เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 เมล็ดพันธุ์บุปผากลืนเมฆา

บทที่ 7 เมล็ดพันธุ์บุปผากลืนเมฆา

บทที่ 7 เมล็ดพันธุ์บุปผากลืนเมฆา


บทที่ 7 เมล็ดพันธุ์บุปผากลืนเมฆา

สวี่จือส่วงส่งข้อความส่วนตัวไปหามังกรผยองเดช

"123321: (รูปภาพ)"

เธอไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง แต่ส่งรูปภาพเค้กไอศกรีม หม้อไฟกึ่งสำเร็จรูป และโคล่าไปให้โดยตรง

ในรูปภาพนั้นยังแอบติดมุมหนึ่งของฟูกนอนโดยไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย

"มังกรผยองเดช: เหอะ! ก็แค่กินดีกว่าฉันนิดหน่อยเอง จะมาอวดอะไรนักหนา? บล็อกแม่เลยดีมั้ยเนี่ย"

สาม สอง หนึ่ง—

"มังกรผยองเดช: ล้อเล่นน่า~ ฉันจะบล็อกเธอลงได้ยังไงล่ะ? นี่เธออยากจะแลกฟูกนั่นมั้ย?"

สวี่จือส่วงยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ

"123321: ก็แลกได้นะคะ แต่ฉันมีฟูกอยู่แค่หลังเดียว ถ้าจะให้แลกละก็..."

"มังกรผยองเดช: เข้าใจแล้วๆ ลองดูซิว่าของพวกนี้พอจะแลกได้มั้ย? (รูปภาพ)"

ในรูปภาพแสดงให้เห็นกองอาหารพะเนินเทินทึก

"123321: ฉันไม่ขาดแคลนอาหารหรอกค่ะ ฉันว่าหมวกกันน็อกสีเขียวใบเล็กบนรถของคุณนั่นก็ดูเข้าทีดีนะ"

"มังกรผยองเดช: ไม่ได้หรอก เธอจะเอาฟูกหลังเดียวมาแลกกับอุปกรณ์ป้องกันของฉันเนี่ยนะ ขูดรีดกันชัดๆ"

"123321: ถ้าอย่างนั้นคุณมีอะไรมาแลกอีกล่ะ ลองว่ามาสิคะ"

"มังกรผยองเดช: เลือกเอาเลยในกองนี้ (รูปภาพ)"

รูปภาพนั้นแสดงให้เห็นกองสิ่งของเบ็ดเตล็ดที่วางไว้อย่างระเกะระกะ

แหวนหักของโมโร, เศษหินจันทรา, ชิ้นส่วนมุกกักวารี...

ดวงตาของเธอเป็นประกายทันทีที่ได้เห็นของเหล่านั้น

"123321: ไอ้เศษหินที่เรืองแสงได้นั่นคืออะไรคะ?"

"มังกรผยองเดช: อ๋ออันนั้นเหรอ? ฉันเอาไว้ใช้แทนตะเกียงน่ะ มันก็แค่ให้แสงสว่างได้นิดหน่อยเอง"

"123321: ในรถของฉันมืดตึ๊ดตื๋อเลยค่ะ พอดีอยากได้ตะเกียงอยู่เหมือนกัน งั้นฉันเอาอันนั้นแหละ แล้วไอ้ของที่วางอยู่ข้างๆ กันนั่นคืออะไรคะ?"

"มังกรผยองเดช: มันคือเมล็ดพันธุ์ปนเปื้อนน่ะ ถึงมันจะปลูกไม่ขึ้นแต่มันก็แข็งมากเลยนะ เอาไว้หนุนขาโต๊ะหรืออะไรพวกนั้นก็ดี ฉันแถมให้ฟรีๆ เลยแล้วกัน"

เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นที่จะกำจัดมันทิ้ง สวี่จือส่วงก็รู้ทันทีว่าเขาคงกลัวว่าการปนเปื้อนบนเมล็ดพันธุ์นั้นจะเป็นอันตราย

แม้ว่าอันตรายจากไอเทมปนเปื้อนจะยังไม่ปรากฏชัดในตอนนี้ แต่การเก็บไว้ใกล้ตัวย่อมไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน

แต่เธอไม่กลัว เพราะพรสวรรค์ของเธอคือตัวแก้ทางมลพิษทุกชนิดอยู่แล้ว

"123321: เมล็ดพันธุ์ปนเปื้อนเหรอคะ? นี่คุณกะจะเอาขยะมาโยนให้ฉันหรือไง?"

สวี่จือส่วงทำทีเป็นกังวลและต่อรองกับเขาอยู่อีกพักใหญ่

ในที่สุดเธอก็ประสบความสำเร็จในการแลกเศษหินจันทรา เมล็ดพันธุ์ปนเปื้อน และชิ้นส่วนมุกกักวารีมาได้

เดิมทีเธออยากจะได้แหวนหักของโมโรด้วย แต่ใครๆ ก็ดูออกจากคำอธิบายว่ามันคือสมบัติ

"แหวนหักของโมโร: ชิ้นส่วนส่วนหนึ่งของกำไลโมโร หากรวบรวมชิ้นส่วนได้ครบจะสามารถหลอมรวมเป็นกำไลที่มีพลังป้องกันมหาศาล"

ทันทีที่มังกรผยองเดชเห็นว่าเธอต้องการมัน เขาก็รีบเก็บมันเข้ากระเป๋าเป้ทันที พร้อมอ้างว่าเขาหยิบของผิดมาชงให้ดู

สวี่จือส่วงไม่ได้ดึงดันจะเอาให้ได้ เพราะคนเราต้องรู้จักความพอดี

เธอเก็บเศษหินจันทราและชิ้นส่วนมุกกักวารีลงกระเป๋า ก่อนจะเพ่งความสนใจไปที่การตรวจสอบเมล็ดพันธุ์

"เมล็ดพันธุ์ปนเปื้อน: เมล็ดพันธุ์ไม่ทราบชนิดที่ถูกปนเปื้อน ไม่สามารถเพาะปลูกได้"

หน้าต่างระบบแสดงข้อมูลไม่มากนัก เธอจึงเปิดใช้งาน เนตรสลายมายา เพื่อตรวจสอบโดยตรง

"เมล็ดพันธุ์บุปผากลืนเมฆาปนเปื้อน: เมล็ดพันธุ์บุปผากลืนเมฆาที่ถูกปนเปื้อน ไม่สามารถเพาะปลูกได้ (สามารถปลูกได้หลังจากชำระล้างแล้ว)"

สวี่จือส่วงข่มหัวใจที่เต้นรัวเอาไว้ เธอคิดไม่ผิดจริงๆ เมล็ดพันธุ์นี้คือ เมล็ดพันธุ์บุปผากลืนเมฆา ที่หายากยิ่งนัก

เมื่อเติบโตเต็มที่ บุปผากลืนเมฆาจะสามารถแผ่ขยายเถาวัลย์นับไม่ถ้วนขึ้นสู่ท้องฟ้า ไม่หวาดเกรงต่อทั้งน้ำแข็งและไฟ อีกทั้งยังมีความนึกคิดที่เฉลียวฉลาด

ทว่าสิ่งที่แลกมากับพลังอันมหาศาลก็คือเงื่อนไขการเติบโตที่เข้มงวดอย่างยิ่ง มันเรื่องมากทั้งเรื่องคุณภาพน้ำ ดิน และแม้กระทั่งอากาศ

แต่สำหรับสวี่จือส่วงผู้มี แสงศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย

ในความฝันอันเลือนลาง เธอเคยเห็นมันเพียงครั้งเดียว และตอนนั้นมันยังโตไม่เต็มที่เสียด้วยซ้ำ แต่มันก็เพียงพอที่จะสั่นประสาทผู้คนให้หวาดกลัวได้แล้ว

เธอหยิบเมล็ดบุปผากลืนเมฆาขึ้นมาแล้วเริ่มใช้ แสงศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง บางทีอาจเป็นเพราะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของเกม มลพิษในเมล็ดพันธุ์จึงยังไม่รุนแรงนัก

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมล็ดดอกไม้ก็กลับคืนสู่สภาพสีเขียวขจีที่ดูมีชีวิตชีวา

สวี่จือส่วงปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงบนหน้าผาก ในที่สุดก็ชำระล้างสำเร็จเสียที เธอจะปลูกมันในวันนี้แหละ

เมื่อขาดแคลนกระถางต้นไม้ เธอจึงเหลือบมองเสี่ยวเยว่ที่กำลังหลับปุ๋ย แล้วแอบหยิบชามลายดอกไม้สีฟ้าใบใหญ่ที่วางอยู่ใกล้ๆ มาใช้

เพราะกลัวว่าดินข้างนอกจะไม่อุดมสมบูรณ์พอ เธอจึงเข้าไปในช่องแชทและใช้ครัวซองต์แลกกับดินออร์แกนิกที่คนเปิดได้จากหีบสมบัติมาโดยเฉพาะ

เธอก็แค่ไม่ได้กลัวเพราะมันมืดจนไม่กล้าออกไปขุดดินข้างนอกหรอกนะ ไม่ใช่จริงๆ!

เธอจัดการชำระล้างทั้งชาม ดิน และน้ำแร่ขวดใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดทีละอย่าง หลังจากทำพิธีชำระล้างตัวเองอย่างเคร่งขรึมแล้ว เธอก็เกลี่ยดินลงในชามอย่างหลวมๆ

จากนั้นจึงค่อยๆ บรรจงวางเมล็ดบุปผากลืนเมฆาลงไป ฝังกลบในดินอย่างระมัดระวังแล้วจึงรดน้ำ

สุดท้ายสวี่จือส่วงก็ชำระล้างรถทั้งคันอีกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่เสี่ยวเยว่ เมื่อทำเสร็จเธอก็รู้สึกสบายใจและวางชามใบใหญ่ไว้ข้างๆ เสี่ยวเยว่

หลังจากจัดการ "กระถางดอกไม้" เรียบร้อย เธอก็ผลิตฟูกนอนขึ้นมาอีกหลังบนโต๊ะทำงาน จัดที่นอนใหม่ ตั้งนาฬิกาปลุก แล้วล้มตัวลงนอนหลับฝันดีอย่างมีความสุข

หกโมงเช้าวันต่อมา สวี่จือส่วงตื่นขึ้นก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดังเสียอีก

ตั้งแต่เข้าเกมมา จิตวิญญาณของเธอก็อยู่ในสภาวะตื่นตัวตลอดเวลา จนทำให้นิสัยเดิมที่ชอบนอนดึกและตื่นสายหายเป็นปลิดทิ้ง

ข้างนอกเพิ่งจะเริ่มสว่างรำไร ภายในรถยังคงมืดมิด เธอจึงหยิบเศษหินจันทราออกมาจากกระเป๋าแล้วแขวนไว้ที่หน้ารถ

ภายในรถพลันสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น

"เศษหินจันทรา: ชิ้นส่วนของหินพระจันทร์ สามารถส่องแสงสว่างและมีพลังแห่งแสงจันทร์อย่างอ่อนๆ"

สวี่จือส่วงไม่ได้แลกมันมาเพียงเพื่อใช้ส่องสว่างเท่านั้น แม้พลังแสงจันทร์ในเศษหินจันทราจะน้อยนิด แต่มันคือไอเทมที่ขาดไม่ได้ในการสร้าง กุญแจจันทราเงิน

การเคลียร์ดันเจี้ยนบางแห่งจะได้รับ หีบจันทราเงิน ซึ่งจะเปิดได้ด้วยกุญแจจันทราเงินเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การสร้างกุญแจจันทราเงินก็ต้องมีพิมพ์เขียวด้วย ในเมื่อยังไม่มี สวี่จือส่วงจึงทำได้เพียงใช้มันแทนตะเกียงไปก่อนในตอนนี้

เธอเหลือบมองเสี่ยวเยว่ที่ยังไม่ตื่น รดน้ำให้เมล็ดบุปผากลืนเมฆา แล้วค่อยๆ เปิดประตูรถออกไปล้างหน้าล้างตาและออกกำลังกายยามเช้า

ในช่วงคุ้มครองมือใหม่ พื้นที่ภายในรัศมีสามเมตรรอบยานพาหนะถือเป็นเขตปลอดภัยสัมบูรณ์

เมื่อเธอออกกำลังกายจนร่างกายเริ่มอุ่น เสี่ยวเยว่ก็ตื่นพอดีและต้วมเตี้ยมขึ้นมาบนขอบหน้าต่างรถเพื่อมองดูเธอ

เต่าน้อยสีเขียวมะนาวผู้น่ารักทำให้หัวใจของสวี่จือส่วงแทบละลาย

หลังจากวิ่งรอบรถอีกสองสามรอบเธอก็กลับเข้ามา แล้วอุ้มเสี่ยวเยว่ลงมาจากหน้าต่าง

"พี่จือส่วง ชามใบเล็กพวกนี้เตรียมไว้ให้ข้าทั้งหมดเลยเหรอ?"

