เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?

บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?

บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?


บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?

ไม่เอาความ?

คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเชื่อ

กู่เยว่ซีแค่นยิ้มเย็นในใจ นางรู้ดีว่าคำว่า "ไม่เอาความ" นี้ มีความหมายแฝงว่า...'ส่งของมาซะ แล้วก็นั่งรอให้พวกเรามาเช็คบิลทีหลังเงียบๆ'

ทางเลือกที่วางอยู่ตรงหน้าตอนนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงสองทางเท่านั้น

ทางแรก ยอมมอบลูกสิงโตทั้งสามตัวไป แลกกับการได้เรียนต่อที่โรงเรียน และรักษาชีวิตไว้ได้ชั่วคราว

ทางที่สอง แข็งขืนเก็บลูกสิงโตไว้ คนของกิลด์จิงเจ๋อคงไม่กล้าลงมือโจ่งแจ้งในโรงเรียนแน่ แต่ถ้าทำแบบนั้น เพื่อดับโทสะของกิลด์จิงเจ๋อ โรงเรียนคงไม่ลังเลที่จะไล่นางออกทันที

และเมื่อก้าวพ้นรั้วโรงเรียนเมื่อไหร่ นางก็จะกลายเป็นปลาบนเขียง รอให้พวกมันแล่เนื้อเถือหนังได้ตามใจชอบ

แต่ก็นั่นแหละ...

ต่อให้นางยอมมอบลูกสิงโตให้จริงๆ โรงเรียนจะไม่ไล่นางออกงั้นหรือ?

สายตาของกู่เยว่ซีแสร้งกวาดผ่านโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหัวหน้าฝ่ายปกครองอย่างไม่ตั้งใจ

บนโต๊ะ นอกจากแฟ้มประวัตินักเรียนและกองเอกสารแล้ว ยังมีเอกสารฉบับหนึ่งวางเด่นหราอยู่...มันคือ ‘หนังสือคำสั่งไล่ออก’ ที่กรอกข้อมูลไปแล้วกว่าครึ่ง!

ชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าวันนี้นางจะตัดสินใจอย่างไร เพื่อมอบคำตอบที่น่าพอใจให้กับกิลด์จิงเจ๋อ โรงเรียนได้เตรียมพร้อมที่จะเขี่ยนางทิ้งไว้เรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น ทางเลือกทั้งสองทาง ล้วนเป็นทางตัน

ทำยังไงดี?

สมองของกู่เยว่ซีประมวลผลอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์และจิตใจอันแข็งแกร่งจากการเป็นจักรพรรดินีในชาติปางก่อน ทำให้นางยังคงรักษาความเยือกเย็นได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้ในยามคับขัน

ไม่นานนัก นางก็นึกถึงทางเลือกที่สาม

ทางเลือกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่มันเป็นหนทางเดียวที่จะพลิกสถานการณ์นี้ได้

นางเงยหน้าขึ้น สบตากับสายตาจับผิดของผู้อำนวยการและชายคนนั้น ก่อนที่เสียงอันเย็นชาจะก้องกังวานขึ้นภายในห้อง

“ตามกฎหมายการศึกษาแห่งต้าเซี่ย มาตรา 37 ระบุว่า นักเรียนของโรงเรียนมัธยมหลิงอู่ มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอย้ายไปยังสถาบันการศึกษาอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าได้”

“หนูขอทำเรื่องย้ายโรงเรียนค่ะ”

สิ้นเสียงนั้น บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ

หัวหน้าฝ่ายปกครองและผู้อำนวยการหันมองหน้ากัน แววตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึก...ขบขันอย่างที่คาดเดาได้

พวกเขาย่อมรู้กฎข้อนี้ดี

นี่คือช่องทางพิเศษที่ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้โรงเรียนในท้องถิ่นกดหัวผู้มีความสามารถที่แท้จริงด้วยเหตุผลร้อยแปด

และในระหว่างรอผลการอนุมัติ สถานภาพนักเรียนจะอยู่ในสถานะ “ถูกแช่แข็งเพื่อคุ้มครอง” โรงเรียนเดิมไม่มีสิทธิ์ไล่ออกหรือดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น

นี่เป็นวิธีเดียวที่นางจะรักษาชีวิตไว้ได้ในตอนนี้จริงๆ

แต่...มันจะยื้อเวลาไปได้นานแค่ไหนกันเชียว?

“หึๆ เอาสิ”

หลิวคุน…ชายจากกิลด์จิงเจ๋อ เป็นฝ่ายหัวเราะออกมาคนแรก

เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ไขว่ห้างด้วยท่าทีราวกับกำลังรอดูละครฉากเด็ด

ผู้อำนวยการเองก็หยิบแบบฟอร์มใหม่ออกมาจากลิ้นชักด้วยใบหน้านิ่งเฉย แล้วเลื่อนไปตรงหน้ากู่เยว่ซี

“จะขอย้ายโรงเรียนสินะ? เตรียมแบบฟอร์มไว้ให้แล้ว อยากย้ายไปที่ไหนล่ะ? กรอกลงไปได้เลย”

พวกเขารู้ทันความคิดของเด็กสาวดี

กระบวนการย้ายโรงเรียน โดยทั่วไปใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็รู้ผลแล้ว

ด้วยคุณสมบัติอัน “น่าอนาถ” ในแฟ้มประวัติของกู่เยว่ซี จะมีโรงเรียนมัธยมหลิงอู่ที่ไหนในมณฑลซุ่ยหมิงยอมรับนางเข้าเรียน?

เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

ดังนั้น สิ่งที่นางทำ ก็แค่เลื่อนวันตายของตัวเองจากวันนี้ ไปเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าเท่านั้น

ก็แค่การดิ้นรนเฮือกสุดท้าย

กู่เยว่ซีไม่ใส่ใจสายตาเหล่านั้น นางหยิบปากกาขึ้นมา จรดปลายปากกาลงในช่อง ‘สถาบันปลายทาง’ โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ตัวอักษรหวัดๆ ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว—

เมืองตูหนาน, โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง!

เมื่อผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่ายปกครอง และหลิวคุน ได้เห็นชื่อสถาบันที่นางเขียนลงไป ทั้งสามคนถึงกับอึ้งกิมกี่

อากาศภายในห้องราวกับจะแข็งค้าง

ผ่านไปหลายวินาที หัวหน้าฝ่ายปกครองถึงมองนางราวกับมองคนเสียสติ ก่อนจะโพล่งออกมาว่า

“กู่เยว่ซี! นี่เจ้าตกใจจนสติแตกไปแล้วรึไง? รู้ไหมว่าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนานมันเป็นสถานที่แบบไหน?!”

เมืองตูหนาน คือเมืองหลวงของมณฑลซุ่ยหมิง เป็นมหานครขนาดใหญ่ที่ติดอันดับระดับประเทศ!

และโรงเรียนมัธยมหลิงอู่อันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนาน ก็คือสถาบันการศึกษาสูงสุดที่นักเรียนทุกคนในมณฑลใฝ่ฝัน!

เมืองเจียงเฉิงของพวกเขาก็แค่เมืองเล็กๆ โรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงเมื่อเทียบกับที่นั่นแล้ว แทบไม่มีค่าควรแก่การเอ่ยถึง!

หากคิดจะสอบเข้าที่นั่น ข้อกำหนดขั้นต่ำที่สุดคือต้องมีพลังระดับหนึ่งขั้นต้นตั้งแต่ตอนเข้าเรียน ม.4! ไม่ว่าจะเป็นสายวรยุทธ์หรือสายฝึกสัตว์อสูร!

แล้วดูสภาพกู่เยว่ซีตอนนี้สิ?

ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่รอมร่อ แต่ในข้อมูลยังระบุว่าเป็นแค่จอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นต้น!

สภาพแบบนี้ที่โรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนาน ถือว่าเป็นพวกหางแถวที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะสมัครสอบด้วยซ้ำ!

แน่นอนว่าทั้งหลิวคุนและผู้อำนวยการต่างก็เป็นยอดฝีมือ พวกเขาย่อมสัมผัสได้ว่า พลังวรยุทธ์ที่แท้จริงของกู่เยว่ซีในตอนนี้ น่าจะอยู่ที่ระดับหนึ่งขั้นกลาง

แต่มันต่างกันตรงไหนล่ะ?

พวกเขาไม่รู้หรอกว่ากู่เยว่ซีไปแย่งชิงลูกสิงโตมาจากหน่วยเขี้ยวเงาได้ยังไง คงแค่ฟลุ๊คเท่านั้นแหละ!

พลังแค่ระดับหนึ่งขั้นกลาง ในช่วงเวลาที่ใกล้จะสอบรวมแบบนี้ คิดจะย้ายไปโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนาน?

ฝันกลางวันชัดๆ!

ถ้าไม่มีพลังระดับหนึ่งขั้นสูงขึ้นไป ทางนั้นคงไม่แม้แต่จะปรายตามองใบสมัครของนางด้วยซ้ำ!

ถ้านางกรอกชื่อโรงเรียนในเมืองเล็กๆ อื่นๆ อาจจะยังมีโอกาสริบหรี่ให้พอได้ยื้อชีวิตต่อไปบ้าง

แต่การเลือกโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งเมืองตูหนาน...นั่นเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ!

อีกหนึ่งสัปดาห์ เมื่อคำร้องถูกปฏิเสธ นางจะถูกไล่ออกทันที ถึงเวลานั้น นางก็จะกลายเป็นเนื้อบนเขียงของกิลด์จิงเจ๋ออย่างสมบูรณ์!

“หึ น่าสนใจดีนี่” หลิวคุนมองกู่เยว่ซีอย่างนึกสนุก มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม

“แม่หนูน้อย ในเมื่อเจ้ามั่นใจขนาดนี้ พวกเราก็จะเล่นด้วย”

“ข้าให้เวลาหนึ่งสัปดาห์”

“ครบหนึ่งสัปดาห์เมื่อไหร่ ข้าหวังว่าเจ้าจะเอาของของพวกเรามาคืน...พร้อมดอกเบี้ยทบต้น”

พูดจบ เขาก็ไม่รั้งรอ หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที

กู่เยว่ซีเองก็ขี้เกียจจะเสวนากับผู้บริหารโรงเรียนสองคนที่พร้อมจะขายนางทิ้ง นางยื่นใบคำร้องให้ แล้วหันหลังเดินจากไปเช่นกัน

ทิ้งให้ผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายปกครองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างคนต่างคิดว่ากู่เยว่ซีคงบ้าไปแล้วจริงๆ

……

“หนึ่งสัปดาห์?”

ฉู่เซิงที่เกาะเงียบเชียบอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซี คำนวณเวลาในใจอย่างรวดเร็ว

“เหลือเฟือ!”

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางยกนิ้วโป้งให้ความเฉลียวฉลาดขององค์จักรพรรดินีในใจ

เฮ้อ! ต้องแบบนี้สิพวกเรา!

แม้ในสถานการณ์จนตรอก ก็ยังอุตส่าห์แหวกทางรอดออกมาจนได้!

ทำไมถึงเหลือเฟือ?

กู่เยว่ซีเองก็รู้แจ้งเห็นจริงในใจ

เวลาหนึ่งสัปดาห์ สำหรับคนอื่นอาจเป็นช่วงเวลารอความตาย แต่สำหรับนาง...นี่คือโอกาสทองที่จะพลิกกระดาน!

ในอ้อมอกของนางตอนนี้มีลูกสิงโตปีกเพลิงอัสนีสายเลือดชั้นสูงถึงสามตัว

นี่ไม่ใช่ทรัพยากรการฝึกฝนธรรมดา แต่มันคือ “คลังเลือดบริสุทธิ์เคลื่อนที่” ถึงสามคลัง!

ด้วยความโหดเหี้ยมของวิชา ‘เตาหลอมหมื่นอสูร’ ขอแค่ดูดกลืนและหลอมรวมเลือดบริสุทธิ์จากลูกสิงโตเพียงตัวเดียวจนหมดสิ้น

นางก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ภายในหนึ่งสัปดาห์ จะสามารถดันพลังของตัวเองจากระดับหนึ่งขั้นกลาง ให้พุ่งทะยานไปแตะระดับหนึ่งขั้นสูงได้สำเร็จ!

เผลอๆ ถ้าโชคเข้าข้าง อาจจะก้าวข้ามไปแตะธรณีประตูของระดับสองได้ด้วยซ้ำ!

ถึงแม้จะน่าเสียดายที่ต้องสังเหารลูกสัตว์อสูรระดับนี้ แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็จำเป็นต้องสละไปสักตัว...

ขอแค่พลังแข็งแกร่งพอ การจะผ่านบททดสอบย้ายโรงเรียนของโรงเรียนอันดับหนึ่งเมืองตูหนาน ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน!

และเมื่อไหร่ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนอันดับหนึ่งเมืองตูหนาน กิลด์จิงเจ๋อก็ไม่มีทางกล้าแตะต้องพวกนางอีกต่อไป!

…………..

จบบทที่ บทที่ 33: ทางรอดเดียว...คือยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียน?

คัดลอกลิงก์แล้ว