- หน้าแรก
- ซูเปอร์สตาร์ปากแจ๋ว แหกกฎวงการมายา
- บทที่ 45 - "ยอดฝีมือ" ส่วนตัวของเดือนโรงเรียน
บทที่ 45 - "ยอดฝีมือ" ส่วนตัวของเดือนโรงเรียน
บทที่ 45 - "ยอดฝีมือ" ส่วนตัวของเดือนโรงเรียน
บทที่ 45 - "ยอดฝีมือ" ส่วนตัวของเดือนโรงเรียน
ฉือเหย่คิดเช่นนี้ขณะเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มองปราดเดียวก็เห็นทุกคน "ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง" แต่ละคนก้มหน้าก้มตาศึกษาเมนูอาหาร
ทีแรกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นสายตาของหยางจื่อถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าอารมณ์ของพระพันปีหลวงผิดปกติ
หงอยเหงา นัยน์ตาดอกท้อทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"อ้อ ไม่เป็นไร" ฉือเหย่อธิบาย "เปลี่ยนไปกินร้านข้างทางก็พอ"
ทุกคน "..."
"ครูฉือ ของที่นี่ดูแล้วไม่น่าอร่อยเลย"
จินเซี่ยเอียงคอกระซิบกับฉือเหย่ "พรุ่งนี้คุณพาฉันไปกินของอร่อยๆ นะ"
ฉือเหย่ "..."
เขาข้ามหัวข้อนี้ไป หันไปมองครูหวง "คิดออกหรือยังว่าจะสั่งอะไรดี"
"เอาของขึ้นชื่อของที่นี่มาหน่อยเถอะ"
ครูหวงร้องเรียกพนักงาน "น้องพนักงาน น้องพนักงาน"
เด็กหนุ่มอายุไม่มากคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา สีหน้าดูประหม่าเล็กน้อย ยกมือเกาเกาบั้นท้ายอย่างลืมตัว
เห็นได้ชัดว่าทีมงานรายการได้ประสานงานกับทางร้านอาหารไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกเขาจึงจำได้ว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นดารา
"พวกคุณรับอะไรดีครับ"
"ทางคุณมีอาหารขึ้นชื่ออะไรบ้างไหม" ครูหวงถามด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
"เอ่อ... มี... มีครับ..." พ่อหนุ่มน้อยเกาบั้นท้ายด้วยความประหม่าอีกครั้ง ถึงกับพูดไม่ออก
ครูหวงมองดูท่าทางของเขาแล้วถามด้วยความสงสัย "เป็นริดสีดวงเหรอ"
"หา... หา"
พ่อหนุ่มน้อยชะงัก หน้าแดงเถือก เค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง "สั่ง... สั่งตามที่มีในเมนูได้ไหมครับ"
"พรวด"
ฉือเหย่เพิ่งดื่มน้ำชาเข้าไปอึกหนึ่ง ได้ยินแบบนั้นก็พ่นใส่หน้าหยางจื่อที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเต็มๆ
หยางจื่อ "?!"
"พิษร้าย พิษร้ายมาก... ฉันโดนพ่นพิษใส่แล้ว" หยางจื่อกุมหน้าโอดครวญ
ทุกคน "..."
"แค่กๆ..."
ซือไต้ฝูที่นั่งรอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่อีกฝั่งของฉือเหย่ทนไม่ไหวจนต้องไอออกมา ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำ
"ทำไมเอาแต่ไออยู่ได้ คันคอเหรอ" ฉือเหย่เช็ดปากหน้าตาเฉย หยิบตีนไก่ข้างๆ ยื่นให้เธอ "กินตีนไก่ไปเกาหน่อยสิ"
ซือไต้ฝู "..."
