เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 เพื่อนบ้านสุดแสนเย้ายวน

บทที่ 7 เพื่อนบ้านสุดแสนเย้ายวน

บทที่ 7 เพื่อนบ้านสุดแสนเย้ายวน


ดวงอาทิตย์เพิ่งจะตกดิน หลี่เซียวและคนอื่นๆ ก็กลับมาถึงบ้าน

เมื่อถึงบ้าน หลินซีเยว่ทั้งสามคนก็รีบวุ่นวายกับการทำอาหารให้หลี่เซียว พูดตามตรงหลี่เซียวเองก็รู้สึกหิวอยู่บ้างแล้ว

หลี่เซียวว่างงานไม่มีอะไรทำ จึงสอบถามประวัติความเป็นมาของหญิงสาวสองคนที่เก็บมาได้

พวกนางเป็นคนธรรมดา บิดามารดาหากไม่อดตายก็ถูกคนเถื่อนทางเหนือสังหาร จึงตกอยู่ในสภาพที่ต้องขายตัวเอง

คนหนึ่งชื่อเสี่ยวสือโถว อีกคนชื่ออาเม่ย

โครงหน้าของพวกนางล้วนไม่เลว ทว่าเนื่องจากขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน ประกอบกับเนื้อตัวสกปรกมอมแมม ทำให้หลี่เซียวไม่มีความคิดลึกซึ้งเหล่านั้น

เลี้ยงดูไปก่อนก็แล้วกัน!

หลี่เซียวมองพวกนางแล้วกล่าวว่า "ตั้งแต่นี้ต่อไป งานหนักงานสกปรกในบ้านพวกเจ้าต้องเป็นคนทำเด็ดขาด อย่าให้นายหญิงต้องเหนื่อยเป็นอันขาด!"

"เจ้าค่ะ!"

"พวกเราเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!"

ทั้งสองคนขานรับ

สามพี่น้องหลินซีเยว่ได้ยินเช่นนั้น ในใจก็อบอุ่น รู้สึกปลื้มปิติอย่างหาที่สุดไม่ได้ ในยุคสมัยเช่นนี้ พวกนางมีบุญบารมีความสามารถอันใดกันถึงได้รับสิ่งนี้?

ความรักที่มีต่อหลี่เซียว พุ่งพรวดขึ้นสุดหาเทียบมิได้

เนื่องจากในบ้านมีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคน หลี่เซียวจึงสร้างเพิงหญ้าคาเพิ่มอีกหนึ่งหลัง โชคดีที่ตอนนี้อากาศยังไม่หนาวนัก

แผนการซ่อมแซมบ้านเขาก็นำมาใส่ไว้ในกำหนดการเช่นกัน

ผ่านไปไม่นาน ข้าวสวยสีขาวอมร่วงก็ตักออกจากหม้อ บวกกับน้ำซุปไก่ป่า สำหรับพวกนางแล้วมันคือความอร่อยที่เทียบชั้นได้กับอาหารเทวดาเลยทีเดียว

อย่างรวดเร็ว

การทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยก็จบลง

หลังจากกินอิ่มดื่มน้ำเพียงพอแล้ว

อิ่มหนำก็เกิดกำหนัด!

หลี่เซียวและหลินซีเยว่นอนอยู่ด้วยกัน ทั้งสองห่มผ้าห่มผืนเดียวกัน ร่างกายแนบชิดไร้ช่องว่าง

ลมหายใจของทั้งสองฝ่ายล้วนร้อนรุ่มขึ้นมา

"ท่านพี่......"

"ไม่ต้องพูดแล้ว จูบข้าสิ!"

หลี่เซียวหัวเราะหึๆ อย่างเจ้าเล่ห์

"น่าชังนัก!"

