เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 : สองอัจฉริยะทุบสถิติ แต่ผู้บริหารกลับสนใจแค่ดาวโรงเรียนที่สวยแต่รูป?

บทที่ 59 : สองอัจฉริยะทุบสถิติ แต่ผู้บริหารกลับสนใจแค่ดาวโรงเรียนที่สวยแต่รูป?

บทที่ 59 : สองอัจฉริยะทุบสถิติ แต่ผู้บริหารกลับสนใจแค่ดาวโรงเรียนที่สวยแต่รูป?


บทที่ 59 : สองอัจฉริยะทุบสถิติ แต่ผู้บริหารกลับสนใจแค่ดาวโรงเรียนที่สวยแต่รูป?

ในตอนนั้นเอง

ประตูแสงมิติที่บิดเบี้ยวบริเวณทางออกของดินแดนลับ ก็สว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง!

ร่างสองร่างเดินเคียงคู่กันออกมาจากที่นั่น!

เมื่อเห็นชัดเจนว่าเป็นใคร ทั่วทั้งลานกว้างก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนจะเกิดเสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นอีกระลอก

"เชี่ย! นั่นมันจ้าวชิงเทียนกับโจวไคนี่! ทำไมสองคนนี้ถึงออกมาพร้อมกันได้วะ?!"

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? อันดับหนึ่งสายผู้ฝึกสัตว์​อสูร กับอันดับหนึ่งสายจอมยุทธ์? สองราชาที่ไม่ลงรอยกัน ดันไปเจอกันในดินแดนลับ แล้วซัดกันเองหรือเปล่า?"

"ไม่ใช่สิ! ดูรอยแผลสะบักสะบอมบนตัวพวกเขาสิ นั่นมันรอยแผลจากการสู้กับสัตว์อสูรชัดๆ ไม่ใช่รอยแผลที่เกิดจากการสู้กันเองแน่! หรือว่า…พวกเขาจะจับมือกัน?"

ทุกคนต่างงุนงง บนใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่ม

จ้าวชิงเทียนและโจวไค คนหนึ่งคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากสายผู้ฝึกสัตว์​อสูร ส่วนอีกคนคือราชาผู้แข็งแกร่งที่สุดอย่างไร้ข้อกังขาจากสายจอมยุทธ์

ทั้งสองคือคู่แข่งคนสำคัญที่สุดของกันและกัน และเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในการคว้าตำแหน่งที่หนึ่งของการสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้

คนแบบนี้จะไปจับมือร่วมมือกันได้อย่างไร?

แม้แต่หลี่เยว่เหยาเองก็ยังมองตามด้วยความประหลาดใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น

ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน…จ้าวชิงเทียนและโจวไคเดินตรงไปยังโต๊ะนับคะแนน

จ้าวชิงเทียนเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

"อาจารย์ครับ พวกเราสองคนตั้งทีมกันชั่วคราว รบกวนคิดคะแนนรวมกันเลยครับ พวกเราตกลงจะแบ่งคะแนนกันคนละครึ่ง"

พูดจบ เขาก็โยนกระเป๋าเป้ที่ตุงจนแทบปริขึ้นไปบนโต๊ะ

อาจารย์ผู้คุมโต๊ะเปิดกระเป๋าออกดู และเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน มือของเขาก็ถึงกับสั่นเทา!

เพราะในนั้น นอกจากจะมีชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลาย และระดับหนึ่งขั้นสูงสุดจำนวนมากแล้ว...

กลับมีหัวที่สมบูรณ์ของสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น ซึ่งแผ่กลิ่นอายอันทรงพลังออกมาถึงสองหัว!

"ซี๊ดดด—!"

อาจารย์ผู้คุมโต๊ะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง เขามือสั่นงันงก ใช้เวลาไปปีกว่านาทีเต็มๆ กว่าจะนับของรางวัลทั้งหมดเสร็จสิ้น

เขาเงยหน้าขึ้น มองเด็กหนุ่มทั้งสองตรงหน้าด้วยสายตาราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด ก่อนจะประกาศเสียงดัง:

"ทีมจ้าวชิงเทียนและโจวไค! สังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลาย 8 ตัว คิดเป็น 80 คะแนน! ระดับหนึ่งขั้นสูงสุด 3 ตัว คิดเป็น 60 คะแนน!"

"และ…สัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น มังกรปฐพีเกราะดำ กับ วานรศาลทัณฑ์สามตา…รวม 2 ตัว! คิดเป็น 100 คะแนน!"

"คะแนนรวมของทีม…240 คะแนน!"

"ตามข้อตกลงแบ่งครึ่งของทั้งสองคน! คะแนนส่วนตัว…คนละ 120 คะแนน!!"

"..."

เมื่อตัวเลขชุดนี้ดังสนั่นขึ้นเหนือลานกว้างราวกับเสียงฟ้าร้อง

ทั้งโลกก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

เงียบสงัดราวกับป่าช้า

นักเรียนทุกคน รวมถึงหลี่เยว่เหยาที่เพิ่งจะกระหยิ่มยิ้มย่องกับคะแนน 81 แต้มของตัวเอง ต่างพากันอึ้งกิมกี่ ยืนทื่อเป็นไก่ตาแตก จ้องมองตัวเลขบาดตาบนกระดานคะแนนด้วยสมองที่ขาวโพลน

120 คะแนน?

คะแนนส่วนตัว…120 คะแนนเนี่ยนะ?!

นี่มัน...

หลังจากความเงียบงันผ่านพ้นไปชั่วครู่ เสียงฮือฮาราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่ไม่อาจกั้นไว้ได้อีกต่อไป ก็ระเบิดออกกึกก้อง!

"เชี่ยเอ๊ย! 120 คะแนน?! ข้าหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย?!"

"ทำลายสถิติแล้ว! สถิติคะแนนสูงสุดตลอดกาลของการสอบภาคปฏิบัติโรงเรียนเจียงเฉิง ถูกบดขยี้แหลกละเอียดแล้วโว้ย!!"

"โรคจิตเกินไปแล้ว! สองคนนี้ร่วมมือกัน ถึงกับฆ่าสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้นได้ตั้งสองตัวเลยเหรอ? นี่แม่งยังเป็นคนอยู่ปะวะ?"

เมื่อได้ยินเสียงอุทานที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและเลื่อมใสจากรอบด้าน

ในใจของจ้าวชิงเทียนก็พลุ่งพล่านไปด้วยความพึงพอใจและความสะใจอย่างบอกไม่ถูก

นี่แหละ! คือการปฏิบัติที่คนอย่างจ้าวชิงเทียนสมควรได้รับ!

เป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจจากทุกคน!

ที่เขาเลือกจับมือกับโจวไคนั้น มีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง

ก่อนจะเข้าสู่ดินแดนลับ ทางครอบครัวได้ใช้เส้นสายพิเศษส่งข่าวมาบอกเขาว่า—อธิบดีกรมการศึกษามณฑล จะควักกระเป๋าตัวเองมอบรางวัลชิ้นใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาลให้กับผู้ที่ได้ที่หนึ่งในการสอบครั้งนี้!

แม้จ้าวชิงเทียนจะมั่นใจในตัวเอง แต่ก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะคว้าที่หนึ่งมาครองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ยังไงซะ ความแข็งแกร่งของโจวไคก็สูสีกับเขา

ประจวบเหมาะกับที่ทั้งสองบังเอิญเจอกันในดินแดนลับ เขาจึงเป็นฝ่ายเสนอตัวขอร่วมมือ

การจับมือกัน จะช่วยปั่นคะแนนให้พุ่งสูงสุด คว้าที่หนึ่งร่วมกัน แล้วแบ่งรางวัลจากท่านอธิบดีกันคนละครึ่ง

แถมการทำลายสถิติการสอบ ทางโรงเรียนก็ยังมีรางวัลให้อย่างงามอีกด้วย!

นี่แหละคือสถานการณ์แบบวิน-วิน!

ทว่า…ในขณะที่จ้าวชิงเทียนกำลังดื่มด่ำกับสายตาทุกคู่ที่จับจ้อง และเตรียมรับเสียงโห่ร้องยินดีอยู่นั้นเอง

จู่ๆ โจวไคที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วหยิบของบางอย่างออกมา

มันคือเหล็กในของ 'ผึ้งหางหนาม' สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต้น

โจวไควางเหล็กในลงบนโต๊ะนับคะแนน แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

"อาจารย์ครับ ยังมีเจ้านี่อีก รบกวนบวกเพิ่มให้ด้วย"

อาจารย์ผู้คุมโต๊ะชะงักไปนิด ก่อนจะถามตามสัญชาตญาณ

"นี่พวกเจ้าช่วยกันฆ่าเหรอ?"

โจวไคส่ายหน้า น้ำเสียงยังคงราบเรียบ

"เปล่าครับ อันนี้ข้าฆ่าเองเล่นๆ ก่อนที่เราจะรวมทีมกัน ลืมบอกไปเลย ขอโทษที"

"...???" รอยยิ้มอวดดีบนใบหน้าของจ้าวชิงเทียนแข็งค้างไปในทันที

สีหน้าของอาจารย์เปลี่ยนเป็นพิลึกพิลั่นทันตา เขาพยักหน้า แล้วแอบบวกคะแนนเพิ่มไปหลังชื่อของโจวไคบนกระดานคะแนนอย่างเงียบๆ อีก 1 คะแนน

โจวไค 121 คะแนน

จ้าวชิงเทียน 120 คะแนน

จากอันดับหนึ่งร่วม กลายเป็นโจวไคคว้าที่หนึ่งไปครองแบบเดี่ยวๆ

"..."

เสียงโห่ร้องยินดีที่ดังกึกก้องราวกับคลื่นยักษ์บนลานกว้าง ดับวูบลงกลางคัน

ทุกคนต่างมองโจวไคด้วยสายตาแปลกๆ

ไอ้การกระทำแบบนี้...

แม้จะไม่ผิดกฎ แต่แม่งโคตรจะไม่แฟร์เลยปะ?

หน้าของจ้าวชิงเทียนดำทะมึนเป็นก้นหม้อในพริบตา

เขาหันขวับไปจ้องโจวไคเขม็ง กัดฟันกรอดจนเกิดเสียงดังกรอดๆ แทบจะเค้นคำพูดออกมาจากไรฟัน

"เเก…เล่นตุกติกเหรอวะ?!"

โจวไคเพียงแค่ปรายตามองเขาเรียบๆ บนใบหน้าถึงกับฝืนปั้นรอยยิ้มขอโทษออกมานิดๆ

"ก็แค่ลืมไปน่ะ ถ้าคิดว่าไม่ยุติธรรม งั้นคะแนนเดียวนี้ ข้าไม่เอาก็ได้"

"แก!"

จ้าวชิงเทียนแทบจะกระอักเลือดออกมา

ไม่เอา?

แกมาพูดปาวๆ ต่อหน้าครูอาจารย์และนักเรียนทั้งโรงเรียน แล้วตอนนี้มาบอกว่าไม่เอาเนี่ยนะ?

นี่จงใจกวนตีนกันชัดๆ!

โจวไคไม่สนใจเขาอีกต่อไป และเมินเฉยต่อสายตาแปลกๆ ของคนรอบข้างทั้งหมด

ศีลธรรม? หน้าตา?

สำหรับเขา ของพวกนั้นมันมีไว้สำหรับคนอ่อนแอเท่านั้นแหละ

เส้นทางแห่งวิถีจอมยุทธ์ หากไม่รุดหน้าก็คือถอยหลัง มันเต็มไปด้วยการแข่งขันที่โหดร้าย

การฉกฉวยทุกทรัพยากรที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใดก็ตาม นั่นต่างหากคือสัจธรรมข้อเดียว!

ขอเพียงแค่วันนี้ข้าคว้าที่หนึ่งมาได้ รับรางวัลควบทั้งจากท่านอธิบดีและทางโรงเรียน ความแข็งแกร่งของข้าก็จะก้าวขึ้นไปอีกระดับ!

รอให้วันหน้าข้ากลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ใครมันจะกล้ามานินทาเรื่องนิสัยข้าลับหลังอีกล่ะ?

พลังอำนาจต่างหากที่เป็นรากฐานของทุกสิ่ง!

ก็เหมือนกับกู่เยว่ซีคนนั้น ต่อให้โชคดีได้สิทธิพิเศษมาแล้วยังไงล่ะ?

ท้ายที่สุด นางก็ไม่มีพลังที่คู่ควรกับมัน ถึงตอนนั้น ก็หนีไม่พ้นต้องกลายเป็นหนูทดลองล้ำค่าที่ถูกสหพันธรัฐเลี้ยงดูแบบกักขัง สูญเสียทั้งอิสรภาพและอนาคตไปอยู่ดี

ช่างน่าขันสิ้นดี

บนแท่นพิธีการ เหล่าผู้บริหารก็วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของโจวไคกันไปต่างๆนานา มีทั้งชื่นชมและตำหนิ

แต่สำหรับจางเฉิงเย่และหลินเจิ้นหนาน พวกเขาไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนเรื่องหยุมหยิมพวกนี้แล้ว

เวลาของการสอบใกล้จะหมดลงทุกที แต่ก็ยังไร้วี่แววของกู่เยว่ซี ทั้งสองคนนั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไป

พวกเขาสบตากัน ก่อนจะพุ่งพรวดลงมาจากแท่นพิธีการที่สูงหลายสิบเมตร มุ่งตรงไปยังทางออกของดินแดนลับอย่างรวดเร็ว

เมื่อหลี่เยว่เหยา จ้าวชิงเทียน และโจวไค เห็นผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองลงมาด้วยตัวเอง ต่างก็ยืดตัวตรงโดยสัญชาตญาณ ในใจแอบรู้สึกตื่นเต้นคาดหวัง

พวกเขาต่างคิดว่า ท่านผู้บริหารระดับสูงสองท่านนี้ ลงมาเพื่อกล่าวชื่นชมพวกเขากับผลงานที่โดดเด่น!

ท้ายที่สุดแล้ว ผลงานของพวกเขาสามคนก็ทิ้งห่างคนอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น ล็อกผลท็อปทรีไว้แน่นอนแล้วนี่นา!

ทว่า…เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น กลับทำให้หัวใจของพวกเขาร่วงหล่นไปกองที่ตาตุ่ม

เมื่อจางเฉิงเย่และหลินเจิ้นหนานเดินตรงดิ่งมาหาพวกเขาทั้งสาม จางเฉิงเย่ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนสุดขีดว่า:

"นักเรียนทั้งสามคน ขอถามหน่อยเถอะ พวกเจ้าเห็นกู่เยว่ซีในดินแดนลับบ้างไหม?"

"..."

ความเย่อหยิ่งบนใบหน้าของหลี่เยว่เหยาแข็งค้างในทันที

หน้าของจ้าวชิงเทียนดำมืดสนิท

แม้แต่โจวไคที่สงบนิ่งมาตลอด คิ้วก็ยังขมวดเข้าหากันแน่น รู้สึกอึดอัดใจอย่างรุนแรง

เพราะอะไรกัน?

พวกเขาสู้ตายแทบเป็นแทบตาย ทุบสถิติของเจียงเฉิง คว้าผลงานอันรุ่งโรจน์มาครองได้สำเร็จ

แต่สุดท้าย ในสายตาของผู้บริหารระดับสูงพวกนี้ พวกเขากลับยังสู้ 'ดาวโรงเรียนสวยแต่รูป' ที่พึ่งพาแค่โชคไม่ได้งั้นหรือ?

แค่เพราะนางทำสัญญากับยุงที่มีสติปัญญาสูงเว่อร์ตัวนึงเนี่ยนะ?

เจ้ายุงนั่น นอกจากจะมีค่าทางการวิจัยสูงหน่อย แล้วมันมีประโยชน์อะไรอีก? สู้ใครได้ไหม?

ส่วนตัวกู่เยว่ซีเอง ก็เป็นแค่จอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นปลาย เป็นแค่หนูทดลองที่ถูกลิขิตให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องแล็บ ไร้อนาคตไปตลอดชีวิต!

แล้วทำไมถึงได้รับความสำคัญขนาดนี้?!

……

จบบทที่ บทที่ 59 : สองอัจฉริยะทุบสถิติ แต่ผู้บริหารกลับสนใจแค่ดาวโรงเรียนที่สวยแต่รูป?

คัดลอกลิงก์แล้ว