงซานยังคงสงบสุขดังเช่นทุกวัน
ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ คนของหน่วยเหมันต์ทมิฬได้เลือกที่จะลืมมันไปแล้ว
ฉินโม่อวี่ก็เช่นกัน
ยามนี้นางยิ่งมั่นใจ และยินดีที่จะติดตามรับใช้หลี่เซียวจากก้นบึ้งของหัวใจ
บุรุษผู้นี้ทำให้นางฟื้นคืนจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง
หลี่เซียวทานข้าวเช้าที่บ้านเสร็จ ก็เดินทางมายังหน่วยทหารชายแดน ตอนที่เขามาถึง พวกเมิ่งหู่และหลู่ต๋าก็กำลังเริ่มการฝึกฝนกันแล้ว
แต่ละคนต่างก็ปลดปล่อยพลังและเหงื่อไหลไคลย้อยอยู่บนลานฝึก หลังจากที่ได้เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขากับทหารประจำการ พวกเขาก็ถูกกระตุ้นอย่างแรง จึงยิ่งฝึกฝนอย่างหนักหน่วงขึ้นไปอีก
เวลาล่วงเลยมาจนถึงยามเที่ยงวัน
ในขณะที่หลี่เซียวกำลังพักผ่อนอยู่ในหน่วยทหารชายแดน แขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างเจี่ยงเทียนเซิงแห่งป้อมถังซานจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น มาโดยไม่ได้รับเชิญเหมือนครั้งก่อนไม่มีผิด
เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทำให้เหล่าทหารของหน่วยทหารชายแดนป้อมชิงซานมองเจี่ยงเทียนเซิงด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เพียงแค่เผชิญหน้ากัน บรรยากาศก็ตึงเครียดพร้อมที่จะปะทะกันได้ทุกเมื่อ
เจี่ยงเทียนเซิงกวาดสายตามองทุกคน ยิ้มบางๆ พลางกล่าวว่า: "พวกเจ้าจะมองข้าด้วยสายตาดุดันเป็นศัตรูทำไมกัน ข้ากับพวกเจ้าไม่ได้มีความแค้นเคืองอันใดต่อกันเสียหน่อย!"
เมิ่งหู่ยกทวนยาวขึ้นขวางทาง แววตาดุดัน:
"เจ้ามาที่ป้อมชิงซานของพวกเราอีกทำไม?"
เจี่ยงเทียนเซิงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า: "แน่นอนว่าเอาของขวัญชิ้นโตมามอบให้ท่านนายกองพันของพวกเจ้าน่ะสิ!"
พวกเมิ่งหู่ไม่มีใครเชื่อเลยสักคน
เขาไม่มีทางเลือก จึงตะโกนเสียงดังลั่น: "ท่านนายกองพันหลี่ อยู่หรือไม่ ข้าเอาของขวัญมามอบให้ท่านแล้ว!"
"แต่ทหารของท่านกลับเอาแต่ขวางทางข้าซะมิดเลย!"
คนไม่รบกวนเวลาผู้อื่นหากไม่มีธุระ ในเมื่อมาถึงที่นี่ ย่อมต้องมีธุระอยู่บ้าง
หลี่เซียวที่อยู่ด้านหลังมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงเอ่ยอย่างเนิบช้าว่า:
"หึหึ ท่านแม่ทัพเจี่ยง มาเยือนกะทันหันเช่นนี้ หรือว่าเตรียมจะยกป้อมถังซานทั้งป้อมให้ข้างั้นหรือ?"
ตามข้อตกลงการพนันก่อนหน้านี้
เจี่ยงเทียนเซิงแพ้พนันจนต้องยกป้อมถังซานให้ ทว่าเจ้าหมอนี่กลับไม่ยอมรับ ประกอบกับความจริงที่ว่าขุมกำลังของป้อมชิงซานยังสู้ป้อมถังซานไม่ได้ หลี่เซียวจึงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาพัฒนาตนเองไปก่อน
เรื่องที่เจี่ยงเทียนเซิงปวดใจที่สุดถูกหลี่เซียวเอามาพูดเยาะเย้ยต่อหน้า ทว่าเขากลับไม่ได้โกรธเคือง ซ้ำยังหัวเราะแห้งๆ ออกมา
"ป้อมถังซานนับเป็นตัวอะไรกัน? จะบอกให้นะ วันนี้ข้าเอาของขวัญชิ้นใหญ่มากๆ มามอบให้เจ้า!"
"ก็แค่ไม่รู้ว่าเจ้าจะกลืนมันลงหรือไม่!"
จงใจกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของหลี่เซียว
หลี่เซียวเดินเข้าไปหาเจี่ยงเทียนเซิง เอ่ยอย่างเนิบนาบว่า: "โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก ทว่าก็ยังไม่มีสิ่งใดที่คนอย่างข้าหลี่เซียวจะกลืนไม่ลงหรอกนะ!"
เจี่ยงเทียนเซิงลอบดีใจ ในที่สุดหลี่เซียวก็หลงกล เขาจึงเอ่ยว่า:
"มาๆๆ มานี่ ข้าจะเล่าให้ฟัง!"
เขาดึงตัวหลี่เซียวออกไปด้านข้าง ทำหน้าตาดูลึกลับซับซ้อน
หลี่เซียวถึงกับพูดไม่ออกอยู่บ้าง
เจ้าหมอนี่ ท่าทางวันนี้ดูไม่ชอบมาพากลเลยแฮะ ต้องระวังตัวไว้หน่อยแล้ว!
เจี่ยงเทียนเซิงกล่าวต่อในทันที:
"ท่านนายกองพันหลี่ จู่ๆ ข้าก็เพิ่งค้นพบว่า ในเขตทุ่งหญ้าของพวกคนเถื่อนทางเหนือที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับป้อมถังซาน มีทุ้งเลี้ยงม้าแห่งหนึ่งตั้งอยู่ด้วย!"
"มีม้าราวๆ หนึ่งพันตัว ซ้ำยังเป็นม้าสายพันธุ์บริสุทธิ์ของทุ่งหญ้าอีกต่างหาก แต่ละตัวมีมูลค่ามหาศาล ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหากนำมาจัดตั้งเป็นกองกำลังทหารม้า ทหารม้ากองนี้จะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด?"
"นี่มันเป็นชิ้นเนื้อก้อนโตที่น่าลิ้มลองสุดๆ เลยนะ ไม่รู้ว่าเจ้าสนใจบ้างหรือไม่?"
หากเป็นไปตามที่เจี่ยงเทียนเซิงพูด ทุ้งเลี้ยงม้าแห่งนี้ก็ถือเป็นก้อนเนื้อที่น่าหอมหวานชวนน้ำลายสอจริงๆ
ทว่าดินแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตของคนเถื่อนทางเหนือ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย เพราะความเสี่ยงมันสูงเกินไป
หลี่เซียวหัวเราะออกมา น้ำเสียงค่อยๆ เย็นชาลง:
"ท่านแม่ทัพเจี่ยง ธุรกิจดีๆ เช่นนี้ท่านกลับนึกถึงข้า สรุปแล้วท่านเห็นข้าเป็นพี่น้อง หรือเห็นข้าเป็นไอ้โง่ให้หลอกฟันกันแน่?"
เจี่ยงเทียนเซิงดูเหมือนจะเดาได้แต่แรกแล้วว่าหลี่เซียวต้องพูดเช่นนี้ จึงทำหน้าตาซื่อสัตย์จริงใจ:
"เหตุผลที่ข้ามาบอกเรื่องนี้กับเจ้า ก็เพื่อเป็นการชดใช้ข้อตกลงการพนันครั้งก่อนอย่างไรเล่า!"
พรืด!
หลี่เซียวแทบจะหลุดหัวเราะออกมา พยายามกลั้นเอาไว้อย่างเต็มที่:
"เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?"