- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 477 ถือโอกาสช่วยเรื่องเล็กๆน้อยๆไปด้วย
บทที่ 477 ถือโอกาสช่วยเรื่องเล็กๆน้อยๆไปด้วย
บทที่ 477 ถือโอกาสช่วยเรื่องเล็กๆน้อยๆไปด้วย
หลังฝนหยุดหมู่บ้านโจวอากาศสดชื่นเป็นพิเศษ กลิ่นดินผสมกับกลิ่นหญ้าเขียวลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
หัวหน้าหมู่บ้านก้าวเดินอย่างมั่นคงไปหาโจวอี้หมิน
เขาตบไหล่โจวอี้หมินเบาๆบนใบหน้ามีทั้งความจริงจังและความพอใจแล้วพูดว่า
“อี้หมินนะ มีเรื่องจะบอก พวกเราปรึกษากันแล้วอีกสามวันหมู่บ้านเราจะเริ่มสร้างถนนอย่างเป็นทางการ”
“วันนี้ที่เลือกนี่ ฉันดูจากปฏิทินโบราณมาแล้วไม่น่าจะพลาด”
โจวอี้หมินได้ยินแล้วก็ไม่คิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะเลือกวันได้เร็วขนาดนี้ จึงตอบว่า
“ได้เลยครับหัวหน้าหมู่บ้าน! ถ้าเป็นแบบนี้ผมคิดว่าพรุ่งนี้จะพาคนในหมู่บ้านเข้าเมืองไปขนปูนซีเมนต์ยี่สิบตันกลับมา”
หัวหน้าหมู่บ้านยิ้มอย่างพอใจ จากนั้นก็เตือนเรื่องความปลอดภัยอีกสองสามคำก่อนจะหันไปจัดการงานอื่นต่อ
ส่วนโจวอี้หมินก็เริ่มวางแผนเรื่องการเข้าเมืองในใจ
เช้าวันรุ่งขึ้นโจวอี้หมินพาชาวบ้านกว่าสิบคนขับรถแทรกเตอร์เตรียมเข้าเมือง ก่อนจะไปที่สำนักงานเขตเขาตัดสินใจไปหาช่างกู้ก่อนเพื่อแจ้งให้ทราบว่าอีกสองวันจะเริ่มงาน
เมื่อมาถึงบ้านช่างกู้ ช่างกู้กำลังจัดเครื่องมืออยู่ในลานบ้านโจวอี้หมินเดินเข้าไปพร้อมพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“ช่างกู้ ผมมีเรื่องจะบอก อีกสองวันหมู่บ้านเราจะเริ่มสร้างถนนแล้วนะครับ”
ช่างกู้เงยหน้าขึ้น ยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้าบอกว่าเข้าใจพร้อมพูดว่า
“ได้เลย ทางฉันเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว รอถึงวันเริ่มงาน ฉันจะไปถึงก่อนเวลา”
โจวอี้หมินคุยกับช่างกู้อีกเล็กน้อยจากนั้นก็พาชาวบ้านไปยังสำนักงานเขต
เมื่อพวกเขามาถึงก็เห็นหัวหน้าหลี่กำลังพาคนอีกสองคนเดินออกไปอย่างรีบร้อน โจวอี้หมินรีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่า
“ป้าหลี่ เกิดอะไรขึ้นครับถึงรีบขนาดนี้?”
หัวหน้าหลี่ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า
“เฮ้อ ที่สำนักงานเขตมีของมาถึงชุดหนึ่งแต่กำลังกลุ้มว่าจะขนไปโรงงานแปรรูปยังไง เรื่องนี้รอไม่ได้เลย”
โจวอี้หมินได้ยินแล้วดวงตาเป็นประกาย รีบพูดทันทีว่า
“ป้าหลี่ ให้พวกเราช่วยเถอะครับ!”
