เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 : กู่เยว่ซีฆ่าสัตว์อสูรไปแค่สองตัว? ใช่แล้ว สองตัว…แต่เป็นระดับสองขั้นกลางนะ!

บทที่ 60 : กู่เยว่ซีฆ่าสัตว์อสูรไปแค่สองตัว? ใช่แล้ว สองตัว…แต่เป็นระดับสองขั้นกลางนะ!

บทที่ 60 : กู่เยว่ซีฆ่าสัตว์อสูรไปแค่สองตัว? ใช่แล้ว สองตัว…แต่เป็นระดับสองขั้นกลางนะ!


บทที่ 60 : กู่เยว่ซีฆ่าสัตว์อสูรไปแค่สองตัว? ใช่แล้ว สองตัว…แต่เป็นระดับสองขั้นกลางนะ!

ความไม่พอใจและความริษยาในใจของจ้าวชิงเทียนแทบจะเดือดพล่าน

เขาพยายามอย่างหนักแทบตายก็เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากทุกคน!

แต่สุดท้าย…ก็ยังไม่เป็นที่สนใจอยู่อีกงั้นเหรอ?

เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าเขียวคล้ำ สั่งการในใจ แสร้งทำเป็นไม่ได้ตั้งใจปล่อย 'หมาป่าเกราะเทวะ' สัตว์อสูรของตนออกมาจากถุงมิติ

"โบร๋ววว!"

เสียงคำรามต่ำลึกดังก้อง หมาป่าเกราะเทวะที่รูปร่างปราดเปรียวและดูน่าเกรงขามปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน พลังปราณอันแข็งแกร่งที่เหนือกว่าระดับหนึ่งขั้นสูงสุดพัดโหมกระหน่ำในพริบตา!

เมื่อกลิ่นอายอันทรงพลังนี้แผ่ซ่านออกไป สายตาทุกคู่ในสนามก็หันขวับมามองด้วยความตกตะลึง

นี่มัน...

กลิ่นอายของระดับสองขั้นต้น?!

หมาป่าเกราะเทวะของจ้าวชิงเทียน…ทะลวงเข้าสู่ระดับสองขั้นต้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาอันตื่นตะลึงของคนรอบข้าง ความอัดอั้นในใจของจ้าวชิงเทียนก็มลายหายไปจนสิ้น บนใบหน้ากลับมาประดับด้วยความภาคภูมิใจอีกครั้ง

เขาจงใจปรายตามองโจวไคที่อยู่ข้างๆ แววตาเต็มไปด้วยการยั่วยุอย่างเปิดเผย

ม่านตาของโจวไคหดเกร็งวูบ บนใบหน้าปรากฏแววตาประหลาดใจอย่างสุดขีดเป็นครั้งแรก!

เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ตอนอยู่ในดินแดนลับ จ้าวชิงเทียนเคยอ้างว่า 'จะไปหาเหยื่อที่มีค่ามากกว่านี้' แล้วปลีกตัวออกจากกลุ่มไปคนเดียวนานกว่าครึ่งชั่วโมง!

ที่แท้…เขาก็แอบไปช่วยให้หมาป่าเกราะเทวะทะลวงระดับนี่เอง!

หลี่เยว่เหยาที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ่งตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุด ความหยิ่งผยองที่ได้จากคะแนน 81 แต้มเมื่อครู่นี้ สลายหายไปจนหมดสิ้น

นางกัดริมฝีปากแน่น ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้และไม่ยินยอม

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคะแนนหรือเรื่องสัตว์อสูร นางถูกจ้าวชิงเทียนทิ้งห่างไปไกลลิบลับแล้ว!

"หืม? ระดับสองขั้นต้นเหรอ?"

จางเฉิงเย่และหลินเจิ้นหนานก็ชะงักไปครู่หนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามองจ้าวชิงเทียนด้วยสายตาประหลาดใจ

อายุสิบแปดปี แต่มีสัตว์อสูรถึงระดับสองขั้นต้น!

พรสวรรค์ระดับนี้ ต่อให้อยู่ในเมืองหลวงอย่างตูหนาน ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว!

"ไม่เลว! เจ้าชื่อจ้าวชิงเทียนใช่ไหม? ทำได้ดีมาก!"

ในที่สุดบนใบหน้าของหลินเจิ้นหนานก็ปรากฏรอยยิ้มชื่นชมออกมา ก่อนจะเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"แต่ว่านะ เจ้าต้องระวังให้ดี อย่ามัวแต่สนใจเพิ่มความแข็งแกร่งให้สัตว์อสูร จนละเลยการฝึกฝนพลังจิตของตัวเองล่ะ!"

"เมื่อไหร่ก็ตามที่ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูร ทิ้งห่างขีดจำกัดพลังจิตของเจ้าไปไกล มันมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดโศกนาฏกรรมสัตว์เลี้ยงแว้งกัดเจ้าของได้นะ!"

นี่แหละคือคำพูดที่จ้าวชิงเทียนรอคอย!

เขายืดอกอย่างผ่าเผย ความภูมิใจบนใบหน้าปิดไว้ไม่อยู่อีกต่อไป

"ท่านเจ้าเมืองโปรดวางใจ! พลังจิตของข้าบรรลุถึงระดับหนึ่งขั้นปลายเรียบร้อยแล้ว! มากพอที่จะควบคุมสัตว์อสูรระดับสามได้อย่างสบายๆ!"

บูมมมม!

ข่าวนี้ยิ่งน่าตื่นตะลึงกว่าเมื่อกี้เสียอีก!

ทุกคนมองจ้าวชิงเทียนด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองสัตว์ประหลาด

เชี่ยเอ๊ย!

หมอนี่คิดจะฝึกตัวเองให้เก่งรอบด้านไร้เทียมทานเลยหรือไง?

สำหรับผู้ฝึกสัตว์​อสูรนั้น ความต้องการในการบรรลุระดับพลังจิต แทบจะต่ำกว่าผู้ใช้พลังจิตหรือปรมาจารย์ค่ายกลอย่างเทียบไม่ติด

นั่นก็เพราะพัฒนาการด้านพลังจิตของสัตว์อสูรส่วนใหญ่ มักจะเติบโตช้ากว่าระดับพลังโลหิตของตัวมันเองมาก

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อสัตว์อสูรมีพลังโลหิตถึงระดับสองขั้นต้น ระดับพลังจิตของมันอาจจะยังไม่ถึงระดับหนึ่งขั้นกลางด้วยซ้ำ

ผู้ฝึกสัตว์​อสูรจึงต้องการให้พลังจิตของตนอยู่ในระดับหนึ่งขั้นกลาง ก็เพียงพอที่จะควบคุมสัตว์อสูรได้อย่างเหนียวแน่นแล้ว

แต่จ้าวชิงเทียน กลับสามารถฝึกฝนพลังจิตของตัวเองจนถึงระดับหนึ่งขั้นปลายได้งั้นเหรอ?!

นี่ต้องทุ่มเทความพยายามและใช้ทรัพยากรไปมากขนาดไหนกันเนี่ย!

นี่มันจะขยันเกินเบอร์ไปไหม?!

"โอ้? พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลายงั้นรึ?

“ระดับนี้ต่อให้ไปอยู่แผนกผู้ฝึกสัตว์​อสูรของโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งแห่งตูหนาน ก็ติดท็อปได้สบายๆ เลยนะ!”

จางเฉิงเย่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ อดไม่ได้ที่จะหันไปพูดกับหลินเจิ้นหนาน

"ท่านเจ้าเมืองหลิน นักเรียนคนนี้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ถือเป็นต้นกล้าชั้นดีสำหรับมหาวิทยาลัยหัวชิงแห่งเมืองหลวงเลยนะ ท่านต้องคอยจับตาดูให้ดีล่ะ!"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้

ในที่สุดจิตใจของจ้าวชิงเทียนก็เบิกบาน

นี่แหละคือผลลัพธ์ที่เขาต้องการ!

เขาใช้ความพยายามของตัวเอง พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เขาต่างหากที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งตัวจริงเสียงจริงของเจียงเฉิงรุ่นนี้!

ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบ!

ระดับของสัตว์อสูร!

หรือแม้แต่ระดับพลังจิตของตัวเอง!

เขาล้วนไปถึงจุดสูงสุดในทุกๆ ด้าน!

แล้วกู่เยว่ซีคนนั้นล่ะ?

มีตรงไหนที่เทียบเขาได้บ้าง?

นอกจากโชคดีแล้ว นางก็ไม่มีอะไรเลย!

เป็นแค่แจกันดอกไม้ประดับบารมีที่ไม่มีวันได้เชิดหน้าชูตาเท่านั้น!

ทว่า…ในขณะที่จ้าวชิงเทียนกำลังลำพองใจและดื่มด่ำกับสายตาชื่นชมของทุกคนอยู่นั้น

ที่ทางออกของดินแดนลับ แสงสว่างก็วาบขึ้นอีกครั้ง

ร่างอันงดงามและเย็นชาของหญิงสาวคนหนึ่ง ค่อยๆก้าวออกมาจากที่นั่น

สีหน้าของนางเรียบเฉย ท่าเดินดูผ่อนคลาย ชุดต่อสู้สะอาดสะอ้าน มีเพียงฝุ่นเกาะนิดหน่อย แตกต่างจากผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมอย่างสิ้นเชิง

ราวกับว่านางไม่ได้ไปเข้าร่วมการสอบภาคปฏิบัติอันโหดร้าย แต่แค่ไปเดินเล่นในสวนหลังบ้านมาเท่านั้น

กู่เยว่ซี!

ในที่สุดนางก็ออกมาแล้ว!

"ฟู่..."

เมื่อเห็นนางปรากฏตัวอย่างปลอดภัย สองผู้ยิ่งใหญ่อย่างหลินเจิ้นหนานและจางเฉิงเย่ ก็ถอนหายใจยาวออกมาพร้อมกันอย่างโล่งอก

ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว! ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว!

ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ พวกเขาสองคนต้องเดือดร้อนแน่!

ส่วนที่มุมหนึ่งของแท่นพิธีการ รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเหลิ่งเหยียนพลันแข็งค้าง

ดวงตาของนางเบิกกว้าง จ้องเขม็งไปยังร่างนั้น แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อ!

เป็นไปได้ยังไง?!

นาง…นางรอดมาได้ยังไง?!

ฉินเฟิงล่ะ? แล้วพวกนักฆ่าที่นางจ่ายเงินก้อนโตจ้างมาล่ะ?

ตั้งหลายคนเชียวนะ!

ผู้ใช้พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลาย รวมกับผู้เข้าสอบระดับหัวกะทิท็อปยี่สิบอีกเจ็ดแปดคน สร้างตาข่ายฟ้าแหดินปิดล้อมไว้แท้ๆ!

แต่กลับจัดการแค่จอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นปลายกับยุงขยะๆ ระดับหนึ่งขั้นต้นไม่ได้เนี่ยนะ?!

เวรเอ๊ย...

ไอ้พวกสวะ! ไร้น้ำยาที่สุด!

เหลิ่งเหยียนแทบจะระเบิดอารมณ์อยู่รอมร่อ แต่นางก็รู้ดีว่ารอบตัวมีแต่ผู้บริหารจากหลากหลายฝ่าย นางจึงไม่สามารถแสดงอาการผิดปกติใดๆ ออกมาได้

นางฝืนควบคุมตัวเองให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม มีเพียงมือสองข้างที่ซุกซ่อนอยู่ในแขนเสื้อเท่านั้นที่กำแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อโดยไม่รู้ตัว

….

อีกด้านหนึ่ง จ้าวชิงเทียนใช้สายตาขบขันพินิจพิจารณากู่เยว่ซี

ยอมโผล่หัวออกมาแล้วสินะ?

หึ ดูจากสภาพที่เนื้อตัวสะอาดสะอ้านแบบนี้ คงจะรีบหาที่ซ่อนตัวตามซอกหลืบตั้งแต่เข้าไปในดินแดนลับ แล้วซุ่มเงียบจนหมดเวลาสอบล่ะสิ?

เขาอยากจะรู้นัก ว่ายัยดาวโรงเรียนหน้าสวยคนนี้ จะได้สักกี่คะแนน?

ยี่สิบ? หรือสามสิบ?

ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน

กู่เยว่ซีเดินตรงไปยังโต๊ะนับคะแนน ด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางหยิบของสองสิ่งออกมาจากถุงมิติ แล้ววางลงบนโต๊ะเบาๆ

เมื่อทุกคนเพ่งมอง ก็พากันอึ้งไปตามๆ กัน

นั่นมัน…ท่อนเนื้อดำๆ ใหญ่ๆ ที่เหมือนโดนฟ้าผ่ามา...

กับ…หางแมงป่องที่แหลมคมและแวววาวราวกับโลหะ?

แค่นี้เนี่ยนะ?

ของแค่สองอย่างเนี่ยนะ?

อยู่ในดินแดนลับตั้งแปดชั่วโมงเต็ม แต่กลับล่าสัตว์อสูรมาได้แค่สองตัว?!

นักเรียนที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สายตาเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด

จ้าวชิงเทียนถึงกับกลั้นขำไว้แทบไม่อยู่

แค่นี้?

คงไม่ได้ล่าได้แค่สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต้นสองตัวหรอกนะ?

ได้มาแค่สองคะแนนเหรอ?

ต่อให้ฆ่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายได้สองตัว มันก็แค่ยี่สิบแต้มเองนะ!

คงไม่มีทางเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดหรอกน่า!

ตลกตายล่ะ…ด้วยความสามารถของนาง ถ้าไปเจอสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดจริงๆ ยังจะรอดกลับมาได้อีกหรือไง?

แถมต่อให้กู่เยว่ซีฆ่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดได้สองตัว มันก็แค่สี่สิบแต้มไม่ใช่หรือไง?

หลี่เยว่เหยาเองก็แอบส่ายหน้า เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ แจกันประดับก็ยังเป็นได้แค่แจกันประดับอยู่วันยังค่ำ

ส่วนโจวไคนั้น เขาไม่ได้แม้แต่จะชายตามองกู่เยว่ซีเลย สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าดาวโรงเรียนคนสวยคนนี้จะได้สองคะแนน สิบคะแนน หรือสี่สิบแต้ม มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย

มันไม่มีทางส่งผลกระทบอะไรต่อเขาได้อยู่แล้ว

ทางด้านหลินเจิ้นหนาน จางเฉิงเย่ และเหล่าผู้บริหารบนแท่นพิธีการ ก็ไม่มีใครสนใจของสองชิ้นที่กู่เยว่ซีนำออกมาเลยแม้แต่น้อย

พูดให้ถูกคือ พวกเขาไม่เคยสนใจผลคะแนนของนางตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ได้สักยี่สิบสามสิบแต้มก็เต็มกลืนแล้ว จะให้สนใจอะไรหนักหนาล่ะ

ทว่า…ที่หลังโต๊ะนับคะแนน

อาจารย์ผู้รับผิดชอบการนับคะแนน หลังจากที่ได้เห็นของสองสิ่งนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ค่อยๆ แข็งค้าง

เขามือสั่นงันงก หยิบชิ้นส่วนเนื้อเต่าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วขยับเข้าไปใกล้เพื่อเพ่งมองหางแมงป่องให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สีหน้าของเขาก็ยิ่งทวีความตื่นตะลึง

"นี่…นี่มันเนื้อของเต่าหยกทมิฬ สัตว์อสูรระดับสองขั้นกลางนี่นา!"

"แล้วก็หางแมงป่องอันนี้…เป็น…เป็นของสัตว์อสูรระดับสองขั้นกลาง…แมงป่องพิษทะเลทรายหรือ??"

"สัตว์อสูรระดับสองขั้นกลาง…สองตัว..."

"200 คะแนน?!"

……

จบบทที่ บทที่ 60 : กู่เยว่ซีฆ่าสัตว์อสูรไปแค่สองตัว? ใช่แล้ว สองตัว…แต่เป็นระดับสองขั้นกลางนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว