- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 53: บ้าไปแล้ว? ทิ้งยุงไว้ตัวเดียวเพื่อรับมือยอดฝีมือระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเนี่ยนะ?
บทที่ 53: บ้าไปแล้ว? ทิ้งยุงไว้ตัวเดียวเพื่อรับมือยอดฝีมือระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเนี่ยนะ?
บทที่ 53: บ้าไปแล้ว? ทิ้งยุงไว้ตัวเดียวเพื่อรับมือยอดฝีมือระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเนี่ยนะ?
บทที่ 53: บ้าไปแล้ว? ทิ้งยุงไว้ตัวเดียวเพื่อรับมือยอดฝีมือระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเนี่ยนะ?
น้ำเสียงแหบพร่าที่อัดแน่นไปด้วยจิตสังหารของหลิวหมิงดังก้องกังวานไปทั่วริมทะเลสาบอันเวิ้งว้าง
ทว่า...กู่เยว่ซีกลับทำราวกับไม่ได้ยินเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อย นางไม่มีแม้แต่ความสนใจที่จะชายตามองหลิวหมิงด้วยซ้ำ
ในสายตาของนาง ต่อให้ไอ้คนที่เรียกตัวเองว่า "นกขมิ้น" ผู้นี้จะมีไพ่ตายซ่อนไว้อีกกี่ใบ หรือจะซ่อนเขี้ยวเล็บได้ลึกซึ้งเพียงใด เขาก็เป็นได้แค่ "มดปลวก" ที่กระโดดโลดเต้นเก่งกว่าตัวอื่นนิดหน่อย...ก็เท่านั้นเอง
สิ่งที่นางให้ความสนใจจริงๆ คือคลื่นพลังอันบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังแผ่ซ่านออกมาจากก้นทะเลสาบต่างหาก
กลิ่นอายของผลึกบำรุงจิต!
พลังงานนี้ช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก หากปล่อยให้มันแพร่กระจายออกไป ย่อมดึงดูดสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งตัวอื่นในแดนลึกลับ หรือแม้กระทั่งผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ให้แห่กันมาแน่นอน
ต้องรีบชิงมาให้เร็วที่สุด ขืนชักช้าอาจเกิดเรื่องไม่คาดฝัน!
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น กู่เยว่ซีก็หันขวับกลับมา สายตาจับจ้องไปที่ฉู่เซิงซึ่งเกาะอยู่บนไหล่ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังปรึกษาเรื่องดินฟ้าอากาศ
"ข้าจะลงไปเอาของ ตรงนี้ฝากเจ้าจัดการด้วย...ไหวใช่ไหม?"
แม้เสียงของนางจะไม่ดังมาก แต่กลับชัดเจนก้องอยู่ในหูของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น
หลิวหมิง: "???"
จางเกอและพรรคพวก: "???"
ประโยคนั้นทำให้สมองของทุกคนประมวลผลไม่ทัน!
อะไรนะ?
ฝากให้ยุงตัวนี้จัดการ?
แม่คุณ...ได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาบ้างหรือเปล่าเนี่ย?!
"หึ่งๆๆๆ! (วางใจได้เลย! งานนี้หมูๆ!)"
ฉู่เซิงตอบรับอย่างกระตือรือร้นทันที
ก็แค่แบ่งงานกันทำ เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ มีมือก็ทำ...เอ้ย ไม่ใช่สิ มีปากก็ทำได้แล้ว!
แค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นสูงสุด?
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้ บอกเลยว่า 'ตบ' ได้สบายๆ!
เมื่อได้รับคำยืนยันจากฉู่เซิง กู่เยว่ซีก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางไม่รอช้า หันหลังเดินตรงดิ่งไปยังใจกลางทะเลสาบที่แห้งขอดทันที
ย่างก้าวของนางไม่ได้รีบร้อน แต่กลับดูผ่อนคลายและมั่นคง ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน โดยไม่แยแสผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดที่ยืนหัวโด่ หรือพวกปรมาจารย์ค่ายกลที่นอนพะงาบๆ อยู่ข้างหลังเลยแม้แต่น้อย
นางเชื่อใจเจ้ายุงตัวนี้
หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายวัน นางสัมผัสได้ชัดเจนว่ากลิ่นอายของฉู่เซิงได้พุ่งทะยานจนถึงขีดจำกัดของระดับหนึ่งขั้นสูงสุดแล้ว เหลืออีกเพียงเส้นบางๆ กั้นขวางการทะลวงระดับอยู่เท่านั้น
ผนวกกับความสามารถพิเศษอันแปลกประหลาดที่เขามี รับรองว่าการจัดการกับผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งจะเผยไต๋ออกมาจนหมดเปลือกแบบนี้...เป็นเรื่องง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
"....???"
ที่ริมฝั่ง หลิวหมิงและเหล่าปรมาจารย์ค่ายกลต่างมองตามหลังกู่เยว่ซีตาค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงสงสัยที่ไม่อาจหาคำตอบได้
หมายความว่ายังไง?