พูดจบเขาก็หันไปชี้รถแทรกเตอร์ด้านหลัง
หัวหน้าหลี่มองตามไปเห็นรถแทรกเตอร์คันนั้นดวงตาก็สว่างขึ้นทันที เธอไม่คิดเลยว่าหมู่บ้านโจวจะมีศักยภาพแบบนี้
ต้องรู้ว่าในยุคนั้นรถแทรกเตอร์ไม่ใช่ของที่อยากซื้อก็ซื้อได้เป็นของหายากมาก แต่พอลองคิดดูอีกทีมีโจวอี้หมินอยู่ ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะสมเหตุสมผลขึ้นมา หัวหน้าหลี่แสดงสีหน้าลำบากใจแล้วพูดว่า
“งั้นฉันไปหาคนมาช่วยเพิ่มดีกว่า!”
โจวอี้หมินรีบห้ามไว้
“ป้าหลี่ ที่นี่ก็มีคนพร้อมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?”
ในใจของเขารู้ดีว่านี่คือโอกาสดีที่จะช่วยให้หมู่บ้านสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสำนักงานเขตได้มากขึ้น แน่นอนว่าไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป
หัวหน้าหลี่ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยเห็นว่าโจวอี้หมินพูดมีเหตุผลจึงพยักหน้าตกลงจากนั้น เธอก็พาโจวอี้หมินและคนอื่นๆไปยังสถานที่เก็บวัสดุ โจวอี้หมินมองกองวัสดุที่รอการขนย้ายแล้วพูดเสียงดังว่า
“ทุกคนฟังนะ ช่วยกันขนของพวกนี้ขึ้นรถแทรกเตอร์!”
ชาวบ้านรีบลงมือทันทีจับคู่กันเป็นกลุ่มละสองคนทำงานประสานกันอย่างดี
ทุกคนเต็มไปด้วยแรงฮึด ไม่นานหน้าผากก็มีเหงื่อผุดขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆแต่ไม่มีใครบ่นเหนื่อยเลย
วัสดุมีทั้งชิ้นใหญ่และชิ้นเล็กของหนักต้องใช้หลายคนช่วยกันยก ส่วนของเบาก็สามารถยกได้คนเดียวอย่างสบาย
หนุ่มๆต่างแย่งกันยกของที่หนักที่สุดเพื่อแสดงพละกำลัง ส่วนชาวบ้านที่อายุมากกว่าก็เลือกขนของที่เบาลงเล็กน้อย ขณะที่โจวอี้หมินยืนคอยสั่งการอยู่ด้านข้างเพื่อให้การขนย้ายเป็นไปอย่างปลอดภัยและเป็นระเบียบ
ภายใต้ความร่วมแรงร่วมใจของทุกคนไม่นานวัสดุทั้งหมดก็ถูกจัดเรียงอย่างเรียบร้อยบนรถแทรกเตอร์
หัวหน้าหลี่เห็นภาพนี้ในใจก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง จึงพูดกับโจวอี้หมินว่า
“อี้หมิน ครั้งนี้ต้องขอบคุณพวกหมู่บ้านโจวจริงๆ ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะต้องเสียแรงขนาดไหน”
โจวอี้หมินยิ้มตอบ
“ป้าหลี่ เกรงใจเกินไปแล้ว พวกเราทุกคนก็เพื่อพัฒนาพื้นที่ของเรา ช่วยเหลือกันเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว”
หัวหน้าหลี่ก็ไม่ได้ให้คนของหมู่บ้านโจวช่วยฟรีๆ จากนั้นจึงยกเครื่องดื่มน้ำอัดลมเป่ยปิงหยางมาหนึ่งลัง
“ทุกคนเหนื่อยแล้ว นี่มีน้ำอัดลม ดื่มสักขวดแก้กระหายน้ำก่อนเถอะ”
คนของหมู่บ้านโจวได้ยินว่ามีน้ำอัดลมให้ดื่มแต่เพราะโจวอี้หมินยังไม่พูดอะไรถึงแม้อยากดื่มก็ไม่มีใครกล้าขยับ
เพราะก่อนออกมาหัวหน้าหมู่บ้านได้กำชับไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องฟังคำของโจวอี้หมิน หากโจวอี้หมินไม่อนุญาตห้ามทำอะไรเอง
อีกทั้งยังสั่งไว้อีกว่า โจวอี้หมินให้ทำอะไรก็ให้ทำตามนั้น ห้ามถามเหตุผล
โจวอี้หมินเห็นแววตาของชาวบ้านที่อยากดื่มน้ำอัดลม จึงพูดว่า
“อยากดื่มก็หยิบเอาเอง อย่าลืมขอบคุณป้าหลี่ด้วย”
เมื่อชาวบ้านเห็นลังน้ำอัดลมเป่ยปิงหยางแววตาก็เต็มไปด้วยความดีใจ ในยุคที่ของยังขาดแคลนเช่นนี้น้ำอัดลมเป่ยปิงหยางถือเป็นของหายาก ปกติแทบไม่มีโอกาสได้ดื่ม
ชาวบ้านต่างหยิบขวดน้ำอัดลมขึ้นมาแล้วพากันกล่าวขอบคุณหัวหน้าหลี่
ชาวบ้านหนุ่มคนหนึ่งเปิดฝาขวด “ซ่า” เสียงฟองอากาศพุ่งขึ้นราวกับร่วมเฉลิมฉลองความสุขในขณะนี้
เขารีบดื่มไปหนึ่งอึก ใบหน้าเผยรอยยิ้มอย่างพอใจ
“ว้าว น้ำอัดลมนี่หวานจริงๆ!”
ชาวบ้านคนอื่นๆเห็นเช่นนั้นก็พากันเปิดขวดแล้วเพลิดเพลินกับรสชาติแสนพิเศษนี้
โจวอี้หมินเห็นทุกคนมีสีหน้าดีใจ จึงพูดกับป้าหลี่ว่า
“ป้าหลี่ เกรงใจเกินไปแล้ว แบบนี้พวกเรายิ่งรู้สึกเกรงใจเข้าไปใหญ่”
ป้าหลี่โบกมือ
“เรื่องเล็กน้อยน่า พวกเธอช่วยงานใหญ่ขนาดนี้ เรื่องแค่นี้ไม่ถือว่าอะไร หวังว่าต่อไปพวกเราจะได้ช่วยเหลือกันแบบนี้อีก ถ้าไม่ได้พวกเธอช่วยฉันยังไม่รู้เลยว่าจะจัดการยังไงดี”
หลังจากดื่มน้ำอัดลมกันเสร็จแล้ว โจวอี้หมินก็พาชาวบ้านขับรถแทรกเตอร์มุ่งหน้าไปยังโรงงานแปรรูปอย่างช้าๆ
เมื่อพวกโจวอี้หมินนำวัสดุไปส่งถึงโรงงานแปรรูปอย่างปลอดภัย ผู้รับผิดชอบของโรงงานก็มารออยู่ที่หน้าประตูตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อเห็นว่าวัสดุมาถึงอย่างเรียบร้อยก็กล่าวขอบคุณพวกเขาไม่หยุด
โจวอี้หมินยิ้มตอบ
“เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว ต่อไปพวกเรามาช่วยเหลือกันบ่อยๆเถอะ”
ผู้รับผิดชอบก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่แล้ว พวกเราต่างต้องช่วยเหลือกัน”
เขารู้ดีถึงความสามารถของโจวอี้หมิน อย่างเช่นตอนนี้โรงงานแปรรูปมีงานมากมายก็ล้วนเป็นเพราะโจวอี้หมิน
และยังได้ยินจากป้าหลี่อีกว่า แม้แต่สินค้าที่โดดเด่นในงานแสดงสินค้ากว่างโจวก็เป็นความคิดที่โจวอี้หมินเสนอขึ้นมา ผู้รับผิดชอบพิจารณาตามลักษณะของวัสดุและสภาพของโรงงานจึงตัดสินใจเก็บวัสดุเหล่านี้ไว้ในคลังของโรงงาน
คลังสินค้านี้เพิ่งสร้างขึ้นโดยรวมแรงของโรงงานเมื่อไม่นานมานี้ พื้นที่กว้างขวาง หลังคาและผนังแข็งแรงสามารถป้องกันลมฝนได้เป็นอย่างดี พื้นคลังยังถูกยกสูงด้วยอิฐและหินเพื่อป้องกันน้ำฝนไหลย้อนเข้า
โดยปกติคลังนี้ใช้เก็บของเบ็ดเตล็ดเพื่อเตรียมรับวัสดุชุดนี้ ผู้รับผิดชอบจึงจัดคนงานมาทำความสะอาดล่วงหน้า
พวกเขานำของต่างๆไปกองไว้ที่มุมแล้วใช้แผ่นไม้กับผ้าใบคลุมไว้ เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอ
เมื่อรถแทรกเตอร์ค่อยๆขับเข้ามายังลานหน้าคลัง ชาวบ้านจากหมู่บ้านโจวก็เริ่มขนของลงอย่างเป็นระเบียบ
ทุกคนจัดวางวัสดุตามประเภทและขนาด
ของชิ้นใหญ่จะวางไว้ด้านล่างส่วนของชิ้นเล็กจะวางซ้อนด้านบนทั้งช่วยประหยัดพื้นที่และหยิบใช้ง่าย
ระหว่างการขนย้ายโจวอี้หมินยังคอยเตือนเป็นระยะให้ทุกคนระมัดระวัง
“ทุกคนระวังหน่อย ของพวกนี้สำคัญกับโรงงาน อย่าให้กระแทกเสียหาย”
เขาพูดไปพลาง ช่วยยกของหนักไปด้วย
เมื่อจัดเก็บวัสดุเรียบร้อยแล้วโจวอี้หมินตรวจสอบอีกครั้งอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าจัดวางเป็นระเบียบและมั่นคงจากนั้น โจวอี้หมินก็กล่าวลาผู้รับผิดชอบโรงงาน
เมื่อกลับมาถึงสำนักงานเขต เขาก็ไปที่ห้องทำงานของป้าหลี่
ป้าหลี่เห็นโจวอี้หมินกลับมา จึงพูดว่า
“อี้หมิน ปูนซีเมนต์ที่เธอต้องการเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ฉันจะพาไปดู”
โจวอี้หมินกล่าวขอบคุณไม่หยุด เมื่อมาถึงจุดหมายก็เห็นกองปูนซีเมนต์วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบราวกับภูเขาสีเทาลูกเล็กๆ
โจวอี้หมินยืนอยู่ข้างรถแทรกเตอร์แล้วตะโกนสั่งงานให้ชาวบ้านว่า
“ทุกคนฟังนะ จับคู่กันสองคนทำงานให้คล่องตัวหน่อย ระวังความปลอดภัยด้วย แล้วช่วยกันขนปูนซีเมนต์ขึ้นรถแทรกเตอร์ให้หมด”
ชาวบ้านรีบจับคู่กันแล้วเดินไปยังกองปูนซีเมนต์ ลุงโจวที่มีอายุมากหน่อยจับคู่กับโจวต้าหู่ที่ยังหนุ่มแน่นทั้งสองเดินไปที่ถุงปูนถุงหนึ่ง ลุงโจวพูดว่า
“เสี่ยวหู่ เดี๋ยวฉันนับหนึ่งสองสามแล้วเราค่อยออกแรงพร้อมกัน”
โจวต้าหู่พยักหน้า มือทั้งสองจับมุมถุงปูนไว้แน่น
“หนึ่ง สอง สาม!”
ทั้งสองออกแรงพร้อมกัน ยกถุงปูนขึ้นพาดบ่าอย่างมั่นคง
แม้ว่าถุงปูนจะหนักมากจนกดไหล่ของพวกเขาจนเจ็บแต่ทั้งสองก็ไม่ถอย ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังรถแทรกเตอร์
อีกด้านหนึ่ง โจวต้าจ้วงกับโจวต้าจู้ก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน
โจวต้าจ้วงรูปร่างกำยำ เขาก้มตัวลงก่อนใช้สองมืออุ้มใต้ถุงปูนส่วนโจวต้าจู้ช่วยประคองด้านข้าง
“ขึ้น!”
โจวต้าจ้วงตะโกนเสียงดังใช้แรงของตัวเองยกถุงปูนขึ้นโจวต้าจู้รีบช่วยปรับตำแหน่งด้านข้าง ทั้งสองก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังรถแทรกเตอร์ทีละก้าว
ตลอดทางเส้นเลือดบนหน้าผากของโจวต้าจู้ปูดขึ้น เหงื่อไหลลงมาไม่หยุดเปียกพื้นดินใต้เท้าแต่เขาก็ยังกัดฟันทน พร้อมพึมพำว่า
“ปูนพวกนี้เป็นของสำคัญสำหรับสร้างถนน ต้องระวังให้ดี”
โจวอี้หมินเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง ยืนอยู่ข้างรถแทรกเตอร์คอยรับของพร้อมสั่งการชาวบ้านที่ขนปูนว่า
“ตรงนี้วางเพิ่มอีกถุง ใช่ ตรงนั้นแหละ วางให้มั่นคงหน่อย”
ทุกครั้งที่มีการส่งถุงปูนขึ้นมาโจวอี้หมินกับอีกคนก็จะรีบช่วยกันจัดตำแหน่งเพื่อให้ปูนวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ และเหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับขนต่อ
ระหว่างการขนย้ายมีชาวบ้านหนุ่มคนหนึ่งสะดุดก้อนหินบนพื้นโดยไม่ทันระวังถุงปูนในมือเกือบหลุด
ชาวบ้านที่อยู่ข้างๆเห็นทันรีบยื่นมือเข้าช่วยประคองพร้อมถามด้วยความเป็นห่วงว่า
“เป็นยังไง ไม่ล้มใช่ไหม ระวังหน่อยนะ”
ชาวบ้านที่ถูกช่วยยิ้มอย่างขอบคุณ
“ไม่เป็นไร แค่ไม่ทันระวัง ทุกคนก็ระวังกันหน่อยนะ”
ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกคนถุงปูนถูกขนขึ้นรถแทรกเตอร์ทีละถุงอย่างต่อเนื่องโจวอี้หมินช่วยขนของไปด้วย พลางคอยสังเกตทุกคนไปด้วยพร้อมเตือนว่า
“ถ้าเหนื่อยก็พักก่อน อย่าฝืน พวกเรามีเวลาแต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน”
แต่ชาวบ้านทุกคนต่างเต็มไปด้วยแรงฮึด ไม่มีใครอยากหยุดพักแม้แต่นิดเดียว
โจวอี้หมินเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมแต่ยังคงคอยสังเกตอยู่เสมอ หากเกิดอะไรขึ้นจะได้จัดการได้ทันที
หลังจากใช้ความพยายามอยู่นานหลายชั่วโมง ปูนซีเมนต์ยี่สิบตันก็ถูกขนขึ้นรถแทรกเตอร์จนหมด
โจวอี้หมินตรวจสอบจำนวนและคุณภาพอีกครั้งเมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้ว เขาก็ขับรถแทรกเตอร์นำทุกคนเดินทางกลับหมู่บ้าน
โจวอี้หมินขับรถแทรกเตอร์ที่บรรทุกปูนเต็มคันค่อยๆมุ่งหน้ากลับหมู่บ้านโจว
ตลอดทางเขามองกองปูนซีเมนต์เหล่านั้น ในใจทั้งรู้สึกสบายใจและกังวลไปพร้อมกันความสบายใจคือวัสดุสำคัญสำหรับสร้างถนน—ปูนซีเมนต์—ในที่สุดก็ขนกลับมาได้สำเร็จ
ส่วนความกังวลก็คือ สภาพอากาศที่แปรปรวนหากจัดเก็บไม่ดีพอฝนตกลงมาปูนพวกนี้ก็อาจเสียหายหมด
ทันทีที่กลับถึงหมู่บ้าน โจวอี้หมินก็ไม่ทันได้พักรีบตรงไปที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน เขาเดินเข้าไปในลานบ้านอย่างเร่งรีบเห็นหัวหน้าหมู่บ้านกำลังนั่งสานตะกร้าอยู่ใต้ชายคา โจวอี้หมินรีบพูดขึ้นว่า
“หัวหน้าหมู่บ้านปูนซีเมนต์ชุดนี้ขนกลับมาได้แล้วครับแต่ตอนนี้มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง อย่างที่คุณก็รู้อากาศตอนนี้ไม่แน่นอนปูนพวกนี้วางกลางแจ้งไม่ได้เด็ดขาด ถ้าฝนตกลงมาอีกครั้งคงเสียหายหมดแน่”
หัวหน้าหมู่บ้านหยุดมือ ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วตกอยู่ในความคิด
ครู่หนึ่งดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้น พร้อมพูดอย่างตื่นเต้นว่า
“อี้หมิน ฉันนึกออกแล้วมีที่เหมาะอยู่ที่หนึ่งคลังของโรงงานแปรรูปในหมู่บ้าน! เพิ่งสร้างใหม่อยู่ในที่สูงไม่ต้องกลัวน้ำฝนไหลเข้า”
โจวอี้หมินได้ยินแล้วดวงตาก็เป็นประกายขึ้นเช่นกัน รีบพยักหน้ารัว
“หัวหน้าหมู่บ้าน ความคิดนี้ดีมาก! ที่นั่นเหมาะจริงๆ”
พูดจบโจวอี้หมินก็รีบกลับไปที่รถแทรกเตอร์ สตาร์ทรถแล้วขับไปยังคลังของโรงงานแปรรูป ไม่นานรถแทรกเตอร์ก็จอดอย่างมั่นคงหน้าคลัง
โจวอี้หมินกระโดดลงจากรถแล้วสั่งการชาวบ้านที่มาด้วยว่า
“ทุกคนฟังนะ พวกเราจะขนปูนเข้าไปเก็บในคลังแล้วต้องรองพื้นด้วยอะไรสักอย่างด้วย กันไว้ก่อน”
เมื่อเข้าไปในคลัง ก็เห็นว่าภายในกว้างขวางและสว่าง
โจวอี้หมินสั่งให้ทุกคนเคลียร์พื้นที่มุมหนึ่งก่อน เพื่อเตรียมไว้กองปูนในขณะเดียวกัน ชาวบ้านคนอื่นก็แยกย้ายไปหาวัสดุสำหรับรองพื้นไม่นานบางคนก็หาแผ่นไม้แห้งมาได้ บางคนก็แบกฟางแห้งหนาๆมาเป็นมัด
“ปูไม้ก่อน แล้วค่อยปูฟางทับด้านบน แบบนี้น่าจะกันความชื้นได้” โจวอี้หมินกล่าว
ชาวบ้านทำตามคำสั่งวางแผ่นไม้ลงบนพื้นอย่างเรียบจากนั้นก็ปูฟางทับอย่างระมัดระวังไม่ให้มีช่องว่าง
เมื่อเตรียมการเรียบร้อยทุกคนก็รีบลงมือทันที
พวกเขาจับคู่กันยกถุงปูนขึ้นแล้วเดินอย่างมั่นคงเข้าไปในคลังถุงปูนหนักอึ้งกดไหล่จนเจ็บแต่ไม่มีใครบ่นเหนื่อย
“เฮ้อ ปูนพวกนี้หนักจริงๆ!” โจวต้าเหนียวพูดไปพลางยกปูน
“นั่นสิ ของพวกนี้คือของสำคัญสำหรับสร้างถนน ต่อให้หนักแค่ไหนก็ต้องยก!” โจวต้าหู่ตอบ
“ระวังหน่อยนะ ตอนวางต้องเรียงให้เป็นระเบียบและเว้นทางเดินไว้จะได้หยิบใช้ง่าย” โจวอี้หมินเตือนไปพลางช่วยขน ภายใต้ความร่วมมือของทุกคนถุงปูนถูกขนเข้าไปในคลังทีละถุงและกองเรียงอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อเห็นกองปูนที่สูงเหมือนภูเขาเล็กๆในที่สุดโจวอี้หมินก็โล่งใจ
“แบบนี้ก็ดีแล้ว ปูนเก็บเรียบร้อยเหลือแค่รอสองวันแล้วเริ่มสร้างถนน” โจวอี้หมินเช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วพูดอย่างพอใจ
“ใช่ ทุกคนก็หวังให้ถนนเส้นนี้สร้างเสร็จเร็วๆ ต่อไปชีวิตของหมู่บ้านเราต้องดีขึ้นแน่นอน!” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดเสริม
หลังจากจัดเก็บปูนเรียบร้อยแล้วโจวอี้หมินยังตรวจดูประตูหน้าต่างของคลังอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าปิดสนิทป้องกันฝนรั่วซึมจากนั้นเขาก็พาชาวบ้านออกจากคลัง
(จบบท)