- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 473 ความช่วยเหลือย่อมไม่สูญเปล่า
บทที่ 473 ความช่วยเหลือย่อมไม่สูญเปล่า
บทที่ 473 ความช่วยเหลือย่อมไม่สูญเปล่า
ในตอนนั้น โจวอี้หมินก็พูดขึ้นว่า
“ช่างเฉา มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะขอให้คุณช่วย ไม่ทราบว่าจะได้หรือเปล่า?”
ช่างเฉารีบมีท่าทีจริงจังขึ้นทันที
“อี้หมิน นายพูดมาเลย ขอแค่เป็นเรื่องที่ฉันช่วยได้ ไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน!”
รอมานานขนาดนี้ ในที่สุดก็มีโอกาสได้กระชับความสัมพันธ์กับโจวอี้หมิน แน่นอนว่าเขาจะไม่พลาดโอกาสนี้
โจวอี้หมินไม่ได้อ้อมค้อม
“ช่างเฉา ผมอยากเชิญคุณมาเป็นคนแนะนำและควบคุมงานซ่อมถนนของหมู่บ้านโจวของพวกเรา”
โจวจื้อหมิงรู้สึกว่าไอเดียนี้ดีมาก หากมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยงานก็จะสะดวกขึ้นมาก
“ช่างเฉา ที่อี้หมินพูดไม่ผิด งานนี้ก็ถือว่าเป็นผลงานของคุณ คุณจะทิ้งกลางคันไม่ได้หรอก!”
ตัวช่างเฉาเองก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง หากตอบตกลงช่วงเวลาต่อจากนี้ย่อมมีโอกาสมากมายที่จะได้ใกล้ชิดกับโจวอี้หมินมากขึ้น
และที่โจวจื้อหมิงพูดก็ไม่ผิด ถนนของหมู่บ้านโจวเขาเองก็มีส่วนลงแรงอยู่บ้างแต่เมื่อเทียบกับทีมก่อสร้างแล้ว ระดับความทุ่มเทย่อมไม่เหมือนกัน
ทีมก่อสร้างนี้เขาสร้างขึ้นมาทีละนิดจากไม่มีอะไรเลยจนมีขึ้นมา
ช่างเฉากังวลอยู่จริงๆว่าหากไม่มีเขาแล้ว ทีมก่อสร้างนี้จะกลายเป็นอย่างไร โครงการนี้ใช้เวลานานไม่น้อยต้องใช้เวลาสองถึงสามเดือนหรืออาจนานกว่านั้นก็เป็นไปได้
ในช่วงเวลานี้ หากทีมก่อสร้างทำงานได้ไม่ดีก็อาจทำลายชื่อเสียงที่สะสมมานานให้พังลงในพริบตา
เท่ากับว่าความพยายามหลายปีสูญเปล่าและที่สำคัญ เมื่อชื่อเสียงเสียไปแล้วก็จะไม่มีใครมาจ้างงานอีก
หลังจากที่โจวอี้หมินและโจวจื้อหมิงช่วยกันพูดโน้มน้าวอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ทำให้ช่างเฉาตอบตกลงได้
ไม่นานโจวอี้หมินก็ขี่รถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปยังเมืองปักกิ่งโดยเริ่มจากไปส่งช่างเฉากลับบ้านก่อน
“ช่างเฉา เมื่อเริ่มงานอย่างเป็นทางการแล้ว พวกเราจะแจ้งให้คุณทราบอีกที!”
ช่างเฉาพยักหน้า สำหรับคนทั่วไปแล้ว เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติอย่างมากแม้แต่การสร้างเตายังต้องเลือกฤกษ์งามยามดี นับประสาอะไรกับการซ่อมถนนซึ่งเป็นโครงการใหญ่ขนาดนี้
แม้ว่าสำหรับยุคนี้จะดูเป็นความเชื่อแบบงมงายอยู่บ้างแต่ธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาได้ก็ย่อมมีเหตุผลบางอย่างอยู่ อาจจะไม่เข้าใจแต่ควรให้ความเคารพ
หลังจากบอกลาช่างเฉาแล้ว โจวอี้หมินก็กลับไปที่สี่ห้องคฤหาสน์ก่อนเพื่อไปหยิบของบางอย่าง
ถ้าไม่มีโจวจื้อหมิงอยู่ด้วยเขาคงไม่จำเป็นต้องกลับไปแค่ซื้อออกมาจากร้านค้าในสมองโดยตรงก็พอ
แต่เพราะมีโจวจื้อหมิงอยู่ด้วยการเสกของออกมาจากอากาศแบบนั้นมันน่าตกใจเกินไป อีกทั้งโจวอี้หมินก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ถูกคนอื่นรู้
จึงทำได้เพียงกลับไปครั้งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างบังหน้า
โจวจื้อหมิงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
“อี้หมิน พวกเราไม่ได้จะไปที่สำนักงานเขตเพื่อหาหัวหน้าหลี่หรอกหรือ? ทำไมถึงมาที่บ้านนายล่ะ?”
โจวอี้หมินตบหน้าผากตัวเอง
“พี่จื้อหมิง ไปขอให้คนอื่นช่วยทำธุระ จะไม่เอาของติดไม้ติดมือไปได้ยังไง”
อย่างที่ว่า กินของเขาก็เกรงใจ รับของเขาก็ต้องตอบแทน เวลาขอให้คนอื่นช่วย เอาของไปด้วยหน่อยยังไงก็ไม่ผิด
โจวจื้อหมิงรู้สึกประหลาดใจไม่คิดว่าจะมีวิธีแบบนี้ด้วย ดูเหมือนที่โจวอี้หมินสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างคล่องแคล่วก็มีเหตุผลของมัน
เขายกนิ้วโป้งขึ้นทันทีแต่ก็ไม่ได้ตามเข้าไปเพียงแค่นั่งรออยู่บนรถจักรยานยนต์
โจวอี้หมินวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ออกมาโดยในมือมีถุงเล็กๆเพิ่มขึ้นมา
โจวจื้อหมิงไม่ได้ถามว่าในนั้นคืออะไรขอแค่รู้ว่าสิ่งของข้างในสามารถช่วยหมู่บ้านได้ก็พอแล้ว
โจวอี้หมินขี่รถจักรยานยนต์ไม่นานก็มาถึงสำนักงานเขต เขาเดินไปยังห้องทำงานของหัวหน้าหลี่อย่างคุ้นเคย
เคาะประตูห้องทำงานเบาๆ
“เข้ามา!”
โจวอี้หมินพาโจวจื้อหมิงเดินเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับปิดประตูอย่างใส่ใจ
หัวหน้าหลี่เห็นโจวอี้หมิน ก็พูดขึ้นว่า
“อี้หมิน ช่างเฉาไปสำรวจพื้นที่แล้ว ต้องใช้ปูนซีเมนต์เท่าไร?”
โจวอี้หมินวางของที่นำมาบนโต๊ะก่อน แล้วพูดว่า
“ป้าหลี่ นี่คือนมผงที่เอามาให้หลานนะครับ!”
หัวหน้าหลี่ได้ยินก็เข้าใจทันทีว่า ปริมาณปูนซีเมนต์ที่หมู่บ้านโจวต้องการคงไม่น้อยไม่อย่างนั้นโจวอี้หมินคงไม่ทำแบบนี้
แต่เธอก็รับไว้เพราะต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับโจวอี้หมิน
“งั้นก็ขอบใจนะ อี้หมิน!”
ในเวลานี้ โจวอี้หมินจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ป้าหลี่ หลังจากที่ช่างเฉาไปสำรวจแล้ว คาดว่าน่าจะต้องใช้ปูนซีเมนต์ประมาณยี่สิบห้าตัน”
โจวจื้อหมิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่ายี่สิบตันหรอกหรือ? ทำไมพอออกจากปากโจวอี้หมินถึงกลายเป็นยี่สิบห้าตันไปได้!
หัวหน้าหลี่เองก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยเช่นกัน ของแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะรับกันได้ง่ายๆจริงๆ
ต้องรู้ว่า ปูนซีเมนต์ยี่สิบห้าตันนั้นโดยพื้นฐานแล้วเทียบเท่ากับปริมาณที่สำนักงานเขตใช้ทั้งหนึ่งไตรมาส ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือเมืองหลวง ถ้าเป็นที่อื่นอาจจะเป็นปริมาณครึ่งปีหรือแม้แต่หนึ่งปีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะยังมีของเหลืออยู่บ้าง แต่ยี่สิบห้าตันก็ยังถือว่ามากเกินไปอยู่ดี เธอจึงพูดว่า
“อี้หมิน ยี่สิบห้าตันปริมาณนี้มันมากเกินไปหน่อย”
“ทางสำนักงานเขตอนุมัติให้หมู่บ้านโจวของพวกเธอได้มากสุดแค่ยี่สิบตันเท่านั้น!”
หัวหน้าหลี่เองก็ต้องคำนึงถึงสำนักงานเขตด้วย หากให้โจวอี้หมินไปถึงยี่สิบห้าตันในคราวเดียวแล้วทีมก่อสร้างของสำนักงานเขตจะยังทำงานกันอย่างไร
โจวอี้หมินพยักหน้า
“ได้ครับ เอาตามที่ป้าหลี่บอกเลย!”
ตอนนั้นเองหัวหน้าหลี่ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าโจวอี้หมินขุดหลุมรอให้เธอกระโดดลงไปแล้ว จึงพูดอย่างไม่ค่อยพอใจนักว่า
“อี้หมิน เธอนี่…”
โจวอี้หมินรีบอธิบาย
“ป้าหลี่ อย่าโกรธเลยนะครับ ผมก็ไม่มีทางเลือกถึงได้คิดวิธีแบบนี้ขึ้นมา”
ต่อให้โจวจื้อหมิงคิดจนหัวแทบแตก ก็คงคิดไม่ออกว่ายังสามารถทำแบบนี้ได้ด้วย
ดูเหมือนว่าการได้ติดตามอยู่ข้างๆโจวอี้หมินจะได้เรียนรู้อะไรอีกมากจริงๆ
หัวหน้าหลี่ไม่ได้โกรธจริงๆ จากนั้นก็พูดว่า
“อี้หมิน แต่หมู่บ้านของพวกเธอต้องมาขนเองนะ!”
สำนักงานเขตไม่มีอุปกรณ์ขนส่งขนาดใหญ่แบบนั้น ไม่อย่างนั้น ตอนที่โรงงานแปรรูปขนของครั้งก่อน ก็คงไม่ต้องให้โจวอี้หมินขับรถบรรทุกไปช่วย
โจวอี้หมินตอบ “ไม่มีปัญหาครับ ถึงตอนนั้นหมู่บ้านโจวของพวกเราจะมาขนเอง!”
“ป้าหลี่ ปูนซีเมนต์นี่ราคาต่อตันเท่าไรครับ?”
หัวหน้าหลี่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“ราคาปูนซีเมนต์กำหนดไว้ตายตัวที่ตันละเก้าสิบสองหยวน เรื่องนี้เป็นข้อบังคับ ฉันเองก็ช่วยอะไรไม่ได้”
แม้แต่สำนักงานเขตจะซื้อเองก็ยังต้องใช้ราคานี้
หัวหน้าหลี่จะใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวไม่ได้และยิ่งไม่มีทางให้สำนักงานเขตเอาเงินส่วนกลางมาช่วยจ่ายแทนหมู่บ้านโจวได้
ถ้าเธอกล้าทำแบบนั้นเกรงว่าตำแหน่งหัวหน้าของเธอคงอยู่ได้ไม่นาน อีกทั้งจำนวนเงินก็ไม่ใช่น้อยๆยี่สิบตันก็ต้องใช้เงินกว่าหนึ่งพันถึงสองพันหยวน
ในตอนนี้เงินเดือนเพียงเดือนละยี่สิบถึงสามสิบหยวน เงินกว่าหนึ่งพันหยวนเทียบเท่ากับการทำงานโดยไม่กินไม่ดื่มถึงประมาณหกสิบเดือน
โจวอี้หมินพยักหน้า
“ป้าหลี่ จำนวนเงินนี้ค่อนข้างมากผมต้องกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อรวบรวมเงินก่อน”
หัวหน้าหลี่พยักหน้า
“ไม่ต้องรีบ พวกเธอจะมาเมื่อไรก็ได้ ถึงตอนนั้นค่อยจ่ายเงินก็พอ”
ในตอนนั้นเอง หัวหน้าหลี่ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า
“อี้หมิน ไม่รู้ว่า เธอยังมีเนื้ออยู่ไหม?”
ไม่มีทางเลือก โรงงานแปรรูปได้รับคำสั่งซื้อจากงานงานแสดงสินค้านำเข้าส่งออกมาไม่น้อย หากไม่มีเนื้อมาเสริม เธอกลัวว่าคนงานจะมีความไม่พอใจ
ถ้าไม่สามารถส่งงานได้ตามกำหนดถึงตอนนั้นสำนักงานเขตอาจต้องชดใช้จนหมดตัว
โจวอี้หมินเองก็ไม่คิดว่าการช่วยครั้งนี้จะไม่ใช่การช่วยฟรีเขาจึงตอบว่า
“ป้าหลี่ ก็ต้องดูว่าปริมาณที่ต้องการมีเท่าไรครับ?”
หัวหน้าหลี่รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
“ครั้งนี้อยากจะซื้อเนื้อหมูสามร้อยจิน ไม่รู้ว่าจะได้ไหม?”
เธอเองก็รู้ว่าคำขอนี้ค่อนข้างจะเกินไป ตอนนี้เนื้อถือเป็นของหายากอย่างมาก
หลายคนเพื่อจะได้กินเนื้อต่างไปต่อแถวที่ร้านขายเนื้อตั้งแต่เช้าตรู่เพียงเพื่อหวังว่าจะได้ซื้อเนื้อสักเล็กน้อย
ถ้าไปต่อแถวไม่เร็วพอ เนื้อก็จะถูกแย่งซื้อจนหมดเกลี้ยงไปแล้ว
โจวอี้หมินแสร้งทำเป็นลำบากใจก่อนจะพูดอย่างฝืนๆว่า
“ป้าหลี่ ในเมื่อป้าเอ่ยปากแล้ว ต่อให้ลำบากผมก็จะช่วยจัดการให้ได้ครับ”
หัวหน้าหลี่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบกล่าวขอบคุณ
“ขอบใจนะ อี้หมิน ถ้าไม่ได้เธอฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ”
(จบบท)