เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 ค้างคาวปีศาจ

บทที่ 130 ค้างคาวปีศาจ

บทที่ 130 ค้างคาวปีศาจ


นางวาดร่ายเคล็ดวิชา ไม้สั้นสีเขียวกว่าร้อยเล่มก็พุ่งเข้าฟันใส่ต้นหยินโดยรอบ

หวังฉางเซิงบังคับมีดบินสีน้ำเงินเข้าโจมตีกิ้งก่าดำ ส่วนหวังหมิงจ้านและคนอื่นๆ บ้างก็เรียกใช้อาวุธวิญญาณ บ้างก็บังคับสัตว์อสูร หรือไม่ก็ใช้ยันต์วิญญาณ

สัตว์อสูรหยินเหล่านี้อยู่เพียงขั้นกลั่นพลัง รูปแบบการโจมตีจึงเรียบง่าย มีเพียงการพ่นลิ้นออกมาโจมตี แม้พวกมันจะปีนป่ายได้รวดเร็ว ทว่าภายใต้การรุมล้อมของกลุ่มหวังฉางเซิงทั้งสิบสองคน สัตว์อสูรหยินเหล่านี้ก็ถูกกำจัดลงอย่างง่ายดาย

หวังฉางเซิงใช้กระบี่สั้นกรีดหน้าท้องของกิ้งก่าดำ แล้วควักเอาลูกแก้วหยินออกมาหนึ่งเม็ด

สัตว์อสูรหยินทั้งหมดมียี่สิบสามตัว ได้ลูกแก้วหยินมายี่สิบสามเม็ด นอกจากนี้ยังค้นจากร่างผู้ฝึกตนขั้นกลั่นพลังสามคนได้ลูกแก้วหยินระดับผีรับใช้ อีกแปดเม็ด รวมเป็นสามสิบเอ็ดเม็ด วังหรูเยียนได้ไปสิบห้าเม็ด ส่วนหวังฉางเซิงได้ไปสิบหกเม็ด หลังจากผู้ฝึกตนขั้นกลั่นพลังทั้งสามตายลง ทรัพย์สินของพวกเขาก็ถูกหวังฉางเซิงและวังหรูเยียนแบ่งปันกัน แม้จะมีของไม่มากนัก แต่ก็มียาเม็ดสุริยัน อยู่จำนวนหนึ่ง

ภายในป่าทึบเต็มไปด้วยต้นหยิน พลังหยินหนาแน่นอย่างยิ่ง จนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถใช้งานได้เลย

"แม่นางวัง พวกเราเจอสัตว์อสูรหยินมากมายขนาดนี้เพียงแค่ชายป่า หากลึกเข้าไปอาจเจอสัตว์อสูรหยินขั้นสร้างรากฐาน ข้าเสนอว่าพวกเราควรบินข้ามไปดีกว่า!" หวังฉางเซิงนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเสนอขึ้น

วังหรูเยียนขมวดคิ้ว "บินข้ามไปหรือ? ป่าแห่งนี้ไม่เล็กเลย อาจมีสัตว์อสูรหยินประเภทบินได้ หากพวกมันมีจำนวนมากจะลำบากเอานะ ท่านปู่ทวดสามของข้าก็ถูกสัตว์อสูรหยินประเภทบินสังหาร สัตว์อสูรหยินพวกนี้รับมือได้ยากยิ่ง"

"หากอยู่บนท้องฟ้า พวกเรายังพอมองเห็นเงาของสัตว์อสูรหยินและระวังตัวได้ แต่ถ้าอยู่บนพื้น พวกมันหลบซ่อนบนต้นหยินจะป้องกันได้ยาก และจะทำให้ความเร็วในการเดินทางของพวกเราช้าลง ยาเม็ดสุริยันในตัวพวกเราคงอยู่ได้ไม่นาน หากอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเกินไป รุ่นพี่หลี่และคนอื่นๆ คงไม่ละเว้นแน่"

"พวกเขารู้ได้อย่างไรว่าพวกเราที่นี้อยู่นาน?

ท่านหมายถึงแผ่นตรึงผีและยันต์แจ้งเหตุหรือ?"

วังหรูเยียนเข้าใจในทันที สีหน้าของนางดูไม่ค่อยดีนัก เดิมทีนางคิดจะหาที่ซ่อนตัวแล้วรอให้คนอื่นไปจัดการปีศาจผีเอง!

