เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 นางก็เป็นคนดีนะ

บทที่ 7 นางก็เป็นคนดีนะ

บทที่ 7 นางก็เป็นคนดีนะ


บทที่ 7 นางก็เป็นคนดีนะ

คำพูดของอู๋อิ้งเสวี่ยทำให้สวี่จื้อหยวนขมวดคิ้วฉับ พลันก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ที่เขาอคติต่อฉู่กวนจิ้งอย่างรุนแรง ก็เป็นเพราะแม่นางผู้นี้คอยเป่าหูพูดจาใส่ร้ายนางอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา

จนเขาเผลอพูดจาร้ายกาจออกไป และทำให้ฉู่กวนจิ้งเกลียดขี้หน้าเขาเข้าให้

แน่นอนว่าการที่เขาตัดสินคนจากคำบอกเล่าของผู้อื่นก็ถือว่าเขาโง่เอง จะถูกนางเกลียดก็สมควรแล้ว

"ศิษย์น้องอู๋ ฉู่กวนจิ้งไม่ใช่พวกมาชุบมือเปิบ นางเป็นคนที่ข้าพาเข้าทีมมาเอง" สวี่จื้อหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"อะไรนะ?" อู๋อิ้งเสวี่ยตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อครึ่งเดือนก่อนแค่เขาได้ยินชื่อฉู่กวนจิ้งก็ยังแสดงท่าทางรำคาญและรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ทั้งยังเป็นฝ่ายชวนนางเข้าทีมเองอีก?

"ศิษย์พี่สวี่ ท่านถูกคำพูดหลอกลวงของนางปั่นหัวหรือเปล่า?"

นางสงสัยว่าฉู่กวนจิ้งคงจะพูดจามุสาบางอย่างเพื่อหลอกล่อให้สวี่จื้อหยวนพานางเข้าทีม

คำพูดของนางเริ่มทำให้สวี่จื้อหยวนหมดความอดทน

หลอกลวงงั้นหรือ? แค่จะให้นางยอมคุยกับเขามากกว่าสองคำนางยังไม่ค่อยจะยอมเลย

"พอเถอะ เจ้ามีเรื่องอื่นอีกไหม?"

เมื่อเห็นว่าสวี่จื้อหยวนไม่มีแก่ใจจะคุยต่อ นางจึงได้แต่กัดฟันกรอด และถลึงตาใส่ฉู่กวนจิ้งอย่างไม่ยินยอม

ส่วนฉู่กวนจิ้งที่ถูกคนนินทามาพักใหญ่กลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย นางยังคงจดจ่ออยู่กับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเสอเสอของนาง

นางไม่มีเพื่อน ปกติจึงมีเพียงเสอเสอที่คอยรับฟัง นางจึงติดนิสัยชอบแบ่งปันเรื่องราวไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่กับมันเสมอ

การที่ได้ออกไปกำจัดปีศาจทำให้นางดีใจมาก และกำลังกระซิบกระซาบบอกเล่าความตื่นเต้นนี้ให้เสอเสอฟังอย่างอดใจไม่ไหว

แม้เสอเสอจะเป็นเพียงตุ๊กตาและไม่อาจตอบโต้ได้ แต่นางขอแค่มีคนฟังก็เพียงพอแล้ว

เมื่อพูดธุระจบ ฉู่กวนจิ้งก็แขวนเสอเสอไว้ที่เอวตามเดิม มันแกว่งไปมาตามจังหวะการเดินของนาง

ถุงย่ามมิติ  ราคาแพงเกินไป นางไม่มีเงินซื้อ จึงได้แต่ให้เสอเสอลำบากไปก่อน

นางให้สัญญาเสอเสอว่า "รอข้าเก็บเงินได้เมื่อไหร่ จะซื้อถุงย่ามมิติให้เจ้าเป็นอย่างแรกเลย"

"ฉู่กวนจิ้ง เจ้าไปเป่าหูอะไรศิษย์พี่สวี่ เขาถึงยอมให้เจ้าเข้าทีม?" อู๋อิ้งเสวี่ยเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง

ฉู่กวนจิ้งกะพริบตาปริบๆ ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของนางนัก "ต้องพูดอะไรถึงจะเข้าทีมได้งั้นหรือ?"

นางจำได้ว่าไม่ได้พูดอะไรเลย เป็นสวี่จื้อหยวนต่างหากที่เป็นฝ่ายมาชวนนางเอง

"เลิกแสร้งทำเป็นซื่อบื้อได้แล้ว!" อู๋อิ้งเสวี่ยใช้น้ำเสียงฉุนเฉียว

ฉู่กวนจิ้งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบสั้นๆ ว่า "อ้อ"

"อ้ออะไรของเจ้า!"

นางเองก็ไม่รู้ว่าอ้ออะไรเหมือนกัน แค่ไม่รู้จะพูดอะไรก็เลยอ้อไปทีหนึ่ง ไม่อย่างนั้นมันจะดูเงียบจนน่าอึดอัด

แต่ดูเหมือนว่าพออ้อไปแล้ว อีกฝ่ายจะยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม

อู๋อิ้งเสวี่ยจ้องมองฉู่กวนจิ้งที่คลุมตัวมิดชิดด้วยเสื้อคลุมสีดำแล้วรู้สึกเหมือนมองก้อนหินเหม็นๆ ก้อนหนึ่ง

นางทนไม่ไหวจึงโพล่งออกมาตรงๆ ว่า "เจ้ารู้ตัวไหมว่าโอสถที่เจ้าหลอมมันห่วยแตกและเป็นที่รังเกียจแค่ไหน?"

"รู้" ฉู่กวนจิ้งตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

อู๋อิ้งเสวี่ยถูกท่าทางที่ยอมรับอย่างหน้าตาเฉยนั้นจุกจนแทบจะสลบ

จะมีใครที่รู้ว่าตัวเองห่วยแล้วยังมาทำท่าทางยืดอกยอมรับได้ขนาดนี้ นางเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?

"หน้าหนาจริงๆ" อู๋อิ้งเสวี่ยพึมพำด่า

ฉู่กวนจิ้งได้ยินนางจึงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเองที่ผอมบางจนแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเพราะกินไม่อิ่ม แล้วแย้งกลับว่า "ไม่หนานะ"

อู๋อิ้งเสวี่ยพบว่านางไม่สามารถสื่อสารกับฉู่กวนจิ้งแบบคนปกติได้เลย นางเหมือนจะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง

สุดท้ายนางจึงทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งว่า หากตอนนี้ไม่ยอมถอนตัวไปเอง ก็ระวังจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาที่สำนักหลิงซี

ฉู่กวนจิ้งดูเหมือนจะฟังไม่ออกว่านั่นคือคำขู่ ทั้งยังกล่าวขอบคุณนางด้วยซ้ำ "ขอบคุณที่เตือน ข้าจะระวังตัว"

อู๋อิ้งเสวี่ย: "..."

หลังจากอู๋อิ้งเสวี่ยเดินจากไป สวี่จื้อหยวนก็เดินเข้ามา เขามองตามหลังอู๋อิ้งเสวี่ยไปด้วยแววตากังวล ก่อนจะถามนางว่า "นางรังแกอะไรเจ้าหรือเปล่า?"

ฉู่กวนจิ้งส่ายหัว "นางจะรังแกข้าทำไม นางก็เป็นคนดีนะ ยังบอกให้ข้าดูแลตัวเองข้างนอกด้วยเลย"

"? อะ... อ้อ งั้นหรือ?" สวี่จื้อหยวนถึงกับอึ้งไป

ถ้านางเป็นคนดี แล้วทำไมถึงเอาแต่พูดจาให้ร้ายฉู่กวนจิ้งไม่หยุดล่ะนั่น

สวี่จื้อหยวนถามด้วยความสงสัย "เจ้ากับนางไม่มีความขัดแย้งอะไรกันใช่ไหม?"

ฉู่กวนจิ้ง: "วันนี้ข้าเพิ่งเคยเจอนางเป็นครั้งแรก"

สวี่จื้อหยวนเริ่มจะสับสนไปหมดแล้ว

ไป๋อู๋จิ่งตรวจสอบข้าวของที่เตรียมมาเมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาจึงเรียกทุกคนมารวมตัวกัน

ทั้งหมดลงไปยืนอยู่ตรงกลางค่ายกลเคลื่อนย้าย ทันทีที่ยันต์ในมือของไป๋อู๋จิ่งฉีกขาด ร่างของทุกคนก็หายวับไปจากที่ตรงนั้น

ตำหนักหลิงตาน

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงถูกศิษย์สองคนพบเข้าในสภาพที่ยังคงสลบเหมือด

กว่าเขาจะฟื้นสติขึ้นมาได้ก็นอนอยู่บนเตียง โดยมีศิษย์สองคนคอยเฝ้าดูอาการอยู่ข้างๆ

"ผู้อาวุโสเสียนเฟิงฟื้นแล้ว!"

"ผู้อาวุโส ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง มีตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า?"

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงถูกพยุงให้ลุกขึ้นนั่ง ตอนนี้หัวเขายังคงหมุนเคว้งอยู่ เขาจำได้ว่าฉู่กวนจิ้งบอกจะแสดงความสามารถในการปกป้องตนเองให้ดู แล้วก็นางก็โยนอะไรบางอย่างมาที่แทบเท้าเขาจนระเบิดตู้ม หลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

เขากวาดสายตาไปรอบห้องเพื่อมองหาฉู่กวนจิ้งแต่ก็ไม่พบ จึงถามว่า "ฉู่กวนจิ้งอยู่ที่ไหน?"

ศิษย์ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสงสัย "ผู้อาวุโสต้องการพบฉู่กวนจิ้งหรือ? ให้ข้าไปตามนางมาไหม?"

"ไป!"

หลังจากระเบิดเขาจนสลบแล้ว ยังกล้าหนีไปอีกงั้นรึ?!

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงทำหน้าบึ้งตึงหมายจะลูบเคราของตน แต่กลับพบว่าสัมผัสมันแปลกไป พอก้มลงมองก็พบว่าเคราสีขาวที่เคยดูแลอย่างดีจนเรียบตรง บัดนี้ถูกระเบิดจนกลายเป็นก้อนหยิกหยอยสีดำฟูฟ่อง!

"ฉู่กวนจิ้ง!!! แค่กๆๆ"

"ผู้อาวุโส ใจเย็นๆ ขอรับ" ศิษย์คนหนึ่งช่วยลูบหลังให้

ไม่นานนักศิษย์ที่ไปตามฉู่กวนจิ้งก็กลับมา พร้อมกับรายงานว่านางได้รับภารกิจกำจัดปีศาจร่วมกับศิษย์คนอื่นๆ และออกเดินทางไปแล้ว

เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็ขมวดคิ้วแน่น "นางเป็นสายโอสถ ออกไปได้อย่างไร?"

"ผู้อาวุโสอวิ๋นเฟิงบอกว่าท่านมอบป้ายอนุญาตผ่านทางให้นางไปแล้วขอรับ"

"ข้าไปมอบให้ตอนไหน..." พูดไม่ทันจบ ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็รีบคลำไปตามตัว ป้ายอนุญาตผ่านทางที่เดิมทีจะมอบให้ศิษย์คนอื่นหายไปแล้ว

ดี... ดีมาก นอกจากระเบิดเขาจนสลบแล้วหนีไปยังไม่พอ ยังขโมยป้ายอนุญาตผ่านทางของเขาไปอีก

"ผู้อาวุโสเสียนเฟิง ท่านระเบิดตัวเองจนเป็นแบบนี้ ท่านหลอมโอสถวิเศษอะไรอยู่หรือขอรับ?" ศิษย์คนหนึ่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงตัวแข็งทื่อ เขาไม่มีทางบอกเด็ดขาดว่าถูกฉู่กวนจิ้งระเบิดจนสลบ ไม่อย่างนั้นหน้าตาของผู้อาวุโสอย่างเขาคงไม่เหลือชิ้นดี

เขาพยายามกระแอมไอแก้เก้อแล้วพูดว่า "บอกไปเจ้าก็ไม่รู้หรอก อย่าถามมาก"

ศิษย์คนนั้นเข้าใจไปเอง พลางรีบประจบสอพลอทันที

"เข้าใจแล้วขอรับ ต้องเป็นโอสถที่ล้ำเลิศมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นตอนเตาระเบิดคงไม่มีอานุภาพขนาดนี้"

ศิษย์อีกคนเสริม "แถมตอนพวกเราไปถึง เตาหลอมก็ไม่เหลือซากแล้ว สงสัยจะระเบิดจนแหลกสลายไปหมด ผู้อาวุโส โอสถของท่านช่างร้ายกาจจริงๆ"

ใครที่รู้จักผู้อาวุโสเสียนเฟิงจะรู้ดีว่าเขาชอบให้คนยกยอ ศิษย์ทั้งสองจึงขยันประจบตามความเคยชิน

โดยหารู้ไม่ว่ายิ่งพูด ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็ยิ่งหน้าดำคร่ำเครียด

จนในที่สุดเขาต้องตะเพิดศิษย์ทั้งสองให้ออกไป

หลังจากศิษย์ออกไปแล้ว ผู้อาวุโสเสียนเฟิงนั่งอยู่บนเตียง เขายังไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะถูกสิ่งที่ฉู่กวนจิ้งโยนมาสอยจนร่วงได้

เขาพยายามคิดหาคำตอบ และตั้งใจจะไปดูที่เกิดเหตุเพื่อหาเบาะแส แต่พอเดินไปถึงประตูแล้วเห็นสภาพตัวเองในกระจก... เส้นผมที่ถูกระเบิดจนชี้ฟูไม่เป็นทรง...

ผู้อาวุโสเสียนเฟิงหน้ามืดไปชั่วขณะแทบจะสลบไปอีกรอบ เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความอาฆาต พลางคิดในใจว่าทันทีที่ฉู่กวนจิ้งกลับมาถึงสำนักหลิงซี เขาจะต้องหาทุกวิถีทางเพื่อขับนางออกจากสำนักให้ได้ จะไม่ยอมให้ตัวซวยตัวนี้อยู่ใกล้ตัวเขาอีกเด็ดขาด

ยัยนี่มันตัวทำลายดวงเขาชัดๆ!

จบบทที่ บทที่ 7 นางก็เป็นคนดีนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว