เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - เจ้าแม่โพธิสัตว์

บทที่ 15 - เจ้าแม่โพธิสัตว์

บทที่ 15 - เจ้าแม่โพธิสัตว์


บทที่ 15 - เจ้าแม่โพธิสัตว์

"ฮ่าๆ ขำจะบ้า หน้าตาตอนหยางจื่ออึ้งนี่โคตรฮา!"

"ไอ้เหย่ตกอับไม่คิดจะเก็บทรงเลยเหรอ"

"แอบโดนไอ้เหย่ตกอับตกเหมือนกันนะ รู้สึกเหมือนเขาพยายามช่วยแก้สถานการณ์ให้เซี่ยเซี่ยอยู่เลย"

"ก็จริงนะ ตาแก่หยางจื่ออายุห้าสิบกว่าแล้ว เอาหน้ากากความเก๋าไปเนียนเกาะกระแสเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าลูกสาวตัวเองได้ไง"

"ในตาไม่มีกล้องหรอก มีแต่ความหิวแสงล้วนๆ!"

"ไอ้เหย่ตกอับแกล้งทำเป็นคนตรงๆ หรือเปล่าเนี่ย เหมือนพยายามสร้างคาแร็กเตอร์เลย"

คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดขำกันกระจาย ภายในห้องครัว จินเซี่ยพยักหน้ารัวๆ "ใช่ๆ ฉันต้องให้เขาเกาะ ไม่งั้นเดี๋ยวเขาตกกระป๋อง!"

หยางจื่อ: "..."

เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะพูดอะไรได้อีก?

มีแต่ความรู้สึกพ่ายแพ้และเคียดแค้นสุมอยู่เต็มอก!

เวลาผ่านไปแค่ครึ่งวัน เขาแพ้ให้ฉือเหย่ติดๆ กันหลายตาแล้ว

เกมระดับสูงมันเล่นยากจริงๆ!

"งั้นก็ตกลงตามนี้ ฉันกับไต้ฝูจะอยู่ทำกับข้าวที่นี่เอง"

"โอเคๆ ฉัน... ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ!"

พอเห็นว่าสลัดหลุดจากมนุษย์ลุงได้แล้ว จินเซี่ยก็ตื่นเต้นดีใจ โบกมือหยอยๆ แล้วหันหลังวิ่งเหยาะๆ ขึ้นไปบนชั้นสองทันที

"อย่าลืมซื้อลูกพลับแช่แข็งมาด้วยล่ะ ฤดูนี้มันต้องกินลูกพลับ นานแล้วที่ไม่ได้กิน"

หยางจื่อยื่นรายการอาหารที่จดไว้ให้ฉือเหย่ พลางวางมาดรุ่นพี่ "ฉันอยากกินลูกพลับ ในเมื่อนายจะออกไปจ่ายตลาด ก็ต้องซื้อกลับมาให้ฉันด้วย ไม่งั้นฉันนอนไม่หลับ อายุขนาดฉันแล้ว มันก็อยากกินของที่เคยกินตอนเด็กๆ บ้าง..."

ฉือเหย่เงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง "อย่ามาอ้างศีลธรรมบีบกันนะ คนเขารู้กันทั้งเน็ตว่าฉันไม่มีศีลธรรม"

หยางจื่อ: "..."

เจอกับพวกสายพรสวรรค์แบบนี้จะไปสู้ยังไงไหว?! บอกฉันทีสิว่าจะเอาชนะยังไง?!

ซือไต้ฝู: "งั้นพวกเราจัดห้องครัวรอก่อนแล้วกัน"

"อืม"

ฉือเหย่พยักหน้ารับ เขานั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นสิบนาที ก็เห็น "คน" ที่ดูเหมือนหมีสีน้ำตาลเดินเตาะแตะลงมาจากชั้นสอง

"เธอเป็นใครเนี่ย?!"

