เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 รางวัลจากรัฐเซียน

บทที่ 32 รางวัลจากรัฐเซียน

บทที่ 32 รางวัลจากรัฐเซียน


บทที่ 32 รางวัลจากรัฐเซียน

กู้ฉือยวนเดาไม่ผิดหรอก คนทั้งสามกลุ่มที่ทยอยกันมา ต่างก็มาหากู้ชิงกันทั้งนั้น

ชายชราผมขาวตระกูลหวัง พอเห็นซือหม่าเซียวจากเครือเซียนมู่ ก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม "ตาเฒ่าเซียว ไม่เจอกันตั้งนาน ใกล้จะก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้แล้วใช่ไหมล่ะ"

"หึๆ..."

ซือหม่าเซียวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ "อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่มันก็ร่มรื่นดี ได้พึ่งพาทรัพยากรของเครือเซียนมู่ ข้าก็เลยเดินได้เร็วกว่าคนอื่นเขาก้าวนึงน่ะ"

"ไม่เหมือนเจ้าหรอกที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ดึงดันจะบุกเบิกเขตแดนด้วยตัวเอง เรื่องแบบนี้มันไม่ง่ายเลยนะ..."

ชายชราผมขาวตระกูลหวังได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มขื่น

"ตอนหนุ่มๆ ข้ามันเลือดร้อนไปหน่อยน่ะ"

"แต่ก็ช่างเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็ถอยกลับไม่ได้แล้วล่ะ..."

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

"พวกเราก็รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย คบหากันมาก็ตั้งหลายร้อยปีแล้วนะ"

"ยกเด็กมีแววคนนี้ให้ข้าเถอะ ถือซะว่าช่วยเพื่อนเก่าสักครั้ง จะได้ไหม"

ซือหม่าเซียวส่ายหน้าอย่างจนใจ พลางถอนหายใจเบาๆ "เจ้าก็รู้นี่นา ว่าข้าเองก็ถอยกลับไม่ได้เหมือนกัน ไม่ว่ายังไง ข้าก็ไม่มีทางทำลายผลประโยชน์ของเครือเซียนมู่เด็ดขาด"

อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่มันก็ร่มรื่นดีอยู่หรอก

แต่ทว่า

เมื่อเลือกที่จะพักพิงอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ก็เท่ากับว่าต้องฝากชีวิตเอาไว้กับมัน

หากทำอะไรที่ส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของบริษัทล่ะก็ ต่อให้เป็นถึงเทวะขั้นหก ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีชีวิตรอดไปได้หรือเปล่า

พลังอำนาจของเซียนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจหยั่งถึงได้เลยจริงๆ

...

ซือหม่าเซียวกับชายชราผมขาวตระกูลหวังพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง ตระกูลหวังไม่มีทางสั่นคลอนเครือเซียนมู่ได้หรอก

หลังจากนั้น ซือหม่าเซียวก็บอกว่าต้องการจะคุยกับกู้ชิงเป็นการส่วนตัว

สองพ่อลูกตระกูลเฮ่อกับปู่หลานตระกูลหวัง ก็รู้มารยาทพากันเดินออกจากบ้านของกู้ชิง ไปรออยู่ที่โถงทางเดินด้านนอก แม้แต่พ่อแม่ของกู้ชิงเอง ก็ยังจูงมือกู้เฉิงออกไปรอข้างนอกด้วย

ปล่อยให้ห้องรับแขกเล็กๆ แห่งนี้ เหลือเพียงแค่กู้ชิงกับซือหม่าเซียวสองคนเท่านั้น

ภายในห้องรับแขก

กู้ชิงกับซือหม่าเซียวนั่งเผชิญหน้ากัน

"กู้ชิง เจ้าคงจะเคยได้ยินเรื่องการแข่งขันสายเลือดข้ามมิติมาบ้างแล้วใช่ไหม"

ซือหม่าเซียวไม่ได้อ้อมค้อม เอ่ยถามขึ้นมาตรงๆ ทันที

"อืม พอจะรู้มาบ้างครับ"

กู้ชิงพยักหน้า ในวิชาความรู้ทั่วไปช่วงการศึกษาภาคบังคับระดับมัธยมปลายของรัฐเซียน จะมีการแนะนำเรื่องราวต่างๆ ของรัฐเซียนให้ฟัง ซึ่งรวมถึงนโยบายสำคัญๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพลเมืองรัฐเซียนกว่าหนึ่งหมื่นล้านล้านคนด้วย

เพื่อเป็นการทลายกำแพงชนชั้น รัฐเซียนจึงจัดการแข่งขันขนาดใหญ่ขึ้นตามมิติห้วงสูญต่างๆ โดยอนุญาตให้บุคคลทั่วไปหรือบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งหมด

ผู้ชนะจะได้รับทรัพยากรมหาศาลจากรัฐเซียน รวมถึงได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาโครงการของรัฐเซียนอีกด้วย

แต่เรื่องสำคัญระดับนี้ ทำไมซือหม่าเซียวถึงมาหาเขาได้ล่ะ

"อีกไม่นาน มิติของเราก็จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสายเลือดแล้ว ข้าอยากจะชวนเจ้าให้มาเข้าร่วมทีมของเครือเซียนมู่ เพื่อเป็นตัวแทนไปลงแข่งในครั้งนี้"

ซือหม่าเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"การแข่งขันสายเลือดงั้นเหรอครับ"

กู้ชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้

การแข่งขันสายเลือดถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของรัฐเซียน เทคโนโลยีวิถีเซียนใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงสายเลือด ล้วนต้องผ่านการแข่งขันสายเลือดนี้ทั้งสิ้น

การแข่งขันที่สำคัญระดับนี้ จะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วมิติของเรา และยังเป็นช่องทางให้พลเมืองทั่วไปของรัฐเซียนได้ทำความเข้าใจรัฐเซียนมากขึ้นด้วย

การแข่งขันอย่างเป็นทางการของรัฐเซียน จึงได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างล้นหลาม

"ตอนนี้ผมเพิ่งจะอยู่ระดับหลอมปราณขั้นหนึ่งระดับห้าเอง ทำไมถึงเลือกผมล่ะครับ"

กู้ชิงถามด้วยความสงสัย

เขายังไม่ได้หลงตัวเองถึงขนาดคิดว่า ด้วยระดับความแข็งแกร่งในตอนนี้ของตัวเอง จะสามารถกวาดล้างผู้ฝึกตนระดับหลอมปราณทั้งหมดได้หรอกนะ

"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก!"

"การแข่งขันสายเลือดมีการแบ่งระดับเอาไว้อย่างชัดเจน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องมีอายุไม่เกินหนึ่งร้อยปี และจะแบ่งออกเป็นสามระดับการแข่งขัน คือระดับหลอมปราณขั้นหนึ่ง ระดับสร้างฐานขั้นสอง และระดับแก่นทองคำขั้นสาม"

"ตอนนี้ ในตัวเจ้ามีสายเลือดหมื่นวิถีที่กลายพันธุ์อยู่ ขอเพียงแค่ในช่วงเวลาต่อจากนี้ เจ้าสามารถดึงพลังของสายเลือดออกมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ด้วยคุณภาพของสายเลือดหมื่นวิถี ก็มากพอที่จะทำให้เจ้าคว้าอันดับดีๆ ในระดับหลอมปราณขั้นหนึ่งมาได้แล้ว"

ซือหม่าเซียวไม่รู้หรอกว่ากู้ชิงมีพรสวรรค์อะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง

แต่จากความรู้ความเชี่ยวชาญของเขา เขามั่นใจว่าสายเลือดหมื่นวิถีในตัวของกู้ชิงนั้นมีศักยภาพที่เหลือล้นเลยล่ะ

เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง

เพื่อเป็นการกระตุ้นให้กู้ชิงอยากเข้าร่วมการแข่งขัน ซือหม่าเซียวจึงยอมเผยข้อมูลล่วงหน้าให้ฟังว่า "ในการแข่งขันสายเลือดครั้งนี้ ขอเพียงแค่เจ้าสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในสามพันอันดับแรกได้ เจ้าก็จะได้รับรางวัลจากบริษัทเป็นเงินถึงหนึ่งล้านเหรียญวิญญาณเลยนะ"

"และถ้าเจ้าสามารถทะลุเข้าไปถึงหนึ่งร้อยอันดับแรกของมิตินี้ได้ เจ้าก็จะได้รับรางวัลเป็นเทคโนโลยีวิถีเซียนทารกวิญญาณก่อกำเนิด จากทางการของรัฐเซียนอีกด้วย"

ระดับหลอมปราณขั้นหนึ่ง มีเทคโนโลยีของรัฐเซียนเป็นรางวัล

ส่วนระดับสร้างฐานขั้นสอง และระดับแก่นทองคำขั้นสาม ก็จะมีเทคโนโลยีของรัฐเซียนที่คู่ควรเป็นรางวัลเช่นเดียวกัน

"เทคโนโลยีวิถีเซียนทารกวิญญาณก่อกำเนิดเหรอครับ"

กู้ชิงไม่เคยได้ยินชื่อเทคโนโลยีวิถีเซียนแบบนี้มาก่อนเลย

ใบหน้าของเขาฉายแววงุนงง ไม่รู้เลยว่าเทคโนโลยีนี้มันมีมูลค่าและสำคัญขนาดไหน

เมื่อเห็นดังนั้น ซือหม่าเซียวจึงอธิบายให้ฟังว่า

"เทคโนโลยีทารกวิญญาณก่อกำเนิด ก็คือการใช้เทคโนโลยีวิถีเซียน สร้างสนามพลังจากค่ายกล รวมถึงใช้น้ำยาวิญญาณชนิดต่างๆ จำลองกระบวนการตั้งครรภ์ของมารดา เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังให้กลายเป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิด โดยเปลี่ยนไอเทมผูกมัดให้กลายเป็นอวัยวะภายนอกร่างกายของผู้ฝึกตนยังไงล่ะ"

"ไอเทมผูกมัดที่ถูกหลอมรวมด้วยเทคโนโลยีวิถีเซียนแบบนี้ จะมีความลึกล้ำซับซ้อนกว่าไอเทมผูกมัดทั่วไป ที่ผู้ฝึกตนใช้พลังวิญญาณ จิตสัมผัส หรือหยดเลือดเพื่อประทับรอยจิตวิญญาณของตัวเองลงไป ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า"

"ไอเทมผูกมัดที่ถูกเพาะเลี้ยงด้วยเทคโนโลยีทารกวิญญาณก่อกำเนิด จะสามารถเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับผู้ฝึกตนได้ด้วย"

เทคโนโลยีนี้ เป็นเทคโนโลยีวิถีเซียนที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีวงจรพลังวิญญาณ

ส่วนใหญ่แล้วจะมีการเผยแพร่และสอนกันเฉพาะในสิบสถาบันการศึกษาชั้นนำของรัฐเซียนเท่านั้น

มหาวิทยาลัยทั่วไป อย่าว่าแต่จะได้เรียนเลย แค่สิทธิ์ในการเลือกเรียนวิชานี้เป็นวิชาเลือกยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ

แน่นอนว่า

รัฐเซียนก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสของคนอื่นๆ ในการเข้าถึงเทคโนโลยีนี้เสียทีเดียว ช่องทางในการเข้าถึงก็คือ การเข้าร่วมการแข่งขันของรัฐเซียน เพื่อคัดเลือกเอาบุคลากรที่มีความสามารถที่ซ่อนตัวอยู่ภายในรัฐเซียน จากนั้นก็จะเปิดสิทธิ์และมอบเทคโนโลยีนี้ให้เป็นรางวัล

"ไอเทมผูกมัด"

"เปลี่ยนสิ่งที่เกิดภายหลังให้กลายเป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิดงั้นเหรอ!!"

พอได้ยินแบบนั้น กู้ชิงก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที

ข้อเสนอนี้มันยั่วยวนใจเกินไปแล้ว แถมยังมีเงินรางวัลจากเครือเซียนมู่อีกตั้งหนึ่งล้านเหรียญวิญญาณอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีทารกวิญญาณก่อกำเนิด หรือทรัพยากรสำหรับการฝึกฝน

กู้ชิงก็อยากได้ทั้งหมดนั่นแหละ

เรื่องเทคโนโลยีวิถีเซียนเอาไว้ก่อนก็ได้ แต่เงินรางวัลหนึ่งล้านเหรียญวิญญาณจากเครือเซียนมู่เนี่ยแหละ เป็นสิ่งที่กู้ชิงปฏิเสธไม่ลงจริงๆ

ก็แหม จะซื้อโอสถมันก็ต้องใช้เงินนี่นา

ถ้าได้เงินรางวัลหนึ่งล้านเหรียญวิญญาณจากเครือเซียนมู่มาล่ะก็ คงจะมากพอให้เขากินโอสถอัปเกรดตัวเองไปจนถึงระดับสร้างฐานได้สบายๆ เลยใช่ไหมล่ะ

ถึงแม้ในใจจะตัดสินใจได้แล้ว แต่กู้ชิงก็ไม่ได้รีบตอบตกลงไปในทันที เขาแกล้งทำเป็นคิดหนัก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"ท่านอธิการบดีครับ เรื่องนี้ผมขอเวลาคิดดูก่อนนะครับ"

"ตอนนี้ ผมใกล้จะต้องเข้าร่วมการทดสอบทหารรับจ้างครั้งที่สองของบริษัทแล้วด้วย"

"ไม่มีปัญหา เจ้าลองเอาไปคิดดูดีๆ ก็แล้วกัน"

"การทดสอบทหารรับจ้างครั้งที่สอง ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้พัฒนาฝีมือเหมือนกัน"

"บนเส้นทางแห่งการฝึกตน เจ้าต้องรู้จักคว้าทุกโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นเอาไว้ ถึงจะสามารถก้าวไปได้ไกล"

"พยายามเข้าล่ะ!"

ซือหม่าเซียวพยักหน้า พร้อมกับเอ่ยให้กำลังใจ

เขาเชื่อว่า กู้ชิงเป็นคนฉลาด ยังไงก็ต้องเลือกทางที่ถูกต้อง เพื่อก้าวขึ้นสู่เวทีที่ใหญ่กว่านี้อย่างแน่นอน

...

บริเวณโถงทางเดินหน้าบ้านตระกูลกู้

สองพ่อลูกตระกูลเฮ่อ ปู่หลานตระกูลหวัง และคนอื่นๆ ในครอบครัวกู้ ต่างก็ยืนรออยู่ด้านนอก

เมื่อเห็นกู้ฉือยวนเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวาย เฮ่อสวิ่นหนานก็เอ่ยปลอบใจว่า "พี่กู้ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ลูกชายของพี่ได้รับความสำคัญจากเครือเซียนมู่ขนาดนี้ อนาคตข้างหน้าต้องไปได้ไกลอย่างไร้ขีดจำกัดแน่นอนครับ"

"กู้ชิงก็โตเป็นหนุ่มแล้ว แถมบ้านผมก็มีลูกสาวอยู่คนนึงด้วย"

"เอาเป็นว่า ลองให้วัยรุ่นเขาลองทำความรู้จักกันดูดีไหมครับ"

สิ้นเสียงของเฮ่อสวิ่นหนาน

ปู่หลานตระกูลหวังต่างก็หันมามองเฮ่อสวิ่นหนานด้วยความประหลาดใจ นี่ตระกูลเฮ่อกะจะทุ่มสุดตัวกับกู้ชิงเลยงั้นเหรอ!

ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลเฮ่อคนนั้น เป็นถึงคนเก่งระดับแนวหน้าของสิบสถาบันการศึกษาชั้นนำรัฐเซียนเลยเชียวนะ

สองสามีภรรยาตระกูลกู้เองก็เผยสีหน้าตกตะลึงออกมาเช่นกัน

พวกเขาไม่รู้หรอกว่าลูกสาวของตระกูลเฮ่อนั้นเก่งกาจขนาดไหน

แต่พวกเขาก็พอจะฟังความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูดของเฮ่อสวิ่นหนานออก

เมื่อกู้ฉือยวนตั้งสติได้ เขาก็รีบตอบกลับอย่างเกรงใจว่า "คุณเฮ่อครับ เด็กๆ ก็โตกันหมดแล้ว เรื่องแบบนี้ผมคงไปกะเกณฑ์อะไรไม่ได้หรอกครับ ปล่อยให้พวกเด็กๆ เขาตัดสินใจกันเองดีกว่าครับ!"

"อืม ก็ดีเหมือนกันครับ!"

"เฮ่อโหลว วันหลังถ้าพี่สาวแกว่าง ก็พานางมาไหว้ลุงกู้ แล้วก็มาเที่ยวเล่นที่บ้านตระกูลกู้บ่อยๆ หน่อยนะ"

เมื่อเฮ่อโหลวได้ยินดังนั้น: "..."

จากที่เขารู้จักเพื่อนซี้ของเขามาอย่างทะลุปรุโปร่ง กู้ชิงไม่มีทางชอบผู้หญิงที่นิสัยชอบบงการแข็งกร้าวอย่างพี่สาวของเขาแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 32 รางวัลจากรัฐเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว