เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: หม่าตงซื้อรถ

บทที่ 8: หม่าตงซื้อรถ

บทที่ 8: หม่าตงซื้อรถ


บทที่ 8: หม่าตงซื้อรถ

กลับมาถึงตัวเมืองก็เกือบจะเที่ยงแล้ว เมื่อคิดว่าการขับรถบ้านไปทำงานในอนาคตคงจะดูแปลกประหลาดเกินไป หม่าตงจึงตัดสินใจไปที่บริษัทรถเช่าเพื่อเปลี่ยนเป็นรถซีดาน

ทันทีที่รถบ้านเมอร์เซเดส-เบนซ์จอดเทียบท่าหน้าทางเข้าบริษัทรถเช่าเหิงเฉิง เหมียวจิงจิงก็เดินออกมาร้อนรับด้วยรอยยิ้ม "ผู้จัดการหม่า เอารถมาคืนหรือคะ?"

หม่าตงกระโดดลงจากรถแล้วพยักหน้า เหมียวจิงจิงถามต่อ "หลายวันที่ผ่านมานี้ พอใจกับรถคันนี้ไหมคะ?"

"พอใจสิ รถบริษัทคุณดีมาก บริการก็ยิ่งยอดเยี่ยมเข้าไปใหญ่!"

หม่าตงมองเหมียวจิงจิงที่ยิ้มแย้มเบิกบานราวกับดอกไม้ แล้วอดไม่ได้ที่จะหยอดคำหวาน "แต่ผมพอใจคุณมากกว่านะ! ฮ่าๆๆ..."

ใบหน้าของเหมียวจิงจิงแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอพูดด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย "ผู้จัดการหม่าล้อเล่นเก่งจังเลยนะคะ..."

เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเขินอายกับคำหยอดของตน หม่าตงก็พึมพำกับตัวเอง "มิน่าล่ะ เขาถึงบอกว่าผู้ชายพอรวยแล้วจะนิสัยเสีย เมื่อก่อนฉันไม่เคยกล้าหยอดใครแบบนี้เลยนะเนี่ย ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ฉายา 'พี่ตง' ของฉันคงต้องเปลี่ยนเป็น 'เสี่ยตงจอมเจ้าชู้' ซะแล้ว..."

บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วน เหมียวจิงจิงจึงรีบพูดขึ้น "ผู้จัดการหม่าคะ เดี๋ยวฉันจัดการเรื่องคืนรถให้ก่อนนะคะ..."

หม่าตงพยักหน้า ก่อนจะเสริมว่า "คืนรถบ้านได้เลย แต่ผมกะว่าจะเช่ารถซีดานสักคันน่ะ"

พอพูดถึงเรื่องงาน เหมียวจิงจิงก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที เธอเอ่ยถามด้วยความเป็นมืออาชีพ "คุณมีข้อกำหนดเรื่องระดับของรถ หรือมีคำขอพิเศษอะไรเพิ่มเติมไหมคะ?"

หม่าตงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาเช่ารถไปทำงาน ดังนั้นจะให้ดูสะดุดตาเกินไปไม่ได้ เขาจึงตอบไปว่า "หรูหราแบบมีระดับ ดูดีมีสไตล์ แต่ภายนอกต้องดูเรียบง่ายไม่เตะตา!"

เหมียวจิงจิงชะงักไป หลังจากแน่ใจแล้วว่าหม่าตงไม่ได้กำลังพูดเล่น เธอก็เอ่ยอย่างอึกอัก "ผู้จัดการหม่าคะ สเปกแบบนั้นคงมีแต่รถออดี้เท่านั้นแหละค่ะที่ตอบโจทย์..."

"อืม" หม่าตงก็คิดเช่นเดียวกัน พวกข้าราชการชอบนั่งรถออดี้กันไม่ใช่หรือไง? เรียบหรู ไม่โอ้อวด และที่สำคัญคือ นั่งสบาย!

"งั้นเอาออดี้ก็แล้วกัน! ไม่ต้องเอารุ่นท็อปหรอก เอาแค่ระดับกลางค่อนบนก็พอ..."

เหมียวจิงจิงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อครู่นี้เธอแค่ประชดไปอย่างนั้น ไม่คิดเลยว่าผู้จัดการหม่าจะเลือกออดี้จริงๆ... "ถ้าอย่างนั้นรุ่น A6 ดีไหมคะ? น่าจะตรงกับความต้องการของคุณแทบทุกอย่างเลย"

หม่าตงไม่ลังเล หลังจากลองขับดูก็ตัดสินใจเช่าทันที

แม้จะถูกหยอกล้อไปบ้าง แต่ก็ปิดการขายได้อีกหนึ่งรายการ เหมียวจิงจิงจึงอารมณ์ดีทีเดียว เธอเอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า "ผู้จัดการหม่าคะ วันนี้เถ้าแก่บริษัทของเราก็เข้ามาพอดี ให้ฉันแนะนำให้รู้จักไหมคะ?"

หม่าตงคิดในใจ 'ไหนๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว แถมเงินในกระเป๋าก็มีตั้งเยอะ กำลังหาช่องทางลงทุนอยู่พอดี ลองคุยกับเถ้าแก่ธุรกิจส่วนตัวพวกนี้ดูก็ไม่เสียหาย เผื่อจะได้ไอเดียอะไรดีๆ...' "เอาสิ พาผมไปหาเขาหน่อย ผมเองก็อยากคุยกับเถ้าแก่ของคุณเหมือนกัน"

"เอ๊ะ? อ้อ ได้ค่ะ รบกวนรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันไปเรียนให้เถ้าแก่ทราบก่อน..."

เหมียวจิงจิงเดินเลี่ยงไปที่ลับตาคน แล้วตีก้นอวบๆ ของตัวเองแรงๆ หนึ่งที 'สมน้ำหน้าปากไวดีนัก หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ!'

ส่วนเหตุผลที่ปากไวแล้วต้องมาตีก้น ก็เพราะตรงนั้นมันมีเนื้อเยอะ ตีแล้วไม่เจ็บน่ะสิ... เธอมาถึงหน้าห้องทำงานเถ้าแก่ ไตร่ตรองคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเคาะประตู

"ผู้จัดการลู่คะ ขออนุญาตค่ะ..."

ลู่เหิงกำลังก้มหน้าก้มตาดูงบการเงิน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เมื่อเห็นว่าเป็นผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าเช่ารถจากชั้นล่าง เขาก็ถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย "อ้าว เสี่ยวเหมียว เข้ามาสิ มีธุระอะไรหรือเปล่า?"

เหมียวจิงจิงเอ่ยอย่างระมัดระวัง "ผู้จัดการลู่คะ มีลูกค้ามาเช่ารถอยู่ชั้นล่าง แล้วฉันก็บังเอิญหลุดปากบอกไปว่าวันนี้เถ้าแก่เข้ามาพอดี เขาเลยบอกว่าอยากจะคุยกับท่านน่ะค่ะ"

เธอคงพูดไม่ได้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสนอตัวแนะนำให้เขารู้จัก นั่นมันหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ ใครจะไปรู้ล่ะว่าหม่าตงอยากจะคุยอะไรกับเถ้าแก่... ลู่เหิงได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอสถานการณ์แบบนี้ตั้งแต่เปิดบริษัทรถเช่ามา จากนั้นเขาก็ยิ้ม "ได้สิ" แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าในเมื่ออีกฝ่ายเป็นลูกค้า จะให้นั่งรอให้เขาขึ้นมาหาก็คงไม่เหมาะ "เดี๋ยวฉันลงไปพร้อมกับเธอเลย ลูกค้าต้องมาก่อนสิ"

ระหว่างที่เดินลงบันได ลู่เหิงก็ซักถามสถานการณ์คร่าวๆ เพื่อให้พอรู้เรื่องราว

เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง หม่าตงกำลังนั่งจิบชาอยู่ ลู่เหิงเดินยิ้มกริ่มเข้าไปหา ยื่นมือออกไปพร้อมกล่าวว่า "สวัสดีครับ ผู้จัดการหม่า ผมลู่เหิง เป็นเถ้าแก่ของบริษัทนี้ครับ ยินดีต้อนรับครับ ยินดีต้อนรับ!"

ทั้งสองจับมือทักทายกันพอเป็นพิธีแล้วนั่งลงตรงข้ามโต๊ะกระจก เหมียวจิงจิงรีบเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟชา ทำหน้าที่บริการอย่างแข็งขัน หม่าตงยิ้มและกล่าวว่า "ผู้จัดการลู่ ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าของบริษัทคุณนี่ฝีมือยอดเยี่ยมจริงๆ นะครับ!"

ลู่เหิงปรายตามองเหมียวจิงจิงที่กำลังวุ่นอยู่กับการบริการ แล้วพยักหน้า "ขอบคุณผู้จัดการหม่าที่ไว้วางใจบริษัทของเราครับ ผู้จัดการเหมียวทำงานได้ยอดเยี่ยมจริงๆ"

เมื่อเหมียวจิงจิงได้ยินหม่าตงเอ่ยชมเธอต่อหน้าเถ้าแก่ โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายของลู่เหิง เธอก็ดีใจจนเนื้อเต้น ความประทับใจที่มีต่อหม่าตงพุ่งทะยานขึ้นในทันที!

จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยสัพเพเหระเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน การพัฒนาอย่างรวดเร็วของตัวเมือง และอื่นๆ อีกมากมาย

"ผู้จัดการหม่ามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขอทราบได้ไหมครับว่าคุณทำธุรกิจอยู่ในแวดวงไหน?"

หม่าตงยิ้มและส่ายหน้า กล่าวถ่อมตัวว่า "พวกนี้มันก็แค่ทฤษฎี พูดเป็นต่อยหอยแต่ทำจริงไม่ได้หรอกครับ เทียบกับพวกเถ้าแก่ที่ทำธุรกิจจริงๆ อย่างพวกคุณไม่ได้หรอก ปัจจุบันผมทำงานอยู่ธนาคารครับ พอดีมีทรัพย์สินอยู่บ้าง ก็เลยเตรียมตัวจะมามีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติเราน่ะครับ เลยอยากจะมาขอคำชี้แนะจากคุณโดยเฉพาะ..."

คิ้วของลู่เหิงกระตุกเมื่อได้ยินคำว่า "ธนาคาร" เขาเอ่ยถามด้วยความสนใจ "ไม่ทราบว่าผู้จัดการหม่าทำงานอยู่ธนาคารไหนและแผนกไหนหรือครับ?"

"ตอนนี้ผมทำงานอยู่ฝ่ายการตลาดของธนาคารเจี้ยนเซ่อ สาขาเขตปินหูครับ รับผิดชอบดูแลสินเชื่อธุรกิจเป็นหลัก"

ลู่เหิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ "ธนาคารเจี้ยนเซ่อนี่สุดยอดไปเลย หนึ่งในสี่ธนาคารใหญ่ของรัฐเชียวนะ แผนกของผู้จัดการหม่ายิ่งร้ายกาจเข้าไปใหญ่ ถุงเงินของเถ้าแก่ชัดๆ!"

"ไม่หรอกครับ มันก็แค่งาน..."

ลู่เหิงหยิบนามบัตรออกจากกระเป๋า ยื่นให้หม่าตงด้วยท่าทีนอบน้อมเล็กน้อย พร้อมกล่าวว่า "ผู้จัดการหม่า นี่นามบัตรผมครับ วันหน้าถ้ามีอะไรให้รับใช้ ติดต่อมาได้เลยนะครับ!"

"ไม่หรอกครับ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากกว่า" หม่าตงกล่าวพลางพิจารณาเนื้อหาในนามบัตร ทันใดนั้นก็อุทานขึ้น "โอ๊ะ ผู้จัดการลู่ นอกจากบริษัทรถเช่าแล้ว คุณยังเป็นเจ้าของศูนย์บริการ 4S ด้วยหรือครับเนี่ย! ธุรกิจใหญ่โตขนาดไหนล่ะครับ?"

พอพูดถึงศูนย์ 4S ลู่เหิงก็ถอนหายใจ "เมื่อสองปีก่อนก็ดีอยู่หรอกครับ แต่ช่วงปีสองปีมานี้กำไรหดหายไปเยอะเลย ตอนนี้ผมมีอยู่ 4 สาขาในตัวเมือง ก็แค่พอประทังชีวิตไปได้วันๆ..."

หม่าตงเชื่อเรื่องที่กำไรลดลง แต่ที่บอกว่า 'แค่พอประทังชีวิต' นี่มันออกจะแกล้งจนไปหน่อยแล้ว!

หม่าตงนึกสงสัย 'ฉันไม่ได้มาขอยืมเงินนายสักหน่อย จะมาแกล้งจนทำไมเนี่ย...' "ตอนนี้ผู้จัดการลู่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้ออะไรบ้างครับ?"

"หลักๆ มีอยู่สองยี่ห้อครับ คือเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เจาะตลาดรถหรู แล้วก็โฟล์กสวาเกน ที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง"

เมื่อได้ยินชื่อสองยี่ห้อนี้ หม่าตงก็แอบทึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายของสองแบรนด์นี้!

"ผู้จัดการลู่ตาถึงจริงๆ ครับ สองแบรนด์นี้ทำตลาดได้ดีไหมครับ?"

"ตลาดน่ะดีครับ แต่พูดกันตามตรง ตอนนี้ขายรถไม่ค่อยได้กำไรเท่าไหร่ กำไรหลักๆ มาจากบริการหลังการขายมากกว่า แต่ส่วนนั้นก็ทำยากเหมือนกัน..."

ฟังลู่เหิงบ่นกระปอดกระแปดและแกล้งทำตัวน่าสงสาร หม่าตงก็ไม่หลงกล เขาเปลี่ยนเรื่องถามว่า "ศูนย์เบนซ์ของผู้จัดการลู่อยู่ไกลไหมครับ? พอดีผมเองก็เล็งๆ ว่าจะซื้อรถอยู่เหมือนกัน"

เมื่อได้ยินว่าหม่าตงอยากซื้อรถ ลู่เหิงก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที การขายรถหรูถือเป็นธุรกรรมขนาดใหญ่ ในฐานะเถ้าแก่ เขาต้องให้ความสนใจอย่างเต็มที่ "ไม่ไกลครับ ขับรถจากนี่ไปแค่สิบนาทีเท่านั้นแหละ พอดีผมว่าจะเข้าไปที่นั่นอยู่พอดี เดี๋ยวผมพาคุณไปเลยแล้วกัน..."

"ตกลงครับ งั้นผู้จัดการลู่เอารถไปรอที่หน้าประตูเลยนะครับ เดี๋ยวผมขับตามไป"

แน่นอนว่าหม่าตงขับรถไม่เป็น เขานั่งอยู่เบาะหลังและถามขึ้นว่า "พี่ซุนครับ รับงานนอกแบบนี้รายได้มันไม่ค่อยแน่นอน พี่เคยคิดอยากจะหางานประจำทำบ้างไหมครับ?"

ซุนเยี่ยนเหมือนจะเข้าใจเจตนา หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตอบว่า "มีงานประจำทำก็ย่อมดีอยู่แล้วครับ ผู้จัดการหม่ากำลังมองหาคนขับรถส่วนตัวอยู่หรือครับ?"

เมื่อเห็นว่าซุนเยี่ยนไม่ปฏิเสธ หม่าตงจึงพยักหน้าและกล่าวว่า "ใช่ครับ ผมยังไม่มีใบขับขี่ แล้วก็ไม่ค่อยชอบขับรถเองด้วย เลยอยากได้คนขับรถส่วนตัวสักคน ตอนนี้พี่หาได้วันละ 300 หยวน เดือนนึงเต็มที่ก็ 9,000 หยวน ผมจะให้เงินเดือนพี่ 8,000 หยวน รวมอาหารสามมื้อ พี่ว่าไงครับ?"

