เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - กำเนิดจ้าวแห่งกู่

บทที่ 14 - กำเนิดจ้าวแห่งกู่

บทที่ 14 - กำเนิดจ้าวแห่งกู่


บทที่ 14 - กำเนิดจ้าวแห่งกู่

ห้องนั่งเล่น

เหล่าแขกรับเชิญปรบมือรับคำพูดของผู้กำกับ แต่ละคนก็มีสีหน้าแตกต่างกันออกไป

หยางจื่อมีแววตามุ่งมั่น จินเซี่ยนัยน์ตาเป็นประกายวิบวับ เต็มไปด้วยความคาดหวังและความปรารถนาต่อชีวิตที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ส่วนซือไต้ฝูเอาแต่นิ่งเงียบไร้อารมณ์

มีเพียงฉือเหย่ที่พูดแทนใจผู้ชมออกมาว่า "ผู้กำกับอีคิวสูงมากเลยครับ"

"หืม?"

จินเซี่ยไม่เข้าใจ "อีคิวสูงยังไงเหรอ"

ฉือเหย่ปรายตามองเธอ นึกในใจว่าเคยเห็นแต่คนวิ่งหนีตาย นี่เพิ่งเคยเห็นคนวิ่งเข้าหาความตายก็คราวนี้แหละ "อีคิวสูง: ครูหวง ครูลวี่ แล้วก็หลินจิ้งอี๋ยังจัดการงานไม่เสร็จ อีคิวต่ำ: ปล่อยให้พวกปีศาจมารร้ายอย่างพวกแกมีชีวิตรอดไปได้อีกวัน"

"ฮ่าๆ นายพูดแบบนี้มัน... เอ่อ... นี่นาย นาย!"

จินเซี่ยหลุดขำ "พรืด" ออกมา แต่พอตั้งสติได้ ดวงตาดอกท้อสุดเซ็กซี่ก็เบิกกว้างขึ้นอีกสเตป ใบหน้าซีดเผือด

— นี่มันพูดออกอากาศได้เหรอเนี่ย พี่ชาย?!

บรรดา "ปีศาจ" คนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มจะทนไม่ไหวเหมือนกัน ซือไต้ฝูมองฉือเหย่ด้วยสายตาเรียบเฉย ส่วนหยางจื่อกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ!

ประโยคเด็ดๆ แบบนี้เขาควรจะเป็นคนพูดสิ! ขืนพูดออกไป คนดูต้องรักเขาตายแน่ๆ!

คู่แข่ง ไอ้ดาราปลายแถวคนนี้คือคู่แข่งตัวฉกาจแน่นอน!

"อะแฮ่มๆ"

เขากระแอมไอเบาๆ สองที ส่งสายตาบอกผู้ช่วย เตรียมจะหยิบของขวัญที่ตัวเองเตรียมไว้มาแจกจ่ายให้ทุกคน

เขาเป็นคนที่สองที่จะมอบของขวัญให้ทุกคน ต่อให้จะช้ากว่าทีมของจินเซี่ยไปหนึ่งก้าว แต่ของดีมาทีหลังก็ไม่เสียหาย รับรองว่าต้องเรียกกระแสได้ชัวร์!

"พอดีเลย ฉันเองก็มีของขวัญมาให้..."

"ลำดับต่อไป เราจะทำการประกาศอันดับค่าความเกลียดชังครั้งแรกของรายการ พบคุณ กันครับ"

ท่วงท่าร่ายรำนานเกินไป สกิลเลยถูกขัดจังหวะ ผู้กำกับใหญ่แทรกขึ้นมา พาเข้าสู่ช่วงไคลแมกซ์แรกของรายการ พบคุณ อีพีหนึ่งทันที

— การประกาศค่าความเกลียดชัง

ตามที่ทีมงานรายการได้วางแผนไว้ หลังจากแขกรับเชิญเข้าพักในบ้าน พบคุณ เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการประกาศค่าความเกลียดชังจากชาวเน็ตเป็นครั้งแรก

และหลังจากนี้อีกหนึ่งสัปดาห์ ก็จะมีการประกาศอีกครั้ง ซึ่งความเปลี่ยนแปลงของตัวเลข ปฏิกิริยาและการปรับตัวของแขกรับเชิญ นี่แหละคือจุดขายที่น่าดูที่สุด

แม้ว่าการฉีกหน้ากันตรงๆ แบบนี้มันจะสร้างความขุ่นเคืองให้แขกรับเชิญก็เถอะ แต่รายการ พบคุณ ก็สร้างมาเพื่อการนี้อยู่แล้ว ขอแค่มีจุดขายดึงดูดคนดู เรตติ้งกับกระแสมันก็พุ่งทะยานแล้ว!