"ค่ายกลรักษาไว้ได้เพียงห้าวัน หากมีคนกินแรงแอบไปซ่อนตัว สิ่งที่รุ่นพี่หลี่เตรียมมาจะไม่สูญเปล่าหรือ? ตั้งแต่พวกเราก้าวเข้าสู่เหวผี พวกเราก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ต้องทำตามคำสั่งของรุ่นพี่หลี่เท่านั้น

ข้าพนันได้เลยว่าต้องมีคนแอบไปซ่อนตัว และรุ่นพี่หลี่ต้องลงโทษอย่างหนักแน่ ส่วนเรื่องสัตว์อสูรหยินประเภทบิน ข้ามีหุ่นเชิดระดับสองขั้นต่ำอยู่สองสามตัว รับมือสัตว์อสูรหยินขั้นสร้างฐานสักตัวสองตัวไม่มีปัญหา"

วังหรูเยียนพยักหน้า

"ข้ามีอุปกรณ์บินระดับกลางชิ้นหนึ่ง พวกเราบินข้ามไปกันเถอะ" นางสะบัดมือ เรือเหาะบินสีเขียวพุ่งออกมา ขยายขนาดขึ้นจนยาวเจ็ดถึงแปดเมตร ลอยเด่นอยู่เหนือพื้นดิน

หวังฉางเซิงเก็บหุ่นเชิดแล้วเดินขึ้นไปพร้อมกับคนอื่นๆ วังหรูเยียนยืนอยู่ที่ส่วนหน้าของเรือเหาะ ส่วนหวังฉางเซิงยืนอยู่ที่ส่วนท้าย

"ไป" วังหรูเยียนส่งเสียงเบาๆ เรือเหาะสีเขียวค่อยๆ ทะยานขึ้นสู่ความว่างเปล่าที่สูงหลายร้อยเมตร แล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้า

เป็นไปตามที่วังหรูเยียนคาดไว้ เรือเหาะไปได้ไม่ไกลนัก เสียงร้องประหลาดก็ดังขึ้น

ค้างคาวปีศาจขนาดมหึมาหลายร้อยตัวพุ่งออกมาจากป่าทึบ อสุราตนนี้มีรูปร่างคล้ายค้างคาว หัวเป็นงู หางเป็นเสือ มันสยายปีกกว้าง ส่งเสียงร้องบาดหู

วังหรูเยียนสีหน้าเปลี่ยนไป "แย่แล้ว มีสัตว์อสูรหยินประเภทบินจริงๆ ด้วย แถมยังมีขั้นสร้างรากฐานถึงสองตัว สหายหวัง รีบปล่อยหุ่นเชิดระดับสองออกมารับมือเร็ว"

หวังฉางเซิงรับคำ ปล่อยหุ่นเชิดอีกาและหุ่นเชิดเหยี่ยวเขียวออกมา พวกมันขยับปีกพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรหยินที่จู่โจมเข้ามา หวังหมิงจ้านและคนอื่นๆ ต่างเรียกใช้อาวุธวิญญาณและยันต์วิญญาณ

หุ่นเชิดเหยี่ยวเขียวยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็พ่นกระบี่แสงสีเขียวออกมาสิบกว่าเล่ม โจมตีไปที่ค้างคาวปีศาจเป็นระยะๆๆ ส่วนหุ่นเชิดอีกาก็พ่นใบมีดเพลิงสีแดงออกมานับสิบใบ เจาะทะลุร่างค้างคาวปีศาจจนร่วงหล่นจากกลางอากาศ

วังหรูเยียนหยิบพิณสีเขียวยาวออกมา นิ้วกรีดลงบนสายพิณอย่างรวดเร็ว เกิดเสียงบรรเลงอันไพเราะ พร้อมใบมีดวายุสีเขียวพุ่งออกไปโจมตีสัตว์อสูรหยินขาดเป็นสองท่อน

เสียงร้องประหลาดดังขึ้น ค้างคาวปีศาจขั้นสร้างรากฐานสองตัวแยกออกจากกัน เหล่าสัตว์อสูรหยินพุ่งเข้าหาพวกหวังฉางเซิงจากซ้ายและขวา ค้างคาวปีศาจขั้นสร้างรากฐานกระพือปีกอย่างแรง สร้างใบมีดวายุสีเทาสิบกว่าใบพุ่งเข้าใส่ ค้างคาวตัวอื่นๆ ต่างทำตาม ใบมีดวายุสีเทานับร้อยขนาดต่างๆ กันพุ่งเข้าใส่พวกหวังฉางเซิงจากทั้งสองด้าน

ความเร็วของใบมีดวายุนับว่ารวดเร็วมาก เพียงอึดใจก็มาถึงเบื้องหน้า โชคดีที่พวกเขาเตรียมการป้องกันไว้ก่อน ใบมีดวายุจึงปะทะเข้ากับข่ายพลังป้องกันจนเกิดเสียงดังก้อง

หวังฉางเซิงบังคับหุ่นเชิดระดับสองสองตัวต่อสู้กับค้างคาวขั้นสร้างรากฐาน พร้อมทั้งหยิบธงเหมันต์ ออกมา ปล่อยพลังเวทลงไปแล้วสะบัดอย่างแรง ไอเย็นสีขาวแผ่ซ่านออกมาตามด้วยลูกศรน้ำแข็งสีขาวหนาแน่นพุ่งเข้าใส่ค้างคาวระดับต่ำจนพรุนเป็นรังผึ้งร่วงสู่พื้น

วังหรูเยียนดีดพิณเกิดคลื่นเสียงสีเขียวซัดสาด ค้างคาวระดับต่ำที่สัมผัสคลื่นเสียงต่างร่วงหล่นจากอากาศ

หวังหมิงจ้านและคนอื่นๆ ก็ใช้ยันต์ บังคับอาวุธ หรือร่ายเวทมนตร์สังหารไปอีกสิบกว่าตัว

เนื่องจากค้างคาวปีศาจมีจำนวนมากเกินไป เมื่อเห็นว่ากลุ่มของหวังฉางเซิงรับมือยาก พวกมันจึงไม่กล้าเข้าใกล้แต่ก็ยังไม่จากไปไหน ยังคงบินวนเวียนอยู่รอบกระสวยบินสีเขียว

หวังฉางเซิงขมวดคิ้ว และตะโกนบอก "จับโจรต้องจับที่หัวหน้า

แม่นางวัง สังหารสัตว์อสูรหยินขั้นสร้างรากฐานสองตัวนั่นเสีย แล้วตัวอื่นๆ จะกระจายตัวไปเอง"

เขาปล่อยพลังเวทเข้าสู่ธงเหมันต์ในมือจนแสงจ้า ไอเย็นสีขาวพุ่งออกมาม้วนตัวกลายเป็นเหยี่ยวยักษ์สีขาวสองตัว

แม้จะดูเหมือนจริงแต่พวกมันถูกสร้างขึ้นจากไอเย็น เหยี่ยวยักษ์สีขาวกางปีกพุ่งแล้วเข้าหาค้างคาวปีศาจขั้นสร้างรากฐานทั้งสอง ไม่เพียงเท่านั้น หวังฉางเซิงยังเรียกใช้ดาบบินสีน้ำเงินสามเล่มฟันเข้าใส่ค้างคาวขั้นสร้างรากฐานตัวหนึ่ง

วังหรูเยียนสะบัดมือ เส้นด้ายสีเขียวเรียวเล็กพุ่งออกไป

จากนั้นนางกรีดสายพิณอย่างรวดเร็ว สร้างใบมีดวายุขนาดยักษ์เท่าพุ่งเข้าใส่ค้างคาวปีศาจขั้นสร้างรากฐาน ค้างคาวปีศาจไม่กล้าต่อสู้ตรงๆ พ่นคลื่นเสียงสีเทาออกมาต้านไว้

หวังฉางเซิงรีบบังคับเหยี่ยวยักษ์สีขาวหลบหลีก ดาบบินสีน้ำเงินสามเล่มเมื่อสัมผัสคลื่นเสียงสีเทาก็กระเด็นกลับมา ใบมีดวายุยักษ์ปะทะกับคลื่นเสียงสีเทาจนเกิดแรงระเบิดมหาศาล ในจังหวะนั้นเอง เส้นด้ายสีเขียวเรียวเล็กพุ่งเข้าพันรอบกรงเล็บขวาของค้างคาวขั้นสร้างฐาน มันพยายามใช้ปากกัดเส้นด้ายแต่ไม่ขาด

เหยี่ยวยักษ์สีขาวสองตัวฉวยโอกาสพุ่งเข้าชนร่างค้างคาว ร่างของมันถูกแช่แข็งกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว

ดาบบินสีน้ำเงินสามเล่มพุ่งตามมาสับร่างน้ำแข็งนั้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ

เมื่อเห็นเช่นนั้น ค้างคาวปีศาจขั้นสร้างรากฐานอีกตัวก็คลุ้มคลั่ง ดวงตาแดงฉาน กระพือปีกส่งใบมีดวายุสีเทายาวครึ่งจั้งหลายใบพุ่งเข้าใส่หวังฉางเซิง ความเร็วของมันสูงมาก เพียงพริบตาก็ถึงตัว

หวังหมิงจ้านใจหายวาบ ตะโกนลั่น "หวังฉางเซิง ระวัง!"

หวังฉางเซิงมีเพียงม่านแสงสีน้ำเงินปกคลุมร่างกาย เขาใช้มือทั้งสองข้างยกขึ้นต้านไว้ตามสัญชาตญาณ เสียงดังทึบสองครั้ง ม่านแสงสีน้ำเงินแตกกระจาย ใบมีดวายุสีเทาฟันเข้าที่ร่างของหวังฉางเซิงจนแขนเป็นแผลเลือดไหลไม่หยุด

ทว่า คัมภีร์กุ่ยสุ่ย เป็นวิชาที่ฝึกทั้งพลังเวทและร่างกาย

หวังฉางเซิงฝึกมาถึงขั้นที่สี่แล้ว ร่างกายของเขาแข็งแกร่งเทียบเท่าอสุราระดับสองขั้นต่ำ ดังนั้นใบมีดวายุเพียงไม่กี่ใบจึงไม่อาจสังหารเขาได้

จบบทที่ บทที่ 130 ค้างคาวปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว