- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 4 ตุ๊กตาเสอเสอ
บทที่ 4 ตุ๊กตาเสอเสอ
บทที่ 4 ตุ๊กตาเสอเสอ
บทที่ 4 ตุ๊กตาเสอเสอ
ร่างอันมหึมาของปีศาจหมูป่าระเบิดออกต่อหน้าต่อตาของสวี่จื้อหยวน หยดเลือดของมันกระเซ็นมาโดนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของเขา
ทำได้อย่างไรกัน?
นี่คือปีศาจที่คลุ้มคลั่งจนเกือบจะเข้าสู่ขอบเขตปีศาจชั้นสูง พวกเขาสี่คนยังไม่สามารถสยบมันได้ แต่ฉู่กวนจิ้งกลับระเบิดมันตายได้อย่างง่ายดายเช่นนี้เชียวหรือ?
นางใช้อะไรระเบิดปีศาจหมูป่ากันแน่ ช่างร้ายกาจยิ่งนัก
สวี่จื้อหยวนกำลังจะอ้าปากถาม แต่เขากลับถูกโยนลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี
ตัวเขาที่บาดเจ็บไปทั่วร่างอยู่แล้ว เมื่อกระแทกพื้นจึงเจ็บจนกลั้นเสียงร้องไว้ไม่อยู่
"ฉู่กวนจิ้ง เจ้าจงใจชัดๆ!" สวี่จื้อหยวนแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวด ขมวดคิ้วมุ่นพลางใช้มือยันพื้นค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น
ฉู่กวนจิ้งไม่ได้สนใจเขา นางเดินตรงไปยังจุดที่ปีศาจหมูป่าระเบิด
นางจดบันทึกระยะของการระเบิดอย่างละเอียด ย่อตัวลงตรวจสอบเศษซากร่างกายของปีศาจหมูป่าที่กระจายอยู่ เพื่อประเมินระดับความเสียหายของระเบิดจากขนาดของเศษซากเหล่านั้น
อานุภาพของระเบิดครั้งนี้ถือว่าไม่เลว เพียงแต่เศษซากร่างกายที่กระจายเกลื่อนกลาดทำให้ดูสกปรกไปหน่อย กลับไปต้องปรับปรุงเสียหน่อยแล้ว
"เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?" สวี่จื้อหยวนเดินมาหยุดข้างกายนางแล้วถามขึ้น
ฉู่กวนจิ้งเก็บแกนอสูรที่ตกอยู่บนพื้นยัดใส่ในอกเสื้อ "ปีศาจตัวนี้ข้าเป็นคนฆ่า แกนอสูรจึงต้องเป็นของข้า"
หลังจากขายแกนอสูรนี้แล้ว ครึ่งหนึ่งจะเอาไปใช้หนี้ที่ติดค้างไว้ อีกครึ่งหนึ่งเอาไว้ซื้อวัตถุดิบสำหรับหลอมระเบิด ไม่แน่ว่าอาจจะเหลือเงินพอซื้อของกินได้บ้าง
เมื่อนึกถึงของกิน ท้องของนางที่เพิ่งได้กินเพียงเสบียงแห้งประทังหิวก็เริ่มส่งเสียงประท้วง
สวี่จื้อหยวนเป็นคนไม่ขาดแคลนเงินทอง เขาจึงไม่สนใจแกนอสูรของปีศาจระดับต่ำ สิ่งที่เขาสนใจที่สุดในตอนนี้คือสิ่งที่ฉู่กวนจิ้งใช้ระเบิดปีศาจหมูป่าต่างหาก
ระหว่างทางที่ทั้งสองไปหานักพรตอีกสามคน สวี่จื้อหยวนก็คอยถามโน่นถามนี่ข้างหูนางไม่หยุด
"ฉู่กวนจิ้ง สิ่งที่เจ้าใช้ระเบิดปีศาจหมูป่ายังมีเหลืออีกไหม?"
"มี"
"มันคืออะไร? เอามาให้ข้าดูหน่อยสิ"
"ไม่" ฉู่กวนจิ้งปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
"ทำไมล่ะ?"
"เพราะข้าเกลียดท่าน" ฉู่กวนจิ้งยังจำได้แม่นที่เขาบอกว่านางด้อยกว่าหมู ทั้งยังหาว่านางขี้คุยโอ้อวด และด่านางว่าเป็นคนสารเลว
สวี่จื้อหยวนถึงกับจุกจนพูดไม่ออก
ก่อนหน้านี้เขามีอคติต่อนางจริงๆ และทำตัวแย่ใส่นางด้วย แต่ใครจะไปรู้ว่าชื่อเสียงของนางในสำนักจะย่ำแย่ขนาดนั้น จนทำให้เขาคิดว่านางเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ที่ไม่เอาถ่าน
เขาเป็นคนนิยมชมชอบผู้แข็งแกร่ง และเกลียดชังคนไร้ความสามารถที่ไม่ตั้งใจฝึกฝนที่สุด
ตอนนี้เขาเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อนางบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เชื่อว่าวรยุทธ์ที่นางแสดงออกมาจะเป็นระดับที่แท้จริงของนาง คงจะเป็นเพราะใช้ของวิเศษที่ร้ายกาจบางอย่างมากกว่า
สวี่จื้อหยวนไม่อยากยอมแพ้ เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะถามหยั่งเชิงว่า "งั้นข้าต้องทำอย่างไรเจ้าถึงจะหายเกลียดข้า?"
ฉู่กวนจิ้ง: "อยู่ห่างๆ ข้าไว้"
สวี่จื้อหยวน: "......" นางดูจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเสียจริง
เนื่องจากมีสองคนที่บาดเจ็บสาหัส สวี่จื้อหยวนจึงส่งข่าวแจ้งสำนัก ทางสำนักจึงส่งคนมารับพวกเขากลับไป
เมื่อกลับถึงสำนักหลิงซี ก็พบว่านอกจากกลุ่มของพวกเขาแล้ว ยังมีนักพรตอีกหลายกลุ่มที่ออกไปกำจัดปีศาจแล้วได้รับบาดเจ็บสาหัสจากปีศาจที่คลุ้มคลั่ง กระทั่งมีนักพรตหนุ่มที่เพิ่งเข้าสำนักมาใหม่คนหนึ่งต้องเสียชีวิตลง
ได้ยินว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ประหลาดที่พวกเขาเห็นในตอนนั้น
สวี่จื้อหยวนได้ยินข่าวเหล่านี้แล้วก็รู้สึกใจหาย หากไม่มีฉู่กวนจิ้ง เกรงว่าหนึ่งในคนที่ตายอาจจะเป็นเขา
นักพรตสองคนที่ถูกปีศาจหมูป่าชนจนสลบไปฟื้นขึ้นมาแล้ว เพราะมียันต์คุ้มครองที่สวี่จื้อหยวนมอบให้ จึงได้รับบาดเจ็บเพียงภายในเล็กน้อย ไม่รุนแรงนัก
"ศิษย์พี่สวี่ ขอบคุณท่านมากจริงๆ หากท่านไม่สังหารปีศาจหมูป่าที่คลุ้มคลั่งตัวนั้น พวกเราคงได้ไปเกิดใหม่แล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่จื้อหยวนจึงอธิบายว่า "ปีศาจหมูป่าไม่ได้ถูกข้าฆ่า"
"ไม่ใช่ท่าน? แต่นอกจากท่านแล้วจะเป็นใครได้อีก? หรือว่าตอนที่พวกเราสลบไป จะมีผู้ยอดฝีมือมาช่วยไว้?"
"เป็นฉู่กวนจิ้ง"
ทันทีที่สวี่จื้อหยวนเอ่ยชื่อนางออกมา นักพรตทั้งสองต่างก็นิ่งเงียบไป
"อย่าล้อเล่นน่าศิษย์พี่สวี่ ฉู่กวนจิ้งเป็นเพียงผู้บ่มเพาะโอสถที่แม้แต่จะหลอมยาให้ดียังทำไม่ได้เลย"
"นั่นสิ หากนางเก่งกาจขนาดนั้น จะถูกคนตราหน้าว่าเป็นสวะได้อย่างไร"
คำว่าสวะที่ใช้เรียกฉู่กวนจิ้ง กลับทำให้สวี่จื้อหยวนรู้สึกระคายหูอย่างบอกไม่ถูก หลังจากวันนั้นมา เขาไม่อาจยอมรับให้คำว่าสวะมาอยู่ใกล้ตัวนางได้อีกต่อไป
"วันหน้าพวกเจ้าพูดจาให้เกียรตินางหน่อย ชีวิตของพวกเจ้าคือนางที่ช่วยไว้ ชีวิตของข้าก็เช่นกัน ส่วนเรื่องสวะอะไรนั่น ข้าว่าพวกเจ้านั่นแหละที่เหมือนสวะ"
ทั้งสองคนเห็นท่าทางไม่พอใจของเขา แม้จะไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ
สวี่จื้อหยวนเองก็เข้าใจความคิดของพวกเขา หากเขาไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง เขาก็คงไม่เชื่อเช่นกัน
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงนักพรตหญิงที่ฉู่กวนจิ้งช่วยไว้ได้ เขาตาเป็นประกายพลางหันไปถามนางว่า "วันนั้นฉู่กวนจิ้งช่วยเจ้าไว้ เจ้าพอจะจำอะไรได้บ้างไหม?"
นางส่ายหัว "ข้าสลบไป ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ท่านหรอกหรือที่ช่วยข้า?"
สวี่จื้อหยวน: "......"
เขาไม่อยากคุยกับคนพวกนี้แล้ว เขาจะไปหาฉู่กวนจิ้ง
ตั้งแต่กลับมาที่สำนัก เขาก็ยังไม่ได้เจอนางอีกเลย เขายังไม่ได้ขอบคุณนางอย่างเป็นทางการ และยังไม่ได้ถามจากปากนางเลยว่าของดีที่นางใช้ระเบิดปีศาจหมูป่าคืออะไร
ช่วงนี้ฉู่กวนจิ้งทั้งซวยทั้งยุ่ง
วันที่กลับถึงสำนัก ที่พักที่นางสร้างขึ้นลวกๆ จากไม้ไผ่และหญ้าคาไม่รู้ทำไมถึงถูกฟ้าผ่าจนไฟลุกท่วม พอไปถึงก็เหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำ ข้าวของในบ้านคงจะถูกเผาวอดไปหมดแล้ว
เมื่อเห็นภาพนั้นนางถึงกับอึ้งไป โชคดีที่ตุ๊กตาเสอเสอของนางกันฝุ่นกันไฟ นางจึงหาตัวมันที่ยังสะอาดสมบูรณ์เจอจากใต้ซากไม้ไผ่ดำๆ ที่ถูกเผาไปครึ่งหนึ่ง
ตุ๊กตาเสอเสอเป็นตุ๊กตารูปมนุษย์ที่ดูประณีตงดงามซึ่งนางคีบได้จากตู้คีบตุ๊กตาตอนอายุสิบสี่ปี
ตอนนั้นนางมีภารกิจในร้านเกม เมื่อเดินผ่านตู้คีบตุ๊กตาก็ถูกมันดึงดูดสายตาทันที
เพราะดวงตาของมันเป็นรูม่านตาแนวตั้งสีทอง และมีหางงูสีม่วงเข้มอยู่ที่ด้านหลัง นางจึงตั้งชื่อให้มันว่าเสอเสอ
ต่อมามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตอันโดดเดี่ยวของนาง แม้แต่ตอนออกไปทำภารกิจนางก็ยังพกมันไปด้วย จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น หลังจากที่นางถูกระเบิดตาย ไม่คิดเลยว่าร่างกายและตุ๊กตาตัวนี้จะข้ามมายังโลกใบนี้พร้อมกัน
ฉู่กวนจิ้งจุมพิตที่ใบหน้าของเสอเสอเบาๆ กอดมันไว้ในอ้อมอกพลางพูดราวกับเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตมาได้ว่า "ดีนะที่เจ้าไม่เป็นไร ข้าตกใจแทบแย่ ต่อไปข้าคงต้องพกเจ้าติดตัวไว้ตลอดเสียแล้ว"
หางงูของตุ๊กตาขยับไหวเบาๆ ชายหนุ่มรูปงามที่อยู่ไกลออกไปนับพันลี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตารูม่านตาแนวตั้งสีทองส่องประกายเจิดจ้า ปลายนิ้วของเขาแตะที่แก้มซ้ายเบาๆ
"ถูกจูบอีกแล้ว นางช่างชอบตุ๊กตาผูกวิญญาณของข้าเสียจริง" ริมฝีปากบางสีชาดของชายหนุ่มยกยิ้ม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความขบขัน
"พวกเราจะได้พบกันในเร็วๆ นี้แล้ว ข้าตั้งตารอเลยล่ะ"
หลายวันต่อมา ฉู่กวนจิ้งกำลังสร้างกระท่อมหญ้าคาหลังน้อยของนางขึ้นมาใหม่
เดิมทีคิดว่าขายแกนอสูรแล้วจะทำให้ชีวิตช่วงนี้ดีขึ้นบ้าง แต่ไฟไหม้ครั้งเดียวกลับทำให้นางหมดตัว โดยเฉพาะช่วงนี้ยังเป็นวันที่ผู้อาวุโสเสียนเฟิงมาทวงหนี้อีกด้วย
นางหวังว่าผู้อาวุโสเสียนเฟิงจะอายุมากจนหลงลืมเรื่องทวงหนี้ในเดือนนี้ไปเสีย
แต่เห็นได้ชัดว่าความหวังของนางพังทลาย ผู้อาวุโสเสียนเฟิงแม้จะอายุมากแต่ความจำยังดีเยี่ยม
"ฉู่กวนจิ้ง เมื่อไหร่เจ้าจะใช้หนี้ที่เจ้าทำตำหนักหลอมโอสถหลิงตานของข้าพังพินาศให้หมดเสียที!"
ยังไม่ทันเห็นตัว ก็ได้ยินเสียงอันทรงพลังของผู้อาวุโสเสียนเฟิงดังมาแต่ไกล
ฉู่กวนจิ้งหยิบเหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญที่เหลือจากการขายแกนอสูรออกมาส่งให้เขา "เดือนนี้คืนได้เพียงเท่านี้..."
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงกวาดสายตามองเหรียญเหล่านั้นแล้วคว้าไป เขาทำหน้าบึ้งตึงพลางเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า "ฉู่กวนจิ้ง ข้าจะให้เวลาเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายอีกครึ่งเดือน หากยังคืนเงินไม่ได้ เจ้าก็ไสหัวออกไปจากสำนักหลิงซีซะ"
"สำนักหลิงซีไม่เลี้ยงคนว่างงานที่เอาแต่กินแรงคนอื่น!"