เสี่ยวเยว่กลิ้งไปมาบนมือของสวี่จือส่วง ดูมีความสุขมาก

"แน่นอนสิ ต่อไปเจ้าชอบใบไหนก็นอนใบนั้นนะ เดี๋ยวถ้าพี่เปิดหีบสมบัติได้ใบที่สวยกว่านี้ พี่จะยกให้เจ้าหมดเลย"

สวี่จือส่วงลูบหัวเสี่ยวเยว่แล้วตอบอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทันสังเกตว่าดินในชามสีฟ้าใบใหญ่ข้างๆ มีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย

เสี่ยวเยว่ดีใจมาก หลังจากเลือกอยู่นาน ในที่สุดเธอก็เลือกชามแก้วใสสีชมพูใบเล็ก

เธอคลานเข้าไปในชามใบเล็กอย่างสบายอารมณ์ แต่ดวงตาเล็กๆ ยังคงลอบมองชามสีฟ้าใบใหญ่ที่อยู่ข้างๆ

"พี่จือส่วง ทำไมในชามใบนั้นถึงมีดินเยอะแยะเลยล่ะ?"

สวี่จือส่วงจึงเล่าเรื่องการปลูกเมล็ดบุปผากลืนเมฆาเมื่อคืนนี้ให้ฟังอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

เสี่ยวเยว่เป็นคนรักต้นไม้ เธอตบกระดองตัวเองแล้วประกาศว่าจะช่วยดูแลบุปผากลืนเมฆาให้เป็นอย่างดี แถมยังยืนยันว่าจะเอาแตงโมมาแบ่งให้มันกินด้วย

สวี่จือส่วงอดหัวเราะไม่ได้ แต่เธอก็ยังคงปฏิเสธคำขอของเสี่ยวเยว่อย่างจริงจัง

"ต้นไม้ปกติเขาต้องกินน้ำยาโภชนาการนะ ตอนนี้มันยังกินแตงโมไม่ได้หรอก เอาไว้พอบุปผากลืนเมฆาแตกหน่อออกมาแล้ว เจ้าค่อยลองถามมันเองดูดีไหมว่าอยากกินแตงโมหรือเปล่า?"

ดวงตาของเสี่ยวเยว่เป็นประกายแล้วพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

"ตกลงเจ้าค่ะ~"

หลังจากคุยกับเสี่ยวเยว่เสร็จ สวี่จือส่วงก็ตรวจสอบเวลา พบว่าใกล้จะได้เวลาออกเดินทางแล้ว

เธอหั่นแตงโมสดๆ ให้เสี่ยวเยว่ และรดน้ำเมล็ดบุปผากลืนเมฆาอีกรอบ จากนั้นเธอก็หยิบครัวซองต์และนมจากกระเป๋าเป้ออกมากินเป็นมื้อเช้า

หลังอาหารเช้า เธอตรวจสอบหน้าจอแสดงผล

"เป้าหมายระยะทางวันนี้: 50 กิโลเมตร"

"เป้าหมายระยะทางรวม: 100 กิโลเมตร"

"ระยะทางที่ขับไปแล้ว: 1802 กิโลเมตร"

"ระยะทางที่เกินมา: 1702 กิโลเมตร"

"เชื้อเพลิง: น้ำมันซงชิ่ง 17.99 ลิตร"

"ระยะทางที่วิ่งได้โดยประมาณ: 3598 กิโลเมตร"

ถังน้ำมันในตอนนี้สามารถเก็บได้สูงสุด 50 ลิตร น้ำมันซงชิ่งจะถูกเติมลงถังโดยอัตโนมัติเมื่อใส่ไว้ในกระเป๋าเป้จนกว่าจะเต็ม หลังจากตรวจสอบเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ เธอก็ออกเดินทางด้วยความเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

หลังจากขับไปได้เพียง 50 กิโลเมตร โดยที่ยังไม่ทันเจอหีบสมบัติเลยสักใบ สวี่จือส่วงก็ได้พบกับสถานีพักรถแห่งแรกของเธอ

เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะเจอสถานีพักรถตั้งแต่วันที่สองของช่วงมือใหม่ เธอหยุดรถแล้วจ้องมองป้ายสถานีพักรถอย่างตั้งใจ

จบบทที่ บทที่ 7 เมล็ดพันธุ์บุปผากลืนเมฆา

คัดลอกลิงก์แล้ว