เงินเดือนที่เสนอไปนี้คำนวณมาอย่างดีแล้วว่าพอๆ กับรายได้ปัจจุบันของเขา ไม่ขาดไม่เกิน แต่มันมีความมั่นคงกว่าและเหนื่อยน้อยกว่ามาก

ซุนเยี่ยนเป็นคนพูดน้อย เขาชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียในใจอย่างเงียบๆ และพบว่าการเป็นคนขับรถประจำนั้นคุ้มค่ากว่ามาก เขาไม่ต่อรองและตอบตกลงทันที

หม่าตงยิ้ม "เรื่องเซ็นสัญญาช่างมันเถอะ เดี๋ยวผมจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าให้เดือนนึงก่อนเลย แล้วหลังจากนี้ผมก็จะจ่ายเงินเดือนของเดือนนั้นๆ ล่วงหน้าให้เสมอ แบบนี้โอเคไหมครับ?"

ซุนเยี่ยนยิ้มรับ "แน่นอนครับ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ผู้จัดการหม่ายังไม่กลัวผมเชิดเงินหนีเลย แล้วผมจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ..."

เมื่อมาถึงศูนย์เบนซ์เหิงเฉิง

ลู่เหิงตามตัวพนักงานขายสาวสวยหุ่นเซ็กซี่นามว่า ซ่งเจียเจีย มาดูแลหม่าตง

ป้ายชื่อของเธอติดหรามองเห็นชัดเจนสะดุดตา แถมชื่อยังคล้ายกับดาราซ่งเจียผิดกันแค่ตัวอักษรเดียว หม่าตงอดไม่ได้ที่จะแอบมองอยู่หลายครั้ง ชื่อก็ดี ภูเขาก็สูงชัน... "ผู้จัดการซ่งเป็นพนักงานขายมือทองของศูนย์เราครับ ผู้จัดการหม่าเชิญเลือกดูตามสบายเลยนะครับ ผมมีธุระต้องจัดการข้างบนนิดหน่อย เดี๋ยวลงมาครับ"

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับซ่งเจียเจีย "นี่ผู้จัดการหม่า เพื่อนของฉันเอง เธอต้องเลือกรถที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้จัดการหม่า และต้องทำให้เขาพอใจให้ได้ล่ะ!"

ซ่งเจียเจียรีบพยักหน้ารับ "ได้ค่ะ ผู้จัดการลู่ ฉันจะทำให้ผู้จัดการหม่าพอใจอย่างแน่นอนค่ะ!"

หม่าตงที่ยืนฟังอยู่ด้านข้างถึงกับหางตากระตุก ประโยคนั้นมันฟังก้ำกึ่งชอบกลนะ... หลังจากลู่เหิงเดินจากไป ซ่งเจียเจียก็พาหม่าตงเดินดูรอบๆ ศูนย์ "ผู้จัดการหม่าคะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามองหารถประเภทไหนอยู่คะ รถ SUV หรือรถสปอร์ตคูเป้ดีคะ?"

หม่าตงถามอย่างงุนงง "ทำไมถึงไม่แนะนำรถซีดานสำหรับผู้บริหารล่ะ?"

ซ่งเจียเจียไหวพริบดีมาก เธอรีบกล่าวคำเยินยออย่างแนบเนียนในทันที "เอ่อ... เถ้าแก่ที่ทั้งหนุ่มทั้งหล่ออย่างผู้จัดการหม่า ไม่ค่อยมีใครขับรถสไตล์ผู้บริหารกันหรอกค่ะ..."

หม่าตงยิ้มพยักหน้า เขาไม่เคยคิดว่าคำเยินยอของสาวสวยนั้นมากเกินไปหรอก "อืม ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผลนะ..."

"ถ้าอย่างนั้น ผู้จัดการหม่าลองดูรถ SUV รุ่น GLC คันนี้สิคะ..."

"แต่ผมก็ยังชอบรถซีดานผู้บริหารมากกว่าอยู่ดีแหละ..."

ซ่งเจียเจียกำลังจะงัดเอาความเป็นมืออาชีพออกมาใช้เชียร์รถเบนซ์ SUV รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเต็มที่ แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกหม่าตงขัดจังหวะเสียอย่างนั้น

เดดแอร์ไปหนึ่งวินาที อุตส่าห์เยินยอซะดิบดี เสียเปล่าหมดเลย... อายุก็ยังน้อย แต่ดันทุรังจะดูรถผู้บริหารให้ได้ ไม่เข้าท่าเอาซะเลย!

ถ้าเธอไม่รู้ว่าเขาเป็นเพื่อนของผู้จัดการลู่ เธอคงคิดว่าเขาเป็นไอ้หนุ่มไส้แห้งที่พยายามจะอวดรวยไปแล้ว... แม้จะรู้สึกตะหงิดๆ แต่ความสามารถในการเป็นพนักงานขายมือทองของเธอนั้นไร้ที่ติจริงๆ

เธอยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้ตลอดเวลา พลางพาหม่าตงเดินดูรอบๆ โซนจัดแสดงรถซีดานผู้บริหาร พร้อมทั้งแนะนำรุ่นรถ ออปชัน สมรรถนะ และราคาของแต่ละคัน

"ผู้จัดการหม่าคะ คันนี้คือรถซีดาน S-Class รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ ขุมพลัง 306 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด... ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.4 ล้านหยวนไปจนถึง 2.2 ล้านหยวนค่ะ"

เมื่อมองดูรถเบนซ์คันงามหรูหราตรงหน้า เส้นสายโค้งมนดูภูมิฐานทว่าเรียบง่าย ไม่ดูโอ้อวดจนเกินงาม มันก็เตะตาหม่าตงเข้าอย่างจัง!

เสน่ห์ของรถหรูมักจะเป็นสิ่งที่ผู้ชายต้านทานไม่ได้ เช่นเดียวกับที่ผู้หญิงไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของกระเป๋าแบรนด์เนมได้ มันเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาแต่เกิด... ทว่าหม่าตงกลับแปลกประหลาด เขาไม่ได้สนใจพวกรถสปอร์ตหรืออะไรทำนองนั้นเลย การต้องขับรถเองมันเหนื่อยเกินไป นั่งเป็นคุณชายอยู่เบาะหลังแล้วคอยรับบริการมันสบายกว่าเยอะ!

หม่าตงก้าวลงจากเบาะหลัง ตบหลังคารถเบาๆ แล้วมองซ่งเจียเจียด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ดีมาก ดีมากๆ หรูหรา ภูมิฐาน มีระดับ ดูดีมีสไตล์แต่ไม่สะดุดตาจนเกินไป เหมือนกับตัวผมเลย เหมาะสมมาก คุณว่าไหม?"

ซ่งเจียเจียไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกในตอนนี้อย่างไรดี เธอจึงทำได้เพียงส่งยิ้มการค้าแล้วเอ่ยว่า "ใช่ค่ะ ผู้จัดการหม่า รถคันนี้เหมาะกับคุณมากๆ เลยค่ะ!"

เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูฝืนๆ ของซ่งเจียเจีย หม่าตงก็เลิกหยอกล้อเธอ "รถคันนี้ดีทีเดียว สรุปแล้วราคาเท่าไหร่ครับ?"

ซ่งเจียเจียถอนหายใจอย่างโล่งอกและกล่าวว่า "รถคันนี้เป็นรุ่นท็อปค่ะ ราคาตัวรถเปล่าๆ ที่ขายหน้าร้านอยู่ที่ 1.68 ล้านหยวน แต่แน่นอนว่าในเมื่อคุณเป็นเพื่อนของผู้จัดการลู่ ราคาสุทธิคงต้องให้เถ้าแก่เป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเองค่ะ..."

ราคาตัวรถเปล่าๆ ปาเข้าไปล้านหกกว่าๆ ถ้ารวมเบ็ดเสร็จพร้อมขับก็น่าจะแตะล้านเจ็ด!

รถหรูนี่เป็นไอเทมมาตรฐานของคนรวยจริงๆ เงินตั้งขนาดนั้นเอาไปซื้อบ้านหรูขนาดห้าร้อยตารางเมตรในเขตปินหูได้สบายๆ เลย!

แต่อสังหาริมทรัพย์มีแต่จะราคาพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่รถยนต์ราคาก็ตกเอาๆ ทุกปี จะซื้อหรือไม่ซื้อดี นี่สิคือปัญหา...

จบบทที่ บทที่ 8: หม่าตงซื้อรถ

คัดลอกลิงก์แล้ว