เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - เสียใจจนอยากจะเคี้ยว

บทที่ 9 - เสียใจจนอยากจะเคี้ยว

บทที่ 9 - เสียใจจนอยากจะเคี้ยว


บทที่ 9 - เสียใจจนอยากจะเคี้ยว

【ได้รับความแค้นจากเซวียเยว่ +9999】

'พวกพ้องเอ๋ย ฉันสู้มันไม่ได้ รอยแผลเต็มตัวไปหมด ไอ้หมอนี่มันวางยาพิษในโค้กซะโหดเลย แต่ฉันรายงานเรื่องนี้กับทางโรงเรียนแล้ว คราวนี้ฉันจะแบล็กเมล์มันให้ตายเลย!'

เมื่อมองดูโพสต์เวยปั๋วล่าสุดของเซวียเยว่ พร้อมกับรูปภาพประกอบที่ทั่วทั้งตัวพันด้วยผ้าพันแผล ลู่เหิงก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

เขาส่งโทรศัพท์คืนให้อวี๋หลิงเวย ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ "หมอนี่มันอึดเหมือนแมลงสาบจริงๆ โดนฉันตบไปสองฉาด สมองยังแล่นฉิวขนาดนี้ หาได้ยากจริงๆ"

อวี๋หลิงเวยเองก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ "นั่นสิ แต่ฉันอยากรู้จริงๆ ว่านายเอาชนะปรมาจารย์หม่าได้ยังไง"

"อืม..." ลู่เหิงครางในลำคอ ปรายตามองใบหน้าสวยประณีตจนชวนให้แทบหยุดหายใจของอวี๋หลิงเวย หยั่งเชิงถามยิ้มๆ "เราไปหาที่นั่งกินไปคุยไปดีไหม เมื่อกี้ฉันใช้พลังงานไปเยอะ ตอนนี้หิวจนไส้กิ่วแล้ว"

อวี๋หลิงเวยลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ "ได้สิ"

"รอเดี๋ยวนะ" ลู่เหิงรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เขาชวนผู้หญิงไปกินข้าว แถมยังเป็นสาวสวยระดับพรีเมียมขนาดนี้ และที่สำคัญคือสำเร็จซะด้วย!

เพียงไม่กี่ครั้ง เขาก็เก็บข้าวของทั้งหมดบนแผงลอย ยัดใส่เข้าไปในมิติเก็บของติดตัวจนเกลี้ยง

เมื่อเห็นของกองโตหายวับไปกับตา อวี๋หลิงเวยก็อดร้องอุทานออกมาไม่ได้ "นายทำได้ยังไงน่ะ!"

"อย่าลืมสิ พลังมิติเวลาของฉันไม่ได้มีแค่เรื่องเวลา แต่มันรวมถึงพื้นที่ด้วย" ลู่เหิงยิ้ม ชี้ไปข้างหน้า

"ไปเถอะ ข้างหน้ามีถนนสายปิ้งย่าง ฉันหิวจะแย่แล้ว"

พูดจบเขาก็เดินนำไปทันที

ที่จริงเขาไม่ได้หิวหรอก แต่อยากกินต่างหาก

ยังไงซะไอวิญญาณก็ให้พลังงานมหาศาลแก่ร่างกายได้เหมือนกัน หลังจากวุ่นวายมาตั้งนาน ลู่เหิงกลับรู้สึกเบาสบายไปทั้งตัวด้วยซ้ำ

เพียงแต่ว่าช่วงนี้เขาต้องประหยัดอดออมเพื่อหาเงินจ่ายค่าเช่าบ้านและค่าเทอม ถึงจะเจอกลิ่นหอมๆ ของปิ้งย่างเตะจมูกทุกวัน เขาก็ตัดใจซื้อกินไม่ลง

แต่วันนี้หาเงินได้ตั้งเยอะแยะ ต้องรีบให้รางวัลตัวเองสักหน่อย!

อวี๋หลิงเวยรีบเดินตามไปติดๆ "นายยังไม่ได้บอกฉันเลยนะ ว่าตกลงนายเอาชนะปรมาจารย์หม่าได้ยังไง"

"เธอเชื่อเรื่องนั้นจริงๆ เหรอ?" ลู่เหิงยิ้มบางๆ แกล้งทำหน้าจริงจัง "ตาแก่นั่นมันก็แค่พวกสิบแปดมงกุฎ ความจริงแล้วฝีมือไม่ได้เก่งไปกว่าฉันเลย"

อวี๋หลิงเวยชะงักไป "อ้าว? แต่ฉันเห็นชัดๆ เลยนะว่าหมอนั่นแผ่กลิ่นอายระดับเงินขั้นหกออกมาน่ะ?"

"โธ่เอ๊ย นึกว่าอะไร ที่แท้เธอไม่เคยได้ยินเรื่องยาที่สามารถเปลี่ยนกลิ่นอายพลังได้เหรอ" ลู่เหิงทำทีเป็นลูบปลายคางอย่างมีเลศนัย

"ถ้าเธอจ่ายหนักพอ ฉันก็หายานี้มาให้เธอได้นะ อย่าว่าแต่ระดับเงินเลย จะให้คนอื่นเห็นเป็นระดับแพลตตินัมยังได้!"

"อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง..." อวี๋หลิงเวยส่ายหน้ายิ้มๆ อย่างจนใจ "ฉันก็ว่าอยู่ ฝีมือแค่นั้นยังสู้ถ้านายไม่ได้เลย ไม่รู้ตาแก่จอมลวงโลกนั่นเอาความหน้าด้านที่ไหนมาเรียกตัวเองว่าอาจารย์โว่หลง"

"ใช่มั้ยล่ะ ตาแก่สิบแปดมงกุฎนี่ เทียบกับพวกแก๊งต้มตุ๋นตงอู๋ไม่ได้เลยสักนิด" ลู่เหิงพยักหน้ารับ เออออห่อหมกเปลี่ยนเรื่องไปทันที เขาชี้ไปข้างหน้าพร้อมรอยยิ้ม "นี่ไง ถนนสายปิ้งย่าง ลองดูสิว่าอยากกินร้านไหน?"

'ใครจะบ้ามาซื้อข้าวฟ่างวะ!'

'นายสอบติดชิงหัว เขาสอบติดเป่ยต้า ส่วนฉันปิ้งมันเผา~'

'หมั่นโถว หนึ่งหยวนได้สี่ลูก!'

'แม่จ๋า หนูอยากกินมันปิ้ง~'

เมื่อเลี้ยวหัวมุมถนน เสียงร้องตะโกนขายของของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็ดังระงมไปทั่วทั้งสาย

ต่างจากถนนที่ลู่เหิงตั้งแผง ที่นี่เต็มไปด้วยแผงขายปิ้งย่าง ดังนั้นร้านรวงรอบๆ บริเวณนี้ก็ล้วนแต่เกี่ยวของกับของกินทั้งนั้น

แต่อวี๋หลิงเวยกลับกะพริบตาปริบๆ ส่ายหน้า "ฉันก็ไม่เคยมาที่แบบนี้เหมือนกัน รู้สึกว่าทุกร้านมันก็หน้าตาเหมือนๆ กันไปหมดเลยแฮะ"

"งั้นดีเลย ปิ้งย่างร้านที่ฉันเคยกินปีที่แล้วรสชาติเด็ดมาก แต่ดันลืมไปแล้วว่าอยู่ตรงไหน" ลู่เหิงล้วงโทรศัพท์มือถือที่ซื้อมาจากพินซีซี เลื่อนหน้าจออย่างรวดเร็ว "ฉันจำชื่อร้านได้ เดี๋ยวขอค้นหาก่อนนะ"

'ยินดีต้อนรับสู่แอปแผนที่เชวียเต๋อ~'

'แผนที่เชวียเต๋อ จะคอยนำทางคนตาบอดให้คุณอย่างต่อเนื่อง~'

เสียงระบบนำทางผู้หญิงดังขึ้น ลู่เหิงชี้ไปทางหนึ่ง "ทางนั้น"

แม้ถนนเส้นนี้จะดูวุ่นวายไปหน่อย แต่พอมีระบบนำทางก็ง่ายขึ้นเยอะ ไม่นานทั้งสองคนก็นั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกหน้าแผงลอย

"ลู่เหิง... พวกเราจะกินของพวกนี้จริงๆ เหรอ? มัน... ถูกสุขอนามัยรึเปล่า?" อวี๋หลิงเวยมองไปที่เนื้อย่างเสียบไม้ที่มีควันดำพวยพุ่งอยู่บนเตาย่างพลางย่นจมูก

"ไม่เป็นไรน่า คนที่หิวคือฉันเอง ถ้าเธอรังเกียจเรื่องความสะอาดก็นั่งดูไปเงียบๆ ละกัน มีอะไรอยากถามก็ถามมาเลย" ลู่เหิงไม่สนใจสักนิด แถมน้ำลายยังสอจนแทบจะหยดอยู่แล้ว

"คุณลุง เอาเซี่ยงจี้สิบไม้ กุยช่ายสิบไม้ ที่เหลือจัดมาเต็มที่เลย เอาให้ครบสามร้อยหยวน!"

"โอ้โห? นี่ใช่อาเหิงที่สอบเข้าโรงเรียนมัธยมผู้มีพลังพิเศษอันดับหนึ่งได้รึเปล่าเนี่ย พาสาวสวยมากินด้วย ป๋าซะไม่มีอะ!" คุณลุงถือพัดใบลานปาดเหงื่อบนหน้าพลางเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดี

"หนุ่มสาวคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวลุงค่อยๆ ย่างให้ หึหึหึ..."

"เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาๆ ครับลุง" ลู่เหิงรีบโบกมือปฏิเสธ ยิ้มเจื่อนๆ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติก

ไม่นาน เถ้าแก่เนี้ยก็ยกถั่วลิสงกับถั่วแระต้มสองจานมาเสิร์ฟ

แม้ปากคุณลุงจะบอกว่าค่อยๆ ย่าง แต่ความเร็วนั้นไม่ได้ช้าเลย เพียงไม่กี่นาที ปิ้งย่างถาดใหญ่ที่มีน้ำมันร้อนๆ ส่งเสียงฉ่าๆ ก็ถูกนำมาวางตรงหน้า

"ขอบคุณครับลุง ขอเบียร์อีกสองแพ็คด้วย ขอแบบเย็นเจี๊ยบเลยนะ!" ลู่เหิงถูมือเข้าด้วยกัน คว้าขวดพริกป่นมาสาดใส่เนื้อแกะเสียบไม้จนพูน แล้วจัดการรูดเข้าปากรวดเดียวหมดไม้!

มีเงินในกระเป๋า เวลากินมันก็สะใจแบบนี้แหละ!

คุณลุงรับคำ ก่อนจะยกเบียร์เกล็ดหิมะเย็นเฉียบสองแพ็คมาวางบนพื้นอย่างคล่องแคล่ว

อึก อึก อึก อึก~

ลู่เหิงเปิดกระป๋อง กระดกรวดเดียวหมดไปครึ่งกระป๋อง

"เอิ๊ก~ ชื่นใจโว้ย!"

ความเย็นซาบซ่านแล่นปรี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า!

ลู่เหิงไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า มือซ้ายถือเนื้อแกะย่าง มือขวาถือเบียร์ กินอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมโลก!

【ได้รับความแค้นจากอวี๋หลิงเวย +532】

【ได้รับความแค้นจากอวี๋หลิงเวย +663】

"หือ?" ลู่เหิงเลิกคิ้ว หันไปมองอวี๋หลิงเวยที่นั่งอยู่ข้างๆ

ทำไมจู่ๆ ถึงมีความแค้นโผล่มาอีกล่ะเนี่ย? นี่ฉันไปทำอะไรให้เข้าใจผิดอีกแล้วเหรอ?

แต่เมื่อมองดูดีๆ เขาก็พบว่าสายตาของอวี๋หลิงเวยเอาแต่จ้องมาที่ปากของเขาไม่วางตา

แค่เขากินเข้าไปหนึ่งคำ ความแค้นของอวี๋หลิงเวยก็จะพุ่งขึ้นปรี๊ดหนึ่งแต้ม

"ฮ่าฮ่าฮ่า คุณหนูใหญ่ เธอเองก็อยากกินล่ะสิ?" ลู่เหิงเข้าใจทันที ที่แท้แม่สาวคนนี้ก็อยากกินจนน้ำลายสอนี่เอง

ให้ตายเถอะ นี่ต้องอยากกินขนาดไหนเนี่ยถึงกับมีความแค้นเลย!

เมื่อเห็นลู่เหิงรูดเนื้อแกะย่างโรยพริกหมาล่ามันเยิ้มเข้าปากอีกไม้ อวี๋หลิงเวยก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

เธอดึงกระดาษทิชชูออกจากกล่องมารองมือ แล้วหยิบเนื้อแกะย่างขึ้นมาหนึ่งไม้

พอลองกัดเนื้อชิ้นแรกเข้าปาก ดวงตาของอวี๋หลิงเวยก็เบิกกว้างทันที

"นี่... นี่มันจะอร่อยเกินไปแล้ว!!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า!" เมื่อเห็นท่าทางน่ารักๆ ของอวี๋หลิงเวย ลู่เหิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่น

"คุณหนูใหญ่ มาๆ ลองใส่พริกดูหน่อย แล้วเธอจะค้นพบโลกใบใหม่ทันที!"

...

สิบนาทีต่อมา

ลู่เหิงมองอวี๋หลิงเวยที่หน้ามันแผล็บ กำลังรูดเนื้อย่างไม้แล้วไม้เล่าเข้าปากอย่างเมามัน พร้อมกับเหงื่อตกในใจ

"แม่คู้ณ สองมาตรฐานระดับโลกจริงๆ นะเธอเนี่ย เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าของพวกนี้มันไม่ถูกสุขอนามัย แต่ตอนนี้แทบจะแทะจานเขาเข้าไปอยู่แล้วนะ!"

อวี๋หลิงเวยกลืนเห็ดหอมในปากลงคอ กะพริบตาปริบๆ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "นายจะไปรู้อะไร ฉันนึกมาตลอดเลยนะว่าในชั้นมัธยมสี่ ฉันน่ะเก่งที่สุดแล้ว ไม่คิดเลยว่านายจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ฉันเลยเสียใจมาก อาการแบบนี้เขาเรียกว่า เสียใจจนอยากจะเคี้ยว ไงล่ะ!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 9 - เสียใจจนอยากจะเคี้ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว