- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?
บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?
บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?
บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?
ไม่เอาความ?
คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเชื่อ
กู่เยว่ซีแค่นยิ้มเย็นในใจ นางรู้ดีว่าคำว่า "ไม่เอาความ" นี้ มีความหมายแฝงว่า...'ส่งของมาซะ แล้วก็นั่งรอให้พวกเรามาเช็คบิลทีหลังเงียบๆ'
ทางเลือกที่วางอยู่ตรงหน้าตอนนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงสองทางเท่านั้น
ทางแรก ยอมมอบลูกสิงโตทั้งสามตัวไป แลกกับการได้เรียนต่อที่โรงเรียน และรักษาชีวิตไว้ได้ชั่วคราว
ทางที่สอง แข็งขืนเก็บลูกสิงโตไว้ คนของกิลด์จิงเจ๋อคงไม่กล้าลงมือโจ่งแจ้งในโรงเรียนแน่ แต่ถ้าทำแบบนั้น เพื่อดับโทสะของกิลด์จิงเจ๋อ โรงเรียนคงไม่ลังเลที่จะไล่นางออกทันที
และเมื่อก้าวพ้นรั้วโรงเรียนเมื่อไหร่ นางก็จะกลายเป็นปลาบนเขียง รอให้พวกมันแล่เนื้อเถือหนังได้ตามใจชอบ
แต่ก็นั่นแหละ...
ต่อให้นางยอมมอบลูกสิงโตให้จริงๆ โรงเรียนจะไม่ไล่นางออกงั้นหรือ?
สายตาของกู่เยว่ซีแสร้งกวาดผ่านโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหัวหน้าฝ่ายปกครองอย่างไม่ตั้งใจ
บนโต๊ะ นอกจากแฟ้มประวัตินักเรียนและกองเอกสารแล้ว ยังมีเอกสารฉบับหนึ่งวางเด่นหราอยู่...มันคือ ‘หนังสือคำสั่งไล่ออก’ ที่กรอกข้อมูลไปแล้วกว่าครึ่ง!
ชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าวันนี้นางจะตัดสินใจอย่างไร เพื่อมอบคำตอบที่น่าพอใจให้กับกิลด์จิงเจ๋อ โรงเรียนได้เตรียมพร้อมที่จะเขี่ยนางทิ้งไว้เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น ทางเลือกทั้งสองทาง ล้วนเป็นทางตัน
ทำยังไงดี?
สมองของกู่เยว่ซีประมวลผลอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์และจิตใจอันแข็งแกร่งจากการเป็นจักรพรรดินีในชาติปางก่อน ทำให้นางยังคงรักษาความเยือกเย็นได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้ในยามคับขัน
ไม่นานนัก นางก็นึกถึงทางเลือกที่สาม
ทางเลือกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่มันเป็นหนทางเดียวที่จะพลิกสถานการณ์นี้ได้
นางเงยหน้าขึ้น สบตากับสายตาจับผิดของผู้อำนวยการและชายคนนั้น ก่อนที่เสียงอันเย็นชาจะก้องกังวานขึ้นภายในห้อง
“ตามกฎหมายการศึกษาแห่งต้าเซี่ย มาตรา 37 ระบุว่า นักเรียนของโรงเรียนมัธยมหลิงอู่ มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอย้ายไปยังสถาบันการศึกษาอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าได้”
“หนูขอทำเรื่องย้ายโรงเรียนค่ะ”
สิ้นเสียงนั้น บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
หัวหน้าฝ่ายปกครองและผู้อำนวยการหันมองหน้ากัน แววตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึก...ขบขันอย่างที่คาดเดาได้
พวกเขาย่อมรู้กฎข้อนี้ดี
นี่คือช่องทางพิเศษที่ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้โรงเรียนในท้องถิ่นกดหัวผู้มีความสามารถที่แท้จริงด้วยเหตุผลร้อยแปด
และในระหว่างรอผลการอนุมัติ สถานภาพนักเรียนจะอยู่ในสถานะ “ถูกแช่แข็งเพื่อคุ้มครอง” โรงเรียนเดิมไม่มีสิทธิ์ไล่ออกหรือดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น
นี่เป็นวิธีเดียวที่นางจะรักษาชีวิตไว้ได้ในตอนนี้จริงๆ
แต่...มันจะยื้อเวลาไปได้นานแค่ไหนกันเชียว?
