เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ดาบเฉิงอิ่ง

บทที่ 20 ดาบเฉิงอิ่ง

บทที่ 20 ดาบเฉิงอิ่ง 


ผ่านกระจกหน้าต่างโยวกวงมองไปยังเด็กสาวคนนั้น

เธอเองก็ดูเหมือนกำลังมองมาที่โยวกวงเช่นกัน

สายตาสองคู่ประสานกัน

ดวงตาที่เบิกกว้างนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างลึกซึ้ง

ไม่ต่างจากช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ที่เธอกระโดดลงจากรถมินิบัสคันนั้น พยายามดิ้นรนเต็มที่เพื่อจะหนีออกมา

แต่ครั้งก่อนเธอรอดชีวิตมาได้

แต่ครั้งนี้...เธอจากไปแล้ว

ชั่วขณะนั้น ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม

วินาทีถัดมา สีหน้าของหลินเสี่ยวเว่ย จางชิงและเซี่ยอู่เยวียนเปลี่ยนไปอย่างมาก

“เร็ว! เรียกรถพยาบาล!”

“รีบไปห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ดูว่าเธอตกลงมาจากชั้นไหนแล้วรีบตรวจสอบ!”

“ร่างเธอมีรอยเชือกรัดและรอยแผลอื่นๆที่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดจากการตกลงมา…”

เสียงพูดคุยดังขึ้นท่ามกลางความเร่งรีบ ทั้งหมดรีบออกจากห้องรับรองของพิพิธภัณฑ์มิจาเดอในทันที

ก่อนออกไปหลินเสี่ยวเว่ยหยุดฝีเท้าเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองโยวกวงด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฉันจะจับตาดูคุณอย่างใกล้ชิด!”

พูดจบเธอก็รีบตามหลังเซี่ยอู่เยวียนและจางชิงไป

โยวกวงลุกขึ้นยืนอย่างสงบและเดินไปที่หน้าต่างมองเห็นผู้คนรอบๆเริ่มกรีดร้องด้วยความตกใจและแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง

เขามองดูหลินเสี่ยวเว่ย จางชิงและเซี่ยอู่เยวียนที่พยายามแหวกฝูงชนที่วิ่งกระจัดกระจายเพื่อช่วยเหลืออวี๋เสี่ยวอิ๋ง แต่สุดท้ายทำได้เพียงถอดเสื้อคลุมมาคลุมร่างของเธอไว้ด้วยความสิ้นหวัง

“ก๊อก ก๊อก”

เสียงเคาะประตูเบาๆทำลายความเงียบสงบในห้องรับรอง

“คุณชายซู...ข้างนอกเกิดเหตุการณ์ขึ้นเล็กน้อย จะให้เราทำอะไรเพิ่มเติมไหม?” เสียงผู้อำนวยการฟางดังเข้ามา

“ดาบของผมล่ะ” โยวกวงถาม

“อยู่ที่นี่ค่ะ”

ไม่นานนักประตูถูกเปิดออก ผอ.ฟางกับจางซิงเดินเข้ามา

โยวกวงเห็นดังนั้นจึงดึงบานเกล็ดลงปิดบังไม่ให้จางซิงมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอก

ข้างๆผอ.ฟางและจางซิงมีพนักงานอีกสองคนยกแท่นวางที่มีดาบโบราณเฉิงอิ่งมาด้วย

ดาบเฉิงอิ่งยาวกว่าดาบที่โยวกวงเคยใช้เล็กน้อย โดยมีความยาวรวมกว่า 90 เซนติเมตร

ไม่อาจระบุได้ว่าดาบนี้ทำจากวัสดุใด มันโปร่งใสจนแทบมองไม่เห็นตัวดาบ มีเพียงด้ามจับที่มองเห็น

ดีไซน์นี้ทำให้โยวกวงผู้ที่มีวิชาลับไร่รูปยิ่งรู้สึกถูกใจทันที

เขาก้าวเข้าไปหยิบดาบเฉิงอิ่งขึ้นมา

ดาบเฉิงอิ่งมีลักษณะบาง แต่กลับไม่ได้เบามีน้ำหนักมากกว่า 3 กิโลกรัม เห็นได้ชัดว่าวัสดุที่ใช้ไม่ใช่เหล็กกล้าแน่นอน

โยวกวงดีดดาบเบาๆเสียงดาบก้องใสดังสะท้อนออกมา

ผ่านเสียงก้องของดาบรวมถึงแรงสะท้อนจากการดีดดาบโยวกวงมั่นใจแล้วว่าดาบนี้...

ดาบโบราณเล่มนี้ที่ว่ากันว่าสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีจากพันปีก่อนนั้น คุณภาพดีกว่าอาวุธยุคใหม่เกือบทั้งหมดที่มีขายในท้องตลาดจริงๆ

ไม่น่าเชื่อ แต่มันคือความจริง

“ผมจะเอาดาบนี้”

โยวกวงกล่าว

“ราคาเท่าไหร่?”

“เคยมีคนเสนอราคาซื้อดาบเฉิงอิ่งถึง 20 ล้าน แต่เจ้าของยังคงปฏิเสธอยู่ดีอย่างไรก็ตามเมื่อครู่ฉันได้ปรึกษาทางเจ้าของแล้วและหากคุณชายซูต้องการ เราจะให้ราคาพิเศษที่สุดคือ 15 ล้านและเพื่อขอโทษสำหรับเหตุการณ์เมื่อครู่ เรายินดีลดราคาลงเหลือ 12 ล้าน คุณชายซูพอใจไหมคะ?” ผอ.ฟางกล่าว

“ตกลง”

โยวกวงพยักหน้า

แม้ว่าต้นทุนที่พิพิธภัณฑ์ซื้อดาบนี้จะอยู่ที่ประมาณ 8 ล้าน แต่การสร้างชื่อเสียงให้ดาบเล่มนี้ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย

ราคาที่ 12 ล้านนับว่าเหมาะสมแล้ว

โยวกวงจึงเดินไปที่รถและหยิบเหรียญดาวแดงจากกล่องที่ได้มาจากนิคมชิงอวี้จำนวน 1.2 ล้านออกมา

พิพิธภัณฑ์มิจาเดอรับเงินสดแบบนี้ได้อยู่แล้วและเงินสดที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบก็ยิ่งทำให้พวกเขาสามารถนำไปแลกเปลี่ยนในตลาดสากลได้ง่ายขึ้น

ไม่นานนักการซื้อขายก็เสร็จสิ้น

“คุณชายซู ให้ดิฉันจัดดาบให้ในกล่องพิเศษนะคะ” ผอ.ฟางยิ้มพลางเสนอ

“ไม่ต้อง”

โยวกวงตอบพร้อมกับหยิบเอกสารเกี่ยวกับดาบเฉิงอิ่งที่เข้าชุดกันมาเก็บไว้

“นายกลับไปก่อนเถอะ”

โยวกวงพูดต่อ

“งั้น…ให้ผมนำของไปเก็บไว้ที่โรงแรมให้นะครับ?” จางซิงถาม

“ได้”

โยวกวงพยักหน้า

เมื่อจางซิงออกไปโยวกวงก็มองไปยังจุดที่เกิดเหตุการณ์ตกลงมาอีกครั้ง

รถพยาบาลมาถึงแล้ว

แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก

โยวกวงหันไปมอง ผอ.ฟางที่อยู่ข้างๆ

“ผมอยากพบกับเจ้าของหยู่หลงอินเตอร์เนชั่นแนล คุณช่วยแนะนำให้ได้ไหม?”

ผอ.ฟางมีท่าทีลังเลเล็กน้อย

แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานะของคุณชายซู แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้กลับไปอยู่ตระกูลซูเต็มตัว แต่ด้วยอิทธิพลของตระกูลนี้ การเข้าพบกันครั้งหนึ่งคงไม่ใช่ปัญหาอะไร

เธอตอบว่า

“ฉันจะลองติดต่อให้ค่ะ”

โยวกวงพยักหน้ารับอย่างเรียบเฉย

ตระกูลซูยังคงเป็นเกราะกำบังที่ใช้ได้ดี

เขาคิดในตอนนั้นว่าบางทีเขาอาจจะต้องกลับไปเยือนตระกูลซูสักครั้ง

ที่ผ่านมาที่เขาไม่กลับไปเพราะพ่อแม่แท้ๆของร่างเดิมค่อนข้างยุ่งยาก หากเขากลับไปอาจจะถูกดึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวมากมายที่ส่งผลกระทบต่อแผนการฝึกฝนของเขา

แต่ตอนนี้…

“บางทีการเป็นพันธมิตรกับหัวหน้าตระกูลซูอาจจะเป็นทางเลือกที่ดี ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน”

หากเขาใช้กำลังเพื่อปกป้องการพัฒนาของตระกูลซู

ตระกูลซูจะสนับสนุนเขาด้านเศรษฐกิจและเครือข่าย ซึ่งจะทำให้เขาหาเงินได้มากขึ้น สามารถสังหารปีศาจได้รวดเร็วขึ้น เพื่อจะได้บรรลุถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดและบรรลุสู่ความเป็นเซียนในที่สุด

การเป็นปรมาจารย์ขั้นสูงนั้นถือว่าก้าวหน้าพอสมควรแล้ว

ตราบใดที่หัวหน้าตระกูลซูยังมีวิสัยทัศน์ เขาก็จะมองเห็นความแตกต่างระหว่างโยวกวงและคนอื่นๆ อย่างชัดเจน

แม้ว่าตระกูลซูจะไม่ยินยอม เขาก็ยังสามารถร่วมมือกับอำนาจอื่นๆได้อีก

แม้ปรมาจารย์จะยังไม่ถึงขั้นที่ได้รับการยอมรับจากราชวงศ์ให้เป็นที่ปรึกษาสูงสุดหรือเป็นตระกูลใหญ่ แต่เทียบกับตระกูลที่มีอิทธิพลระดับมณฑลแล้วก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก

ไม่นานนักผอ.ฟางก็กลับมา

“เขายินดีมากที่จะต้อนรับการมาเยือนของคุณชายซู”

เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“เดี๋ยวจะมีคนมานำทางคุณชายซูไปที่ห้องของคุณโยวค่ะ”

“ขอบคุณมาก”

โยวกวงพยักหน้าเล็กน้อย

“คุณชายซูสนใจอาวุธหรือคะ? หากพิพิธภัณฑ์มิจาเดอได้อาวุธชิ้นใหม่มาอีก อาจจะส่งคำเชิญให้คุณชายซูมาร่วมชมได้หรือไม่?”

“ได้เลยครับ”

โยวกวงตอบ

“หากมีอาวุธที่เป็นสมบัติหรือระดับศักดิ์สิทธิ์ยิ่งดี”

สมบัติหรืออาวุธศักดิ์สิทธิ์?

ผอ.ฟางได้ยินแล้วถึงกับยิ้มแห้งๆ

อาวุธในระดับหลายพันล้าน หลายหมื่นล้าน หรือกระทั่งหลักแสนล้านนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่พิพิธภัณฑ์มิจาเดอจะสามารถเข้าถึงได้ง่ายนัก

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงสมบัติเธอก็คิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้

“สมาคมว่านฝ่าซึ่งเป็นพันธมิตรของเรานั้น ในทุกเดือนตุลาคมพวกเขาจะจัดการประมูลที่รวบรวมของล้ำค่าจากทั่วทุกมุมโลก สามเดือนก่อน สมาคมนี้เพิ่งได้สมบัติชิ้นหนึ่งมาจากศาสนาโบราณที่ล่มสลายไปแล้ว ซึ่งน่าจะถูกนำออกประมูลในงานประมูลครั้งนี้ ถ้าคุณชายซูสนใจก็ลองไปชมได้นะคะ”

“สมาคมว่านฝ่า”

โยวกวงพยักหน้ารับ

ในตอนนั้นเองผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูไม่เกินสามสิบปีและใส่เสื้อเชิ้ตแบบผู้หญิงเดินเข้ามา

“เลขาติง”

ผอ.ฟางทักทายพร้อมแนะนำว่า

“ท่านนี้คือคุณชายซูค่ะ”

หญิงที่ถูกเรียกว่าเลขาติงพยักหน้ารับและหันมาทางโยวกวงพร้อมรอยยิ้ม

“คุณชายซู เชิญตามดิฉันไปค่ะ คุณโอวสนใจตระกูลซูมานานและอยากจะพบคุณซูมาโดยตลอด”

โยวกวงลุกขึ้นตามเลขาติงออกจากพิพิธภัณฑ์มิจาเดอและเดินไปยังลิฟต์พิเศษ

ไม่นานลิฟต์ก็มาถึงชั้นที่ 22 ซึ่งเป็นชั้นสำนักงานของหยู่หลงอินเตอร์เนชั่นแนล

“เชิญตามมาค่ะ”

เลขาติงทำมือเชื้อเชิญและเดินนำโยวกวงเข้าไปด้านใน

โยวกวงมองสำรวจไปรอบๆ

บริเวณหน้าลิฟต์เป็นโถงหรูหราดูเหมือนโรงแรม มีคนรูปร่างกำยำยืนอยู่ตามมุมต่างๆของโถงรวมถึงมีพนักงานที่เดินไปมา

ทันทีที่โยวกวงก้าวออกจากลิฟต์ สายตาของคนสองคนก็จับจ้องมาที่เขา แต่เมื่อเห็นว่าเขามากับเลขาติง สายตานั้นก็หันไปทางอื่น

โยวกวงตามเลขาติงเดินผ่านโถงที่ดูเหมือนพระราชวังไปยังทางเดินลึกเข้าไปอีกหลายสิบเมตร

เมื่อเดินมาถึงทางแยกที่สาม โยวกวงกลับหยุดเดิน

“คุณชายซู เชิญทางนี้ค่ะ”

เลขาติงกล่าว

โยวกวงไม่สนใจคำเชิญของเธอและเดินไปอีกทางอย่างไม่ลังเล

“คุณชายซู?”

เลขาติงรีบเดินตามเขาไป

แต่ถึงแม้โยวกวงจะเดินดูไม่เร็ว แต่เขากลับก้าวได้ยาวจนเลขาติงวิ่งตามแทบไม่ทัน

ไม่นานนัก เขาก็หยุดอยู่หน้าประตูห้องที่มีป้ายคำว่า

“กรรมการบริหาร”

“คุณชายซู…”

ยังไม่ทันที่เลขาติงจะเอ่ยปากห้าม โยวกวงก็ผลักประตูเข้าไปแล้ว

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 20 ดาบเฉิงอิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว