เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ฉันดังแล้วเหรอ?

บทที่ 16 - ฉันดังแล้วเหรอ?

บทที่ 16 - ฉันดังแล้วเหรอ?


บทที่ 16 - ฉันดังแล้วเหรอ?

ลู่เหิงหยิบยาเม็ดวิญญาณระดับ D ขั้นสูงออกมาหนึ่งเม็ด แล้วค่อยๆ วางลงตรงหน้าฉินชางไห่

"ผมให้คุณลุงฟรีๆ ก็ได้ครับ แต่ที่ให้เนี่ยเป็นเพราะผมรู้สึกว่าคุณลุงที่เป็นตาแก่ตัวเล็กๆ คนนี้ก็นิสัยพอใช้ได้ ไม่เห็นต้องทำตัวหน้าเงินขนาดนั้นเลย"

"โอ้โห อายุแค่นี้ แต่ความคิดความอ่านไม่เบาเลยนะ" ฉินชางไห่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงยิ้มตาหยีแล้วรีบคว้าเอายาเม็ดวิญญาณยัดใส่กระเป๋าเสื้อทันที

ลู่เหิงเพียงยิ้มบางๆ

ดูจากระดับพลังของชายคนนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องอยู่ระดับเงินขั้นแปดหรือขั้นเก้า ถือเป็นยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นยาเม็ดวิญญาณระดับ D ขั้นสูงเม็ดนี้คงไม่ถึงกับทำให้ฉินชางไห่ตกตะลึงได้หรอก เขาคงแค่คิดไม่ถึงมากกว่าว่าลู่เหิงจะสามารถหยิบยาเม็ดระดับนี้ออกมาได้

เมื่อเก็บยาเม็ดวิญญาณเรียบร้อย ฉินชางไห่ก็ประดับรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า "เสี่ยวเหิง เอ็งรู้ไหมว่ายาเม็ดนี้ถ้าเอาไปขายข้างนอกน่ะ ได้ราคาตั้งแสนหยวนเลยนะ ให้ลุงมาแบบนี้ เอ็งไม่เสียดายหรือไง?"

"เกิดมาเป็นคนทั้งที จะคิดอะไรให้มันมากความล่ะครับ" ลู่เหิงลุกขึ้นยืน เดินทอดน่องไปรอบๆ ห้องพักครู พลางชื่นชมทิวทัศน์ของโรงเรียนที่อยู่ไกลออกไป

ฉินชางไห่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม "เอ็งใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบากขนาดนี้ ทำไมถึงยังรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่งแบบนี้ได้ล่ะ? ผู้ใหญ่หลายคนยังไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์เท่าเอ็งเลยนะ"

"หึหึ ความจนนี่แหละครับ คือรากฐานที่ทำให้ผมรักษาบุคลิกอันสูงส่งและศีลธรรมอันดีงามมาได้ตลอด" ลู่เหิงกระตุกมุมปาก เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ทั้งชีวิตของผมเนี่ย ยึดมั่นในกฎ 3P มาตลอดครับ"

"กฎอะไรของเอ็งวะ?" ฉินชางไห่เลิกคิ้วด้วยความสงสัย

"กฎ 3P ไงครับ" ลู่เหิงชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว

"กฎ 3P ก็คือ... เรื่องของแก เรื่องของฉัน และแกรู้ห่าอะไร แค่นี้ก็จะช่วยให้เราห่างไกลจากความน่ารำคาญใจทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้แล้วครับ"

"ฮ่าๆๆๆ! ไอ้เด็กคนนี้นี่!" พอได้ฟัง ฉินชางไห่ก็หัวเราะลั่นออกมาอย่างชอบใจ "ได้ฟังคำชี้แนะของเอ็งเนี่ย เหมือนลุงประหยัดเวลาอ่านหนังสือไปได้สิบเล่มเลยว่ะ!"

ทว่าหลังจากดื่มด่ำกับคำพูดนั้นอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ เขาก็หุบรอยยิ้มลง "เสี่ยวเหิงเอ๊ย ลุงจะบอกอะไรเอ็งให้นะ ใครๆ ก็อยากทำตามใจตัวเองกันทั้งนั้นแหละ แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เอ็งคิดหรอกนะ"

"อย่างเช่นเรื่องของเซวียเยว่ แค่พี่ชายของมันคนเดียว เอ็งก็รับมือไม่ไหวแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอำนาจและอิทธิพลของครอบครัวมันเลย ไว้หาโอกาสเหมาะๆ ไปขอโทษมันซะเถอะ อย่าไปงัดกับมันอีกเลย..."

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ลู่เหิงก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ได้ฟังคำชี้แนะของคุณลุง เหมือนผมเสียเวลาเรียนมาสิบปีเปล่าๆ เลยครับ"

"ถ้าโดนรังแกแล้วต้องทนกลืนความโกรธลงท้องไปเงียบๆ งั้น... คนเราจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรล่ะครับ"

"นี่..." ฉินชางไห่ชะงักงัน ใบหน้าค่อยๆ กลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

"ตกลง เสี่ยวเหิง ลุงหวังว่าเอ็งจะรักษาความมุ่งมั่นนี้ไว้ได้ตลอดนะ"

"เรื่องของเซวียเยว่เดี๋ยวลุงจัดการให้เอง ถ้าวันหลังมันมาหาเรื่องเอ็งอีก ก็มาบอกลุงได้เลย!"

"อ้อ แล้วก็ อีกไม่นานโรงเรียนจะมีกิจกรรม เอ็งรีบไปหาวิธีเพิ่มระดับพลังของตัวเองให้เร็วที่สุดซะ ไปได้แล้วไป"

"ขอบคุณครับคุณลุง" ลู่เหิงฟังแล้วก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร เขาเพียงยิ้มรับบางๆ

เขารู้อยู่แล้วว่ากิจกรรมที่ฉินชางไห่พูดถึง ก็คือการเข้าไปในมิติเอกเทศนั่นเอง

เขาหยิบขวดไอวิญญาณขวดหนึ่งออกมาจากกระเป๋า โยนข้ามไหล่ไปด้านหลัง แล้วเดินออกจากห้องพักครูไปทันที

ตลอดทางที่เดินกลับมายังห้องเรียน เพื่อนนักเรียนทุกคนต่างจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ ทุกคนอยากรู้ว่าลู่เหิงต้องเผชิญกับผลลัพธ์แบบไหน

จ้าวเหมิง เพื่อนร่วมโต๊ะของลู่เหิงรีบขยับเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางกระวนกระวาย "ลูกพี่เหิง สถานการณ์เป็นไงบ้าง โรงเรียนจะไล่นายออกจริงๆ เหรอ?"

"เปล่า หัวหน้าฝ่ายปกครองบอกว่ายังไม่ถึงขั้นไล่ออกหรอก แต่จะจัดการยังไงต่อ ฉันก็ยังไม่รู้เหมือนกัน" ลู่เหิงส่ายหน้ายิ้มๆ

ทว่าวินาทีต่อมา ทั้งห้องก็แตกตื่นกันประหนึ่งน้ำเดือด!

"เชี่ย! สมกับเป็นลูกพี่เหิง อัดเซวียเยว่ซะเละขนาดนั้นแต่ไม่เป็นไรเลยเนี่ยนะ?"

"นี่ขนาดไม่โดนไล่ออก โรงเรียนต้องให้สิทธิพิเศษนายแน่ๆ เลย!"

"ฉันบอกแล้วไง ว่าลู่เหิงน่ะมีพลังระดับ S ศักยภาพมหาศาลจะตายไป"

"แหงสิ ถึงตอนนี้ลูกพี่เหิงของฉันจะอยู่แค่ระดับเหล็กดำขั้นหนึ่ง แต่อนาคต..." จ้าวเหมิงพ่นน้ำลายแตกฟอง แต่พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ต้องอ้าปากค้าง

"ละ... ลูกพี่เหิง ทำไมนายถึงกลายเป็นระดับเหล็กดำขั้นเก้าไปได้ล่ะ!"

ทุกคนในห้องชะงักไปพร้อมกัน

จริงด้วย กลิ่นอายพลังบนตัวลู่เหิงในตอนนี้ กลายเป็นระดับเหล็กดำขั้นเก้าไปแล้วอย่างชัดเจน

แต่เมื่อวานเขายังเป็นแค่ระดับเหล็กดำขั้นหนึ่งอยู่เลยนี่นา!