เนื่องจากหลินซีเยว่ตั้งครรภ์แล้ว หลี่เซียวจึงระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากในเวลาที่ออกแรงขยับเขยื้อน

ตามมาด้วยเสียงครางกระเส่าดังก้องไปทั่วทั้งห้อง

หลี่เซียวกำลังรอดูว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดรางวัลใหม่ๆ ได้หรือไม่ ทว่าผลลัพธ์คือ ตอนนี้ยังไม่มีปฏิกิริยาอันใด

เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ทอดถอนใจอยู่เงียบๆ

ค่ำคืนผ่านพ้นไปโดยไม่รู้ตัว เขาก็พอจะเข้าใจแล้วว่า ต้องครอบครองภรรยาคนใหม่เท่านั้นจึงจะได้รับรางวัลใหม่

เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ!

บัดซบเอ๊ย!

นี่มันจะบังคับให้ตนเองสร้างกองกำลังภรรยาด้วยกำลังของตัวเองคนเดียวเลยหรือนี่!

รุ่งเช้า หลี่เซียวตื่นแต่เช้าตรู่ เดิมทีเขาก็ไม่มีนิสัยนอนตื่นสายอยู่แล้ว และยิ่งตอนนี้มีกายาจอมราชันย์แล้วด้วย

เขารู้สึกว่าตนเองมีจิตใจเบิกบานกระปรี้กระเปร่า ราวกับเป็นเครื่องจักรนิรันดร์อย่างไรอย่างนั้น

เมื่อขยับยืดเส้นยืดสาย กระดูกทั่วร่างก็ลั่นกรอบแกรบ พลันรู้สึกสบายตัวเป็นอย่างยิ่ง

ผ่านไปไม่นาน หลิ่วชุนเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ไกลก็เดินมาที่นอกกำแพงดิน โผล่ศีรษะให้เห็น

นางมีอายุเพียงยี่สิบปี รูปร่างอรชรอวบอั๋น ส่วนโค้งเว้าชัดเจน ช่างแตกต่างกับหญิงสาวที่ผอมโซไร้บ้านเหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัด

"พี่หลี่ ยุ่งอยู่หรือไม่!" หลิ่วชุนร้องเรียกเบาๆ

หลี่เซียวเงยหน้าขึ้น สายตาสบเข้ากับหลิ่วชุน ในดวงตาของแม่นางน้อยผู้นี้แฝงไปด้วยความยั่วยวนสายหนึ่ง

เป็นประเภทปีศาจราคะโดยกำเนิด

หลี่เซียวตอบกลับไปว่า:

"กำลังเตรียมตัวไปล่าสัตว์ทางเหนือสักหน่อย ไม่ได้ยุ่งอะไรนักหรอก!"

หลิ่วชุนรีบตอบรับในทันที "เช่น... เช่นนั้นถือโอกาสที่ตอนนี้ยังมีเวลา ช่วยข้าสักเรื่องได้หรือไม่จ๊ะ!"

การช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างเพื่อนบ้านก็ถือเป็นเรื่องสมควร

ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเป็นหญิงงาม

หลี่เซียวเดินเข้าไปหาหลิ่วชุน เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า "น้องสาว มีเรื่องอันใดหรือ!"

หลิ่วชุนรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง "ประตูบ้านพังน่ะจ้ะ ข้าดันมันกลับเข้าที่ไม่ได้ ท่านดูสิว่าพอจะช่วยข้าสักหน่อยได้หรือไม่!"

"เรื่องเล็กน้อย!"

หลี่เซียวตอบรับ ประตูไม้ในยุคนี้ล้วนเป็นแบบเสียบเข้าไปในร่อง ขอแค่ออกแรงดันให้เข้าที่ก็พอแล้ว

เมื่อมาถึงบ้านของหลิ่วชุนที่อยู่ติดกัน

การตกแต่งภายในบ้านก็เรียบง่ายเหมือนกับบ้านของพวกเขา ดูเงียบเหงาอ้างว้าง สิ่งที่แตกต่างก็คือบ้านของเขามีกลิ่นอายของผู้คนแล้ว

มุมหนึ่งของประตูไม้หลุดออกจากร่อง ล้มเอียงอยู่ด้านข้าง

เมื่อหลี่เซียวเห็นเช่นนั้น ก็ออกแรงที่มือดันประตูไม้กลับเข้าไปในร่องอย่างง่ายดาย ราวกับเตียวหุยขบเคี้ยวถั่วงอก

หลิ่วชุนเห็นเช่นนั้น ก็กล่าวด้วยความประหลาดใจว่า:

"พี่หลี่ ไม่คิดเลยว่าท่านอายุมากปูนนี้แล้วเรี่ยวแรงยังเยอะถึงเพียงนี้!"

"เก่งกาจกว่าคนในบ้านของข้าตั้งเยอะ!"

หลี่เซียวหลุดหัวเราะออกมา แม่นางคนนี้พูดจามีความนัยแอบแฝง เขาจึงเอ่ยหยอกล้อไปว่า:

"แก่แต่ยังมีไฟอย่างไรเล่า!"

"คนของบ้านเจ้าก็ไม่เลวหรอก!"

หลิ่วชุนได้ยินเช่นนั้น ก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปาก:

"ตัวไร้ประโยชนั่นน่ะหรือ อย่าไปพูดถึงเลย วันๆ เอาแต่ทรมานข้า แต่ตอนนี้ท้องข้ายังไม่มีวี่แววอะไรเลยสักนิด!"

หลี่เซียวชะงักไป คำพูดเช่นนี้สามารถนำมาพูดกับคนนอกได้ด้วยหรือ?

ช่างเป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมาจนน่าตกใจเสียนี่กระไร?!

หลิ่วชุนมองหลี่เซียวด้วยสายตาหยาดเยิ้ม แฝงแววหยอกเย้าอยู่หลายส่วน "พี่หลี่ ท่านได้ภรรยาสาวสวยมาตั้งสามคน ร่างกายนี้จะรับมือไหวหรือจ๊ะ?"

หลี่เซียวถูกหยอกล้อ เขาที่เป็นผู้ผ่านการศึกษาภาคบังคับเก้าปีมา ฝีปากย่อมไม่เป็นรองใคร เขาจึงกล่าวทีเล่นทีจริงว่า:

"หากว่าตามที่เจ้าพูด ก็คงแข็งแกร่งกว่าคนบ้านเจ้าเยอะล่ะ ภรรยาทั้งสามของข้าล้วนตั้งครรภ์กันหมดแล้ว!"

"อะไรนะ?" หลิ่วชุนตกตะลึง ไม่กล้าเชื่อเลยว่าหลี่เซียวที่อายุมากปูนนี้แล้ว จะเก่งกาจกว่าคนหนุ่มเสียอีก?

หลี่เซียวมองดูท่าทางตกใจของหลิ่วชุนอย่างเพลิดเพลิน

ไม่นาน หลิ่วชุนก็ได้สติกลับมา สายตาที่มองหลี่เซียวก็เปลี่ยนไป แฝงแววคลุมเครือลึกซึ้งขึ้นมาหลายส่วน

เดิมทีนางก็เป็นปีศาจราคะอยู่แล้ว แม้แต่มองหมาก็ยังดูมีใจให้

หลี่เซียวมองนางก็ยังรู้สึกจิตใจโลเลอยู่บ้าง

"พี่หลี่ ที่ท่านพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือจ๊ะ?" หลิ่วชุนตื่นเต้นขึ้นมาในทันที เดินเข้าไปจับแขนของหลี่เซียวเอาไว้

"แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องจริงสิ!" หลี่เซียวแค่นเสียงหึ ขาดก็แต่ไม่ได้พูดออกไปตรงๆ ว่าหากไม่เชื่อเจ้าก็ลองดูสิ

มาลิ้มรสกายาจอมราชันย์ดูสิ...

หลิ่วชุนส่งสายตายั่วยวนราวกับเส้นใย ความคิดเริ่มแล่นพล่าน ผ่านไปไม่นานคำพูดอันกล้าบิ่นก็หลุดออกจากปากของนาง

"พี่หลี่ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เห็นแก่ความเป็นเพื่อนบ้าน ท่านก็ช่วยข้าบ้างสิ!"

"จะได้ทำให้ข้าไปรับเงินรางวัลที่หน่วยทหารชายแดนได้บ้าง!"

"ท่านวางใจเถอะ เรื่องแบบนี้ข้าจะไม่พูดกับใคร สวรรค์รู้ดินรู้ ท่านรู้ข้ารู้!"

ยามนี้หลี่เซียวมีสีหน้าราวกับเห็นผี

สามีของหลิ่วชุนมีชื่อว่าหลี่หู่ เป็นคนหมู่บ้านตระกูลหลี่ หลี่เซียวอายุมากกว่าเขาถึงสามสิบกว่าปี นับตามลำดับอาวุโสแล้วเขามีศักดิ์เป็นรุ่นลุงของหลี่หู่เลยทีเดียว

จะให้หลับนอนกับสตรีของคนรุ่นหลังงั้นหรือ?

ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก!

ตอนนี้เขาไม่ได้ขาดแคลนสตรี ย่อมไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับคนของบ้านอื่น

หลิ่วชุนพูดไปพูดมาก็เริ่มลงมือลูบคลำ

หลี่เซียวรีบห้ามปราม: "น้องสาว ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมหรอก เจ้าเป็นสตรีของหลานชายข้านะ นี่มันเรื่องอันใดกัน?"

"ท่าน ข้า..."

จากนั้น หลี่เซียวก็ผลักหลิ่วชุนออกแล้วรีบเผ่นหนี เขาเกรงว่าหากอยู่นานกว่านี้จะอธิบายไม่ถูก

เมื่อหลิ่วชุนถูกปฏิเสธ ก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างยิ่ง ตนเองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเลยไม่ใช่หรือ?

หลี่เซียวออกจากลานบ้านของหลิ่วชุน จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือของหมู่บ้าน บ่นในใจอย่างต่อเนื่อง สตรีในยุคนี้ช่างหิวกระหายเสียนี่กระไร...

ยุคสมัยที่มีหมาป่าน้อยแต่มีเนื้อเยอะ

มีความสุขในขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับความโชคร้าย

มีชีวิตรอดต่อไป!

นั่นแหละคือวิถีที่สำคัญที่สุด!

ทางตอนเหนือเป็นป่าเขากว้างใหญ่ ภายในซ่อนเร้นไปด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิด ประกอบกับเป็นแนวชายแดน จึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปล่าสัตว์

ในทางกลับกัน

มันกลับกลายเป็นพื้นที่ล่าสัตว์ของพวกคนเถื่อนทางเหนือ

บางครั้งพวกเขายังอาศัยการลอบเข้ามาในป่าเขาเพื่อโจมตีหน่วยทหารชายแดน

ยามนี้ หลี่เซียวเพียงลำพัง หิ้วทวนยาวที่เปล่งประกายคมกริบ ก้าวยาวๆ เดินเข้าไปด้านใน

ภายในป่ากิ่งก้านใบไม้หนาทึบ ต้นไม้สูงใหญ่เทียมฟ้าบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้ภายในป่ามีกลิ่นอับชื้นลอยคละคลุ้ง

หลี่เซียวไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้

เขาใช้ทวนจอมราชันย์เบิกทาง เมื่อตวัดผ่านไป กิ่งไม้ก็หลุดร่วงลงมาราวกับกระดาษ หลี่เซียวถางทางออกเป็นเส้นสายหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

ในเวลาเดียวกัน

ไม่ไกลนักก็มีเสียงพ่นลมหายใจหนักๆ ดังแว่วมา หลี่เซียวทอดสายตามองไป ก็พบว่าเป็นหมูป่าตัวดำมะเมื่อมและมีเขี้ยวโค้งงอตัวหนึ่ง

"ของชิ้นใหญ่เสียด้วย!"

"ดวงดีจริงๆ ด้วย เข้ามาไม่ทันไรก็เจอเหยื่อแล้ว!"

"ไปตายซะเถอะ!"

จบบทที่ บทที่ 7 เพื่อนบ้านสุดแสนเย้ายวน

คัดลอกลิงก์แล้ว