ฉือเหย่มองจินเซี่ยที่ห่อหุ้มร่างกายมิดชิดจนเหลือแต่ดวงตาดอกท้อ "กะจะไปเปิดแผงขายเสื้อผ้าข้างนอกหรือไง"

"ฉันไม่เคยอยู่ข้างนอกในที่ที่อุณหภูมิติดลบเลยนะ ไม่งั้นผิวจะเสียหมด"

"หมีสีน้ำตาล" ส่งเสียงอู้อี้ลอดหน้ากากอนามัยออกมา

"...งั้นเธอควรจะไปอยู่บนพระอาทิตย์นะ ที่นั่นร้อนดี"

"อุ๊ย นายรู้ได้ไงว่าเมื่อก่อนเวลาฉันออกไปข้างนอก จะต้องมีคนคอยถือฮีตเตอร์ตัวเล็กๆ ตามไปด้วยตลอด"

"..." ฉือเหย่สวมเสื้อขนเป็ด "ไปกันเถอะ"

จินเซี่ยแปลกใจ แกว่งแขนที่ดู "อวบอ้วน" ไปมา "นายใส่แค่นี้เองเหรอ ไม่หนาวหรือไง"

ฉือเหย่ปรายตามองเธอ "ไม่หนาวหรอก แต่ความใจบุญของเธอทำฉันแสบตาหมดแล้ว"

"อ้อ งั้นไปกันเถอะ" จินเซี่ยเดินเตาะแตะตามหลังฉือเหย่ไป งงๆ "ทำไมถึงแสบตาล่ะ"

ฉือเหย่: "ก็เพราะเธอเป็นแม่พระไง"

จินเซี่ย: "???"

...

ช่วงใกล้สิ้นปี อุณหภูมิในเมืองหลวงลดต่ำลงมาก ยิ่งตกดึกก็ยิ่งหนาวจนตัวสั่น

ฉือเหย่กับจินเซี่ยเดินออกจากลานบ้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ก้าวออกจากบ้านตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่

ดอกไม้ใบหญ้าบานสะพรั่งที่เห็นตอนกลางวันยังคงอยู่ แต่ว่า...

"ฝั่งนู้นเหมือนจะเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ แล้วก็มีหมูด้วยนะ"

ฉือเหย่ชำเลืองมองไป ได้ยินเสียงร้อง "กุ๊กๆ" ดังมา ก็รู้สึกประหลาดใจสุดๆ "มีจริงๆ ด้วยแฮะ"

"งั้นทีมงานรายการพวกคุณก็ประสาทกินแล้วล่ะ บ้านพักสไตล์ชนบท มีที่เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ แล้วจะเอาดอกไม้พวกนี้มาจัดเต็มทำไมเนี่ย ดูแล้วก็ไม่น่าจะถูกๆ นะ"

ฉือเหย่มองตากล้องพีดีกับผู้กำกับหลี่ที่เดินตามหลังมา "จัดฉากซะเวอร์เชียว"

ผู้กำกับหลี่: "?"

พีดีกระแอมไอเบาๆ แอบชี้ไปทาง "หมีสีน้ำตาล" "อันนั้นไม่ใช่ของทีมงานรายการเราครับ"

"หา?"

ฉือเหย่ได้สติ หันไปมองข้างๆ ก็พบว่าจินเซี่ยกำลังจ้องเขาด้วยสายตา "โกรธเคือง" อยู่พอดี

แน่นอนว่าเพราะห่อหุ้มตัวมิดชิดเกินไป จึงมองเห็นแค่ดวงตาดอกท้อสวยหวานทะลุหมวกไหมพรมกับหน้ากากอนามัยออกมา พร้อมกับเสียงอู้อี้ "นายเอาฉันไปด่าลับหลังได้ไง!"

ฉือเหย่ชะงัก "ฉันไม่ได้ด่าลับหลังนะ ฉันด่าต่อหน้าเลยต่างหาก"

จินเซี่ย: "..."

"จะว่าไป เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าหน้าหนาวทางตอนเหนือ ปลูกดอกไม้พวกนี้ไว้ข้างนอกมันไม่รอดหรอกนะ"

จินเซี่ยโดนเบี่ยงเบนความสนใจได้สำเร็จ ร้อง "อุ๊ย" ออกมา "อ่า... จริงเหรอ ฉันไม่รู้เลยอ่ะ"

"เธอมันยมบาลเดินดินชัดๆ"

คราวนี้จินเซี่ยไม่ได้เถียงฉือเหย่ เธอแค่มองไปที่ดอกไม้ใบหญ้าสวยงามพวกนั้นด้วยสีหน้าสลดลงเล็กน้อย

ฉือเหย่ปรายตามองเธอแล้วพูดปลอบใจ "วางใจเถอะ ดอกไม้พวกนี้ตายไปเป็นผีก็ไม่ปล่อยเธอไว้แน่"

จินเซี่ยเบ้ปาก หันหน้าหนีไม่ยอมพูดด้วยอีก

"อะแฮ่มๆ"

ผู้กำกับหลี่กับตากล้องพีดีของทั้งสองคนเอามือปิดปากกระแอมไอ พยายามกลั้นขำไม่ให้หลุดเสียงออกมา บรรยากาศดูผ่อนคลายสุดๆ

"ฮ่าๆ ฉันเพิ่งค้นพบว่าไอ้เหย่ตกอับเป็นคนพูดจาโคตรมีเสน่ห์เลย"

"จินเซี่ยโดนด่าจนจะร้องไห้อยู่แล้ว"

"ห้ามรังแกเซี่ยเซี่ยนะ!!"

"ทำไมรู้สึกว่าเคมีแอบเข้ากันแปลกๆ"

"คู่จิ้นสายดาร์กชัดๆ!"

"เมนต์บน จิ้นมั่วซั่วระวังจะพังเอานะ!!"

ทั้งสองคนเดิน "ร้องไห้สลับหัวเราะ" มุ่งหน้าไปยังตลาดกลางคืนตลอดทาง

บ้านพักของรายการ พบคุณ ดูเผินๆ เหมือนอยู่ชนบท แต่จริงๆ แล้วทำเลดีมาก ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรก็มีตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่ฉือเหย่กับจินเซี่ยจะไปซื้อของ

เวลาหกโมงครึ่งตอนเย็น ท้องฟ้าเมืองหลวงเริ่มมืดมิด

ตลาดกลางคืนกำลังคึกคักได้ที่ พอเดินเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมของอาหารปิ้งย่างและสตรีตฟู้ดตามแผงต่างๆ ก็โชยเตะจมูก

จินเซี่ยยืนอยู่หน้าทางเข้าตลาดกลางคืนอันแสนคึกคัก ก้าวขาไม่ออกเลยทีเดียว

"ยืนบื้ออยู่ทำไม ไปสิ"

ฉือเหย่เร่งเร้า ก่อนจะก้าวเท้านำเข้าไปก่อน

จินเซี่ยกะพริบตาดอกท้อปริบๆ พอเห็นว่าไม่มีใครสังเกต ก็แอบดึงหน้ากากอนามัยลายหมีน้อยลงมานิดนึง จมูกโด่งรั้นขยับฟุดฟิด ดวงตาดอกท้อมองซ้ายมองขวา เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

"เฮ้ คนล่ะ หายไปไหนแล้ว"

เดินไปได้หน่อย ฉือเหย่ก็เห็นว่าหมีสีน้ำตาลข้างกายหายไปแล้ว จึงหันกลับไปตะโกนเรียก "ตลาดคนมันเยอะ เดินตามให้ทันหน่อยสิ"

"ฉัน... ฉันปวดท้อง"

จินเซี่ยดึงหน้ากากอนามัยกลับขึ้นมาปิดเหมือนเดิม เอามืออวบๆ ของชุดกันหนาวกุมท้องน้อยไว้ "ฉันอยากเข้าห้องน้ำ"

"ปวดท้องเหรอ"

ทีมงานรายการได้ยินดังนั้น ก็รีบกรูกันเข้ามาทันที

ฉือเหย่ก็ตกใจเหมือนกัน รีบเดินจ้ำอ้าวเข้ามา "เพิ่งออกมาแป๊บเดียวแพ้อากาศบนโลกมนุษย์จนอาหารเป็นพิษเลยเหรอ?!"

จินเซี่ยชะงักไปนิด ฝืนยิ้มตอบ "สงสัยจะโดนลมเย็นน่ะ... พวกนายไปกันก่อนเถอะ ฉันขอแวะเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวเดี๋ยวตามไป"

"งั้นก็ดี"

ผู้กำกับหลี่ไม่ค่อยวางใจนัก หันไปสั่งพีดีสาวที่ตามประกบจินเซี่ย "งั้นคุณพาเซี่ยเซี่ยไปหาห้องน้ำหน่อยแล้วกัน"

"ได้ค่ะ"

พีดีสาวพยักหน้ารับ หันไปทางจินเซี่ย "ไปกันเถอะค่ะ ครูจินเซี่ย"

"อ่า..." จินเซี่ยกะพริบตาขนตางอนเป็นแพรัวๆ "ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไปคนเดียวได้"

"คนมันเยอะนะ" ฉือเหย่มองจินเซี่ยด้วยสีหน้าจริงจัง "เมื่อก่อนเธอเคยออกไปไหนมาไหนคนเดียวหรือเปล่าล่ะ หาคนตามไปเป็นเพื่อนดีกว่านะ"

จินเซี่ยเหลือบมองเขา แอบกัดฟันกรอด แต่ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มมีมารยาท "รบกวนพวกคุณแย่เลย ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ"

"ไม่รบกวนหรอกครับ ครูจินเซี่ยน่าจะไม่เคยมาสถานที่แบบนี้ สภาพแวดล้อมค่อนข้างวุ่นวายไปหน่อย เป็นความสะเพร่าของพวกเราเองครับ"

จินเซี่ยสูดหายใจเข้าลึก กรอกตาไปมา จู่ๆ ดวงตาดอกท้อก็เป็นประกาย ชี้ไปที่ห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ไม่ไกล "ตรงนั้นมีห้องน้ำพอดี พวกคุณไม่ต้องตามมาหรอกค่ะ ฉันไปเองได้"

ทุกคนมองตามไป ก็เห็นว่าอยู่ไม่ไกลจริงๆ มองหน้ากันไปมา แล้วก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ

ระยะแค่นี้ พระพันปีหลวงคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง?

แค่เข้าห้องน้ำคงไม่ถึงกับทำไม่เป็นหรอกนะ?

"งั้นพวกคุณรอเธออยู่นี่แหละ เดี๋ยวฉันไปดูของทางฝั่งนู้นก่อน"

ฉือเหย่กวาดสายตามองรอบๆ แล้วหันไปบอกทีมงาน

"ได้ครับ"

ผู้กำกับหลี่พยักหน้ารับ

ฉือเหย่เดินไปข้างหน้าพร้อมกับพีดีประจำตัว

เมื่อกี้เขาเห็นแผงขายของปิ้งย่างอยู่หลายร้าน วันนี้ทั้งบ่ายยังไม่ได้กินอะไรเลย เริ่มจะหิวแล้วสิ

"เถ้าแก่ เอาเนื้อแกะย่างห้าไม้... อืม เอาแค่นี้แหละครับ"

เนื่องจากเงินค่าใช้จ่ายที่ทีมงานรายการให้มามีจำกัด ฉือเหย่คิดไปคิดมา ก็ตัดใจซื้อเนื้อแกะย่างให้ตัวเองได้แค่ 5 ไม้เท่านั้น

คนดูในไลฟ์สดถึงกับฮาก๊าก

"เอาแค่นี้แหละ... น่าสงสารจัง ฮ่าๆๆ"

"ขี้งกขนาดนี้เลย? ไม่ซื้อไปฝากคนอื่นบ้างเหรอ"

"นี่มันเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไอ้เหย่ตกอับเองนะ พวกแอนตี้จะเกลียดอะไรกันนักหนา"

"จะว่าไปฉือเหย่ก็ซื่อตรงดีนะ รายการให้เงินมาเท่าไหร่ก็ใช้แค่นั้น ฮ่าๆ"

ฉือเหย่ไม่รู้หรอกว่าแค่ตัวเองซื้อเนื้อแกะย่างกินก็ยังมีคนตามมาด่า

เถ้าแก่เริ่มย่างเนื้อ เขากวาดสายตามองรอบๆ กำลังคิดว่าจะไปซื้อผักที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไหนดี แล้วคืนนี้จะต้องใช้เงินไปเท่าไหร่บ้าง

ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง ตรงทางแยกถนนไม่ไกลนัก

ตรงนั้น มีร่าง "อวบอ้วน" ที่คุ้นตา ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ รูปร่างเหมือน "หมีสีน้ำตาล" ภายใต้หน้ากากอนามัยคือดวงตาดอกท้อที่สวยงามโดดเด่น

ในขณะนี้ "หมีสีน้ำตาล" กำลังยืนเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

"ยัยนั่นไม่ได้ไปห้องน้ำหรอกเหรอ"

ฉือเหย่งงเป็นไก่ตาแตก โบกมือบอกให้เถ้าแก่ย่างเนื้อไปก่อน เขายังไม่เดินเข้าไปหาทันที แค่ยืนลูบปลายคางมองดูหมีสีน้ำตาลด้วยสายตาจับผิด

ผ่านไปเนิ่นนาน ราวกับล็อกเป้าหมายได้แล้ว "หมีสีน้ำตาล" ก็ดึงหน้ากากอนามัยลายหมีน้อยลงมานิดนึง เผยให้เห็นจมูกโด่งรั้นน่ารักที่ขยับฟุดฟิดไปมา ในที่สุดก็ยอมเดินโซเซก้าวเท้าออกไป

ตามกลิ่นมาสินะ!

เธอเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าแผงขาย "แพนเค้กยัดไส้" ที่อยู่ไม่ไกลจากฉือเหย่นัก หยุดฝีเท้าลง แล้วเข้าสู่โหมดสแตนด์บายอีกครั้ง

"จุ๊ๆ..."

ฉือเหย่ลูบคาง สีหน้าซับซ้อนสุดๆ

ทำไมเด็กคนนี้ถึงดูให้ความรู้สึกเหมือนหุ่นยนต์รวนๆ ยังไงชอบกลนะ?

ทางด้านเถ้าแก่ร้านแพนเค้กก็งงเหมือนกัน มองดู "หมีสีน้ำตาล" ที่แต่งตัว "ประหลาด" มายืนขวางหน้าแผงแต่ไม่ยอมพูดอะไรสักคำ เลยเอ่ยถามด้วยความสงสัย "แม่หนู อยากกินอะไรล่ะ"

หมีสีน้ำตาลเงยหน้าขึ้น ดึงหน้ากากอนามัยกลับขึ้นมาปิดคางขาวเนียนเรียบร้อยแล้ว คิดอยู่นานกว่าจะใช้เสียงงุ้งงิ้งอันเป็นเอกลักษณ์ถามออกไปว่า "เถ้าแก่ แพนเค้กของลุงทำสะอาดหรือเปล่าคะ"

เถ้าแก่: "?"

โดนถามจนขำก๊าก "แม่หนู ลุงเปิดร้านขายของกินนะ จะเอาของไม่สะอาดมาขายได้ยังไงล่ะ"

หมีสีน้ำตาลตาเป็นประกาย แต่ก็ยังลังเล "แล้วน้ำมันที่ร้านลุงใช้ ใช่น้ำมันมะกอกเบติสนำเข้าจากสเปนไหมคะ แป้งที่ใช้ใช่แป้งนำเข้าทีห้าห้าจากฝรั่งเศสหรือเปล่า"

"ถ้าไม่ได้ใช้น้ำมันมะกอกเบติสทำ ฉันไม่กินนะคะ"

เถ้าแก่: "..."

"นี่แม่หนู หนูมาป่วนร้านลุงใช่ไหมเนี่ย เบติสมะกอกอะไรกัน ลุงรู้จักแต่มัลซาฮาร์ในเกมเท่านั้นแหละ ไม่กินก็หลบไป อย่ามาเกะกะ ไปๆ ชิ่วๆ"

หมีสีน้ำตาลเดินถอยหลังโซเซไปสองสามก้าว แต่ก็ยังไม่ยอมไปไหน ยืนตระหง่านปักหลักเป็นเสาหินอยู่ตรงนั้น

เถ้าแก่เหล่ตามองเธอแวบหนึ่ง แสยะยิ้ม "อยากกินล่ะสิ"

หมีสีน้ำตาลพยักหน้ารัวๆ

"งั้นจะมัวพูดพล่ามทำไม" เถ้าแก่เช็ดมือ "อยากจะใส่ไส้อะไรบ้างล่ะ ไม่ได้โม้นะ ลุงตั้งแผงขายอยู่ตรงนี้มาสามปีแล้ว แถวนี้ไม่มีร้านไหนทำอร่อยสู้ร้านลุงได้หรอก"

"มะ... มีราคาเท่าไหร่บ้างคะ"

หมีสีน้ำตาลเหมือนจะหนาวจนตัวสั่นนิดๆ ถามเสียงสั่น "ฉันกินแต่ของที่แพงที่สุดเท่านั้นนะ!"

"แพงที่สุดเหรอ"

เถ้าแก่ตาโต "งั้นก็ต้องเป็นชุดซูเปอร์พรีเมียมราคา 15 หยวนเลยแม่หนู!"

หมีสีน้ำตาลฟังแล้วก็พยักหน้าสลับกับส่ายหน้า ชี้ไปที่ลูกค้าที่เพิ่งเดินออกไป "แต่เมื่อกี้ฉันเห็นคนนั้นจ่ายไป 20 หยวนนี่นา"

"อ้อ คนนั้นน่ะเหรอ" เถ้าแก่อธิบาย "เขาเพิ่มไข่สองฟอง หมูสันในอีกสองชิ้นน่ะ"

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" หมีสีน้ำตาลทำท่าครุ่นคิด โบกมือ "อวบๆ" ไปมา "งั้นเอาแบบ 200 หยวนให้ฉันชิ้นนึง!"

"หา?!" เถ้าแก่งงเป็นไก่ตาแตก

"ขอโทษทีครับ เธอพูดเล่นน่ะ เอาแบบ 2,000 หยวนก็พอ"

ฉือเหย่เดินแกมวิ่งเข้ามา รีบขอโทษขอโพยเถ้าแก่

"?!" เถ้าแก่งงหนักกว่าเดิม

ฉือเหย่กุมขมับ "ขอโทษทีครับ พูดผิด เอาแบบ 20 หยวน อะไรที่ใส่ได้ก็ประเคนใส่มาให้เธอให้หมดเลยแล้วกันครับ"

เถ้าแก่ถอนหายใจโล่งอก เหลือบมองฉือเหย่ที่สวมหน้ากากอนามัยอยู่ แล้วหันไปมองหมีสีน้ำตาล "พ่อหนุ่ม ลุงดูทรงแล้วเอ็งก็หล่อเอาเรื่องอยู่นะ แฟนเอ็งทำไมดูเอ๋อๆ พิกลล่ะ"

"เอ๊ะ ลุงพูดงี้ได้ไง"

ฉือเหย่ชักสีหน้า "ตกลงจะขายไหม ไม่ขายผมไปร้านอื่นแล้วนะ"

"ขายสิๆ ไม่ได้บอกว่าจะไม่ขายนี่"

เถ้าแก่บ่นอุบอิบ เจอลูกค้าที่ดูท่าทางไม่ค่อยเต็มเต็งอย่างฉือเหย่เข้าไป ก็เลยไม่กล้าพูดมากอีก

"นะ... นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง?!"

ทางด้านจินเซี่ย พอเห็นฉือเหย่โผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง ก็ตกใจจนหน้าซีดเผือดภายใต้หน้ากากอนามัย รีบหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ตัวทันที

"วางใจเถอะ พีดีไม่ได้ตามมา ฉันอยากกินปิ้งย่างก็เลยเดินมาดูแถวนี้น่ะ"

ฉือเหย่อธิบายสั้นๆ ก่อนจะเหล่ตามองจินเซี่ย "ฉันว่าแพนเค้กเจ้านี้ก็ไม่ได้ใช้น้ำมันมะกอกเบติสอะไรนั่นทำหรอกนะ ทำไมเธอยังจะกินอีกล่ะ"

จินเซี่ยหน้าแดงเถือก "เถ้าแก่ก็บอกอยู่ว่าของเขาทำสะอาดถูกหลักอนามัย!"

ฉือเหย่หัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ

จินเซี่ยยิ่งหน้าแดงหนักกว่าเดิมตอนโดนหัวเราะเยาะ ใจนึงก็อยากจะแข็งกร้าวใส่ แต่ก็ทำไม่ได้ เงียบไปพักใหญ่ จู่ๆ ก็ดึงชายเสื้อฉือเหย่เบาๆ ด้วยท่าทางน่าสงสาร "ครูฉือ นาย... นายอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นได้ไหม"

พอฉือเหย่ได้ยินเสียงออดอ้อนงุ้งงิ้งที่ฟังดูไร้เรี่ยวแรงแบบนี้ ก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว

— ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว ว่าทำไมจินเซี่ยถึงโดนผู้หญิงด้วยกันเกลียดนักเกลียดหนา

มันน่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว

ทางฝั่งจินเซี่ย ก้มหน้าก้มตาใช้ดวงตาดอกท้อแอบลอบมองฉือเหย่อย่างหวาดระแวง พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังคง "ตีหน้าตาย" ไม่รู้สึกรู้สากับลูกอ้อนของเธอ ในใจก็เริ่มกระวนกระวาย

ถ้าขืนให้คนที่บ้านรู้เรื่องนี้เข้า เธอต้องตายแน่ๆ!

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็กัดฟันกรอด "อย่างมาก... อย่างมากนายก็บอกคนอื่นได้แค่คนเดียวเท่านั้น แต่ห้ามเป็นคนที่บ้านฉันเด็ดขาดนะ!"

ฉือเหย่: "......?"

เขามองจินเซี่ยด้วยสีหน้างุนงงสุดขีด

"ให้โควตาบอกได้แค่คนเดียวจริงๆ นะ..." จินเซี่ยนึกว่าเขาไม่พอใจ ถึงกับลืมดัดเสียงแอ๊บแบ๊ว "โวยวาย" ด้วยความ "โกรธเคือง" "ให้บอกได้ตั้งคนนึงยังไม่พอใจอีกเหรอ นายจะโลภมากไปไหนเนี่ย หรือว่าอยากจะป่าวประกาศให้รู้กันทั้งโลกเลยฮะ? นาย... นายนี่มันไม่ใช่คนดีจริงๆ ด้วย!"

ฉือเหย่: "..."

จะพูดยังไงดีล่ะเนี่ย...

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งค้นพบความลับระดับชาติอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว

นิสัยของนางเอกตัวท็อปคนนี้มัน...

เขายืนนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตบมือดังแปะ "ไปกันเถอะ"

จินเซี่ยยังคงอยู่ในสภาวะมึนงง "ปะ... ไปไหน แล้วตกลงนายรับปากหรือเปล่า"

"รับปากสิ ฉันจะไม่บอกใครเลยแม้แต่คนเดียว"

"นาย... นายใจดีขนาดนี้เลยเหรอ" จินเซี่ยแปลกใจ

"...แน่นอน"

"งั้นพวกเราจะไปไหนกันล่ะ" จินเซี่ยยิ้มร่า รู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าหลอกง่ายและพอใจกับอะไรง่ายๆ เสียเหลือเกิน

"เธอยังอยากกินอะไรอีกล่ะ"

ฉือเหย่ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองถูกจัดไปอยู่ในหมวดหมู่ "คนหลอกง่าย" ซะแล้ว เอ่ยปากอย่างป๋า "เดี๋ยวพาไปซื้อของกิน"

"อ่า... จะดีเหรอ ฉันรับปากพี่มี่ไว้แล้วนะ ว่าจะไม่กินของขยะน่ะ" จินเซี่ยตาเป็นประกายด้วยความดีใจ แต่ก็แสร้งทำเป็นลังเล

"กินทุเรียนเผาไหม"

ฉือเหย่เดินมาถึงหน้าร้านขายทุเรียนเผาแล้ว

"ทุเรียนพันธุ์เหมาซานหวังหรือเปล่า" จินเซี่ยเดินเตาะแตะตามมาติดๆ ปากก็บ่นงุบงิบ "ฉันไม่กินของเหม็นๆ นะ"

คำพูดนี้บังเอิญไปเข้าหูคู่รักหนุ่มสาวที่เพิ่งเดินออกจากร้านพอดี ทั้งคู่เลยส่งสายตาแปลกๆ มาให้พวกเขา

ฉือเหย่มองตากลับไป หันไปพูดกับจินเซี่ยอย่างหน้าตาเฉย "ไม่เป็นไรหรอก ดมไปดมมาเดี๋ยวก็ชินเองแหละ อีกอย่าง ทุเรียนเผามันมีประโยชน์และสะอาดมากเลยนะ!"

จินเซี่ยทำท่าทัดผมทัดหูอย่างมีจริต "งั้นก็ได้ ในเมื่อมันมีประโยชน์ ฉันยอมฝืนใจกินนิดนึงก็แล้วกัน"

...

ไม่ไกลนัก พีดีประจำตัวของฉือเหย่มองตามหลังทั้งคู่ที่เดินเข้าไปในร้าน ก่อนจะหันไปมองเพื่อนร่วมงานอีกกลุ่มที่อยู่ข้างๆ

รายการ พบคุณ ถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมงก็จริง แต่ก็มีทีมบันทึกเทปคอย "เก็บตก" อยู่ด้วย ทีมนี้จะไม่มีการไลฟ์สด แต่จะคอยถ่ายฟุตเทจเบื้องหลังเอาไว้ใช้ตัดต่อในตัวรายการหลัก

เมื่อกี้ เขาทำตามคำสั่งของฉือเหย่ ไม่ได้ถ่ายไลฟ์สด และไม่ได้ตามเข้าไปด้วย

แต่ทว่า...

"นี่พวกเราจะต้องเอาภาพพวกนี้ไปออกอากาศไหมเนี่ย"

"มันไม่ฉีกภาพลักษณ์เดิมเกินไปหน่อยเหรอ"

"นายว่าใครฉีกภาพลักษณ์ล่ะ"

"ก็สองคนนี้นั่นแหละ ดูฉีกภาพลักษณ์ที่เคยสร้างไว้ทั้งคู่เลย..."

"ถ้าออกอากาศไป ภาพลักษณ์ของสองคนนี้จะพลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือไหมนะ"

"ช่างเถอะ กลับไปถามผู้กำกับก่อนแล้วกัน"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 15 - เจ้าแม่โพธิสัตว์

คัดลอกลิงก์แล้ว