ใครมันจะไปสนว่าแขกรับเชิญจะรู้สึกยังไงกันล่ะ?

สิ่งที่เราต้องการคือเรื่องราวปั่นๆ ต้องการจักรวาลระเบิดตู้มต้าม ต้องการกระแสโว้ย!!

เป็นไปตามคาด

พอพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแขกรับเชิญในห้องส่งหรือผู้ชมทางบ้านในห้องไลฟ์สด ต่างก็หันมาให้ความสนใจกันเป็นตาเดียว

"เชี่ยย! เล่นแรงเบอร์นี้เลยเหรอ?!"

"ช่องแมงโก้แม่งของจริง สมคำร่ำลือ!"

"ขำจะตาย ดูหน้าหยางจื่อสิ หุบยิ้มไม่ลงแล้ว สงสัยคงคิดว่าตัวเองต้องได้ที่หนึ่งแน่ๆ มั้ง?"

"หยางจื่อทำได้แน่นอน สายมุมานะพยายาม ดังเพราะคนด่าก็คือความดังเว้ย!"

"เลือกยากจัง แต่ใน ศึกชิงจ้าวแห่งกู่ ครั้งนี้ ฉันขอโหวตให้หยางจื่อหนึ่งเสียง!"

"ไม่ได้ๆ รายการนี้มีแต่ศิลปินตัวแม่ทั้งนั้น ฉันโหวตให้ไอ้เหย่ตกอับ!"

"ที่หนึ่งคราวนี้ มีใครหน้าไหนกล้าหือกับไอ้เหย่ตกอับที่เกาะกระแสมาแล้วทั่วทั้งวงการบ้างวะ?!!"

"ว้าว เริ่มเลยเหรอคะ"

จินเซี่ยยังไม่ค่อยชินกับการจู่โจมตรงๆ แบบนี้ของรายการ สาเหตุหลักก็คือเธอกลัว กลัวว่าค่าความเกลียดชังของตัวเองจะสูงลิ่ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉือเหย่ก็แสดงความเห็นว่า "เธอจะกลัวอะไร มีรุ่นพี่ตั้งหลายคนนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ คิวของเธอจะไปคว้าแชมป์ได้ยังไงกัน?!"

จินเซี่ย: "..."

ผู้กำกับใหญ่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม แล้วให้สัญญาณทีมงานเปิดทีวีจอยักษ์กลางห้องนั่งเล่น

"ถึงวันนี้อาจารย์อีกสามท่านจะไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย แต่เราก็จะประกาศค่าความเกลียดชังพร้อมกันไปเลยนะครับ เชิญดูที่หน้าจอได้เลยครับ"

พูดจบ ก็เริ่มไล่ระดับขึ้นมาจากอันดับที่ 7 เผยให้เห็นชื่อและยอดค่าความเกลียดชัง

อันดับที่เจ็ด ครูลวี่ ค่าความเกลียดชัง 980,000 แต้ม

อันดับที่หก หลินจิ้งอี๋ ค่าความเกลียดชัง 1,270,000 แต้ม

อันดับที่ห้า ซือไต้ฝู ค่าความเกลียดชัง 2,010,000 แต้ม

อันดับที่สี่ จินเซี่ย ค่าความเกลียดชัง 2,930,000 แต้ม

อันดับที่สาม ครูหวง ค่าความเกลียดชัง 3,030,000 แต้ม

พอประกาศมาถึงตรงนี้ ในห้องนั่งเล่นก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดก็คึกคักเหมือนมีงานฉลอง

"ประกาศจริงดิ?! เชี่ยยย! สะใจโว้ย!"

"ทำไมจินเซี่ยถึงได้แค่อันดับสี่ล่ะ ยัยแม่มดจอมทำลายครอบครัวคนอื่นแบบนี้ ไม่น่าจะได้ที่หนึ่งเหรอ?"

"ขำขี้แตก ครูหวงตัวไม่อยู่ แต่นำโด่งไปไกลเลย!"

"สองคนต่อไปนี่ตัวตึงของจริง!"

"เหลือสองคนนี้ ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิด"

"เร่เข้ามาๆ เปิดรับแทงแล้วจ้า หุ้นกู่อีพีแรก ใครจะได้ตำแหน่งจ้าวแห่งกู่ไปครอง หยางจื่อหรือไอ้เหย่ตกอับ?"

"แกก็ดูถูกไอ้เหย่ตกอับเกินไปหน่อยมั้ง ไอ้เหย่ตกอับของฉันโลดแล่นในวงการมาตั้งหลายปี เรื่องความรักจากแอนตี้แฟน ใครมันจะไปสู้เขาได้ล่ะวะ!"

"ผิดแล้วน้องเอ๋ย ครูหยางจื่อมีบัฟจากรายการ ลาก่อน ที่รัก ช่วยเสริมอยู่นะ สายพยายามก็ควรได้รับความเคารพสิ!"

คอมเมนต์เดือดระอุปานข้าวต้มเดือดปุดๆ ยอดผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็พุ่งทะยานสร้างสถิติใหม่ในวินาทีนี้

ผู้กำกับใหญ่ยิ้มหน้าบานจนปากจะฉีกถึงรูหู เห็นไหมล่ะ นี่แหละคือความปังตั้งแต่ตอนแรกที่ออนแอร์ นี่สิถึงจะเรียกว่ารายการวาไรตี้ระดับตัวท็อป!

"อาจารย์ทั้งสองท่าน มีอะไรอยากจะพูดไหมครับ"

ผู้กำกับใหญ่หันไปถามฉือเหย่และหยางจื่อ

ฉือเหย่นิ่งสงบราวกับศิลปินรุ่นเก๋า "ไม่รีบครับ เดี๋ยวผมรวบยอดพูดทีเดียวเลย"

"เอ่อ..." หยางจื่อชะงักไปนิด ก่อนจะเริ่มประหม่า ทำตามอย่างฉือเหย่ "ฉะ... ฉันก็ขอพูดทีหลังแล้วกัน"

เขาเตรียมบทซึ้งๆ ไว้พร้อมแล้ว น่าจะได้ที่หนึ่งแหละมั้ง?

น่าจะใช่แหละมั้ง?!

อันที่จริงนอกจากหยางจื่อแล้ว ตอนนี้คนอื่นๆ ในห้องนั่งเล่นต่างก็รู้สึกลุ้นระทึกไปตามๆ กัน... บรรยากาศที่จู่ๆ ก็เดือดพล่านขึ้นมาแบบนี้มันคืออะไรกันเนี่ย?!

"งั้นเรามาประกาศอันดับกันต่อนะครับ แขกรับเชิญที่มีค่าความเกลียดชังในสัปดาห์แรกเป็นอันดับสองคือ..." ผู้กำกับใหญ่เว้นจังหวะ "หยางจื่อ! ค่าความเกลียดชัง 4,990,000 แต้ม"

"หา!"

"เฮ้อ!"

"บ้าไปแล้วพี่ชาย!"

พอหยางจื่อได้ยินข่าวนี้ เขาก็รู้สึกเหมือนโลกพังทลายลงมาตรงหน้า

เขาอุตส่าห์เตรียมตัวสำหรับช่วงนี้มาอย่างดี ก่อนรายการออนแอร์ก็จ้างหน้าม้ามาปั่นโหวตให้ตัวเองตั้งเยอะตั้งแยะ 4.99 ล้านแต้ม! ดันยัง "เอาชนะ" ฉือเหย่ไม่ได้เนี่ยนะ?!

ถ้าไม่ได้ที่หนึ่ง แล้วเวลาเศร้าตอนดึกๆ เขาจะเอาบทดราม่าเรียกคะแนนสงสารไปเล่นได้ยังไงล่ะ?!

โธ่เว้ย!!

ทางฝั่งนี้ สายตาของทุกคนในห้องนั่งเล่นก็พร้อมใจกันหันไปจดจ่อที่ฉือเหย่เป็นตาเดียว

ฉือเหย่โบกมือไปมา

ไม่ใช่ว่าขอโทษนะ แต่เป็นเพราะหยางจื่อแกอ่อนหัดเองต่างหาก!

ผู้กำกับใหญ่เห็นดังนั้น ก็แกล้งกระแอมไอเบาๆ เพื่อเป็นการให้เกียรติ "จ้าวแห่งกู่"

"และผู้ที่ได้รับอันดับที่หนึ่งก็คือ — ฉือเหย่!"

