เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 หวังต้าลี่กับเจตนาแอบแฝง

ตอนที่ 21 หวังต้าลี่กับเจตนาแอบแฝง

ตอนที่ 21 หวังต้าลี่กับเจตนาแอบแฝง


ตอนที่ 21 หวังต้าลี่กับเจตนาแอบแฝง

"เฮ้ยๆๆ! พวกทหาร นี่มันใช้อำนาจในทางที่ผิดชัดๆ! ทำไมหมอนั่นถึงออกนอกเมืองได้ แต่พวกเราออกไม่ได้ล่ะ?!"

"ใช่เลย! ดูยังไงก็อายุน้อยกว่าพวกเราแถมยังไม่ได้ใส่ชุดต่อสู้ด้วยซ้ำ มือใหม่เห็นๆ ทำไมไม่กลัวว่าเขาจะไปเจออันตรายข้างนอกบ้างล่ะ?!"

"นั่นสิ ทำไมถึงไม่ขอตรวจป้ายนักรบของเขาห๊ะ?"

หัวหน้าหน่วยมองกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังโวยวายด้วยสีหน้าแปลกประหลาด แต่ก็ไม่ได้โต้เถียงอะไรกลับไป

เขาเพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือที่เหน็บอยู่ตรงเอวออกมาอย่างเงียบๆ ปลดล็อกหน้าจอ เปิดอัลบั้มภาพ เลือกรูปภาพหนึ่งขึ้นมา แล้วยื่นให้กลุ่มวัยรุ่นดูพร้อมกับพูดว่า

"ดูเอาเองละกัน"

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นจึงรีบมุงดู วินาทีที่เห็นภาพถ่าย ดวงตาของพวกเขาก็เบิกโพลงขึ้นทันที พร้อมกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่

"ซี๊ดดด! แมวเงางั้นเหรอ? สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลาง แมวเงาเนี่ยนะ? ที่เขาลากอยู่ข้างหลังนั่นคือแมวเงาใช่ไหม? ซากแมวเงาสิบตัว?!!!?"

"บ้าไปแล้ว!! หรือว่าพ่อหนุ่มหน้าหล่อคนนั้นจะเป็นคนฆ่าพวกมันทั้งหมดนี่? เขาล่าแมวเงาสิบตัวด้วยตัวคนเดียวเนี่ยนะ?!"

"จะเป็นไปได้ยังไง? หมอนั่นแข็งแกร่งระดับไหนกันแน่? ต่อให้เป็นพวกอัจฉริยะตัวเต็งอันดับหนึ่งในการสอบยุทธ์ของเมืองสวี่เจียงก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้เลยมั้ง!?"

หัวหน้าหน่วยมองดูกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่กำลังยืนอึ้งและลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกลอบสะใจอยู่ลึกๆ

"ทีนี้รู้หรือยังล่ะว่าทำไมฉันถึงปล่อยให้เขาผ่านไป? ถ้าพวกนายคนไหนมีความแข็งแกร่งได้สักเสี้ยวของเขา ต่อให้ไม่มีป้ายนักรบระดับหนึ่ง ฉันก็ยอมให้ผ่านไปได้แบบไม่มีเงื่อนไขเลย!"

...

ณ เมืองร้างแห่งเดิม ซากกำแพงที่พังทลายและเศษหินกองพะเนินถูกปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำ ร่องรอยของป้ายชื่อที่หลงเหลือจากอารยธรรมมนุษย์ในอดีตยังพอมองเห็นได้ลางๆ

ภายในอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ชายหนุ่มผมดำรูปร่างสูงโปร่ง คิ้วคมเข้มดุจคมดาบ กำลังยืนเผชิญหน้ากับแมวเงาตัวหนึ่งที่มีขนสีดำขลับและมีขนาดตัวใหญ่โตยิ่งกว่าเสือโคร่งไซบีเรีย

การต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเช่นนี้ หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปคงสติแตกไปนานแล้ว

ทว่าสีหน้าของชายหนุ่มกลับสงบนิ่ง ไม่เพียงแค่สงบนิ่ง แต่เขายังเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน ดาบยาวในมือขวาถูกลากไปตามพื้นแข็งจนเกิดประกายไฟ ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงจนเห็นเพียงเงาเลือนลาง

เขาพุ่งเข้าใส่กระหน่ำโจมตีอย่างดุดัน

เคร้ง!

ท่ามกลางแสงสลัว เงาดาบสีดำทมิฬตวัดวูบ ราวกับสายฟ้าที่ฟาดฟันแหวกอากาศ

ฉัวะ! ศีรษะสีดำที่มีแววตาดุร้ายเบิกโพลง ลอยละลิ่วขึ้นสู่กลางอากาศท่ามกลางละอองเลือดที่สาดกระเซ็น

[ติ๊ง! สังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลาง แมวเงา ได้รับพลังปราณ +0.005]

ชื่อ: หลี่จื่ออวี่

ระดับขั้น: นักรบระดับหนึ่งขั้นสูง

ทักษะการต่อสู้: เพลงดาบวายุคลั่งขั้นต้น, เคล็ดวิชาหล่อหลอมกายากระทิงเถื่อนขั้นต้น, ทักษะเพลงดาบขั้นกลาง, ทักษะท่าร่างขั้นต้น

ระบบ: ระบบเทพยุทธ์

ฟังก์ชัน: สามารถดูดซับสรรพสิ่งเพื่อเพิ่มพูนพลังปราณ ส่วนฟังก์ชันอื่นๆ รอให้โฮสต์ค้นพบเพิ่มเติม

ตอนที่เขาทดสอบที่สมาคมนักรบ ค่าพลังปราณของเขาก็พุ่งไปถึง 5.99 แล้ว หลังจากเข้ามาในเมืองร้าง เขาก็จัดการฆ่าสัตว์อสูรไปตัวหนึ่งอย่างง่ายดาย ซึ่งนั่นก็ทำให้ระดับขั้นของเขาเลื่อนขึ้นเป็นขั้นสูงทันที

"พอระดับสูงขึ้น พลังปราณที่ได้จากการฆ่าสัตว์อสูรที่ระดับต่ำกว่าก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ"

"ก่อนหน้านี้ ฆ่าแมวเงาตัวนึงได้พลังปราณตั้ง +0.01 แต่ตอนนี้ลดลงไปครึ่งนึงเลยแฮะ"

"ดูเหมือนว่าฉันต้องเข้าไปให้ลึกกว่านี้ ไปยังพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากกำแพงเมือง เพื่อล่าสัตว์อสูรระดับสูงขึ้นแล้วสินะ!"

หลี่จื่ออวี่จัดการเก็บเกี่ยวซากแมวเงาอย่างคล่องแคล่ว พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด

เขาอยู่ในเขตแดนรกร้างมานานแค่ไหนก็ไม่รู้ และจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าสังหารแมวเงาไปกี่ตัว

รู้แค่ว่าท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ไม่สามารถแบกซากแมวเงาทั้งหมดกลับไปได้ไหว

ตัวที่ล่าได้ในบริเวณใกล้ๆ เขาก็เอาซากมากองรวมกันไว้ที่เดียว กะว่าพอล่าเสร็จค่อยเรียกคนมาช่วยขนกลับ

ส่วนตัวที่อยู่กระจัดกระจายออกไปไกลหน่อย เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทิ้งมันไป

หลี่จื่ออวี่รู้สึกปวดใจเหลือเกิน ซากแมวเงาพวกนี้มันคือเงินทั้งนั้น!

แต่ละตัวมีมูลค่าตั้งหลายหมื่น

ถึงกระนั้น ผลพลอยได้จากการเดินทางมายังเขตแดนรกร้างในครั้งนี้ก็นับว่ามหาศาลมาก

เคล็ดวิชาหล่อหลอมกายากระทิงเถื่อนระดับสองที่เขาได้รับมาจากสมาคมนักรบ ตอนนี้เขาฝึกฝนจนเชี่ยวชาญแล้ว!

หลังจากที่บรรลุวิชานี้ ความรู้สึกเดียวที่เขามีคือ ร่างกายของเขาแข็งแกร่งและทนทานขึ้นกว่าเดิมมาก!

พลังปราณก็ให้ความรู้สึกราวกับถูกสกัดและควบแน่นขึ้น ทั้งยังหนาแน่นและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม!

หลี่จื่ออวี่ได้ทำการทดสอบดูแล้ว

หลังจากฝึกฝนเคล็ดวิชาหล่อหลอมกายา คุณภาพพลังปราณของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละยี่สิบ!

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ทั้งพลังป้องกัน ความอดทน และพละกำลังของเขา ล้วนเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในทุกๆ ด้าน!

ก่อนหน้านี้ ตอนเผชิญหน้ากับแมวเงา ต่อให้ใช้ทักษะวายุคลั่งก็ยังต้องฟันถึงสองดาบกว่าจะฆ่ามันได้

แต่ตอนนี้ เขาสามารถปลิดชีพมันได้ภายในการฟันเพียงครั้งเดียว!

น่าสะพรึงกลัว ร้ายกาจมากจริงๆ!

มิน่าล่ะ ทักษะการต่อสู้ถึงได้มีราคาแพงหูฉี่ขนาดนั้น ที่แท้ผลลัพธ์ของมันก็ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้นี่เอง

หลี่จื่ออวี่รำพึงในใจ

หลังจากนั่งพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง หลี่จื่ออวี่ก็แหงนหน้ามองท้องฟ้า

ท้องฟ้ายังคงสว่างจ้า เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู แม้ในเขตแดนรกร้างจะไม่มีสัญญาณ แต่ก็ยังพอดูเวลาได้

16:00 น.

"ยังเร็วไปที่จะลงจากเขา ยังไงฉันก็เตรียมเสบียงแห้งมาพออยู่แล้ว เพราะงั้นลุยเข้าไปล่าสัตว์อสูรระดับสูงให้ลึกกว่านี้ต่อเลยดีกว่า!"

เมื่อเลือกทิศทางได้แล้ว หลี่จื่ออวี่ก็กระชับดาบในมือทั้งสองข้างให้แน่น แล้วค่อยๆ เดินลัดเลาะไปตามแนวอาคาร มุ่งหน้าลึกเข้าไปในดินแดนรกร้างอย่างระมัดระวัง

...

เมืองสวี่เจียง หอฝึกยุทธ์หงซู

"นายบอกว่ามีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่ผลทดสอบพลังปราณเพิ่งจะอยู่ที่ 0.8 เมื่อไม่กี่วันก่อน แต่มาวันนี้กลับพุ่งพรวดไปถึง 5.99 เลยงั้นเหรอ?"

ภายในห้องฝึกซ้อมอันกว้างขวาง หวังต้าลี่มองดูไป๋ฮ่าวหรานที่กำลังฟาดฟันหุ่นซ้อมอย่างบ้าคลั่งด้วยสีหน้าประหลาดใจ

คราวก่อน เขาบังเอิญเจอไป๋ฮ่าวหรานพาเพื่อนหญิงมาทดสอบพลังปราณที่นี่ เขาเลยเอ่ยปากชวนแบบผ่านๆ ว่าสนใจจะสมัครคอร์สติวเข้มเร่งรัดของเขาไหม

ผ่านไปสองวันก็ยังไม่มีวี่แวว หวังต้าลี่ก็เกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ

ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ วันนี้ไป๋ฮ่าวหรานจะโผล่มาหาเขาที่หอฝึกยุทธ์หงซู แถมยังเจาะจงมาเพื่อสมัครคอร์สเร่งรัดของเขาโดยเฉพาะ

เรื่องนี้ทำให้เขาดีใจจนเนื้อเต้น ก็แหงล่ะ เงินตั้งหนึ่งแสนหยวนเชียวนะ ต่อให้เขาจะเป็นนักรบระดับหนึ่งขั้นสูงสุด แต่นี่ก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลย

แถมไอ้คอร์สเร่งรัดอะไรนั่นมันก็ไม่มีอยู่จริงหรอก แค่หลอกกินเงินอีกฝ่ายไปวันๆ แล้วตบท้ายด้วยการให้กินยาลูกกลอนกระตุ้นพลังปราณแบบชั่วคราวก็เท่านั้น

นี่มันก็เหมือนได้เงินมาฟรีๆ ชัดๆ

"นายช่วยเล่าเรื่องเพื่อนคนนั้นให้ฟังเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม?" หวังต้าลี่เอ่ยถาม นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์

ไป๋ฮ่าวหรานรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่มีคนพูดถึงหลี่จื่ออวี่ เขาจึงเล่าข้อมูลทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับหลี่จื่ออวี่ให้หวังต้าลี่ฟังอย่างไม่ใส่ใจนัก

หวังต้าลี่รับฟังเงียบๆ เขาก้มหน้าลง แววตาของเขากลิ้งกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังใช้ความคิดคำนวณบางอย่างอยู่ในหัว

หากไป๋ฮ่าวหรานหยุดฟันหุ่นซ้อมสักนิด เขาคงจะได้ยินเสียงหวังต้าลี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ

"เพิ่มพลังปราณได้มหาศาลขนาดนั้นภายในสามวัน ต่อให้เป็นพวกที่ปลุกพรสวรรค์สายพลังปราณได้ก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้"

"ไอ้เด็กที่ชื่อหลี่จื่ออวี่นั่น มันต้องไปเจอโชคหล่นทับ หรือของวิเศษอะไรมาแน่ๆ!"

ชั่วครู่ต่อมา ประกายความอำมหิตก็สว่างวาบขึ้นในดวงตาของหวังต้าลี่ เขาเงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับไป๋ฮ่าวหรานว่า

"ฉันเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระต้องไปจัดการ การฝึกวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน!"

พูดจบ เขาก็ทิ้งไป๋ฮ่าวหรานที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตกเอาไว้ แล้วเดินถือดาบออกจากห้องฝึกซ้อมไปทันที

จบบทที่ ตอนที่ 21 หวังต้าลี่กับเจตนาแอบแฝง

คัดลอกลิงก์แล้ว