เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ท่านพี่ ข้าน้อยผิดไปแล้ว~

บทที่ 4 ท่านพี่ ข้าน้อยผิดไปแล้ว~

บทที่ 4 ท่านพี่ ข้าน้อยผิดไปแล้ว~


ผ่านไปไม่นาน ในดวงตาของเขาก็ปรากฏข้อความขึ้นมาอีกครั้ง

【ครอบครองภรรยาคนที่สอง!】

【ได้รับรางวัล: ทวนจอมราชันย์, การ์ดโชคชะตา!】

ตอนนี้หลี่เซียวเข้าใจแล้วว่า การครอบครองภรรยา จะทำให้ได้รับรางวัล

ชั่วขณะนั้นในหัวก็เกิดความคิดอันกล้าบิ่นขึ้นมา

หากกวาดต้อนหญิงงามในหมู่บ้านแห่งนี้มาเป็นของตนให้หมด รางวัลที่ได้ก็จะไม่เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรอกหรือ?

การ์ดโชคชะตาในครั้งนี้ก็ยังคงมีระยะเวลาสามวัน ทว่าจำนวนวันสามารถทบซ้อนกันได้

ยามนี้จึงกลายเป็นหกวันแล้ว!

หลี่เซียวดีใจจนมุมปากไม่อาจหุบลงได้ คำเดียวเลย สะใจโว้ย!

การแลกเปลี่ยนกระบวนท่าระหว่างเขากับหลินชิงจู๋ กินเวลาไปถึงครึ่งชั่วยาม ทำให้หลินชิงจู๋ได้นั่งรถไฟเหาะอยู่หลายรอบ

เดิมทีหลินชิงจู๋ยังมองข้ามหลี่เซียว ทว่ายามนี้กลับถูกจัดการจนเชื่องเชื่อฟังอย่างว่าง่าย

หลี่เซียวเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์:

"ชิงจู๋เอ๋ย ก่อนหน้านี้เจ้าคิดว่าข้าอ่อนแอราวกับจะปลิวตามลม แล้วตอนนี้เล่า!"

หลินชิงจู๋รู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ท่านพี่ ขออภัยเจ้าค่ะ เป็นข้าที่มองคนผิดไป ท่านอย่าได้ลงโทษข้าเลยนะเจ้าคะ!"

"ก่อนหน้านี้เป็นข้าที่ไม่ดีเองเจ้าค่ะ!"

ยามนี้หลินชิงจู๋ได้กลายเป็นลูกแมวน้อยไปแล้ว และนี่คือช่วงเวลาที่นางอ่อนแอที่สุด

หลังจากหลี่เซียวปราบแม่พริกขี้หนูคนนี้ลงได้ เขาก็ดีใจจนหุบยิ้มไม่ลง

หลินชิงจู๋เองก็ไม่กล้าคิดว่า หลี่เซียวที่มีอายุถึงหกสิบปีแล้ว เหตุใดจึงยังเก่งกาจถึงเพียงนี้!

ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

หลังจากเสียงอันชวนให้คิดลึกภายในห้องเงียบหายไปได้ไม่นาน ประจวบเหมาะกับที่เสียงของหลินซีเยว่ก็ดังจากด้านนอกเข้ามาในห้องพอดี

"ท่านพี่ ตุ๋นไก่เสร็จแล้ว ทานข้าวได้แล้วเจ้าค่ะ!"

"ตกลง!"

ผ่านไปไม่นาน คนในครอบครัวก็มานั่งล้อมวงทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย

เนื่องจากไม่มีเครื่องปรุงรสมากมายนัก เนื้อไก่และน้ำซุปไก่หม้อนี้จึงเป็นรสชาติดั้งเดิม

ก็ไม่เลวเลย

คืนหนึ่งผ่านพ้นไปโดยไม่รู้ตัว

รุ่งเช้า เขารีบออกจากลานบ้านอย่างอดใจไม่ไหว แล้วมายังใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งที่ไม่มีผู้คนอยู่รอบๆ

เขาหยิบรางวัลที่ได้รับมาเมื่อวานอย่างทวนจอมราชันย์ออกมาจากมิติ

ตัวทวนเป็นสีดำสนิท ปลายทวนสร้างจากเหล็กเหมันต์ ความคมกริบของมันน่าเกรงขามจนสะกดจิตวิญญาณผู้คนได้ เทียบชั้นได้กับอาวุธเทพเลยทีเดียว

อีกทั้งทวนเล่มนี้ยังมีน้ำหนักถึงสองร้อยชั่ง หากไม่มีกายาจอมราชันย์ก็ย่อมไม่มีทางกวัดแกว่งมันได้อย่างแน่นอน

หลี่เซียวทนรอไม่ไหวที่จะทดสอบร่างกายและพลังที่ทวนจอมราชันย์มี เขาแทงมันไปยังต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าอย่างแรง

ฉึก!

เมื่อแทงออกไป ก็เกิดเสียงดัง 'ฉัวะ' ต้นไม้ใหญ่พลันถูกแทงจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ หลี่เซียวร้องอุทาน ร่างกายนี้ช่างมีพลังระเบิดที่รุนแรงเหลือเกิน

หากมองในยุคสมัยนี้ เกรงว่าคงจะเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทาน

ชวนให้ทอดถอนใจ...

หลิวปังชูธงรบตอนอายุสี่สิบเจ็ด ตนเองเพิ่งจะหกสิบ ยังมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่รอให้ทำอยู่อีกมาก!

หลังจากหลี่เซียวสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของตนเอง เขาก็รู้สึกว่าตนเองยังมีสิ่งที่สามารถทำได้อีกมาก อารมณ์ก็พลันดีขึ้นมากในพริบตา

จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าเดินไปยังทิศทางของป้อมชิงซาน

ที่นี่เทียบได้กับตัวอำเภอ ผู้คนพลุกพล่านหูตามากมาย อีกทั้งยังมีข้อมูลข่าวสารแพร่สะพัด จึงเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการเก็บเกี่ยวข่าวสารใหม่ๆ

ตลอดทาง การ์ดโชคชะตายังคงแผลงฤทธิ์ เขาเก็บเหรียญทองแดงและเศษเงินได้อีกไม่น้อย

ช่างดวงดีสุดๆ ไปเลย

เมื่อมาถึงป้อมชิงซาน

ผู้คนมีอยู่มากมาย ทว่าสตรีนั้นครอบครองสัดส่วนไปมากโข ส่วนบุรุษกลับมีน้อยจนน่าสงสาร

กระทั่งสตรีก็ยังต้องมารับบทบาทเป็นพ่อค้าแม่ขายและคนใช้แรงงาน

ไม่นานหลี่เซียวก็ถูกดึงดูดด้วยแผงนักเล่านิทานแห่งหนึ่ง ผู้ที่เล่าเรื่องเป็นชายชราวัยห้าสิบกว่าปี ท่าทางดูมีความรู้พอสมควร

ชายชราถือแผ่นไม้ตบโต๊ะอยู่ในมือ พรั่งพรูเรื่องราวออกมาอย่างคล่องแคล่วไม่ขาดสาย

หลี่เซียวฟังแล้วรู้สึกจืดชืดไร้รสชาติ ทว่าเรื่องราวของเขากลับเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดสำหรับชาวบ้านชนบท ทั้งหนุ่มสาวชาวนา

มีผู้คนไม่น้อยส่งเสียงร้องชมเชย

ผ่านไปไม่นาน ชายชราก็เล่าเรื่องจนจบ เขาจิบน้ำพลางกล่าวว่า:

"นิทานในวันนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ หากทุกท่านมีเงินก็ช่วยอุดหนุนกันหน่อย หากไม่มีก็ช่างมันเถอะ!"

พอผู้ชมได้ยินว่าขอเงิน ก็พากันหลบฉากหนีไปในทันที ราวกับทาน้ำมันไว้ที่ฝ่าเท้าอย่างไรอย่างนั้น

หลี่เซียวถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ชายชราเองก็จนใจ

จากนั้น หลี่เซียวก็เดินมาตรงหน้าชายชรา พร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า:

"พี่ชาย ก่อนหน้านี้เรื่องที่ท่านเล่ามามันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!"

"อย่างเช่นตอนม้าขาวบุกเดี่ยวฝ่าวงล้อมช่วยเจ้านายเมื่อครู่นี้ ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก!"

สายตาของชายชราตกไปอยู่ที่ตัวหลี่เซียว เขาเบ้ปาก ท่านอายุมากกว่าข้าเสียอีก ยังจะมาเรียกข้าว่าพี่อีกหรือ?

จึงกล่าวออกไปในทันทีว่า:

"พี่ชาย ท่านอย่าได้หักอายุขัยข้าเลย ข้าก็แค่หาเลี้ยงปากท้องไปวันๆ เท่านั้น!"

หลี่เซียวหัวเราะออกมา จากนั้นก็กล่าวต่อว่า "น้องชาย ดูปราดเดียวก็รู้ว่าท่านมีความรู้กว้างขวาง ข้าขอรบกวนถามคำถามสักสองสามข้อได้หรือไม่?"

เมื่อชายชราถูกชมเชย ก็รู้สึกตัวลอย จึงตอบรับอย่างเถรตรงตามธรรมชาติ:

"ได้สิ ท่านถามมาเลย!"

หลี่เซียวไม่เกรงใจ "น้องชาย ราชวงศ์ต้าอวี๋ในปัจจุบันมีกองทัพที่แข็งแกร่งม้าศึกที่กำยำ เหตุใดจึงไม่กำจัดพวกคนเถื่อนทางเหนือให้สิ้นซากไปเสียล่ะ!"

ชายชราถูกคำถามนี้ของหลี่เซียวทำให้ตกใจไม่เบา เขารีบปิดปากหลี่เซียวเอาไว้

"พี่ชาย ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราไม่มีสิทธิ์ไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพวกนี้นะ!"

"และอีกอย่างนะ ที่ข้าตระเวนไปตามตรอกซอกซอยถึงได้รู้มาว่า ราชสำนักของพวกเราไม่ได้เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดหรอก!"

"มีข่าวลือว่า ที่ช่วงหลายปีมานี้บ้านเมืองสงบสุข เป็นเพราะราชสำนักยอมจ่ายเงินจำนวนมากให้กับคนเถื่อนทางเหนือเพื่อแลกมันมา!"

หลี่เซียวจึงลองหยั่งเชิงถามดูอีกครั้ง "ดังนั้นก็หมายความว่า รอบๆ ราชวงศ์ต้าอวี๋ยังมีราชสำนักอยู่อีกมากมายสินะ?"

ชายชราพยักหน้า "ใช่แล้ว!"

หลี่เซียวเข้าใจแล้ว เมื่อไม่มีการรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ก็คือกลียุคดีๆ นี่เอง

ในเมื่อเป็นกลียุค ก็บอกไม่ได้ว่าอาจจะคล้ายคลึงกับยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักรในประวัติศาสตร์ที่แท้จริง ที่ต่างฝ่ายต่างผลัดกันขึ้นมาเรืองอำนาจ

สรุปแล้วราษฎรต่างตกอยู่ในความทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัส

หลังจากที่หลี่เซียวพอจะเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ เขาก็รู้แล้วว่าสิ่งต่อไปที่ตนต้องทำคืออะไร

เขาโยนเหรียญทองแดงให้ชายชราหนึ่งอีแปะอย่างลวกๆ แล้วเดินจากไป

ชายชรารู้สึกซาบซึ้งใจ คนวัยเดียวกันย่อมเห็นใจคนวัยเดียวกันสินะ!

ทางด้านของหลี่เซียว เขาเดินวนเวียนไปมา จนกระทั่งไปถึงร้านขายข้าวสารเพื่อซื้อเสบียงอาหาร เกลือเม็ดหยาบ และซื้อผ้าสักหน่อยให้กับภรรยาทั้งสาม

ป้อมชิงซานแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณชายแดน ข้าวของเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตมีจำกัด จึงไม่มีของดีอะไรมากนัก

สำหรับผู้คนในยุคนี้แล้ว แค่มีชีวิตรอดต่อไปได้ก็พอ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องคุณภาพอะไรเลยแม้แต่น้อย

หลี่เซียวใช้จ่ายเงินไปสามร้อยกว่าอีแปะ หิ้วข้าวของพะรุงพะรังกลับบ้าน

ระหว่างทางยังคิดจะพึ่งดวง เผื่อว่าจะสามารถเก็บเงินสามร้อยอีแปะที่จ่ายไปกลับคืนมาได้ คิดไม่ถึงเลยว่า ตนเองจะคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยฮะ!

เมื่อกลับถึงบ้าน

เมื่อหลินซีเยว่ทั้งสามคนเห็นหลี่เซียวหิ้วข้าวของกลับมาไม่น้อย ดวงตางามก็เบิกกว้าง ท่านพี่ไปร่ำรวยมาหรืออย่างไร?

ทั้งสามคนเดินออกไปต้อนรับ และรับข้าวของมาถือไว้

"ท่านพี่ ท่านเอาเงินมาจากไหนไปซื้อของมากมายถึงเพียงนี้เจ้าคะ!"

หลี่เซียวตอบส่งเดชไปว่า:

"เป็นเงินต่อโลงศพที่ข้าเก็บหอมรอมริบไว้ก่อนหน้านี้น่ะ!"

ทันทีที่สามพี่น้องหลินซีเยว่ได้ยินว่าหลี่เซียวนำเงินต่อโลงศพของตนเองออกมาใช้จนหมด ก็รู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาในพริบตา

ชั่วขณะนั้นพวกนางล้วนรู้สึกว่าไม่ได้มองคนผิดเลย

หลินซีเยว่น้ำตาคลอเบ้า เอ่ยด้วยความซาบซึ้งว่า:

"ท่านพี่ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราค่อนข้างลำบาก ท่านซื้อแค่เกลือกับเสบียงอาหารก็พอแล้ว เหตุใดจึงต้องซื้อผ้ามาอีกเล่า นี่มัน..."

หลี่เซียวมองพวกนางทั้งสามด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วกล่าวว่า:

"พวกเจ้าทั้งสามเป็นภรรยาของข้านะ การทำดีกับพวกเจ้าสักหน่อยมันไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอันใด อีกอย่าง ข้าก็อายุมากปูนนี้แล้ว จะเก็บเงินไว้ก็ไร้ประโยชน์ เอามาให้พวกเจ้าใช้สอยถือว่าใช้เงินได้ตรงจุดที่สุดแล้ว!"

"และอีกอย่าง สตรีสวมเสื้อผ้าที่ไม่มิดชิดปกปิดร่างกาย มันจะนับเป็นอันใดได้เล่า?"

เมื่อสิ้นเสียงพูด ทั้งสามคนก็น้ำตาคลอเบ้า พวกนางไม่ได้เลือกคนผิด อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ดีกับพวกนางมาก

"ท่านพี่ ท่านช่างดีเหลือเกินเจ้าค่ะ!"

ทั้งสามคนเอ่ยออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

หลี่เซียวยิ้มร่า การเอาใจสาวน้อยในยุคนี้ ต้นทุนช่างต่ำเสียจริง!

"เข้าบ้านกันเถอะ!"

ในขณะที่กำลังเตรียมตัวจะกลับเข้าไปในลานบ้าน กองทหารม้ากลุ่มหนึ่งก็ควบตะบึงบุกเข้ามาในหมู่บ้านตระกูลหลี่อย่างอุกอาจ

เมื่อหลี่เซียวเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว "เกิดเรื่องอันใดขึ้น?"

หลินซีเยว่มีสีหน้าหวาดกลัว "คะ... คาดว่าน่าจะเป็นคนจากหน่วยทหารชายแดน มาตามจับชาวบ้านที่ไม่ยอมไปรายงานตัวกระมังเจ้าคะ?"

ในระหว่างที่กำลังพูดอยู่นั้น ทหารสองนายก็พุ่งตรงมาที่ประตูบ้านของพวกเขาเช่นกัน...

จบบทที่ บทที่ 4 ท่านพี่ ข้าน้อยผิดไปแล้ว~

คัดลอกลิงก์แล้ว