- หน้าแรก
- วิถีเซียนช่องสวมใส่ เริ่มต้นมาข้าก็ฆ่าล้างโลกใบเล็ก
- บทที่ 36 สัตว์ประหลาดทรายเดือดหลอมถ้ำ
บทที่ 36 สัตว์ประหลาดทรายเดือดหลอมถ้ำ
บทที่ 36 สัตว์ประหลาดทรายเดือดหลอมถ้ำ
บทที่ 36 สัตว์ประหลาดทรายเดือดหลอมถ้ำ
กู้ชิงและคณะรวมยี่สิบชีวิตออกเดินทางจากเมืองกริชแดง
ด้วยความที่มี "หมอกเลือดปีศาจ" เป็นอุปสรรค มนุษย์ในมิตินี้จึงไม่สามารถฝึกฝนสัตว์ประหลาดมาเป็นพาหนะได้
ดังนั้น การเดินทางทั้งหมดจึงต้องอาศัยสองเท้าของผู้ฝึกตนล้วนๆ
หัวหน้าหน่วยเป็นคนสะพายกล่องหินที่บรรจุ 【มุกสลายหมอก】 เอาไว้กับตัว
ช่วงที่ยังไม่เข้าเขตหมอกเลือดปีศาจ การเดินทางก็ราบรื่นดี ไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้น
มีสัตว์ประหลาดที่หลงฝูง หรือสัตว์ประหลาดกลุ่มเล็กๆ สามสี่ตัวบ้างประปราย แต่พอพวกมันเจอกับกลุ่มของกู้ชิง พวกมันก็รู้ตัวดีและเป็นฝ่ายหลีกทางให้แต่โดยดี
เมื่อทุกคนก้าวเข้าสู่เขตแดนที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกเลือดปีศาจ มุกสลายหมอกก็เริ่มแผลงฤทธิ์ หมอกเลือดเหล่านี้แหวกออกเป็นทางให้โดยอัตโนมัติ ถูกรัศมีของมุกสลายหมอกดันให้ถอยห่างออกไปถึงห้าหกสิบเมตร
เหยียนปิน ทหารที่มาจากเมืองกริชแดง ทำหน้าตายโสโอหัง แล้วแกล้งพูดโอ้อวดใส่กู้ชิงว่า
"กู้ชิง เจ้ารู้หรือเปล่าว่ารัศมีทำการของมุกสลายหมอกมันกว้างแค่ไหน"
ยังไม่ทันที่กู้ชิงจะตอบ เขาก็พูดเจื้อยแจ้วต่อไปเองว่า "บอกให้เอาบุญนะ ถ้าใช้มุกสลายหมอกคู่กับค่ายกลพิเศษ แล้วก็มีหินวิญญาณป้อนพลังงานให้มากพอ มุกสลายหมอกจะสามารถดันหมอกเลือดปีศาจให้ถอยร่นไปได้ไกลถึงห้าลี้เลยเชียวนะ"
เมื่อเห็นพวกทหารที่เกิดในเมืองกริชแดงเอาแต่คุยโวโอ้อวด กู้ชิงก็ทำเพียงยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไร
แต่ในใจกลับแอบคิด
ตอนที่อยู่โลกยุทธภพโบราณ เขาสามารถสวมใส่อาวุธ
แล้วก็ได้รับเพลงกระบี่ หรือความสามารถอื่นๆ ของเจ้าของอาวุธมาด้วย
ในเมื่อมุกสลายหมอกก็ถือเป็นของวิเศษชิ้นหนึ่งเหมือนกัน ถ้าเอาของชิ้นนี้มาใส่ในช่องสวมใส่ดู มันจะเกิดเอฟเฟกต์อะไรขึ้นมาบ้างนะ
ถ้าสถานการณ์มันบีบบังคับล่ะก็ บางทีเขาอาจจะได้สวมบทบาทเป็นกลุ่มโจรปล้นสะดมนอกเมืองดูสักตั้งก็ได้
พวกทหารกองกำลังเกราะแดงในเมืองพวกนี้ดูถูกเขา เขาก็เลยไม่คิดจะเห็นพวกมันเป็นคนเหมือนกัน
ในระหว่างที่หัวหน้าหน่วยกับลูกน้องกำลังคุยโวกันอย่างเมามันอยู่นั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
กู้ชิงชะงักฝีเท้ากะทันหัน
ด้วยความสามารถในการมองทะลุของพลังจิตใจ กู้ชิงสัมผัสได้ก่อนใครเพื่อนเลยว่า ภายในหมอกเลือดปีศาจที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตร มีเงาของสัตว์ประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนซุ่มซ่อนอยู่
แทบจะในสัญชาตญาณ กู้ชิงเรียกใช้พลังสายเลือดของสัตว์ประหลาดเกราะผลึกจันทราสุดขั้วทันที เกราะผลึกสีน้ำเงินหนาเตอะปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างกายเขาทุกสัดส่วน ยกเว้นแค่ตาและปากเท่านั้น
วินาทีต่อมา
หัวหน้าหน่วยกองกำลังเกราะแดง รวมถึงคนอื่นๆ ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
ทว่า
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตอบสนองอะไร หมอกเลือดปีศาจที่กำลังเดือดพล่านอยู่เบื้องหน้าก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
ปับ ปับ ปับ...
ทันใดนั้น เงาสัตว์ประหลาดที่ซ่อนอยู่ในหมอกเลือดปีศาจก็เปล่งแสงสีแดงฉานออกมา แล้วก็ตามมาด้วยเสียงดังปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
เสียงเหมือนพายุทรายพัดถล่ม คล้ายกับมีเม็ดทรายสาดกระเด็นใส่บานกระจก
สสารสีแดงเข้มที่ดูเหมือนแสงอาทิตย์ยามเย็น พุ่งทะลวงออกมาจากหมอกเลือดปีศาจ สาดกระหน่ำเข้าใส่กลุ่มของกู้ชิงดั่งห่าฝน
พลังจิตใจสัมผัสกับสสารสีแดงเข้มพวกนี้ในระยะร้อยเมตร
กู้ชิงก็จำได้ทันทีว่า สสารสีแดงเข้มพวกนี้ มันประกอบขึ้นจากเม็ดทรายสีแดงจำนวนมหาศาล
กู้ชิงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตำนานห้องสิน
นิกายเจี๋ยมีค่ายกลทรายแดง ซึ่งค่ายกลนี้จัดเรียงตามตำแหน่งฟ้าดินมนุษย์ ภายในบรรจุทรายแดงสามโต้ว เม็ดทรายเมื่อสัมผัสถูกตัวจะคมกริบดุจใบมีด สามารถบดขยี้เซียนมนุษย์ให้กลายเป็นผุยผงได้
แม้ว่าทรายแดงตรงหน้าจะไม่ได้มีอานุภาพร้ายแรงเท่ากับในตำนานห้องสิน
แต่พวกกู้ชิงก็ไม่ใช่เซียนเหมือนกันนี่นา
ทรายแดงที่พุ่งแหวกหมอกเลือดปีศาจเข้ามา แต่ละเม็ดมีขนาดแค่เมล็ดข้าว แต่กลับหนักอึ้งอย่างน่าเหลือเชื่อ แถมยังแฝงไปด้วยความร้อนที่น่ากลัวอีกต่างหาก
ทรายแต่ละเม็ด มันรุนแรงพอๆ กับลูกปืนใหญ่ตันๆ เลยล่ะ
"นี่มันฝูงสัตว์ประหลาดทรายเดือดหลอมถ้ำนี่!!"