หน้าแดงจนวิวัฒนาการกลายเป็นมนุษย์ผิวแดงไปแล้ว
ตอนนี้ครูหวงมีสีหน้าอึดอัดใจ ลอบหงุดหงิดในใจ คิดว่าเด็กสมัยนี้ทำไมรสนิยมถึงได้แปลกประหลาดขนาดนี้
รีบแก้ข่าว "ไม่ได้หมายความแบบนั้น... ฉันถามนายว่า... ช่างเถอะ เอาอะไรมาก็ได้เสิร์ฟๆ มาเถอะ"
คอมเมนต์ในห้องถ่ายทอดสดระเบิดตูมตาม
'ริดสีดวงสูตรเด็ด'
'ใครบอกว่าริดสีดวงสูตรเด็ดไม่ใช่ของขึ้นชื่อล่ะ'
'ขำจะตายอยู่แล้ว ทำไมแก๊งปีศาจร้ายพวกนี้ถึงสร้างสีสันได้ขนาดนี้เนี่ย'
'ปากของฉือเหย่คือจุดเด่นที่สุดของรายการพบคุณจริงๆ กินตีนไก่ไปเกาหน่อยนี่มันได้เหรอ'
'เสิ่นชิงอวี้เข้าโรงพยาบาลแล้ว นายยังหัวเราะออกอีกเหรอ ไอ้แป้กเหย่ นายมันไม่มีหัวใจ'
'เทรนด์ฮิตแตกแล้ว รีบไปดูเวยป๋อสตูดิโอของเสิ่นชิงอวี้เร็วเข้า'
ตอนนี้ห่างจากเหตุการณ์ 'เสิ่นชิงอวี้โรคซึมเศร้ากำเริบจนสลบ' ผ่านไปแล้วสองชั่วโมง แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องจุดชนวนให้เทรนด์ฮิตและทั้งในและนอกวงการลุกเป็นไฟ
อีกทั้งสตูดิโอของเสิ่นชิงอวี้เพิ่งโพสต์เวยป๋อ อ้างว่าเสิ่นชิงอวี้เป็นเพราะ "เหตุการณ์ฉือเหย่" ในงานคืนแห่งเสียงกรี๊ด ทำให้ถูกทัวร์ลงจนโรคเก่ากำเริบ ถูกหามส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน ปัจจุบันพ้นขีดอันตรายแล้ว
และในประกาศฉบับนี้ พวกเขายังเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้เสิ่นชิงอวี้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงและ... "โรคชอบสะสมของ" ซึ่งสาเหตุมาจากตอนที่อยู่กับวง Rise เขาถูกหัวหน้าวงอันธพาลกลั่นแกล้งรังแกมาเป็นเวลานาน
ดังนั้น อย่าดูแค่ว่าตอนนี้ในรายการพบคุณกำลังสนุกสนานเฮฮา อันที่จริงโลกภายนอกเดือดดาลจนเป็นเตาหลอมไปตั้งนานแล้ว
แฟนคลับจำนวนนับไม่ถ้วนของเสิ่นชิงอวี้ รวมถึงชาวเน็ตทั่วไปที่เชื่อทันทีเมื่อเห็นข่าวจากบัญชีการตลาด ต่างพากันไปรุมประณามและด่าทอใต้เวยป๋อและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับฉือเหย่และทีมงานรายการพบคุณ
ทีมงานรายการพบคุณสังเกตเห็นความผิดปกติของการกระทำนี้อย่างชัดเจน
พอเชื่อมโยงกับสายโทรศัพท์จากเยว่น่าที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่ สายตาที่พวกเขามองฉือเหย่ก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น
คนที่รู้สึกซับซ้อนพอกันก็คือคนที่กำลังกินข้าวอยู่หลายคน
อาหารมื้อนี้จบลงท่ามกลางบรรยากาศที่ว่า "ริดสีดวงสูตรเด็ด" ตกลงเป็นของขึ้นชื่อจริงๆ หรือไม่
ครอบครัวพบคุณพากันเดินทางกลับบ้านพัก ทางฝั่งฉือเหย่ก็คอยแชตวีแชตคุยกับทีมงานของตัวเอง... หรือก็คือโคโค่มาตลอดทาง
"ครูฉือ คุณไม่เป็นไรใช่ไหม"
จินเซี่ยกลับเข้าบ้านเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะขนปุยน่ารัก ก็วิ่งมาที่ห้องของฉือเหย่ สังเกตสีหน้าท่าทางของฉือเหย่
ดูเหมือนแม้แต่พระพันปีหลวงที่ "ไม่เคยสนใจเรื่องราวภายนอก" ตอนนี้ก็รับรู้สถานการณ์บนอินเทอร์เน็ตแล้ว
"ไม่เป็นไรนี่"
ฉือเหย่เก็บโทรศัพท์มือถือ
เพิ่งได้รับข่าวว่าเยว่น่าได้ระงับงานประกาศนอกทั้งหมดของเขาแล้ว
นายทุนยักษ์ใหญ่ถ้าไม่ลงมือก็แล้วไป แต่พอลงมือเมื่อไหร่ก็ไร้สุ้มเสียง ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ และไม่มีทางรอดใดๆ ให้เหลืออยู่เลย
"เสิ่นชิงอวี้คนนี้นิสัยเสียเกินไปแล้ว สาดโคลนสกปรกอะไรก็สาดมาใส่คุณ คุณไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย"
ฉือเหย่ "...เธอเพิ่งรู้จักฉันมาได้กี่วันกัน"
"แค่ไม่กี่วันก็ดูออกแล้วว่าใครดีใครเลว" พระพันปีหลวงไม่ยอมแพ้ จากนั้นก็เพิ่งสังเกตเห็นท่าทางเก็บกระเป๋าเดินทางของฉือเหย่ จึงชะงักไป "ครูฉือ นี่คุณกำลังจะทำอะไร"
"มีงานด่วนต้องไปจัดการ ฉันต้องไปสักสองสามวันน่ะ"
"ไปสองสามวันเหรอ"
จินเซี่ยกะพริบขนตายาวงอน ดัดเสียงแหลมปรี๊ด "คุณจะไปเหรอ"
ฉือเหย่ดึงเธอเข้ามา "เธอจะตะโกนเสียงดังทำไมเนี่ย"
แต่สายไปเสียแล้ว ซือไต้ฝูที่บังเอิญเดินผ่านและกำลังจะไปหาของกินมาซ่อนไว้หยุดชะงัก นัยน์ตากลมโตมองเขาด้วยความสงสัย
แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้พูดอะไร แต่ฉือเหย่ก็อ่านความหมายออก
— เป็นอะไรไปเหรอ
"พอดีเลย ครูซือมาพอดี ฉันโอนเงินให้คุณก่อน คุณกับเซี่ยเซี่ยเก็บไว้ใช้ในรายการนะ"
"ครูฉือ ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฝีมือเสิ่นชิงอวี้ใช่ไหม" พระพันปีหลวงโกรธมาก "คุณบอกฉันมานะ ฉัน... วันหลังฉันต้องแก้แค้นเขาแน่"
ฉือเหย่ "..."
"ก็แค่มีปัญหากับบริษัทนิดหน่อย เอาล่ะ ไม่ต้องถามแล้ว ฉันจัดการเสร็จเดี๋ยวก็กลับมา"
ฉือเหย่คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนมีมโนธรรมอะไรนัก แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพระพันปีหลวง เขาทำหน้าด้านแบบนั้นไม่ลงจริงๆ
ครั้งก่อนในงานคืนแห่งเสียงกรี๊ดก็ครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นมันแค่เรื่องเล็กน้อย
พอเกี่ยวข้องกับนายทุนรายใหญ่อย่างเยว่น่า เขาไม่อยากลากพระพันปีหลวงเข้ามาพัวพันด้วย แบบนั้นมันชั่วช้าเกินไปจริงๆ
แน่นอนว่า... ที่สำคัญกว่านั้นคือ ลากลงมาก็ไม่มีประโยชน์หรอก
ตัวพระพันปีหลวงเองไม่มีความสามารถถึงขั้นนั้น ส่วนครอบครัวของเธอ มีหรือที่จะมาสนใจเขา
จินเซี่ยไม่พูดไม่จา ทำหน้าบูดบึ้งอารมณ์เสีย
ฉือเหย่เห็นดังนั้นก็งัดไม้ตายออกมา "เดี๋ยวกลับมาจะซื้อล่าเถียวให้สิบซอง... อืม ของเว่ยหลงเลยนะ"
"ครูฉือ คุณคิดว่าฉันโง่จริงๆ เหรอ"
พระพันปีหลวงโกรธเบาๆ "ร้อยซองก็... พอจะพิจารณาได้อยู่นะ"
ฉือเหย่ "..."
"ฉันไม่ล้อเล่นแล้วนะ" พระพันปีหลวงโบกมือ ปั้นหน้าขรึม น้ำเสียงหยิ่งผยอง "ตอนนี้คุณไปแล้ว พรุ่งนี้ใครจะพาฉันออกไปเที่ยวล่ะ"
ฉือเหย่ "?"
ซือไต้ฝู "?"
ฉันไม่ใช่คนเหรอ
ฉือเหย่คิดดูแล้วจึงรับปาก "เอาอย่างนี้ เดี๋ยวกลับมาฉันจะพาเธอไปเที่ยวสองต่อสองสองวันเลย พูดคำไหนคำนั้น"
พระพันปีหลวงไม่ตอบ เอาแต่ไม่เห็นซือไต้ฝูอยู่ในสายตา
ครูซือเห็นดังนั้นก็หันหลังกลับไปอย่างเงียบๆ
นักร้องสาวระดับราชินีองค์น้อยน่าจะไม่เคยฟังเพลงนี้ แต่ถ้าได้ยิน เธอคงจะร้องว่า ฉันควรอยู่ใต้ท้องรถ ไม่ควรอยู่บนรถ
"เดี๋ยวคุณจะไปไหน"
หลังจากวีนแตกไปเล็กน้อย พระพันปีหลวงก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยปากถามอีกครั้ง
ฉือเหย่มองเธอแวบหนึ่ง ตอบส่งๆ "ไปพบผู้กำกับ ไปจัดการธุระนิดหน่อย"
"ฉันจะไปกับคุณ"
"?"
ฉือเหย่ปรายตามองเธอ "อย่ากวนน่า"
"ครูฉือ อย่าทำให้ฉันโกรธนะจะบอกให้ ถ้าฉันโกรธขึ้นมาจริงๆ แม้แต่ตัวเองฉันยังไม่กลัวเลยนะ"
จินเซี่ยจ้องมองฉือเหย่ด้วยนัยน์ตาดอกท้ออันงดงาม "ฉันอยากออกไปเที่ยว คุณพาฉันไปได้ไหม"
ฉือเหย่ชะงักไป สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปในสายตาของพระพันปีหลวงได้อย่างชัดเจน
เธอจะดึงดันตามฉันไปทำไมกัน
จินเซี่ยเห็นฉือเหย่ทำหน้าตาย ก็คิดในใจว่าไม่ได้ผลจริงๆ ด้วย เขาไม่หลงกลไม้ตื้นๆ แบบนี้ จึงเปลี่ยนท่าทีทันที ดึงชายเสื้อของฉือเหย่ไว้ น้ำเสียงออดอ้อนจนกระดูกแทบละลาย "ครูฉือ พาฉันไปด้วยน้าาา ได้ไหมมม ฉันอยากออกไปเที่ยวจริงๆ น้า"
"คุณเทฉันมาสองรอบแล้วนะ ขอออกไปเที่ยวรอบนึงไม่ได้เหรอ"
ฉือเหย่นิ่งเงียบ
แย่แล้ว โดนเธอจับจุดอ่อนได้อยู่หมัดเลย
"ก็ได้ อยากตามก็ตามมาเถอะ"
"เย้เย้ ฉันจะไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้แหละ"
พระพันปีหลวงเปลี่ยนสีหน้าในพริบตา หันหลังกลับไปอย่างเริงร่า
แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ในใจของฉือเหย่กลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นสายหนึ่ง... อืม สมกับเป็นพระพันปีหลวงที่พกพาดวงอาทิตย์ดวงน้อยติดตัวมาด้วย
อบอุ่นเกินไปแล้วเจ๊ อบอุ่นสุดๆ ไปเลย
เขามองตามแผ่นหลังของพระพันปีหลวงอยู่นาน ก่อนจะหันกลับมา หยิบโทรศัพท์มือถือโทรหาผู้กำกับจาง "คุณจะมาถึงตอนไหน"
"ผมน่าจะถึงในอีกประมาณสองชั่วโมงนะ"
"ตกลง..." ฉือเหย่ดูเวลา คาดว่าด้วยความเรื่องมากของพระพันปีหลวง คงต้องเตรียมตัวเป็นสองชั่วโมง "งั้นคุณรอผมหน่อยนะ อีกห้าชั่วโมงผมถึง"
ผู้กำกับจาง "?"
"อย่าลืมเอาสัญญามาด้วยล่ะ... มีบางข้อที่ต้องเติมลงไป"
"...รู้แล้ว รู้แล้ว ว่าแต่ตอนนี้คุณอยู่มณฑลจี้เหรอ"
"ล้อเล่นน่า ผมจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้แหละ"
"โอเค"
ทั้งสองคุยกันเสร็จ ฉือเหย่วางสาย จากนั้นก็ลากกระเป๋าเดินทางลงไปข้างล่าง
"อ้าว คุณจะไปไหนน่ะ"
หยางจื่อที่กำลังดื่มชาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างเพื่อรักษา "ภาพลักษณ์คนรักสุขภาพ" ของตัวเองถึงกับตกใจ
แต่ฉือเหย่ไม่ได้มองเขา กลับมองไปที่นอกประตู เห็นพระพันปีหลวงที่แค่สวมเสื้อคลุมทับง่ายๆ ตัวหนึ่งกำลังทำหน้าบูดบึ้งอยู่
ฉือเหย่ "..."
จินเซี่ย "ครูฉือ คุณหลอกฉันอีกแล้วนะ"
"เปล่านะ ฉันก็แค่อยากออกไปรอเธอข้างนอกน่ะ"
ฉือเหย่ทำหน้าตาย ไม่มีทีท่าว่าจะหน้าแดงเลยสักนิด
"เดี๋ยวนะ เห็นฉันเป็นอากาศธาตุหรือไง"
หยางจื่อไม่พอใจ "ฉือเหย่ ตกลงนายจะไปไหนกันแน่"
ฉือเหย่เดินมาที่ประตู ปรายตามองเขาแล้ววิจารณ์ "อืม ภาพลักษณ์นี้ใช้ได้นะ เข้ากับอายุดี... รู้สึกว่าดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย"
"ครูหยางจื่อ สู้ๆ นะ"
พูดประโยคนี้จบ เขาก็เดินตามจินเซี่ยออกไป
หยางจื่อ "???"
"ทำไม... จู่ๆ ถึงมาชมฉันซะงั้น..." หยางจื่อถึงกับรู้สึกปลาบปลื้มขึ้นมานิดๆ "ทำเอาเขินเลยแฮะ..."
แต่จู่ๆ ก็ได้สติ ชี้ไปที่นอกประตู "ไม่ถูกสิผู้กำกับ สองคนนี้หนีออกไปแบบพลการได้ยังไง"
"ลางานไว้แล้วครับ ครูจินเซี่ยจะกลับมาตอนกลางคืน"
เสียงของผู้กำกับหลี่ดังขึ้น
หยางจื่อชะงักไป
จินเซี่ยจะกลับมาตอนกลางคืน
แล้วฉือเหย่ล่ะ
[จบแล้ว]