เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 - "ฉือเหย่สอนคุณให้มีอีคิวสูง"

บทที่ 46 - "ฉือเหย่สอนคุณให้มีอีคิวสูง"

บทที่ 46 - "ฉือเหย่สอนคุณให้มีอีคิวสูง"


บทที่ 46 - "ฉือเหย่สอนคุณให้มีอีคิวสูง"

"ตามมาก็ได้ แต่ไปถึงแล้วห้ามพูดจาส่งเดช ห้ามทำ... ทำอะไรวุ่นวายนะ"

โคโค่ยังคงเตรียมการเรื่องที่ฉือเหย่สั่งไว้ ฉือเหย่จึงเรียกแท็กซี่ไปเอง ตอนนี้ทั้งสองคนสวมหมวกแก๊ปและหน้ากากอนามัยมิดชิดเหมือนบ๊ะจ่าง

หลังจากขึ้นรถ ฉือเหย่ก็เริ่ม "ออกคำสั่ง"

แต่รออยู่พักหนึ่งก็พบว่าพระพันปีหลวงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

พอหันไปมองก็เห็นจินเซี่ยยังคง "ทำหน้าบูดบึ้ง" ดูเหมือนกำลังอารมณ์ไม่ดี

ฉือเหย่เลิกคิ้วขึ้น พูดลอยๆ ว่า "เดี๋ยวคุยธุระเสร็จ จะพาไปกินปิ้งย่าง"

จินเซี่ยเงยหน้านัยน์ตาดอกท้อขึ้น ปรายตามองเขาแวบหนึ่งแล้วแค่นเสียงฮึ

"ยี่สิบไม้"

จินเซี่ยส่งเสียงอ้อน "ห้าสิบไม้"

ฉือเหย่ "..."

เขาพิจารณารูปร่างที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบของอีกฝ่าย "เธอไม่กลัวอ้วนหรือไง"

"ครูฉือ ฉันเกิดมาก็เป็นแบบนี้ กินยังไงก็ไม่อ้วนหรอก"

พระพันปีหลวงหลอกง่ายจริงๆ พอ "ทลายกำแพงน้ำแข็ง" ได้ปุ๊บก็เลิกแสร้งทำเป็นโกรธทันที พูดอย่างเริงร่าว่า "ตอนเด็กๆ ฉันชอบกินลูกอมมาก แต่ที่บ้านไม่ให้กิน บอกว่ากินเยอะไม่ดีต่อสุขภาพ จะทำให้อ้วน แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าฉันแอบกินตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นเป็นอะไรเลย"

ฉือเหย่ "งั้นเธอคงเป็นยัยตัวแสบจอมเจ้าเล่ห์สินะ"

"อืม..." จินเซี่ยกะพริบตาปริบๆ "ครูฉือ... ฉันเป็นแบบนี้จะทำให้คุณไม่มี... เขาเรียกว่าอะไรนะ... ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย หรือเปล่า"

"?" ฉือเหย่สงสัย "ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย"

"มันมีค่าสักกี่บาทกัน"

จินเซี่ย "..."

"เอาล่ะ เธอพักผ่อนสักหน่อยเถอะ ทางมันไกลนะ... ดูชุดที่เธอใส่สิ บางขนาดนี้... หัดใส่ให้มันหนาๆ กว่านี้หน่อยค่อยออกมาสิ"

"ขืนฉันใส่เยอะก็กลัวคุณจะหนีไปน่ะสิ"

"..."

...

สถานที่ที่ฉือเหย่และผู้กำกับจางนัดพบกันคือไพรเวตคลับแห่งหนึ่งแถบชานเมือง

แน่นอนว่าผู้กำกับจางเป็นคนจ่าย... ตอนนี้ฉือเหย่จนกรอบจริงๆ

เมื่อไปถึง ผู้กำกับจางยังไม่มา ฉือเหย่จึงพาพระพันปีหลวงเดินเล่นรอบๆ

จนกระทั่งผ่านไปชั่วโมงกว่า ผู้กำกับจางที่ดูอิดโรยจากการเดินทางถึงได้มาถึงสายกว่ากำหนด

แถมพอเข้าไปในห้องส่วนตัว ก็เห็นพระพันปีหลวงที่เบื่อจนสัปหงกเข้าทันที เขาชะงักไป ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

"ครู... ครูจินเซี่ย"

พอได้สติ เขาก็ทั้งตกใจทั้งดีใจ แถมยังไม่อยากจะเชื่อ มองไปทางฉือเหย่ "คุณ... คุณนี่มัน... โคตรเจ๋งเลยว่ะ"

จินเซี่ย ยัยตัวแสบจอมป่วนที่คนในวงการยอมรับว่ารับมือยากที่สุด คุณยัง "พก" ติดตัวมาได้อีกเหรอ

ฉือเหย่ "..."

"อ้อ สวัสดีค่ะ"

พระพันปีหลวงถูกไล่แมลงง่วงนอนออกไป ในใจรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ยังนั่งตัวตรง พยักหน้าเบาๆ อย่างสง่างามต่อหน้าคนนอก

สมกับเป็นตัวท็อปเบอร์หนึ่ง คุณหนูใหญ่ในตำนาน ช่างได้รับการอบรมมาดีจริงๆ

ผู้กำกับจางลอบชมในใจ เดิมทีมีเรื่องขุ่นเคืองอยู่เต็มท้องเพราะฉือเหย่จู่ๆ ก็ "ผีเข้า" ตอนนี้กลับมลายหายไปจนหมดสิ้น

ดูความสามารถของฉือเหย่สิ ทีแรกนึกว่าบัญชีการตลาดข้างนอกกับพวกแฟนคลับคู่จิ้นแค่จิ้นกันไปเองสนุกๆ

คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะควบคุมสถานการณ์ไว้ในกำมือได้จริงๆ

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ ผู้กำกับจางเป็นคนซื่อสัตย์ จินเซี่ยแค่ปรากฏตัวให้เห็นสั้นๆ ที่นี่ ก็ทำให้เขามองฉือเหย่สูงขึ้นไปอีกหลายระดับ

"ครู... ครูฉือ"

คำว่า "น้องฉือ" ที่กำลังจะหลุดออกจากปากถูกเปลี่ยนเป็น "ครู" ทันที ผู้กำกับจางปรับตัวตามสถานการณ์อย่างรวดเร็ว "คุณดูสิว่าเราจะกินกันก่อนหรือจะคุยกันก่อนดี"

"คุยกันเลยดีกว่า"

ฉือเหย่ไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาไม่มีเวลามาเสียเปล่า จึงเข้าประเด็นทันที "เอาสัญญามาหรือเปล่า เซ็นตอนนี้เลย"

ผู้กำกับจางมองจินเซี่ยด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

ฉือเหย่ "..."

"ไม่เป็นไร เธอ... อืม คนระดับเขาจะมาสนใจโปรเจกต์ของคุณเหรอ"

ผู้กำกับจาง "..."

"พระพันปีหลวง เธอไปนั่งตรงนู้นก่อน ฉันกับผู้กำกับจางจะคุย 'ความลับระดับชาติ' กันสักหน่อย"

ฉือเหย่ออกคำสั่ง

พระพันปีหลวงอยู่ที่นี่จนเบื่อมาตั้งนานแล้ว พอได้ยินก็รีบลุกขึ้น เดินเตาะแตะออกไปข้างนอก แต่ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับมาพูดกับฉือเหย่ แต่มองไปที่ผู้กำกับจาง "ครูฉือ มีอะไรก็เรียกฉันนะ"

ฉือเหย่ "..."

ผู้กำกับจาง: เดี๋ยวนะ ทำไมผมถึงสัมผัสได้ถึง "จิตสังหาร" ล่ะเนี่ย

ใครไปแหยมกับแม่คุณคนนี้เข้าเนี่ย

"น้องชาย นายบอกฉันมาตามตรงนะ นายไปตอแยเขาจริงๆ ใช่ไหม"

รอให้พระพันปีหลวงเดินออกไป ผู้กำกับจางก็ถอนหายใจยาว ขยับเข้าไปใกล้ฉือเหย่ด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ แล้วเตือน "อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ จินเซี่ยไม่ใช่คนที่จะไปยุ่งด้วยได้ง่ายๆ"

ฉือเหย่ "?"

"นายไม่รู้หรอก... คนอื่นอาจจะแค่เดากันว่าครอบครัวเธอทำอะไร แต่ฉัน... ฉันโชคดีเคยได้ยินมาบ้าง... ครอบครัวเธอซับซ้อนมากนะเว้ย บอกได้คำเดียวว่าแม้แต่จะไปเป็นเขยแต่งเข้าบ้านยังหมดหวังเลย นายรีบ..."

"เฮ้ย หยุดๆ นอกเรื่องไปไกลแล้ว"

ฉือเหย่ห้ามไว้

เขาไม่อยากฟังเรื่องพวกนี้

"โอเค ถ้านายมีท่าทีแบบนี้ ฉันก็เข้าใจแล้ว"

ผู้กำกับจางหัวเราะแหะๆ

พูดตามตรง ผู้กำกับจางเป็นคนที่คบหาง่ายมาก

เพราะเขาไม่มีความกะล่อนปลิ้นปล้อนเหมือนพวกผู้กำกับรุ่นเดอะในวงการคนอื่นๆ บนตัวเขากลับเต็มไปด้วยความใสซื่อแบบ "เด็กมหา'ลัย"

ที่สำคัญที่สุด เขายังเป็นพวกสายอาร์ตตัวพ่อ ที่ให้ความสำคัญและใส่ใจกับผลงานของตัวเองมากๆ

ฉือเหย่จึงชอบคบค้าสมาคมกับเขามาก

ควบคุมได้อยู่หมัด

"สัญญาอยู่ที่ไหนล่ะ เอาออกมาสิ ฉันจะดู"

ฉือเหย่รินชาให้ผู้กำกับจาง พลางเร่งเร้า

"นายจะรีบไปทำไม ไม่รู้จริงๆ ว่านายจะรีบอะไรนักหนา ในเมื่อนายมีทรัพยากรดีขนาดนี้ ถึงเป็นเขยแต่งเข้าบ้านไม่ได้ แค่ตามใจเธอหน่อย เธอจะไม่หาผลงานดีๆ ให้นายเหรอ"

ผู้กำกับจางยังคงพูดจาเรื่อยเปื่อย แต่ก็ไม่ได้เสียงานหลัก หยิบสัญญาออกจากกระเป๋าส่งให้เขา "ฉันจะบอกให้รู้ไว้ สัญญาฉบับนี้ฉันให้ทนายแก้หลายรอบแล้ว ถ้านายยังไม่พอใจอีก ฉันก็หมดปัญญาแล้วล่ะ"

"ค่าปรับผิดสัญญาเพิ่มขึ้นสิบเท่าใช่ไหม"

ฉือเหย่พลิกดูสัญญาเพื่อยืนยัน

ผู้กำกับจางพูดไม่ออก มองประเมินฉือเหย่ "นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้ยินคนขอให้เพิ่มค่าปรับผิดสัญญาเป็นสิบเท่า..."

เขายกนิ้วโป้งให้ "นายมันแน่ แน่จริงๆ"

แม้จะดูการกระทำของฉือเหย่ไม่ออก แต่เขาก็รู้สึกทึ่งมาก

ฉือเหย่ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ยิ้มรับ

ขั้นตอนการรับงานนอกของเยว่น่า เขาจัดการเสร็จตั้งแต่ตอนที่ "ขู่กรรโชก" เก่อซวงตั้งแต่วันแรกแล้ว

แถมบริษัทยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาแอบตกลงกับผู้กำกับจางมาตั้งนานแล้ว

ตอนนี้เอาค่าปรับผิดสัญญาเพิ่มขึ้นสิบเท่า เขาไม่เชื่อหรอกว่าเยว่น่าจะยอมจ่ายค่าปรับมหาศาลขนาดนี้เพื่อเขา

ถ้าต้องจ่ายจริงๆ... ก็ขึ้นศาลไปสิ ยังไงสัญญาก็เซ็นไปแล้ว

เมื่อคิดเช่นนี้ ฉือเหย่แน่ใจว่าไม่มีปัญหาก็เซ็นสัญญาอย่างรวดเร็ว

"เอาล่ะ งั้นก็ตามนี้ เดี๋ยวตอนเปิดกล้องค่อยแจ้งเวลาให้ฉันทราบด้วยนะ"

เมื่อตกลงกันเรียบร้อย เขาก็ลุกขึ้นยืนตะโกน "พระพันปีหลวง ไปกันเถอะ"

"เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งไปสิ"

ผู้กำกับจางรีบร้อน "นายยังพูดบท 'วังวน' ไม่จบเลย... อืม... เรื่องที่นายเล่าให้ฉันฟังคราวก่อน ยังเล่าไม่จบเลยนะ"

สาเหตุที่ครั้งนี้เขาตอบตกลงอย่างง่ายดาย ถึงขั้นช่วยเกลี้ยกล่อมผู้บริหารของฮั่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์ ยอมใช้สิทธิพิเศษ ก็เพื่อผลงานของตัวเองไม่ใช่เหรอ

ผลคือเซ็นสัญญาไปแล้ว แต่นายต้องอยู่ "ปรับแก้" ให้สมบูรณ์ต่อสิ

"เรื่องนั้นน่ะเหรอ..."

ฉือเหย่มองพระพันปีหลวงที่เดินหงอยๆ เข้ามา คิดดูแล้วก็พูดว่า "คุณสั่งของอร่อยๆ ให้เธอหน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง"

ในเมื่อผู้กำกับจางกระหายอยากให้เขามีสิทธิพิเศษขนาดนี้ เขาก็จะยอมฝืนใจใช้สิทธิพิเศษดูสักหน่อยแล้วกัน

แถมเรื่อง 'วังวน' ยังเป็นซีรีส์ที่เขาได้รับบทพระเอกเป็นเรื่องแรก ในอนาคตมันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการทลายน้ำแข็งของเขา จึงต้องให้ความสำคัญกับมันจริงๆ

"ได้เลย ไม่มีปัญหา"

ผู้กำกับจางฟังแล้วก็ดีใจมาก รีบเรียกพนักงาน "เอาอาหารที่ดีที่สุด... และดีต่อสุขภาพที่สุดของที่นี่มาให้ผมหน่อย จำไว้นะ ต้องดีที่สุดและดีต่อสุขภาพที่สุด ผมรู้จักกับเถ้าแก่ของพวกคุณนะ อย่ามาหลอกกันล่ะ"

พนักงาน "..."

ฉือเหย่ "..."

พระพันปีหลวงที่มีสีหน้าหงอยเหงาอยู่แล้ว ยิ่งคอตกหมดอาลัยตายอยากหนักเข้าไปอีก

"อย่า" ฉือเหย่โบกมือปัด "ไม่กินของที่นี่หรอก"

"คุณให้ผู้ช่วยไปซื้อเดลิเวอรี่ตามร้านริมถนนข้างนอก เอาแบบที่ใส่สารเคมีเยอะๆ ใส่สารปรุงแต่งแยะๆ... สรุปก็คือพวกของทอด ปิ้งย่าง เบียร์ ต้องเอาเดลิเวอรี่ที่ขยะที่สุดและเป็นอันตรายที่สุด อ้อ สั่งชานมมาเพิ่มแก้วนึงด้วย"

ผู้กำกับจาง "?"

พระพันปีหลวงตาเป็นประกาย คิดดูแล้วก็เสริมด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "อย่าสั่งมาเยอะเกินไปนะ ฉันกลัวกินแล้วจะขิต"

ผู้กำกับจาง "..."

เขามึนไปหมดแล้ว นึกว่าตัวเองหูฝาดไป

รสนิยมของคุณหนูใหญ่สมัยนี้ หนักหน่วงขนาดนี้เลยเหรอ

"รีบไปเถอะ"

ฉือเหย่เร่งเร้า พลางเอ่ยชมพระพันปีหลวง "ไม่คิดเลยว่าเดี๋ยวนี้เธอจะฉลาดขึ้นนะ รู้จักควบคุมปริมาณด้วย"

จินเซี่ยปรายตาดอกท้อมองฉือเหย่แวบหนึ่ง ส่งเสียงฮึดฮัด "ครูฉือ ฉันก็ฉลาดมาตลอดนั่นแหละ"

ฉือเหย่ "..."

ผู้กำกับจางได้รับ "คำสั่ง" ก็ให้ผู้ช่วยออกไปเตรียมอาหารให้พระพันปีหลวง ทางฝั่งฉือเหย่ก็ "เริ่มบรรยาย" แล้ว

พูดตามตรง สำหรับเรื่อง 'วังวน' เขาใส่ใจกับมันจริงๆ

อาศัยว่าชาติก่อนเคยเป็นยูทูบเบอร์สายวิจารณ์ แถมซีรีส์เรื่อง รีเซ็ต ก็เป็นซีรีส์ที่ฮิตในหมู่วัยรุ่นช่วงไม่กี่ปีมานี้ เขาจึงยังพอจำพล็อตเรื่องคร่าวๆ ได้

ดังนั้นเวลาเล่าออกมาจึงเป็นเหตุเป็นผล การลำดับเรื่องราวแต่ละสายทำได้ดีมาก

ผู้กำกับจางที่อยู่ข้างๆ ยิ่งฟังยิ่งเซอร์ไพรส์ พอถึงช่วงหลัง สายตาที่มองฉือเหย่ก็เริ่มแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ

คราวก่อนฉือเหย่แค่แตะๆ ให้พอรู้รส แล้วก็ปล่อยให้ผู้กำกับจางค้างคาใจเล่น แต่ครั้งนี้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เขาจึงยอม "ถ่ายทอดวิชาให้จนหมดไส้หมดพุง"

ผู้กำกับจางสัมผัสได้ถึงความอ่อนด้อยในบทละครเดิมของตัวเอง รู้สึกพ่ายแพ้แต่ก็ตื่นเต้น และยังมีความสงสัยระคนกันไป

ใช่แล้ว ตอนนี้เขาประหลาดใจมาก ฉือเหย่ไปรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไงเนี่ย

ไอ้ขยะรูปงามที่เกาะผู้หญิงกินคนนี้... มีพรสวรรค์แบบนี้ด้วยเหรอ

"นี่นาย... นายแก้... นายปรับแก้ได้ดีมากเลยนะ"

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เดลิเวอรี่ก็มาส่ง พระพันปีหลวงสวาปามอย่างเอร็ดอร่อย นัยน์ตาดอกท้อเหลือบมองมาทางนี้เป็นระยะๆ แล้วก็ทำตัวลับๆ ล่อๆ ยัดของเข้าปากต่อไป

ฉือเหย่เล่าจบอย่างรวบรัด ผู้กำกับจางตบต้นขาฉาด ชี้หน้าฉือเหย่ พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันกึ่งหยั่งเชิง "เยว่น่ามันตาบอดจริงๆ นายควรจะไปเป็นนักเขียนบทนะน้องชาย"

ฉือเหย่ "?"

เมื่อรับรู้ได้ถึงความสงสัยในสายตาและน้ำเสียงของผู้กำกับจาง ฉือเหย่ก็พูดอย่าง "มั่นใจเต็มเปี่ยม" "ฉันก็มีความคิดแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ คุณมีปัญหาอะไรไหม"

ผู้กำกับจาง "..."

"ใช่สิ"

พระพันปีหลวงดูเหมือนไม่ได้ฟัง แต่ที่จริงฟังทุกประโยค เธอแอบปรายตามองฉือเหย่แวบหนึ่ง นัยน์ตาดอกท้อแฝงความสงสัย แต่ปากกลับ "กินอิ่มแล้วก็ด่าแม่ครัว" "ครูฉือก็มีความสามารถนี่นา ครูฉือยอดเยี่ยมที่สุด คุณมีปัญหาอะไรไหม"

ผู้กำกับจาง "..."

ไม่กล้ามี ไม่กล้ามีปัญหาเลยครับ

"อืม... คือว่า... เรื่องของนายมันสมบูรณ์แบบมาก พูดตามตรง ฉันคงต้องใส่ชื่อนายเป็นนักเขียนบทร่วมด้วยแล้วล่ะ"

ผู้กำกับจางเลิกล้อเล่น เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับผลงานของตัวเองมาก ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่กล้าหน้าด้านเอาของของคนอื่นมาเป็นของตัวเองดื้อๆ

แบบนั้น... มันขายหน้าเกินไป

ขืนแพร่งพรายออกไป เสียชื่อผู้ชายเมืองหลวงหมด

"อ้อ ฉันไม่มีปัญหาหรอก"

ฉือเหย่ตอบอย่างตรงไปตรงมา "ต่อให้คุณไม่เสนอ ฉันก็จะขออยู่แล้ว"

ผู้กำกับจาง "..."

หันไปมองพระพันปีหลวงอีกรอบ ก็คิดในใจว่าพวกคุณสองคนมันกิ่งทองใบหยกกันจริงๆ

แม่ง "เย่อหยิ่งจองหอง" เหมือนกันเป๊ะเลย

"อืม... ให้ชื่อนักเขียนบทกับนายได้" ผู้กำกับจางคิดอย่างรอบคอบ ก่อนจะเสนอแนะ "แต่ถ้าบริษัทกับนายทุนของพวกเราเห็นเข้า คงต้องมีคำถามแน่... เอาอย่างนี้นะ นายตั้งนามปากกาขึ้นมาสักชื่อก่อน ช่วยฉันหลอกเอาเงิน... เอ้ย ขอเงินลงทุนจากนายทุนมาให้ได้ก่อน นายว่าไง"

ฉือเหย่ "..."

เขามองผู้กำกับจางตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้ววิจารณ์ "คุณก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกันนี่"

ผู้กำกับจาง "?!"

โกรธจัด "ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อซีรีส์ 'วังวน' ไม่ใช่เหรอ ครู... ฉือ นายอย่าทำให้ฉันลำบากใจสิ เพื่อให้นายได้เล่นเป็นพระเอก ฉันแทบจะขายรูตูดให้นายทุนอยู่แล้ว นายยังมาว่าฉันอีกเหรอ"

"...เอาล่ะๆ ฉันผิดเอง ฉันไม่ควรพูด งั้นก็เอาตามนี้แหละ ขอแค่คุณสามารถหลอก... ขอเงินลงทุนมาได้ ฉันก็ยินดี"

ฉือเหย่เองก็รู้ดีว่าชื่อเสียงในวงการของเขาพังพินาศขนาดไหน

เขาเองก็เน้นเป็นคนไม่มีมโนธรรมอยู่แล้ว ที่จริงทั้งสองคนก็เป็นพวกปลาข้องเดียวกันนั่นแหละ

พระพันปีหลวงมองท่าทาง "สมรู้ร่วมคิดกันทำเรื่องชั่วร้าย" ของทั้งสองคน แล้วเตือนสติอย่างจริงจัง "ครูฉือ อย่าหัวเราะแบบนั้นสิ"

"หืม" ฉือเหย่ประหลาดใจ

"แบบนี้ไม่หล่อเลย ไม่เข้ากับหน้าคุณสักนิด"

ฉือเหย่ "..."

ผู้กำกับจาง: เชี่ยเอ๊ย ลากกูมาดูอะไรดึกๆ ดื่นๆ เนี่ย

กูมันก็แค่โสดตั้งแต่ในท้องแม่ กูผิดตรงไหนเนี่ย

กูโคตรจะบริสุทธิ์ใจเลยนะเว้ย

"โอเค งั้นก็เอาตามนี้ก่อน เดี๋ยวเจอกันตอนเปิดกล้อง"

ฉือเหย่ดูเวลา จะห้าทุ่มแล้ว ต้องไปส่งพระพันปีหลวงกลับบ้านพักอีก

แถมพระพันปีหลวงก็กินไปพอสมควรแล้ว... แน่นอนว่าไม่ได้กินหมดหรอก เขาก็ปล่อยให้พระพันปีหลวงเอาแต่กินอาหารขยะแบบนี้ตลอดไม่ได้เหมือนกัน

หลังจากควบคุมปริมาณอย่างแม่นยำ เขาก็ลุกขึ้นบอกลาผู้กำกับจาง "หวังว่าถึงตอนนั้นคุณจะยังมีความสุขแบบนี้นะ"

"วางใจเถอะ อีกไม่นานก็เปิดกล้องแล้ว"

ผู้กำกับจางไม่เข้าใจความหมายแฝงของฉือเหย่ ตื่นเต้นถูมือไปมาเหมือนแมลงวัน "ครั้งนี้ได้นายมา 'ร่วมงาน' ด้วย ฉันมีความมั่นใจในซีรีส์ของเราเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่าเลย"

ฉือเหย่สงสัย "ก่อนหน้านี้ไม่มีความมั่นใจเลยเหรอ"

"เปล่า ก่อนหน้านี้มั่นใจร้อยเท่า"

ฉือเหย่ "..."

ฉือเหย่โบกมืออย่างหมดอาลัยตายอยาก พาพระพันปีหลวงที่ยังดูไม่ค่อยเต็มใจกลับออกจากคลับ เรียกแท็กซี่ไปส่งที่แถวบ้านพัก

ตอนกลางคืนรถขับเข้าไปในตรอกเล็กๆ ลำบาก ทั้งสองจึงลงจากรถแล้วเดินเท้าเข้าไป

เดินท่ามกลางลมหนาวในยามค่ำคืน ดวงดาวประปรายกะพริบวิบวับ

จินเซี่ยเดินอยู่ข้างฉือเหย่ กระชับเสื้อผ้าบางๆ บนตัวให้แน่นขึ้น

"ถ้าทนหนาวไม่ไหว คราวหน้าก็ใส่เสื้อผ้าหนาๆ หน่อยสิ"

ฉือเหย่ปรายตามอง ล้วงผ้าพันคอเส้นหนึ่งออกจากกระเป๋าเป้

จินเซี่ยมองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มเผยรอยยิ้ม ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างแสนงอนเล็กน้อย

ฉือเหย่เอาผ้ามาพันคอตัวเอง พลางถูมือไปมา "หนาวจริงๆ"

พระพันปีหลวง "?"

"ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า"

ฉือเหย่หัวเราะร่วน ล้วงผ้าพันคอออกมาอีกเส้น นำไปพันรอบลำคอระหงขาวผ่องของพระพันปีหลวง

พระพันปีหลวงปรายตามองผ้าพันคอที่เห็นได้ชัดว่าเป็น "แบรนด์คนธรรมดา" เส้นนี้ แต่กลับไม่โวยวาย

"ตอนนี้วางใจได้หรือยัง" ฉือเหย่สะพายเป้กลับเข้าที่ "ฉันก็แค่ออกมาเซ็นสัญญากับคนอื่น มาคุยเรื่องบทละครแค่นั้นเอง"

"อืม..." พระพันปีหลวงพยักหน้า นัยน์ตาดอกท้ออันงดงามลอบมองฉือเหย่แวบหนึ่ง ทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูด

ฉือเหย่สงสัย "เป็นอะไรเหรอ"

พระพันปีหลวงมองซ้ายมองขวา ลดเสียงลงแล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ครูฉือ เรื่อง 'วังวน' อะไรนั่น คุณคิดขึ้นมาเองจริงๆ เหรอ"

ฉือเหย่ "?"

"ตกลงว่าเมื่อกี้เธอก็ไม่เชื่อฉันสินะ"

"อืม..."

จินเซี่ยพิจารณาสีหน้าของฉือเหย่อย่างถี่ถ้วน แววตาฉายความสงสัย แต่พอเห็นฉือเหย่มีสีหน้าเรียบเฉยก็รู้สึกพอใจขึ้นมา ส่งเสียงฮึดฮัด "ฉันต้องเชื่อคุณอยู่แล้วสิ"

อืม สมกับเป็นคนที่เธอหมายตาไว้

ยอดเยี่ยมจริงๆ

คนข้างนอกไม่มีใครรู้เลยว่าครูฉือแต่งเรื่องเป็นด้วย ตาเธอแหลมคมจริงๆ

ฉือเหย่ปรายตามองจินเซี่ยแวบเดียวก็รู้แล้วว่าในใจเด็กสาวกำลังคิดอะไรอยู่

เพราะยังไงซะ... ขอแค่เป็นสิ่งของหรือคนที่พระพันปีหลวงถูกใจ จะต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

"เอาล่ะ ฉันส่งเธอแค่นี้นะ ไม่เข้าไปแล้วล่ะ"

ฉือเหย่หยุดเดิน พวกเขามาถึงนอกรั้วบ้านแล้ว

จินเซี่ยหันกลับมา นัยน์ตาฉ่ำน้ำจ้องมองฉือเหย่ พูดด้วยเสียงออดอ้อน "ครูฉือ คุณต้องรีบกลับมานะ คุณยังติด 'เดต' ฉันอยู่อีกครั้งนึงด้วย"

"อืม รู้แล้วน่า"

ฉือเหย่พยักหน้า

"บ๊ายบาย"

"แล้วเจอกัน"

ทั้งสองโบกมือลา ฉือเหย่มองส่งจินเซี่ยเดินเข้าไปในบ้านจนเห็นไฟในห้องนั่งเล่นสว่างขึ้น และได้ยินเสียงพนักงานในรายการพูดคุยกันแว่วๆ ถึงได้หันหลังเดินจากไป

ระหว่างทาง เขาเดินไปตามทางเดินดินโคลนรอบนอกตัวบ้าน จู่ๆ ก็เหลือบไปเห็นดอกไม้สดที่ยังไม่เหี่ยวเฉาหมดไปในสวน

ดอกไม้พวกนี้พระพันปีหลวงเป็นคนเอามาปลูกตอนที่เพิ่งย้ายเข้ามา

ทีแรกเขาคิดว่ามันน่าจะเหี่ยวเฉาและถูกจัดการทิ้งไปตั้งนานแล้ว

ที่แท้ก็เพิ่งผ่านมาได้ไม่นานนี่เอง

คิดได้ดังนั้น เขาเดินไปจนสุดทางก็เห็นแท็กซี่ที่โคโค่เรียกมาเป็นการชั่วคราวแล้ว

ช่วยไม่ได้... ตอนนี้เยว่น่าระงับงานประกาศนอกของเขาทั้งหมด แถมยังยึดของทุกอย่างคืนไปหมดแล้ว

ตอนนี้ไม่มีรถให้ใช้จริงๆ

"พี่ฉือ"

โคโค่ลงจากรถมาช่วยฉือเหย่เก็บกระเป๋า พลางพูดว่า "เหนื่อยหน่อยนะคะ"

"ฉันจะเหนื่อยอะไร เธอต่างหากที่เหนื่อย"

เป็นเรื่องยากที่ฉือเหย่จะขอบคุณใครจากใจจริง

จากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันมาก นั่งรถกลับมาจนถึงบ้าน จึงค่อยเริ่มปรึกษาเรื่องที่จะต้องทำต่อไปที่ห้องนั่งเล่น

"เรื่องมันร้ายแรงกว่าที่เราคิดไว้อีกค่ะ"

โคโค่มีสีหน้าเคร่งเครียด ข่าวที่บอกออกมาแต่ละเรื่องทำให้ใจหายวาบทั้งนั้น "ตอนนี้บริษัทระงับงานประกาศนอกของพี่ทั้งหมด พรีเซนเตอร์และหุ้นส่วนทางธุรกิจทั้งหมดก็ถูกยกเลิกไปแล้ว... นอกจากนี้... วันนี้เก่อซวงยังรับงาน... 'งานประกาศนอก' อื่นๆ ให้พี่อีกเพียบเลยค่ะ"

"งานประกาศนอกอื่นๆ เหรอ"

ฉือเหย่ฟังน้ำเสียงของโคโค่ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่งานดีอะไร

"ค่ะ" โคโค่หยิบแท็บเล็ตออกมา "ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ... อืม... น่าจะคุณภาพแย่ยิ่งกว่างานโชว์ตัวตามอีเวนต์เดิมซะอีก มีทั้งงานขาวดำ งานมงคล... แล้วก็ขายหนังสืออัตชีวประวัติด้วย"

"ขายอัตชีวประวัติเนี่ยนะ" ฉือเหย่ชะงัก "ฉันไปเขียนอัตชีวประวัติตอนไหน"

"ไม่ต้องห่วงค่ะ AI เขียนให้พี่แล้ว"

โคโค่หยิบหนังสืออัตชีวประวัติที่เห็นได้ชัดว่าเพิ่งทำเสร็จออกมาเล่มหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า— 'ฉือเหย่สอนคุณให้มีอีคิวสูง'

ราคาหน้าปก: 1,999 หยวนต่อเล่ม

ฉือเหย่ "?"

"นี่กะจะเล่นฉันให้ตายเลยใช่ไหมเนี่ย"

โคโค่นิ่งเงียบ ผ่านไปพักใหญ่ถึงพูดด้วยน้ำเสียงซับซ้อน แฝงความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้ "พี่ฉือ ตอนนี้เราถูกเยว่น่าแบนเงียบแล้วค่ะ"

"ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงตอนนี้ เก่อซวงไม่โทรมาเลยสักสาย... ไม่มีข้อความส่งมาเลยสักข้อความ มีแค่อัปเดตความเคลื่อนไหวในบัญชีเวยป๋อรองเท่านั้น"

"หืม"

ฉือเหย่ประหลาดใจ กดเปิดเวยป๋อดู ก็เห็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในบัญชีรองส่วนตัวที่ยังไม่ได้รับการยืนยันตัวตนของเก่อซวงเขียนไว้ว่า 'ชีวิตของแกจบสิ้นแล้ว'

"เหอะ ปัญญาอ่อน"

ฉือเหย่ด่าออกไปคำหนึ่ง ไม่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์ของโคโค่เลยแม้แต่น้อย "...งานพวกนี้ฉันไม่ไปหรอก ฉันไปสอนคนอื่นให้มีอีคิวสูงเนี่ยนะ นั่นมันแก้แค้นสังคมชัดๆ"

เขาเปลี่ยนเรื่องถามเธอ "เรื่องที่ฉันให้เธอเตรียมการ เธอเตรียมเสร็จหรือยัง"

โคโค่ชะงักไป รีบพยักหน้า "เสร็จแล้วค่ะ"

"ทางทนายคุยกับเขาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม"

"เวลามันกระชั้นชิดไปหน่อย แต่ทนายจางบอกว่า ไม่ว่ากระแสสังคมในเน็ตจะเป็นยังไง ก็ไม่มีผลต่อการเตรียมงานของเธอค่ะ"

"ดี"

ฉือเหย่พยักหน้า ดื่มน้ำในแก้วจนหมด "งั้นก็อย่าอยู่เฉยเลย เริ่มกันเถอะ"

"เอ๊ะ"

โคโค่งง "เริ่มเหรอคะ เริ่มอะไร"

"เริ่มซัดเยว่น่าไงล่ะ"

ฉือเหย่บีบนวดข้อมือตัวเอง "ในเมื่อพวกมันไม่เว้นทางรอดให้ฉัน งั้นก็ไม่ต้องรอดกันหมดนี่แหละ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 46 - "ฉือเหย่สอนคุณให้มีอีคิวสูง"

คัดลอกลิงก์แล้ว