“หึๆ เอาสิ”
หลิวคุน…ชายจากกิลด์จิงเจ๋อ เป็นฝ่ายหัวเราะออกมาคนแรก
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ไขว่ห้างด้วยท่าทีราวกับกำลังรอดูละครฉากเด็ด
ผู้อำนวยการเองก็หยิบแบบฟอร์มใหม่ออกมาจากลิ้นชักด้วยใบหน้านิ่งเฉย แล้วเลื่อนไปตรงหน้ากู่เยว่ซี
“จะขอย้ายโรงเรียนสินะ? เตรียมแบบฟอร์มไว้ให้แล้ว อยากย้ายไปที่ไหนล่ะ? กรอกลงไปได้เลย”
พวกเขารู้ทันความคิดของเด็กสาวดี
กระบวนการย้ายโรงเรียน โดยทั่วไปใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็รู้ผลแล้ว
ด้วยคุณสมบัติอัน “น่าอนาถ” ในแฟ้มประวัติของกู่เยว่ซี จะมีโรงเรียนมัธยมหลิงอู่ที่ไหนในมณฑลซุ่ยหมิงยอมรับนางเข้าเรียน?
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
ดังนั้น สิ่งที่นางทำ ก็แค่เลื่อนวันตายของตัวเองจากวันนี้ ไปเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าเท่านั้น
ก็แค่การดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
กู่เยว่ซีไม่ใส่ใจสายตาเหล่านั้น นางหยิบปากกาขึ้นมา จรดปลายปากกาลงในช่อง ‘สถาบันปลายทาง’ โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ตัวอักษรหวัดๆ ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว—
เมืองตูหนาน, โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง!
เมื่อผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่ายปกครอง และหลิวคุน ได้เห็นชื่อสถาบันที่นางเขียนลงไป ทั้งสามคนถึงกับอึ้งกิมกี่
อากาศภายในห้องราวกับจะแข็งค้าง
ผ่านไปหลายวินาที หัวหน้าฝ่ายปกครองถึงมองนางราวกับมองคนเสียสติ ก่อนจะโพล่งออกมาว่า
“กู่เยว่ซี! นี่เจ้าตกใจจนสติแตกไปแล้วรึไง? รู้ไหมว่าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนานมันเป็นสถานที่แบบไหน?!”
เมืองตูหนาน คือเมืองหลวงของมณฑลซุ่ยหมิง เป็นมหานครขนาดใหญ่ที่ติดอันดับระดับประเทศ!
และโรงเรียนมัธยมหลิงอู่อันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนาน ก็คือสถาบันการศึกษาสูงสุดที่นักเรียนทุกคนในมณฑลใฝ่ฝัน!
เมืองเจียงเฉิงของพวกเขาก็แค่เมืองเล็กๆ โรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงเมื่อเทียบกับที่นั่นแล้ว แทบไม่มีค่าควรแก่การเอ่ยถึง!
หากคิดจะสอบเข้าที่นั่น ข้อกำหนดขั้นต่ำที่สุดคือต้องมีพลังระดับหนึ่งขั้นต้นตั้งแต่ตอนเข้าเรียน ม.4! ไม่ว่าจะเป็นสายวรยุทธ์หรือสายฝึกสัตว์อสูร!
แล้วดูสภาพกู่เยว่ซีตอนนี้สิ?
ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่รอมร่อ แต่ในข้อมูลยังระบุว่าเป็นแค่จอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นต้น!
สภาพแบบนี้ที่โรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนาน ถือว่าเป็นพวกหางแถวที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะสมัครสอบด้วยซ้ำ!
แน่นอนว่าทั้งหลิวคุนและผู้อำนวยการต่างก็เป็นยอดฝีมือ พวกเขาย่อมสัมผัสได้ว่า พลังวรยุทธ์ที่แท้จริงของกู่เยว่ซีในตอนนี้ น่าจะอยู่ที่ระดับหนึ่งขั้นกลาง
แต่มันต่างกันตรงไหนล่ะ?
พวกเขาไม่รู้หรอกว่ากู่เยว่ซีไปแย่งชิงลูกสิงโตมาจากหน่วยเขี้ยวเงาได้ยังไง คงแค่ฟลุ๊คเท่านั้นแหละ!
พลังแค่ระดับหนึ่งขั้นกลาง ในช่วงเวลาที่ใกล้จะสอบรวมแบบนี้ คิดจะย้ายไปโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนาน?
ฝันกลางวันชัดๆ!
ถ้าไม่มีพลังระดับหนึ่งขั้นสูงขึ้นไป ทางนั้นคงไม่แม้แต่จะปรายตามองใบสมัครของนางด้วยซ้ำ!
ถ้านางกรอกชื่อโรงเรียนในเมืองเล็กๆ อื่นๆ อาจจะยังมีโอกาสริบหรี่ให้พอได้ยื้อชีวิตต่อไปบ้าง
แต่การเลือกโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนาน...นั่นเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ!
อีกหนึ่งสัปดาห์ เมื่อคำร้องถูกปฏิเสธ นางจะถูกไล่ออกทันที ถึงเวลานั้น นางก็จะกลายเป็นเนื้อบนเขียงของกิลด์จิงเจ๋ออย่างสมบูรณ์!
“หึ น่าสนใจดีนี่” หลิวคุนมองกู่เยว่ซีอย่างนึกสนุก มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม
“แม่หนูน้อย ในเมื่อเจ้ามั่นใจขนาดนี้ พวกเราก็จะเล่นด้วย”
“ข้าให้เวลาหนึ่งสัปดาห์”
“ครบหนึ่งสัปดาห์เมื่อไหร่ ข้าหวังว่าเจ้าจะเอาของของพวกเรามาคืน...พร้อมดอกเบี้ยทบต้น”
พูดจบ เขาก็ไม่รั้งรอ หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที
กู่เยว่ซีเองก็ขี้เกียจจะเสวนากับผู้บริหารโรงเรียนสองคนที่พร้อมจะขายนางทิ้ง นางยื่นใบคำร้องให้ แล้วหันหลังเดินจากไปเช่นกัน
ทิ้งให้ผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายปกครองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างคนต่างคิดว่ากู่เยว่ซีคงบ้าไปแล้วจริงๆ
……
“หนึ่งสัปดาห์?”
ฉู่เซิงที่เกาะเงียบเชียบอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซี คำนวณเวลาในใจอย่างรวดเร็ว
“เหลือเฟือ!”
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางยกนิ้วโป้งให้ความเฉลียวฉลาดขององค์จักรพรรดินีในใจ
เฮ้อ! ต้องแบบนี้สิพวกเรา!
แม้ในสถานการณ์จนตรอก ก็ยังอุตส่าห์แหวกทางรอดออกมาจนได้!
ทำไมถึงเหลือเฟือ?
กู่เยว่ซีเองก็รู้แจ้งเห็นจริงในใจ
เวลาหนึ่งสัปดาห์ สำหรับคนอื่นอาจเป็นช่วงเวลารอความตาย แต่สำหรับนาง...นี่คือโอกาสทองที่จะพลิกกระดาน!
ในอ้อมอกของนางตอนนี้มีลูกสิงโตปีกเพลิงอัสนีสายเลือดชั้นสูงถึงสามตัว
นี่ไม่ใช่ทรัพยากรการฝึกฝนธรรมดา แต่มันคือ “คลังเลือดบริสุทธิ์เคลื่อนที่” ถึงสามคลัง!
ด้วยความโหดเหี้ยมของวิชา ‘เตาหลอมหมื่นอสูร’ ขอแค่ดูดกลืนและหลอมรวมเลือดบริสุทธิ์จากลูกสิงโตเพียงตัวเดียวจนหมดสิ้น
นางก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ภายในหนึ่งสัปดาห์ จะสามารถดันพลังของตัวเองจากระดับหนึ่งขั้นกลาง ให้พุ่งทะยานไปแตะระดับหนึ่งขั้นสูงได้สำเร็จ!
เผลอๆ ถ้าโชคเข้าข้าง อาจจะก้าวข้ามไปแตะธรณีประตูของระดับสองได้ด้วยซ้ำ!
ถึงแม้จะน่าเสียดายที่ต้องสังเหารลูกสัตว์อสูรระดับนี้ แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็จำเป็นต้องสละไปสักตัว...
ขอแค่พลังแข็งแกร่งพอ การจะผ่านบททดสอบย้ายโรงเรียนของโรงเรียนอันดับหนึ่งเมืองตูหนาน ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน!
และเมื่อไหร่ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนอันดับหนึ่งเมืองตูหนาน กิลด์จิงเจ๋อก็ไม่มีทางกล้าแตะต้องพวกนางอีกต่อไป!
…………..