- หน้าแรก
- พี่สะใภ้ คุณไม่รู้เหรอว่าฉันอยู่ยงคงกระพัน
- บทที่ 17 ขอขมาขอโทษ? พึ่งอะไร?
บทที่ 17 ขอขมาขอโทษ? พึ่งอะไร?
บทที่ 17 ขอขมาขอโทษ? พึ่งอะไร?
หญิงสาวทั้งสองกำลังคิดอะไรอยู่ หลิงเซวียนไม่ค่อยแน่ใจนัก เขาเหลือบมองเซียวหรูเสวียผ่านกระจกมองหลังด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
ปีนั้น เขาได้ร่วมมือกับกองทัพภาคเหนือเพื่อกวาดล้างองค์กรเซียมู่จริงๆ แต่เขากลับจำผู้หญิงที่ชื่อเซียวหรูเสวียคนนี้ไม่ได้เลย
พอมาลองนึกดูตอนนี้ เซียวหรูเสวียน่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มทหารที่บาดเจ็บพวกนั้น เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่า ในเมื่อเซียวหรูเสวียจำหน้าตาของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ และทั้งคู่เรียกได้ว่าไม่รู้จักกันเลย ทำไมเธอถึงได้ยึดติดขนาดนี้ ถึงขั้นยอมตามมาถึงแดนใต้?
ผู้หญิงคนนี้ ป่วยหรือเปล่านะ?
หรือว่านี่คือ "สาวคลั่งรัก" ในตำนาน?
หญิงสาวทั้งสองยังคงจดจ่ออยู่กับหัวข้อของหลิงเทียนมิ่ง จึงไม่ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหลิงเซวียน
หรูเสวีย ตั้งแต่ฉันรู้จักเธอมา ยังไม่เคยเห็นเธอใส่ใจผู้ชายคนไหนขนาดนี้เลย ดูท่าหลิงเทียนมิ่งคนนั้นคงจะมีเสน่ห์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ นะ!
หยางซีเยว่ถามยิ้มๆ ว่า ถ้าเธอหาเขาเจอแล้ว เธออยากจะทำอะไรล่ะ? แต่งงานกับเขา? หรือว่าตามตื้อเขา?
เซียวหรูเสวียมีสีหน้าจริงจัง คนระดับเขา ขนาดตำแหน่งเทพสงครามยังปฏิเสธได้ ต้องเป็นคนที่มีนิสัยโดดเดี่ยวและเย่อหยิ่งไม่เหมือนใครแน่ๆ เกรงว่าเขาคงจะไม่ยอมรับฉันหรอก!
ฉันแค่ยากเจอเขาอีกสักครั้ง ได้ขอบคุณต่อหน้า และได้รู้ว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร เท่านั้นก็พอแล้ว!
หยางซีเยว่กุมขมับ เธอพ่ายแพ้ให้แก่ความยึดติดของเซียวหรูเสวียเข้าให้แล้ว
เอาเถอะ รอให้ฉันจัดการเรื่องบริษัทถิงเฟิงกรุ๊ปให้เข้าที่เข้าทางก่อน ฉันจะเจียดเวลาช่วยเธอสืบหาข่าวดูนะ!
รับรองว่าจะช่วยให้เธอเจอชายในฝันโดยเร็วที่สุด!
เซียวหรูเสวียเผยสีหน้าเขินอาย ซีเยว่ ชายในฝันอะไรกัน พูดจาน่าเกลียดจัง...
หญิงสาวทั้งสองหยอกล้อกันที่เบาะหลัง ราวกับได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาสมัยมหาวิทยาลัยในพริบตา ส่วนหลิงเซวียนที่อยู่ด้านหน้ากลับรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ไม่ออก!
ถ้าพวกเธอรู้ว่าหลิงเทียนมิ่งที่กำลังพูดถึงกันอยู่ตอนนี้ กำลังขับรถให้พวกเธออยู่ พวกเธอจะมีสีหน้าอย่างไรกันนะ?
ทั้งสามคนเดินทางมาถึงถนนการค้าใจกลางเมือง ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว ซึ่งเป็นเวลาอาหารเย็นพอดี
หยางซีเยว่จองโต๊ะที่ร้านอาหารกุ้ยโจวไว้ล่วงหน้า หลิงเซวียนเดินไปส่งพวกเธอจนถึงในห้องรับรอง ก่อนจะหมุนตัวกลับอย่างเด็ดเดี่ยว
พี่สะใภ้ ข้าวผมคงไม่กินด้วยนะ จะได้ไม่รบกวนเวลาเพื่อนเก่าคุยกัน!
ผมยังมีธุระนิดหน่อย ขอตัวก่อน!
พูดจบ หลิงเซวียนก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง
ในวินาทีนั้น บรรยากาศในห้องรับรองพลันเย็นเยียบลง หยางซีเยว่ที่กำลังจะสั่งอาหารมือถึงกับชะงักไป
เดิมทีเธอตั้งใจจะให้หลิงเซวียนอยู่ร่วมโต๊ะเพื่อคอยต้อนรับเซียวหรูเสวียให้ดี จากนั้นค่อยยกเรื่องบริษัทถิงเฟิงกรุ๊ปขึ้นมาเพื่อขอให้เซียวหรูเสวียช่วย
แต่ผลที่ได้คือ ก้นยังไม่ทันจะอุ่น หลิงเซวียนก็หมุนตัวเดินหนีไปเสียแล้ว นี่มันมารยาทการต้อนรับแขกแบบไหนกัน?
แบบนี้ไม่ใช่เป็นการล่วงเกินเซียวหรูเสวียหรอกหรือ?
เซียวหรูเสวียเองก็ขมวดคิ้ว แม้เธอจะไม่สนใจตัวประกอบเล็กๆ อย่างหลิงเซวียนเลยก็ตาม แต่การกระทำของหลิงเซวียนนั้นช่างไร้มารยาทเกินไปจริงๆ
อย่างไรเสียเธอก็เป็นถึงเทพสงครามของชาติ มีฐานะสูงส่ง ไปที่ไหนก็มีแต่คนรุมล้อมเอาใจ แต่หลิงเซวียนกลับทำเหมือนเธอเป็นธาตุอากาศมาตลอดทาง และตอนนี้ที่เดินจากไป ก็ไม่ได้เอ่ยปากทักทายเธอสักคำ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอคนไร้มารยาทต่อหน้าเธอขนาดนี้
แม้เธอจะมีขันติธรรมสูงส่งเพียงใด ในตอนนี้ก็เริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้างแล้ว
หมอนี่ ถ้าไม่สั่งสอนให้รู้สำนึกบ้าง คงเห็นเธอเป็นแค่เด็กสาวข้างถนนจริงๆ ใช่ไหม?
หยางซีเยว่สังเกตเห็นสีหน้าของเซียวหรูเสวีย จึงรีบรินน้ำชาให้เธอ
หรูเสวีย เธอใจเย็นๆ ก่อนนะ หมอนั่นถูกครอบครัวตามใจจนเสียคน สันดานพวกลูกคนรวยมันแก้ไม่หายจริงๆ!
เธอรอฉันตรงนี้สักครู่ วันนี้ฉันต้องให้เขามาขอขมาเธอให้ได้!
โดยไม่รอคำตอบจากเซียวหรูเสวีย หยางซีเยว่ก็รีบวิ่งตามออกไปทันที
ขณะนี้หลิงเซวียนลงมาถึงด้านล่างแล้ว เขาไม่มีเวลาไปนั่งกินข้าวกับเซียวหรูเสวียหรอก คืนนี้เขามีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง
เสี่ยวไป๋ ฉันเอง!
ในขณะนั้น ณ ห้องเพนท์เฮาส์ของโรงแรมระดับห้าดาวซาร์โน ในเมืองกุ้ยเฉิงซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจว ชายคนหนึ่งกำลังเปลือยท่อนบน มีสีหน้าเคร่งขรึม มือทั้งสองกำโทรศัพท์ไว้แน่น
ข้างๆ เขา มีหญิงสาวผมทองแสนสวยที่ไหล่เปลือยเปล่า กำลังแสดงสีหน้าตัดพ้อ
เมื่อไม่กี่สิบวินาทีก่อน ทั้งคู่กำลังจะเริ่ม "ศึกหนัก" กันอยู่แล้ว แต่ใครจะคิดว่าเพียงแค่มีโทรศัพท์โทรเข้ามา ชายที่เปลือยท่อนบนคนนี้ก็ผลักเธอออกไปโดยไม่ลังเล แล้วเปลี่ยนมารับสายด้วยท่าทางนอบน้อมสุดขีด
เธอรู้ดีว่าคนตรงหน้าคือเจ้าพ่อใต้ดินอันดับหนึ่งของมณฑลกุ้ยโจว โดยเฉพาะในหลายเขตและอำเภอทางใต้ของกุ้ยโจว เขามีอิทธิพลล้นฟ้า เรียกลมเรียกฝนได้ทั้งในโลกมืดและโลกสว่าง
แม้แต่เจ้าเมืองหรือข้าราชการระดับสูงต่างก็คบหาเขาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน และให้เกียรติเขาถึงสามส่วน
มองไปทั่วทั้งมณฑลกุ้ยโจว มีเพียงเจ้าพ่อทางเหนือของมณฑลเท่านั้นที่พอจะงัดข้อกับเขาได้
หญิงสาวผมทองจินตนาการไม่ออกเลยว่า ใครกันที่โทรมาจนทำให้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งมณฑลกุ้ยโจวคนนี้ต้องระมัดระวังตัวขนาดนี้?
ได้ยินเพียงชายคนนั้นพูดกับปลายสายอย่างนอบน้อมว่า ท่านเทียนมิ่งหรือครับ?
ฉันเอง!
ปลายสายก็คือเสียงของหลิงเซวียนนั่นเอง
ฉันออกจากคุกทมิฬแล้ว ตอนนี้อยู่ที่เมืองข่ายเฉิง มีเรื่องอยากให้ร่วมนายจัดการหน่อย!
ฉันต้องการภาพจากกล้องวงจรปิดตอนที่ หลิงเว่ยฝาน ผู้นำตระกูลหลิงแห่งเมืองข่ายเฉิงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน!
นอกจากนี้ ช่วยสืบมาให้ชัดเจนว่าใครกันแน่ที่จ้องจะเล่นงานบริษัทถิงเฟิงกรุ๊ปของตระกูลหลิง ห้ามพลาดแม้แต่รายละเอียดเดียว!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าพ่อระดับท็อปที่ทรงอิทธิพลในมณฑลกุ้ยโจว หลิงเซวียนกลับพูดเหมือนเป็นการออกคำสั่ง โดยไม่มีการเจรจาต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น
แต่ชายที่เปลือยท่อนบนกลับไม่มีท่าทีไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับยิ้มหน้าบาน
ท่านมาถึงมณฑลกุ้ยโจวแล้วแท้ๆ กลับไม่แจ้งผมสักคำ ผมจะได้ไปรอรับท่านไงครับ!
ท่านวางใจได้ สองเรื่องนี้ผมจะรีบจัดการให้ เดี๋ยวคืนนี้จะได้คำตอบแน่นอนครับ!
เขาพูดประจบว่า ท่านเทียนมิ่งครับ ผมไม่ได้พบท่านมานานมากแล้ว ผมอยากจะรีบไปเข้าพบท่านที่เมืองข่ายเฉิงเดี๋ยวนี้เลย ไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนท่านไหมครับ?
หลิงเซวียนได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร
ตามใจนายแล้วกัน!
แค่นี้แหละ!
พูดจบ หลิงเซวียนก็วางสายไป
ส่วนชายที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์กลับดีใจจนเนื้อเต้น เลิกสนใจสาวงามผมทองข้างกายทันที รีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมด้วยท่าทางเร่งรีบสุดชีวิต
หญิงสาวผมทองไม่เข้าใจอย่างแรง เธอเป็นถึงดาราระดับรองที่มีชื่อเสียงในวงการ มีทั้งหน้าตาและรูปร่าง แต่ชายคนนี้กลับมองเธอเป็นธาตุอากาศและเตรียมจะจากไปเฉยๆ แบบนี้เลยหรือ?
คุณไป๋คะ ใครโทรมาเหรอคะ ทำไมคุณถึงได้รีบร้อนขนาดนี้!
ถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?
เธอพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเล็กน้อย
ใครจะคิดว่าพอเธออ้าปากพูด ชายคนนั้นกลับมีแววตาเย็นเยียบ แล้วสะบัดฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของเธอทันที
หุบปากไปเลย!
ในขณะที่พูด เขาสวมเสื้อผ้าเสร็จสรรพ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพอย่างลึกซึ้ง
คนที่โทรหาฉัน คือเทพเจ้าในดวงใจของฉัน เทพเจ้าผู้ทรงอานุภาพไร้เทียมทาน!
คราวหน้าถ้ากล้าพูดจาพล่อยๆ อีก ฉันจะทำให้นางไม่ได้เห็นแสงตะวันของวันพรุ่งนี้!
พูดจบเขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ดาราสาวระดับรองยืนตะลึงลานทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น
ทางด้านเมืองข่ายเฉิง หลิงเซวียนเพิ่งวางสายไป กลิ่นหอมจางๆ ก็ลอยมาพร้อมกับหยางซีเยว่ที่วิ่งตามมาทัน
ใบหน้าของหยางซีเยว่เย็นชาดุจน้ำแข็ง เธอพูดเสียงต่ำว่า
หลิงเซวียน นายรู้จักกาลเทศะบ้างไหม? นายยังเป็นเด็กอายุสิบกว่าขวบอยู่หรือไง?
ด้วยฐานะอย่างหรูเสวีย การที่เธอยอมมากินข้าวกับพวกเราได้ นั่นคือสิ่งที่คนตั้งเท่าไหร่โหยหาแต่หาไม่ได้!
แต่นายกลับดีเหลือเกิน พอเข้าห้องไปก็หมุนตัวเดินหนี ไม่แม้แต่จะทักทายสักคำ นายรู้ไหมว่ามารยาทพื้นฐานของคนเราคืออะไร?
เธอตำหนิเขาอย่างรุนแรงชุดใหญ่ ก่อนจะชี้ไปที่อาคารร้านอาหาร
ไป กลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้!
ไปขอขมาขอโทษหรูเสวียซะ!
น้ำเสียงของเธอไม่มีการประนีประนอม ดูเหมือนหลิงเซวียนต้องทำตามอย่างไม่มีทางเลือก
ให้ผมไปขอขมาขอโทษเธอเนี่ยนะ?
หลิงเซวียนมองไปที่หยางซีเยว่ แววตายังคงราบเรียบ แต่ทว่าน้ำเสียงกลับเย็นชาลง
พึ่งอะไร?