"รีบจัดค่ายกลทหารเหล็กเกราะแดงเร็วเข้า"
หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนแผดเสียงลั่น พร้อมกับกระตุ้นการทำงานของธงที่อยู่บนหลัง
ยังไม่ทันที่คนอื่นๆ จะขยับตัว
ทรายแดงสีอาทิตย์อัสดงก็สาดกระหน่ำเข้ามาจากรอบทิศทาง เม็ดทรายเปล่งประกายแสงไฟ พุ่งตกลงมาราวกับฝนดาวตก สว่างไสวไปทั่วแผ่นฟ้า จนทำให้อากาศบิดเบี้ยวไปหมด
การโจมตีที่สาดซัดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับแม่น้ำสวรรค์ไหลทะลัก อานุภาพร้ายแรงจนยากจะหาอะไรมาเทียบได้
พูดไปก็รวดเร็วราวกับกะพริบตา
ชุดเกราะสีแดงที่หัวหน้าหน่วยสวมใส่อยู่ เมื่อผสานเข้ากับพลังงานภายในร่างกาย ก็ควบแน่นกลายเป็นเกราะพลังงานสีแดงทับทิม สูงถึงสามเมตร ครอบคลุมอยู่ภายนอกร่างกายของเขาในพริบตา
ส่วนคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนจากเมืองกริชแดง หรือผู้ฝึกตนที่เป็นคนป่าจากนอกเมือง ต่างก็พากันถ่ายเทพลังงานไปยังธงบนหลังของหัวหน้าหน่วย อาศัยค่ายกลทหารเหล็กเกราะแดงในการสร้างเกราะพลังงานขึ้นมา
เพียงแต่ว่า ความสว่าง ความหนา และความสูงของเกราะนั้น เล็กกว่าเกราะของหัวหน้าหน่วยอยู่ระดับหนึ่ง
กู้ชิงก็ย่อมไม่เว้น
เพียงแต่ว่า...
ภายในเกราะพลังงานของเขานั้น ยังมีเกราะผลึกสีน้ำเงินซ้อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง
เกราะนอกชั้นนึง เกราะในอีกชั้นนึง
ท่ามกลางทหารกองกำลังเกราะแดง กู้ชิงในตอนนี้ก็เหมือนไข่แดงแฝด เป็นจุดสนใจยิ่งกว่าหัวหน้าหน่วยเสียอีก
ตู้ม...
เมื่อทรายแดงที่ร้อนระอุพุ่งเข้าใส่ กู้ชิงก็รู้สึกเหมือนถูกลูกเหล็กเผาไฟกระหน่ำปาใส่ตัว แถมการโจมตีของสัตว์ประหลาดก็ยังถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ถึงแม้ทุกคนจะพยายามรักษาค่ายกลทหารเหล็กเกราะแดงเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ภายใต้พายุทรายที่โหมกระหน่ำ พวกเขาก็ทำได้แค่ค่อยๆ ขยับตัวไปทีละนิดเท่านั้น
"อ๊าก—"
เหยียนปินที่มีเกราะพลังงานอ่อนแอกว่าเพื่อน จู่ๆ ก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา
เกราะพลังงานบนตัวของเขา เมื่อถูกพายุทรายแดงที่ร้อนระอุพัดกระหน่ำ ก็เหมือนกับเสาหินในทะเลทรายที่ถูกลมกัดเซาะ จนเกิดเป็นรอยลึกมากมาย
เมื่อรอยลึกที่ถูกเฉือนทะลวงผ่านเกราะพลังงานเข้าไป
ทันทีที่ร่างกายของเหยียนปินสัมผัสกับทรายแดงที่ร้อนระอุ ก็มีกลิ่นเนื้อไหม้ลอยโชยออกมา และกระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว
กู้ชิงใช้พลังจิตใจคอยสังเกตการณ์สถานการณ์ในหมอกเลือดปีศาจอยู่ตลอดเวลา
เมื่อกลิ่นเนื้อหอมกรุ่นของเหยียนปินโชยออกไป แสงสีเลือดในดวงตาของพวกสัตว์ประหลาดทรายเดือดหลอมถ้ำที่อยู่ในหมอกเลือดปีศาจก็ยิ่งทอประกายเจิดจ้า พวกมันจ้องมองมาที่กลุ่มมนุษย์อย่างหิวกระหาย
ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เมื่อเหยียนปินได้รับบาดเจ็บ พลังงานที่ถ่ายเทไปยังธงบนหลังของหัวหน้าหน่วยก็ลดลง ทำให้เกราะพลังงานของคนอื่นๆ บางลงและเตี้ยลงตามไปด้วย
ขืนยังดันทุรังต้านทานเวทมนตร์ประสานของฝูงสัตว์ประหลาดต่อไป พวกเขาคงไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย
สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นอาหารว่างของพวกสัตว์ประหลาดกันหมด
ต่อให้ทุกคนจะรวมพลังกันต้านทานพวกสัตว์ประหลาดอย่างสุดกำลัง มันก็เหมือนกบที่ถูกต้มในน้ำอุ่น ได้แต่รอความตายอย่างช้าๆ เท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น
กู้ชิงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อตายเป็นเพื่อนใครหรอกนะ
เขาตัดการเชื่อมต่อกับค่ายกลทหารเหล็กเกราะแดง แล้วหันหลังวิ่งหนีฝ่าวงล้อมออกไปทันที
ทว่า รอบด้านเต็มไปด้วยทรายแดงที่ร้อนระอุ ราวกับกระแสน้ำทรายดูดที่ทั้งหนักและร้อนผ่าว
"บ้าเอ๊ย!!"
ปกติถ้าใช้ท่าร่างวิถีเซียนยุทธ์ ก้าวเดียวเขาก็พุ่งไปได้ตั้งสามสี่สิบเมตรแล้ว แต่ตอนนี้กลับขยับไปได้แค่หกเจ็ดเมตร แถมถ้าเผลอนิดเดียวก็อาจจะถูกทรายแดงที่น่ากลัวนี้กระแทกให้ถอยหลังได้อีก
หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนก็ไม่ได้โง่ พอเห็นกู้ชิงวิ่งหนีฝ่าวงล้อมออกไป เขาก็อยากจะหนีออกจากระยะเวทมนตร์ประสานของสัตว์ประหลาดเหมือนกัน
หัวหน้าหน่วยงัดพลังทั้งหมดที่มีออกมา ฟาดรังสีดาบอันเจิดจ้าเข้าใส่พายุทราย คนที่เหลือก็โจมตีตามหัวหน้าหน่วย พากันพุ่งฝ่าพายุทรายออกไปด้านนอกราวกับสว่านเจาะเกราะ
"เคร้ง เคร้ง เคร้ง..."
ทหารกองกำลังเกราะแดงฟาดฟันรังสีดาบออกไปนับไม่ถ้วน ปะทะเข้ากับเม็ดทรายที่มีน้ำหนักพอๆ กับลูกเหล็ก
ในขณะที่หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนกำลังพยายามฝ่าวงล้อมอย่างเอาเป็นเอาตาย
"โฮก!!"
ฝูงสัตว์ประหลาดทรายเดือดหลอมถ้ำที่ซ่อนอยู่ในหมอกเลือดปีศาจก็แผดเสียงคำรามลั่น สายตาของพวกมันมองสลับไปมาระหว่างกู้ชิงกับกลุ่มลาดตระเวน สุดท้ายพวกมันก็ตัดสินใจเลือกเหยื่อชิ้นใหญ่ ทิ้งเหยื่อชิ้นเล็กไป
ในชั่วพริบตา
ความกดดันฝั่งกู้ชิงก็ลดฮวบลง พายุทรายที่พัดมาทางกู้ชิงลดลงไปกว่าครึ่ง
เมื่อเห็นหน่วยลาดตระเวนดึงดูดความสนใจไปหมด กู้ชิงก็ใส่เกียร์หมาโกยอ้าวหนีไปอีกทางทันที
หัวหน้าหน่วยนี่เป็นคนดีจริงๆ สมแล้วที่เป็นคนสูงส่งจากเมืองกริชแดง
ข้าจะจำความดีของพวกเจ้าเอาไว้
กู้ชิงแสดงความนับถือต่อพวกคนสูงส่งจากเมืองกริชแดงจากก้นบึ้งของหัวใจ
เพียงแต่ว่า...
กู้ชิงวิ่งหนีไปได้ไม่ไกล เขาก็สังเกตเห็นแสงวิญญาณสว่างวาบขึ้นที่ใต้เท้า
นี่มัน?
เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ แฮะ!!