- หน้าแรก
- ยอดนักสู้เหนือฟ้าแห่งยุคสมัยใหม่
- บทที่ 20 ดาบเฉิงอิ่ง
บทที่ 20 ดาบเฉิงอิ่ง
บทที่ 20 ดาบเฉิงอิ่ง
ผ่านกระจกหน้าต่างโยวกวงมองไปยังเด็กสาวคนนั้น
เธอเองก็ดูเหมือนกำลังมองมาที่โยวกวงเช่นกัน
สายตาสองคู่ประสานกัน
ดวงตาที่เบิกกว้างนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างลึกซึ้ง
ไม่ต่างจากช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ที่เธอกระโดดลงจากรถมินิบัสคันนั้น พยายามดิ้นรนเต็มที่เพื่อจะหนีออกมา
แต่ครั้งก่อนเธอรอดชีวิตมาได้
แต่ครั้งนี้...เธอจากไปแล้ว
ชั่วขณะนั้น ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม
วินาทีถัดมา สีหน้าของหลินเสี่ยวเว่ย จางชิงและเซี่ยอู่เยวียนเปลี่ยนไปอย่างมาก
“เร็ว! เรียกรถพยาบาล!”
“รีบไปห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ดูว่าเธอตกลงมาจากชั้นไหนแล้วรีบตรวจสอบ!”
“ร่างเธอมีรอยเชือกรัดและรอยแผลอื่นๆที่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดจากการตกลงมา…”
เสียงพูดคุยดังขึ้นท่ามกลางความเร่งรีบ ทั้งหมดรีบออกจากห้องรับรองของพิพิธภัณฑ์มิจาเดอในทันที
ก่อนออกไปหลินเสี่ยวเว่ยหยุดฝีเท้าเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองโยวกวงด้วยสีหน้าจริงจัง
“ฉันจะจับตาดูคุณอย่างใกล้ชิด!”
พูดจบเธอก็รีบตามหลังเซี่ยอู่เยวียนและจางชิงไป
โยวกวงลุกขึ้นยืนอย่างสงบและเดินไปที่หน้าต่างมองเห็นผู้คนรอบๆเริ่มกรีดร้องด้วยความตกใจและแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง
เขามองดูหลินเสี่ยวเว่ย จางชิงและเซี่ยอู่เยวียนที่พยายามแหวกฝูงชนที่วิ่งกระจัดกระจายเพื่อช่วยเหลืออวี๋เสี่ยวอิ๋ง แต่สุดท้ายทำได้เพียงถอดเสื้อคลุมมาคลุมร่างของเธอไว้ด้วยความสิ้นหวัง
“ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูเบาๆทำลายความเงียบสงบในห้องรับรอง
“คุณชายซู...ข้างนอกเกิดเหตุการณ์ขึ้นเล็กน้อย จะให้เราทำอะไรเพิ่มเติมไหม?” เสียงผู้อำนวยการฟางดังเข้ามา
“ดาบของผมล่ะ” โยวกวงถาม
“อยู่ที่นี่ค่ะ”
ไม่นานนักประตูถูกเปิดออก ผอ.ฟางกับจางซิงเดินเข้ามา
โยวกวงเห็นดังนั้นจึงดึงบานเกล็ดลงปิดบังไม่ให้จางซิงมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอก
ข้างๆผอ.ฟางและจางซิงมีพนักงานอีกสองคนยกแท่นวางที่มีดาบโบราณเฉิงอิ่งมาด้วย
ดาบเฉิงอิ่งยาวกว่าดาบที่โยวกวงเคยใช้เล็กน้อย โดยมีความยาวรวมกว่า 90 เซนติเมตร
ไม่อาจระบุได้ว่าดาบนี้ทำจากวัสดุใด มันโปร่งใสจนแทบมองไม่เห็นตัวดาบ มีเพียงด้ามจับที่มองเห็น
ดีไซน์นี้ทำให้โยวกวงผู้ที่มีวิชาลับไร่รูปยิ่งรู้สึกถูกใจทันที
เขาก้าวเข้าไปหยิบดาบเฉิงอิ่งขึ้นมา
ดาบเฉิงอิ่งมีลักษณะบาง แต่กลับไม่ได้เบามีน้ำหนักมากกว่า 3 กิโลกรัม เห็นได้ชัดว่าวัสดุที่ใช้ไม่ใช่เหล็กกล้าแน่นอน
โยวกวงดีดดาบเบาๆเสียงดาบก้องใสดังสะท้อนออกมา
ผ่านเสียงก้องของดาบรวมถึงแรงสะท้อนจากการดีดดาบโยวกวงมั่นใจแล้วว่าดาบนี้...
ดาบโบราณเล่มนี้ที่ว่ากันว่าสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีจากพันปีก่อนนั้น คุณภาพดีกว่าอาวุธยุคใหม่เกือบทั้งหมดที่มีขายในท้องตลาดจริงๆ
ไม่น่าเชื่อ แต่มันคือความจริง
“ผมจะเอาดาบนี้”
โยวกวงกล่าว
“ราคาเท่าไหร่?”
“เคยมีคนเสนอราคาซื้อดาบเฉิงอิ่งถึง 20 ล้าน แต่เจ้าของยังคงปฏิเสธอยู่ดีอย่างไรก็ตามเมื่อครู่ฉันได้ปรึกษาทางเจ้าของแล้วและหากคุณชายซูต้องการ เราจะให้ราคาพิเศษที่สุดคือ 15 ล้านและเพื่อขอโทษสำหรับเหตุการณ์เมื่อครู่ เรายินดีลดราคาลงเหลือ 12 ล้าน คุณชายซูพอใจไหมคะ?” ผอ.ฟางกล่าว
“ตกลง”
โยวกวงพยักหน้า
แม้ว่าต้นทุนที่พิพิธภัณฑ์ซื้อดาบนี้จะอยู่ที่ประมาณ 8 ล้าน แต่การสร้างชื่อเสียงให้ดาบเล่มนี้ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย
ราคาที่ 12 ล้านนับว่าเหมาะสมแล้ว
โยวกวงจึงเดินไปที่รถและหยิบเหรียญดาวแดงจากกล่องที่ได้มาจากนิคมชิงอวี้จำนวน 1.2 ล้านออกมา
พิพิธภัณฑ์มิจาเดอรับเงินสดแบบนี้ได้อยู่แล้วและเงินสดที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบก็ยิ่งทำให้พวกเขาสามารถนำไปแลกเปลี่ยนในตลาดสากลได้ง่ายขึ้น
ไม่นานนักการซื้อขายก็เสร็จสิ้น
“คุณชายซู ให้ดิฉันจัดดาบให้ในกล่องพิเศษนะคะ” ผอ.ฟางยิ้มพลางเสนอ
“ไม่ต้อง”
โยวกวงตอบพร้อมกับหยิบเอกสารเกี่ยวกับดาบเฉิงอิ่งที่เข้าชุดกันมาเก็บไว้
“นายกลับไปก่อนเถอะ”
โยวกวงพูดต่อ
“งั้น…ให้ผมนำของไปเก็บไว้ที่โรงแรมให้นะครับ?” จางซิงถาม
“ได้”
โยวกวงพยักหน้า
เมื่อจางซิงออกไปโยวกวงก็มองไปยังจุดที่เกิดเหตุการณ์ตกลงมาอีกครั้ง
รถพยาบาลมาถึงแล้ว
แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก
โยวกวงหันไปมอง ผอ.ฟางที่อยู่ข้างๆ
“ผมอยากพบกับเจ้าของหยู่หลงอินเตอร์เนชั่นแนล คุณช่วยแนะนำให้ได้ไหม?”
ผอ.ฟางมีท่าทีลังเลเล็กน้อย
แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานะของคุณชายซู แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้กลับไปอยู่ตระกูลซูเต็มตัว แต่ด้วยอิทธิพลของตระกูลนี้ การเข้าพบกันครั้งหนึ่งคงไม่ใช่ปัญหาอะไร
เธอตอบว่า
“ฉันจะลองติดต่อให้ค่ะ”
โยวกวงพยักหน้ารับอย่างเรียบเฉย
ตระกูลซูยังคงเป็นเกราะกำบังที่ใช้ได้ดี
เขาคิดในตอนนั้นว่าบางทีเขาอาจจะต้องกลับไปเยือนตระกูลซูสักครั้ง
ที่ผ่านมาที่เขาไม่กลับไปเพราะพ่อแม่แท้ๆของร่างเดิมค่อนข้างยุ่งยาก หากเขากลับไปอาจจะถูกดึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวมากมายที่ส่งผลกระทบต่อแผนการฝึกฝนของเขา
แต่ตอนนี้…
“บางทีการเป็นพันธมิตรกับหัวหน้าตระกูลซูอาจจะเป็นทางเลือกที่ดี ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน”
หากเขาใช้กำลังเพื่อปกป้องการพัฒนาของตระกูลซู
ตระกูลซูจะสนับสนุนเขาด้านเศรษฐกิจและเครือข่าย ซึ่งจะทำให้เขาหาเงินได้มากขึ้น สามารถสังหารปีศาจได้รวดเร็วขึ้น เพื่อจะได้บรรลุถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดและบรรลุสู่ความเป็นเซียนในที่สุด
การเป็นปรมาจารย์ขั้นสูงนั้นถือว่าก้าวหน้าพอสมควรแล้ว
ตราบใดที่หัวหน้าตระกูลซูยังมีวิสัยทัศน์ เขาก็จะมองเห็นความแตกต่างระหว่างโยวกวงและคนอื่นๆ อย่างชัดเจน
แม้ว่าตระกูลซูจะไม่ยินยอม เขาก็ยังสามารถร่วมมือกับอำนาจอื่นๆได้อีก
แม้ปรมาจารย์จะยังไม่ถึงขั้นที่ได้รับการยอมรับจากราชวงศ์ให้เป็นที่ปรึกษาสูงสุดหรือเป็นตระกูลใหญ่ แต่เทียบกับตระกูลที่มีอิทธิพลระดับมณฑลแล้วก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก
ไม่นานนักผอ.ฟางก็กลับมา
“เขายินดีมากที่จะต้อนรับการมาเยือนของคุณชายซู”
เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“เดี๋ยวจะมีคนมานำทางคุณชายซูไปที่ห้องของคุณโยวค่ะ”
“ขอบคุณมาก”
โยวกวงพยักหน้าเล็กน้อย
“คุณชายซูสนใจอาวุธหรือคะ? หากพิพิธภัณฑ์มิจาเดอได้อาวุธชิ้นใหม่มาอีก อาจจะส่งคำเชิญให้คุณชายซูมาร่วมชมได้หรือไม่?”
“ได้เลยครับ”
โยวกวงตอบ
“หากมีอาวุธที่เป็นสมบัติหรือระดับศักดิ์สิทธิ์ยิ่งดี”
สมบัติหรืออาวุธศักดิ์สิทธิ์?
ผอ.ฟางได้ยินแล้วถึงกับยิ้มแห้งๆ
อาวุธในระดับหลายพันล้าน หลายหมื่นล้าน หรือกระทั่งหลักแสนล้านนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่พิพิธภัณฑ์มิจาเดอจะสามารถเข้าถึงได้ง่ายนัก
อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงสมบัติเธอก็คิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้
“สมาคมว่านฝ่าซึ่งเป็นพันธมิตรของเรานั้น ในทุกเดือนตุลาคมพวกเขาจะจัดการประมูลที่รวบรวมของล้ำค่าจากทั่วทุกมุมโลก สามเดือนก่อน สมาคมนี้เพิ่งได้สมบัติชิ้นหนึ่งมาจากศาสนาโบราณที่ล่มสลายไปแล้ว ซึ่งน่าจะถูกนำออกประมูลในงานประมูลครั้งนี้ ถ้าคุณชายซูสนใจก็ลองไปชมได้นะคะ”
“สมาคมว่านฝ่า”
โยวกวงพยักหน้ารับ
ในตอนนั้นเองผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูไม่เกินสามสิบปีและใส่เสื้อเชิ้ตแบบผู้หญิงเดินเข้ามา
“เลขาติง”
ผอ.ฟางทักทายพร้อมแนะนำว่า
“ท่านนี้คือคุณชายซูค่ะ”
หญิงที่ถูกเรียกว่าเลขาติงพยักหน้ารับและหันมาทางโยวกวงพร้อมรอยยิ้ม
“คุณชายซู เชิญตามดิฉันไปค่ะ คุณโอวสนใจตระกูลซูมานานและอยากจะพบคุณซูมาโดยตลอด”
โยวกวงลุกขึ้นตามเลขาติงออกจากพิพิธภัณฑ์มิจาเดอและเดินไปยังลิฟต์พิเศษ
ไม่นานลิฟต์ก็มาถึงชั้นที่ 22 ซึ่งเป็นชั้นสำนักงานของหยู่หลงอินเตอร์เนชั่นแนล
“เชิญตามมาค่ะ”
เลขาติงทำมือเชื้อเชิญและเดินนำโยวกวงเข้าไปด้านใน
โยวกวงมองสำรวจไปรอบๆ
บริเวณหน้าลิฟต์เป็นโถงหรูหราดูเหมือนโรงแรม มีคนรูปร่างกำยำยืนอยู่ตามมุมต่างๆของโถงรวมถึงมีพนักงานที่เดินไปมา
ทันทีที่โยวกวงก้าวออกจากลิฟต์ สายตาของคนสองคนก็จับจ้องมาที่เขา แต่เมื่อเห็นว่าเขามากับเลขาติง สายตานั้นก็หันไปทางอื่น
โยวกวงตามเลขาติงเดินผ่านโถงที่ดูเหมือนพระราชวังไปยังทางเดินลึกเข้าไปอีกหลายสิบเมตร
เมื่อเดินมาถึงทางแยกที่สาม โยวกวงกลับหยุดเดิน
“คุณชายซู เชิญทางนี้ค่ะ”
เลขาติงกล่าว
โยวกวงไม่สนใจคำเชิญของเธอและเดินไปอีกทางอย่างไม่ลังเล
“คุณชายซู?”
เลขาติงรีบเดินตามเขาไป
แต่ถึงแม้โยวกวงจะเดินดูไม่เร็ว แต่เขากลับก้าวได้ยาวจนเลขาติงวิ่งตามแทบไม่ทัน
ไม่นานนัก เขาก็หยุดอยู่หน้าประตูห้องที่มีป้ายคำว่า
“กรรมการบริหาร”
“คุณชายซู…”
ยังไม่ทันที่เลขาติงจะเอ่ยปากห้าม โยวกวงก็ผลักประตูเข้าไปแล้ว
(จบบท)