"ค่าความเกลียดชังของเขาคือ 6,890,000 แต้ม!!"

"..."

ทุกคนเงียบกริบไปพักใหญ่ ก่อนจะพ่นประโยคนี้ออกมา "ครูฉือของจริงว่ะ!!"

ระบบโหวตของช่องแมงโก้ ตามทฤษฎีคือหนึ่งคนโหวตได้หนึ่งครั้ง แต่ก็มีการจับมือกับแบรนด์สปอนเซอร์ต่างๆ

ใครซื้อเครื่องดื่มหรือนมก็จะโหวตได้เพิ่มขึ้น

เพราะงั้น ไม่ว่าจะเป็นยอดโหวตจากหน้าม้าแอนตี้แฟนที่ทีมงานของแขกรับเชิญคนไหนจ้างมา หรือพลัง "การโหวต" ของตัวแอนตี้แฟนของฉือเหย่เองก็ตาม

ก็พูดได้คำเดียวเลยว่า — ของจริงว่ะ!

"กำเนิดจ้าวแห่งกู่!"

"เสียงดนตรีมา~"

"สะใจโว้ย"

"แต้มทิ้งห่างกันขนาดนี้ คนต้องเกลียดฉือเหย่ขนาดไหนเนี่ย"

"ตอนที่มันไปทวงเงินบนเวยป๋อคราวก่อน ฉันนึกว่าไอ้เหย่ตกอับมันจะฟอกขาวตัวเองได้แล้วซะอีก"

"อย่ามาอวยมั่วๆ ไอ้เหย่ตกอับไปทวงเงินมันก็ไม่ผิดหรอก แต่แค่ไปทวงเงิน มันจะลบล้างเรื่องชั่วๆ ที่มันเคยทำมาได้เลยเหรอ?"

"ก็จริงนะ ในฐานะคนนอก บอกเลยว่าไม่ชอบดาราที่ชอบทำตัวเด้งไปเด้งมาแบบนี้เลย"

"ครูฉือครับ" ผู้กำกับใหญ่หันไปถามฉือเหย่ "คุณมีอะไรอยากจะบอกกับทุกคนไหมครับ"

ฉือเหย่คิดอยู่ครู่หนึ่ง "สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว ขอแนะนำว่าคราวหน้าทุกคนไม่ต้องสิ้นเปลืองขนาดนี้หรอกนะ ถ้าอดใจไม่ไหวจริงๆ ก็เอาเงินที่จะไปซื้อของโหวตมาให้ฉันโดยตรงเลยดีกว่า แบบนั้นจะให้ฉันทำอะไรฉันก็ยอม ไม่ต้องไปเสียเวลาโหวตหรอก!"

"ฮ่าๆๆ"

ทุกคนพากันหัวเราะร่วน แล้วก็แอบแปลกใจอยู่ลึกๆ

พี่ชายคนนี้ปากเก่งจังวะ ไม่กลัวแอนตี้แฟนเลยหรือไง?!

"รู้สึกดูไร้ทางสู้ยังไงก็ไม่รู้นะ"

"ช่วงนี้ไอ้เหย่ตกอับผลงานดีใช้ได้เลยนะ"

"พวกที่ยอมเสียเงินโหวตให้ไอ้เหย่ตกอับนี่บ้าไปแล้วหรือเปล่า เกินไปไหมเนี่ย ฉันขอเตือนให้พวกแกมีจิตสำนึกบ้างนะ!"

"พูดตรงๆ นะ ใจกว้างมาก ตั้งแต่ดูรายการ ประเมินยังไงดี กับบทสัมภาษณ์ก่อนเข้ารายการ ฉันก็เริ่มจะโดนเขาตกแล้วล่ะ"

คอมเมนต์ยังคงไหลเป็นสายน้ำ ยอดคนดูก็พุ่งกระฉูด

ผู้กำกับใหญ่เริ่มประกาศจำนวนเงินค่าใช้จ่ายประจำวันของทุกคน: วันละ 100 หยวน ถ้าทำภารกิจสำเร็จก็จะมีรางวัลพิเศษให้

แต่ตอนนี้ทุกคนกลับไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะฟังเรื่องพวกนี้เท่าไหร่นัก

อาจจะเป็นเพราะรายการเล่นแรงแจกความตื่นเต้นให้ตั้งแต่เริ่ม ทุกคนก็เลยต้องขอเวลาปรับตัวกันสักหน่อย

มีแค่ทีมของจินเซี่ยเท่านั้นที่พอได้ยินแบบนี้ ก็ทำตัวเหมือนแมวโดนเหยียบหาง รีบลากผู้กำกับใหญ่ไปเคลียร์ข้างๆ ทันที

จินเซี่ยเองก็อาศัยจังหวะชุลมุน ตอนที่เห็นฉือเหย่นั่งอยู่บนโซฟาคนเดียว ก็คิดว่าโอกาสทองมาถึงแล้ว จึงค่อยๆ ย่องเข้ามาหาฉือเหย่แบบลับๆ ล่อๆ

ฉือเหย่ชะงัก "หืม? มีอะไร"

จินเซี่ยยื่นถุงกระดาษให้เขา "ห้ามเกาะนะ"

ฉือเหย่ดันกลับไป "ขอเกาะหน่อย"

จินเซี่ยทำหน้ามุ่ย เปลี่ยนเป็นหยิบของขวัญชิ้นที่สองออกมา "ห้ามเกาะเด็ดขาด!"

ฉือเหย่ส่ายหน้า "เกาะนิดๆ"

จินเซี่ยเบ้ปาก แต่เสียงก็ยังงุ้งงิ้งเหมือนเดิม "เกาะนิดนึง!"

ฉือเหย่อึ้งไป พินิจพิจารณาจินเซี่ยใหม่อีกรอบ ก่อนจะพยักหน้าอย่างจริงจัง "เกาะนิดนึง!"

จินเซี่ยหรี่ตาดอกท้อลงอย่างพอใจ ส่งเสียงฮึดฮัด "งั้นตกลงตามนี้นะ ห้ามเกาะเยอะ ให้เกาะได้แค่นิดนึงเท่านั้น!"

ฉือเหย่รู้สึกแปลกใหม่มาก เลยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ "เธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าการที่เธอเข้ามาหาฉันแบบนี้ มันจะไม่ใช่การเกาะนิดนึงแล้วน่ะ"

"ฮะ" จินเซี่ยหัวเราะร่วน "ฉันฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกตเดินเข้ามาน่ะสิ ตอนนี้ทุกคนมัวแต่สนใจเรื่องค่าอาหารแต่ละวัน ใครจะมาสนใจฉันล่ะ"

"...ก็จริงของเธอ" ฉือเหย่ทำท่าครุ่นคิด ชี้ไปที่เหนือหัวตัวเอง "แต่ตรงหัวฉันมันมีกล้องไลฟ์สดอยู่ เธอไม่รู้เหรอ"

"?" จินเซี่ยชะงักกึก เงยหน้าขึ้นไปมองกะพริบตาดอกท้อปริบๆ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม

ซวยแล้ว

แล้วก็เป็นไปตามคาด

ตอนนี้คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดสบถด่ากันกระจาย

"หน้าไม่อาย!"

"จะดัดจริตไปถึงไหน ถึงได้เสนอหน้าไปคุยกับไอ้เหย่ตกอับก่อนแบบนี้?"

"ดูท่าทางหล่อนสิ ตั้งใจชัดๆ!"

"ฉันว่าแล้ว หน้าตาแบบนี้ ลับหลังจะมั่วสุมขนาดไหน"

"ขนาดอยู่ในรายการยังกล้าทำแบบนี้ ลับหลังไม่อยากจะคิดเลย"

"ก็ไม่เลือกกินเหมือนกันนะ ขยะเปียกอย่างไอ้เหย่ตกอับยังจะกล้าเสนอหน้าเข้าไปหาอีก?"

"ก็ศีลเสมอกันนั่นแหละ ไอ้เหย่ตกอับกับยัยตัวแม่จอมแอ๊บเนี่ยสุดยอดของความบรรลัยทั้งคู่ ขอเสนอให้สองคนนี้จับคู่กันไปเลย!"

"ฉัน... นาย..." จินเซี่ยรู้ตัวดีว่าตอนนี้เธอต้องกำลังโดนชาวเน็ตด่าในคอมเมนต์แน่ๆ ประโยคปิดท้ายที่เตรียมมาอย่าง "นายอย่าเสียใจไปเลยนะ" ก็ดันไม่กล้าพูดออกมาซะงั้น เธอได้แต่ก้มหน้าค่อมหลัง เดินย่องกลับไปแบบเงียบๆ

"ทำไมทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนขโมยแบบนี้เนี่ย"

ฉือเหย่บ่นพึมพำ แต่ก็อดทึ่งกับความน่ากลัวของความอิจฉาริษยาของผู้หญิงไม่ได้

— แอนตี้แฟนของจินเซี่ย เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นผู้หญิงทั้งนั้น ก็เพราะหน้าตาของเธอมันดึงดูดความหมั่นไส้ได้โดยธรรมชาตินี่แหละ

...

การเจรจาระหว่างทีมของจินเซี่ยกับทีมงานรายการดูจะไม่ราบรื่นนัก

ผู้จัดการหน้าตาบูดบึ้ง โวยวายเสียงดัง "วันละ 100 หยวนมันน้อยเกินไปแล้วนะคะ น้ำเปล่าขวดเดียวของเซี่ยเซี่ยยังแพงกว่านี้อีก"

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเธอก็ไม่ได้โวยวายอะไรต่อ

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ท้องฟ้าเริ่มมืดลง

ก็ใกล้จะถึงเวลาที่ทีมงานผู้ช่วยของแขกรับเชิญทั้งหลายต้องบอกลากันแล้ว

ผู้จัดการกุมมือจินเซี่ยไว้แน่น พร่ำเตือนไม่หยุดหย่อน "เซี่ยเซี่ย ถ้าอยู่ที่นี่แล้วไม่สบายใจตรงไหน ต้องรีบบอกพี่มี่นะ เดี๋ยวพี่มี่จะมารับเธอกลับบ้านเอง"

"โธ่ พี่มี่ อย่าพูดแบบนี้สิ ฉันว่าก็รู้สึกดีออกนะ"

จินเซี่ยคงเป็นครั้งแรกที่ได้ "ห่างอก" ทีมงาน ก็เลยแอบใจหายนิดหน่อย แต่ก็มีความแอบดีใจอยู่ลึกๆ มากกว่า เธอเม้มปากพยักหน้ารัวๆ "วางใจเถอะ ฉันดูแลตัวเองได้น่า!"

"เฮ้อ ตั้งแต่เธอเข้าวงการมา ก็ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่ต้องอยู่คนเดียวแบบไม่มีใครดูแลนานขนาดนี้เลย ฉันเป็นห่วงจริงๆ นะ"

ผู้จัดการปรายตามองฉือเหย่ที่กำลังสุมหัวคุยเรื่องมื้อเย็นกับคนอื่นๆ ด้วยสายตาหวาดระแวง "จำไว้นะ อย่าไปสุงสิงกับพวกดาราปลายแถวให้มากนัก ต้องรู้จักปกป้องตัวเองด้วยล่ะ!"

จินเซี่ยทำหน้ามุ่ย "พี่มี่พูดอะไรเนี่ย ทุกคนก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้นแหละ อีกอย่าง ฉันก็ต้องรู้จังหวะปกป้องตัวเองอยู่แล้วสิ"

พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังตั้งท่าจะบ่นต่อ เธอก็รีบดันตัวผู้จัดการออกไป "พอแล้วน่า ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ อยู่ในวงการมาตั้งนาน ฉันรู้เรื่องพวกนี้ดีน่า! พี่สบายใจหายห่วงได้เลย!"

"เอาล่ะๆ" ผู้จัดการถอนหายใจ "งั้นพวกฉันกลับก่อนนะ อีกสองสามวันจะมาเยี่ยม"

"ไม่ต้องมา... เอ่อ... โอเค ฉันจะคิดถึงพี่นะ!"

ผู้จัดการ: "..."

"เอาล่ะ ฉันก็ไม่อยากเล่นบทตัวร้ายอยู่ตรงนี้หรอกนะ แต่เธอต้องจำไว้นะว่าต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ พวกอาหารขยะห้ามแตะเด็ดขาด เข้าใจไหม? ถ้าฉันจับได้ล่ะก็ ฉันฟ้องพ่อแม่เธอแน่"

"รู้แล้วน่า รู้แล้วน่า รีบไปเถอะ รีบไป!"

"เฮ้อ"

สุดท้ายผู้จัดการก็ต้องถอนหายใจอีกเฮือก พาทีมงานเดินจากไปแบบห่วงหน้าพะวงหลัง

จินเซี่ยยืนส่งทีมงานจนลับสายตา ก่อนจะกระโดดโลดเต้นวิ่งมาที่ห้องครัวอย่างตื่นเต้น "คืนนี้กินอะไรกันอ่ะ ตกลงกันได้หรือยัง"

"ก็น่าจะลงตัวแล้วล่ะ"

ฉือเหย่เงยหน้ามองไปที่ประตู "แม่เธอกลับไปแล้วเหรอ"

"อ่า กลับไปแล้ว... เดี๋ยวสิ..." จินเซี่ยเพิ่งรู้สึกตัว โกรธจนแก้มป่อง "นี่นายมาด่าฉันทำไมเนี่ย!"

ฉือเหย่: "?"

"เธอไม่ใช่แม่เธอหรือไง ฉันนึกว่า..."

"แม่นายสิ เธอเป็นแม่นายต่างหาก!"

ฉือเหย่เงียบไปพักใหญ่ พอนึกถึงเก่อซวง ผู้จัดการของตัวเอง ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยสุดๆ "จะว่าไปก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ!"

จินเซี่ย: "...?"

"อะแฮ่มๆ พวกเราคุยเรื่องเมนูมื้อเย็นกันเสร็จแล้ว เธออยากลองดูไหมล่ะ"

จังหวะนั้นเอง หยางจื่อก็กระแอมไอขึ้นมาเบาๆ ส่งสายตา "เร่าร้อน" ไปยังจินเซี่ย

เกาะกระแสๆ ฉือเหย่เกาะได้ ทำไมเขาจะเกาะบ้างไม่ได้?

จะเกาะทั้งที ก็ต้องเกาะคนที่ดังที่สุดในรายการนี้สิ!

จินเซี่ยชะงักไป วางมาดสงวนท่าที "ฉัน... ฉันกินของเลี่ยนๆ ไม่ค่อยได้น่ะ น้ำอัดลมก็ดื่มไม่ได้ แล้วก็..."

"พอเลยๆ" ฉือเหย่หันขวับมามอง "เรื่องอาหารของพระพันปีหลวงค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้มาตกลงกันก่อนดีกว่าว่าใครจะออกไปจ่ายตลาด ใครจะทำกับข้าว"

"ฉันไปจ่ายตลาดเอง!"

จินเซี่ยรีบชูมือขึ้นสุดแขน ก่อนจะรู้ตัวว่าหลุดโป๊ะ เลยแกล้งทำเป็นเสียงอ่อน "ฉันอยากออกไปดูน่ะ ว่ามีอะไรที่ฉันชอบกินบ้าง"

"โอเค" หยางจื่อขยับเข้าไปใกล้จินเซี่ยอย่างแนบเนียน แกล้งพูดแบบไม่ใส่ใจ "งั้นเดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนเซี่ยเซี่ยแล้วกัน"

จินเซี่ย: "หา?"

ฉือเหย่ปรายตามองหยางจื่อแวบหนึ่ง แล้วหันไปทางตัวแม่นักมวยที่เอาแต่เงียบมาตลอดตั้งแต่ต้น

ซือไต้ฝูพูดน้อยมาก "ฉันไม่มีปัญหา"

"ฉัน... ฉัน..." จินเซี่ยเห็นสายตา "เจ้าเล่ห์" ของหยางจื่อ ก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ อึกอักอยู่นานกว่าจะพ่นประโยคนี้ออกมาได้ว่า "ฉันกลัวคนแก่!"

หยางจื่อ: "?!"

"ฉันรับปากฉือเหย่แล้วด้วย ว่าจะให้เขาเกาะกระแสเบาๆ!"

ทุกคน: "?!"

"ฉันไปเองแหละ" ฉือเหย่รับสัญญาณขอความช่วยเหลือมาได้ ก็เลยเบียดหยางจื่อกระเด็นไป "พวกเราวัยรุ่นคุยกันรู้เรื่องกว่า"

"อีกอย่าง ฉันก็ต้องเกาะกระแสเธอด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวฉันก็ตกกระป๋องพอดี!"

"???"

หยางจื่อจ้องมองฉือเหย่ด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อสายตา

เรื่องแบบนี้มันพูดกันโต้งๆ แบบนี้ได้เลยเหรอเนี่ย?

เขาเลียนแบบไม่ได้หรอก เลียนแบบไม่ได้จริงๆ!

วิชานี้ยากเกินไป เขาไม่มีปัญญาเลียนแบบได้หรอกโว้ย!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 14 - กำเนิดจ้าวแห่งกู่

คัดลอกลิงก์แล้ว