นี่มันหมายความว่ายังไงกันฟะ?!
นางเดินไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?
ทิ้งยุงระดับหนึ่งขั้นต้นไว้ตัวเดียว
เพื่อ...จัดการพวกเขาเนี่ยนะ???
อย่าลืมสิว่าตรงนี้มีทั้งผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นสูงสุด และปรมาจารย์ค่ายกลอีกแปดคนที่ถึงพลังจิตจะหมดแต่ก็ยังมีไพ่ตายอยู่นะโว้ย!
ยัยผู้หญิงคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่??
หลิวหมิงจ้องมองแผ่นหลังของกู่เยว่ซีที่เดินจากไป สลับกับมองเจ้ายุงสีเลือดรูปร่างหน้าเกลียดน่ากลัวที่บินลอยตัวอยู่กลางอากาศ
ใบหน้าที่เคยตึงเครียดด้วยความระแวดระวัง ค่อยๆ บิดเบี้ยวเหยเก จนสุดท้าย...เขาก็หลุดหัวเราะออกมาด้วยความสมเพช
คนบ้า!
นังผู้หญิงคนนี้มันบ้าหลุดโลกเหมือนข่าวลือในโรงเรียนจริงๆ ด้วย!
เมื่อกี้เขายังระแวงแทบตาย วิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบเพราะกลัวนางจะมีไม้เด็ดอะไรซ่อนอยู่
ที่แท้ก็คิดมากไปเอง
นางก็แค่คนสติไม่ดี!
หลิวหมิงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ความกลัวและความกังวลในใจมลายหายไปจนสิ้น
เขาหันไปมองยุงลาวาสีเลือดที่ลอยตัวอยู่ไม่ไกล แววตาฉายแววเสียดายเล็กน้อย
ช่างน่าเสียดายจริงๆ
สัตว์อสูรที่มีสติปัญญาสูงส่ง รูปลักษณ์แปลกประหลาดขนาดนี้ นับว่าเป็นสายพันธุ์หายากที่ควรค่าแก่การจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์!
น่าเสียดาย...ที่ดันเลือกนายผิดคน
ในขณะเดียวกัน ปรมาจารย์ค่ายกลที่นอนกองอยู่บนพื้น อารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาก็แปรปรวนราวกับนั่งรถไฟเหาะตีลังกา
เมื่อครู่ ตอนที่กู่เยว่ซีปรากฏตัว พวกเขาต่างมีความหวังว่าจะรอดชีวิต
คิดว่า "ดาวโรงเรียน" ผู้นี้คงจะเป็นเสือซ่อนเล็บ เป็นนายพรานที่มาล่าเจ้านกขมิ้นตัวนี้!
แต่ผลลัพธ์คืออะไร?!
ทิ้งยุงระดับหนึ่งขั้นต้นไว้ตัวเดียว มันจะมีประโยชน์ห่าอะไรวะ?!
เปลวไฟแห่งความหวังที่เพิ่งจะจุดติดเมื่อครู่ ถูกน้ำเย็นจัดสาดโครมจนดับมอดลงไปถึงขั้วหัวใจทันที
จบกัน!
คราวนี้จบเห่ของจริงแล้ว!
อุตส่าห์หวังพึ่งให้นางฆ่าหลิวหมิงแล้วช่วยชีวิตพวกเขา ที่ไหนได้...นางดันมาเล่นตลกคาเฟ่ให้ดูซะงั้น!!
"หึหึ..."
สายตาอำมหิตของหลิวหมิงจับจ้องไปที่ฉู่เซิง เขาเอ่ยปากช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเวทนาปนดูถูก
"เจ้าตัวน้อย...ช่างน่าสงสารจริงๆ..."
"เสียดายสติปัญญาอันชาญฉลาดของเจ้า ที่ต้องมาทำสัญญากับคนบ้าแบบนั้น"
"ช่วยไม่ได้นะ สงสัยนี่คงเป็นโชคชะตาของเจ้าแล้วล่ะ"
สิ้นเสียงคำพูด
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป กระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรงจนแผ่นดินแตกกระจาย ร่างกายพุ่งทะยานราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ ตรงเข้าใส่ฉู่เซิงทันที!
พลังลมปราณระดับหนึ่งขั้นสูงสุดระเบิดออกมาอย่างไม่มีกั๊ก
หมัดของเขาถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีเหลืองหม่นอันหนาทึบ แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู!
ทว่า...เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันรุนแรงปานสายฟ้าฟาดนี้
ฉู่เซิงที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศกลับไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่กระพือปีกที่มีแสงสีแดงเข้มไหลเวียนอยู่อย่างช้าๆ
[ขนนกระเบิดเพลิง lv3]!
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ——!
คมมีดขนนกนับสิบที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าคราม หลุดออกจากปีกพุ่งสวนกลับไปราวกับกระสุนปืนลูกซอง ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าลูกกระสุนปืนหลายเท่าตัว พุ่งตรงเข้าใส่หลิวหมิงที่กำลังดาหน้าเข้ามา!
"เชี่ย?!!"
รูม่านตาของหลิวหมิงหดเกร็ง สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องลั่นในหัว!
เร็วมาก!
คลื่นพลังงานนั่นมันรุนแรงชะมัด!
เขาไม่มีเวลาให้คิดไตร่ตรอง ทำได้เพียงยกแขนทั้งสองข้างไขว้กันเพื่อป้องกันจุดตายตามสัญชาตญาณ พร้อมอัดฉีดพลังลมปราณทั้งหมดไปที่แขนเพื่อป้องกันตัว!
วินาทีถัดมา…คมมีดเพลิงนับสิบก็ปะทะเข้ากับร่างกายของเขาอย่างจัง!
บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องต่อเนื่องกันเป็นชุด!
แสงไฟอันร้อนแรงและคลื่นกระแทกที่บ้าคลั่ง กลืนกินร่างของหลิวหมิงเข้าไปในทันที!
"อ๊ากกก——!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังเล็ดลอดออกมาจากกลุ่มควัน
ร่างของหลิวหมิงกระเด็นปลิวว่อนราวกับถูกรถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงชนเข้าอย่างจัง ลอยละลิ่วไปไกลกว่าสิบเมตร ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นกลิ้งหลุนๆ ไปหลายตลบจึงหยุดนิ่ง!
เสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวไหม้เกรียม สภาพดูไม่ได้แม้แต่น้อย!!
วินาทีนั้น...
โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
ปรมาจารย์ค่ายกลที่สิ้นหวังไปแล้ว ต่างอ้าปากค้าง ดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้า จ้องมองฉากตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
หลิวหมิง...ยอดฝีมือระดับหนึ่งขั้นสูงสุด...
ถูก...ถูกยุงตัวนั้น จัดการร่วงในท่าเดียวเนี่ยนะ?!
ไม่ใช่สิ!
พวกเขาหันขวับไปจ้องมองยุงสีเลือดที่ยังคงบินลอยตัว กระพือปีกอย่างสบายอารมณ์อยู่กลางอากาศ
กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าตอนที่หลิวหมิงระเบิดพลังเมื่อครู่ กำลังแผ่ออกมาจากร่างกายเล็กจิ๋วนั่น!
กลิ่นอายนั้นมัน...
"ระ...ระดับหนึ่งขั้นสูงสุด?!!"
จางเกออุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง น้ำเสียงสั่นเครืออย่างรุนแรง
ยุงตัวนี้...ก็อยู่ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเหมือนกันงั้นเรอะ?!
เป็นไปได้ยังไง?!
เมื่อสามวันก่อน ในการทดสอบที่โรงเรียน มันยังเป็นแค่ระดับหนึ่งขั้นต้นอยู่เลยไม่ใช่รึไง?!
แค่สามวัน!
จากระดับหนึ่งขั้นต้น พุ่งมาแตะระดับหนึ่งขั้นสูงสุด?!
นี่มันไม่ใช่ขึ้นจรวดแล้ว นี่มันโปรเติมทรูชัดๆ!!
อีกด้านหนึ่ง หลิวหมิงที่ถูกซัดกระเด็น พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น เขาพ่นเลือดที่มีกลิ่นไหม้เกรียมออกมาคำโต
สายตาที่มองฉู่เซิงเต็มไปด้วยความหวาดผวา ราวกับเห็นผี
"เป็นไปไม่ได้...เรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้..."
"สามวันก่อนยังแค่ขั้นต้นไม่ใช่รึไง...แก...แกก็ซ่อนพลังเอาไว้เหมือนกันเรอะ?!"
หลิวหมิงสับสนและตื่นตระหนกจนถึงขีดสุด
แต่เพียงไม่นาน ความตกใจสุดขีดก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและความอับอายที่พุ่งพล่าน!
ตัวเขา...อุตส่าห์อดทนอดกลั้นมาตั้งหลายปี เก็บงำความแค้นไว้รอวันระเบิดพลังที่แท้จริง!
แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า...ถูกยุงตัวหนึ่งตบคว่ำในท่าเดียวเนี่ยนะ?!
แถมเขายังตระหนักถึงความจริงที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่ง!
ยุงตัวนี้ อาจจะขัดขวางเขาได้จริงๆ!
ผลึกบำรุงจิต...ดีไม่ดีอาจจะถูกพวกมันแย่งไปจริงๆ ก็ได้!
"แม่งเอ๊ย!!!"
หลิวหมิงคำรามลั่นด้วยความเจ็บใจ ดวงตาแดงฉานดั่งเลือด
สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึง เข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งโดยสมบูรณ์!
"ไม่สนหรอกว่าแกจะเป็นตัวประหลาดอะไร! แต่วันนี้แกต้องตาย!!"
………