"เชี่ย ลูกพี่เหิง วันเดียวนายทะลวงรวดเดียวแปดขั้นเลยเหรอ?!"

"ลูกพี่เหิงสุดยอด!"

ทุกคนในห้องต่างตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น

เพราะพวกเขาเพิ่งขึ้นม.4 เข้าเรียนมาได้ไม่นาน คนที่มีระดับพลังสูงสุดในห้องก็คือหัวหน้าห้องหวังซิน ซึ่งก็เพิ่งอยู่แค่ระดับทองแดงขั้นหกเท่านั้น

คิดไม่ถึงเลยว่า เพียงชั่วข้ามคืน ลู่เหิงจะทะลวงทีเดียวแปดขั้น เตรียมตัวจะพุ่งชนระดับทองแดงในอีกไม่ช้า!

เวลาเพียงคืนเดียวของเขา กลับเทียบเท่ากับเวลาที่คนอื่นใช้ฝึกฝนมาหลายปี!

ทั้งห้องเรียนเดือดพล่านไปหมด!

ทว่าในหัวของลู่เหิงกลับมีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา

【ได้รับค่าความแค้นจากหวังซิน+623】

ลู่เหิงเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นหวังซินนั่งทำหน้าบูดบึ้งอยู่อย่างที่คิด เห็นได้ชัดว่ากำลังไม่สบอารมณ์สุดๆ

แต่พอเห็นลู่เหิงหันไปมอง หวังซินก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เขาแสร้งทำเป็นยิ้มแย้มพลางขยิบตาให้ "เสี่ยวเหิง ยินดีด้วยนะ"

"ขอบคุณ" ลู่เหิงพยักหน้ารับเล็กน้อย แต่ในใจกลับกรอกตามองบน

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปยิ้มให้ทุกคน "แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก ช่วงนี้ฉันเหมือนจะค้นพบเคล็ดลับในการฝึกฝนเข้าแล้ว พรุ่งนี้ไม่แน่อาจจะทะลวงรวดเดียวอีกแปดขั้น พุ่งปรี๊ดไปถึงระดับทองแดงขั้นเจ็ดเลยก็ได้!"

【ได้รับค่าความแค้นจากหวังซิน+846】 【ได้รับค่าความแค้นจากหลี่เสี่ยวเป้ย+215】 【ได้รับค่าความแค้นจากโหมวหงปิน+593】

คราวนี้ไม่ใช่แค่หวังซินคนเดียวที่เกิดความแค้น หลายคนเริ่มมองลู่เหิงด้วยสายตาหมั่นไส้

"ลูกพี่เหิง นายจะขี้อวดตัวพ่อไปถึงไหนเนี่ย"

"ตัวพ่อแห่งการขี้อวดชัดๆ..."

แต่จ้าวเหมิงกลับทำหน้าประจบสอพลอ ฉีกยิ้มกว้างขยับเข้ามาหาลู่เหิง "ลูกพี่เหิง ถ้านายได้โบยบินเมื่อไหร่ ก็อย่าลืมลูกน้องคนนี้ด้วยนะ"

"จริงสิ ลูกพี่เหิงช่วยบอกหน่อยสิ ว่านายค้นพบเคล็ดลับอะไรในการฝึกฝน พาพวกเราเก่งไปด้วยสิ!" หลี่เสี่ยวเป้ยตาลุกวาว รีบพูดกับลู่เหิง

"นี่พวกนายไม่รู้กันเหรอ?" โหมวหงปินหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาวางบนโต๊ะ

"เมื่อวานตอนลูกพี่เหิงตั้งแผง พออัดเซวียเยว่เสร็จ เขาก็หยิบไอวิญญาณออกมาเพียบเลย ตอนนั้นแหละที่เขาทะลวงไประดับเหล็กดำขั้นสี่ พวกนายไม่ได้เล่นโต่วอินกันหรือไง? นี่มันคลิปไวรัลอันดับหนึ่งของเมืองจินไห่เลยนะเว้ย!"

"ซี๊ดดด นั่นไอวิญญาณของจริงเหรอ? ของพรรค์นั้นมันสูญพันธุ์ไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง!"

กลุ่มนักเรียนอุทานออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะพากันชะโงกหน้าเข้าไปรุมดูคลิปในสมาร์ตโฟน

โหมวหงปินหันไปมองลู่เหิงพลางยิ้ม "ลูกพี่เหิง ทำไมนายยังไม่เปิดดูเวยปั๋วของตัวเองอีกล่ะ ตอนนี้นายน่ะดังระเบิดไปแล้วนะ!"

"หืม?" ลู่เหิงครางในลำคอพลางพยักหน้า นึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องมันจะแพร่กระจายไปเร็วขนาดนี้ แถมตัวเองยังกลายเป็นคนดังไปแบบงงๆ อีกต่างหาก

เขาหยิบสมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้นมาดู

แม่เจ้าโว้ย หน้าฟีดแนะนำในเมืองเดียวกันของโต่วอินมีแต่หน้าเขาเต็มไปหมด

แถมในเวยปั๋วที่ปกติไม่มีคนติดตามแม้แต่คนเดียว ตอนนี้กลับมีข้อความเด้งรัวๆ

มีคนกดติดตามกว่าสามร้อยคน คอมเมนต์กว่าห้าร้อยคอมเมนต์ และมีข้อความหลังไมค์ส่งมาอีกเป็นพัน!

โพสต์ล่าสุดที่ลู่เหิงลงในเวยปั๋วก็คือเมื่อครึ่งปีที่แล้ว: 'ฉันตั้งแผงขายของอยู่ที่ตลาดกลางคืนซีถ่า ใครมีเวลาว่างก็มาอุดหนุนกันได้นะ'

คอมเมนต์ใต้โพสต์นั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก

ส่วนใหญ่ก็อยากจะขอซื้อไอวิญญาณ ส่วนที่เหลือก็พูดถึงเรื่องที่เขาอัดเซวียเยว่กับปรมาจารย์หม่า

เขาลองกวาดสายตาดูข้อความหลังไมค์คร่าวๆ ก็พบว่าแทบทั้งหมดทักมาถามเรื่องไอวิญญาณ

จู่ๆ ข้อความหลังไมค์อันหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของลู่เหิง

'ลู่เหิง ฉันชื่อเซี่ยโม่ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของนาย ขออนุญาตถามหน่อยนะ นายพอจะขายไอวิญญาณให้ฉันสักขวดในราคาสามพันหยวนได้ไหม?'

'พ่อของฉันเสียชีวิตในมิติเอกเทศ แม่ก็เป็นอัมพาตครึ่งท่อน แถมยังมีน้องสาววัยหกขวบอีกคน'

'ได้ยินมาว่าอีกไม่นานพวกเราก็จะต้องเข้าไปในมิติเอกเทศกันแล้ว ฉันเลยอยากจะรีบเพิ่มระดับพลังของตัวเองให้ไวที่สุด ฉันแค่อยากตั้งใจฝึกฝน เพื่อเป็นเสาหลักให้ครอบครัวนี้'

'แต่ตอนนี้ฉันมีเงินติดตัวอยู่แค่สามพันหยวน รอให้ฉันเข้าไปในมิติเอกเทศแล้วหาเงินมาได้ ค่อยเอาส่วนที่เหลือมาจ่ายให้นายได้ไหม'

'ถ้าไม่ได้จริงๆ แค่ครึ่งขวดก็ยังดี... แน่นอนว่าถ้านายไม่อยากขายให้ฉันก็ไม่เป็นไรนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะใช้ศีลธรรมมากดดันนายหรอก ฉันแค่ร้อนใจจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ขอโทษที่รบกวนนะ 【ยิงฟัน.jpg】'

ลู่เหิงเลิกคิ้วขึ้น "เซี่ยโม่? คนที่มีฉายาคู่กับอวี๋หลิงเวยว่าเป็นสองดาวเด่นแห่งโรงเรียนมัธยมผู้มีพลังพิเศษอันดับหนึ่งน่ะเหรอ?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 16 - ฉันดังแล้วเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว