- หน้าแรก
- ฉันอยู่ในเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนัน แต่มีระบบเกมทนายฟ้าประทาน
- บทที่ 50 จุดตัดและการพลิกผัน (4)
บทที่ 50 จุดตัดและการพลิกผัน (4)
บทที่ 50 จุดตัดและการพลิกผัน (4)
บทที่ 50 จุดตัดและการพลิกผัน (4)
ทาคานากะชี้นิ้วของเขาอย่างมั่นใจ
“รับไปซะ! (Take That!) หลักฐานที่จะเปิดโปงช่องโหว่ของคำให้การนี้...ก็คือสิ่งนี้ยังไงล่ะ!”
นำเสนอ—พยาน 【อาไซ นารุมิ】!
เสียงฮือฮาดังลั่นไปทั่วห้องพิจารณาคดี
อาไซ นารุมิ จะพิสูจน์ได้ยังไงว่าตัวเองไม่ได้พังกระจกหลบหนีไป? ในเมื่อเธอเป็นผู้ต้องสงสัยนี่นา!
ถ้าจำเลยพิสูจน์ตัวเองได้ง่ายๆแบบนั้นกฎหมายจะไปมีความศักดิ์สิทธิ์อะไร?
“หึๆ ดูท่าคุณทนายจะจนตรอกจนเริ่มเพ้อเจ้อไปซะแล้ว”
“มันก็เหมือนกับการเอาผงกาแฟหลายๆชนิดมาผสมกัน...แล้วก็คนไปแบบมั่วๆไปเรื่อยๆ—”
ตึง!
อัยการโกโดตบมือลงบนโต๊ะอย่างแรง....แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“ไร้สาระ! ทั้งตรรกะและแนวคิดของคุณมันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย!!!”
ในขณะนั้น...หมวดทาคางิบนแท่นพยานถอนหายใจอย่างโล่งอก
เฮ้อ...นึกว่าคุณทนายจะมีไม้ตายอะไร....ที่แท้ก็แค่ดึงเวลาสินะ...แต่เพื่อเงินเดือนและสวัสดิการของตัวเอง...เขาคงต้องปล่อยให้ทนายหน้าใหม่พ่ายแพ้ไปตามระเบียบ
แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมต่อทนายทานากะแต่การที่เขาต้องรับโทษก็ยังดีกว่าการที่ผู้หมวดทาคางิต้องรับโทษเช่นกัน
เขาไม่อยากกินบะหมี่จืดๆทุกวันอีกต่อไปแล้ว!
“ฝ่ายจำเลย...นี่คือข้อโต้แย้งของคุณงั้นเหรอ?”
ผู้พิพากษาเคาะค้อนอีกครั้งแล้วมองไปที่อาไซ นารุมิ
เขามองสำรวจเตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดว่า
“นอกจากจำเลยจะหน้าตาสะสวยและเสื้อผ้าดูเรียบร้อยดีแล้ว...”
“ศาลก็ไม่ได้รับข้อมูลอื่นใดที่เป็นประโยชน์เลยแม้แต่น้อย”
“ฝ่ายจำเลย...โปรดหยุดถ่วงเวลาซะเถอะครับ”
(เหอะ...ผู้พิพากษาห้อง 1 นี่ไม่เก่งเท่าห้อง 3 จริงๆเลยแฮะ)
(อุตส่าห์ชี้ให้ขนาดนี้แล้ว...ยังมองไม่ออกอีกเหรอว่าปัญหาอยู่ตรงไหน?)
ทาคานากะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจเขาดีดนิ้วแล้วอธิบายประเด็นของเขาอีกครั้ง
“ฝ่ายจำเลยไม่ได้ต้องการให้ 【อาไซ นารุมิ】พิสูจน์ว่าเธอไม่ได้พังกระจกหลบหนีออกจากห้องเปียโน...”
“แต่ความจริงก็คือ 【อาไซ นารุมิ】'ไม่ได้เป็นคนพังกระจก' และเธอก็ 'ไม่ได้กำลังหนี' ออกจากห้องเปียโนด้วย!”
“อะ!....อะไรนะ!?”
มือของอัยการโกโดสั่นจนกาแฟกระเด็นออกมาจากแก้ว
คุมะซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้หน้ากากของอัยการโกโดถึงกับตกใจ
เขาจำกลยุทธ์ของทาคานากะได้เมื่อครั้งที่เขาขึ้นศาลในฐานะอัยการโกโดก่อนหน้านี้
เหมือนกับตอนนั้นเลย! ครั้งนี้ทาคานากะกำลังใช้ 'การเปลี่ยนแนวคิด' เพื่อทำลายคำให้การของพยาน!
“ลองคิดใหม่ดูสิ! ไม่ใช่คุณหมอนารุมิที่ฆ่าคนแล้วพังกระจกหนีจากห้องเปียโน!”
“แต่ความจริงแล้ว!...กระจกในห้องเปียโนถูกใครบางคนทุบแตกไปแล้วและคุณหมอนารุมิก็แค่กำลัง 'วิ่งไล่ตาม' ใครบางคนออกไปต่างหาก!!!”
ทาคานากะดีดนิ้วอีกครั้งพลางมองไปที่ผู้พิพากษา
“ท่านผู้พิพากษาครับ...เมื่อกี้ท่านพูดเองไม่ใช่เหรอครับ? ว่าจำเลย 【หน้าตาสะสวยและเสื้อผ้าเรียบร้อยดี】น่ะ?”
ผู้พิพากษาชะงักไปครู่หนึ่งแต่ก็พยักหน้า
เขากำลังจะอ้าปากเถียงว่าการชมเด็กสาวว่าสวยมันผิดตรงไหน...แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้!
“ระ...หรือว่า...!?”
“ใช่ครับ! มันก็คือ 'หรือว่า' นั่นแหละ!”
“ขอถามหน่อยเถอะครับ...คนที่เพิ่ง 'พุ่งชนกระจกจนแตกละเอียด' มาน่ะ...เสื้อผ้าหน้าผมจะยัง 'เรียบร้อย' ไร้รอยขีดข่วนแบบนั้นได้ยังไง!?”
ตึง!!!
ทาคานากะตบโต๊ะเสียงดังสนั่นอีกครั้ง
คราวนี้ทั้งหมวดทาคากิ อัยการโกโด และผู้ชมทั้งห้อง
ต่างก็นิ่งอึ้งและตกตะลึงไปตามๆกัน...เพราะมันคือความจริงที่เถียงไม่ได้!
ทุกคนต่างตระหนักถึงความขัดแย้งในคำให้การนี้
ถ้าอาไซ นารุมิเป็นคนพุ่งชนกระจกจริง...แม้ว่าเศษกระจกจะไม่บาดร่างกายของอาไซ นารุมิแต่อย่างน้อยเสื้อผ้าของอาไซ นารุมิ ก็ต้องมีรอยฉีกขาดหรือมีเศษกระจกติดอยู่บ้าง...แต่เสื้อผ้าของ อาไซ นารุมิกลับดูสะอาดสะอ้านไม่มีรอยใดๆเลย
และหมอนารุมิที่ถูกจับกุมทันทีหลังจากพุ่งชนกระจกในคืนนั้น...เธอจึงไม่มีโอกาสเปลี่ยนชุดได้แน่นอนและยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยในศูนย์กักกัน!
นั่นหมายความว่าคนที่พังกระจกจึงไม่ใช่อาไซ นารุมิ อย่างแน่นอน!
“เดี๋ยวก่อน!”
อัยการโกโดตบโต๊ะโต้กลับทันควัน...แววตาหลังหน้ากากฉายแววดุดัน
“ถ้าฝ่ายจำเลยบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่พังกระจก...แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนทำ?”
“ถ้าอาไซ นารุมิไม่ได้ตั้งใจฆ่าคน...แล้วทำไมเธอถึงต้องหลบหนีออกจากห้องเปียโนด้วยละ!?”
“ถ้าแค่ยืนรออยู่ในห้องเปียโนเฉยๆ...ความจริงทุกอย่างก็ปรากฏแล้วไม่ใช่เหรอ!?”
เจ้าหน้าที่ทาคางิพยักหน้าซ้ำๆ
“นั่นสิครับ ถ้าไม่ได้ทำผิดจะวิ่งทำไม?”
“ถ้าเธอไม่วิ่งหนี...ผมก็คงไม่จับเธอหรอก!”
ในขณะนั้นนารุมิซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งจำเลยลังเลที่จะพูด
การประชุมที่ศูนย์กักกันเมื่อวานนี้เร่งรีบเกินไปและเขาไม่มีเวลาที่จะบอกทาคานากะเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนั้น
ไม่ว่าทาคานากะจะเป็นทนายความที่เก่งกาจแค่ไหน...เขาจะไขคดีได้ยังไงหากไม่ทราบรายละเอียด?
แต่ทว่า...นารุมิหารู้ไม่ว่าทาคานากะไม่ใช่ทนายธรรมดาๆ
เขาเป็นพ่อมด—ไม่สิ...เขาเป็นทนายความที่คุ้นเคยกับพล็อตเรื่องของตอนนี้มาแล้วต่างหาก!
“หึ...ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ...ต่อให้คุณหมอนารุมิยืนรออยู่ในห้องเปียโนเฉยๆ...”
“วินาทีต่อมาที่คุณโมริ โคโกโร่เปิดประตูเข้ามาในห้องเปียโน...แล้วเห็นคุณหมออยู่กับเหยื่อเพียงลำพัง”
“เจ้าหน้าที่ทาคางิ...ตอบผมหน่อยสิ...ในสถานการณ์นั้นคุณจะจับกุมคุณหมอในฐานะผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งไหม? เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้นะ!?”
ทาคานากะดีดนิ้วอีกครั้งแล้วพูดอย่างมั่นใจ
“เอ่อ...คือ...ผม... ผมก็คง...จับครับ...”
เจ้าหน้าที่ทาคางิพูดตะกุกตะกักแล้วก็ก้มหน้าลง
ใช่แล้ว...ไม่ว่าจะหนีหรือไม่หนี...ในเมื่อมีผู้ต้องสงสัยแค่คนเดียว...ยังไงนารุมิก็ต้องถูกจับกุมอยู่ดี
“เพราะฉะนั้น...ไม่ว่าเธอจะทำยังไงเธอก็ต้องถูกจับอยู่ดี”
“แต่การที่เธอเลือกวิ่งหนีออกไปนี่แหละ...คือสิ่งที่ช่วยให้การพิจารณาคดีในวันนี้มีทางออก!”
“เพราะมันทำให้เราเห็นถึง 'ผู้กระทำผิดตัวจริง' ยังไงล่ะ!”
ทาคานากะเอานิ้วจิ้มที่ขมับตัวเองอย่างมั่นใจ
การโต้แย้งนี้ทำให้คนทั้งห้องพิจารณาคดีอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเอะอะโวยวาย
เมื่อเทียบกับทนายความคนอื่นๆที่ทำหน้าที่แก้ต่างตามปกติแล้ว...การแก้ต่างของทนายความอิจิโกะ ทานากะ ถือว่าไม่เคยมีมาก่อน
การทุบโต๊ะบ่อยๆ...เรียกลมแรงและพายุ...ทั้งการเปลี่ยนมุมมองความคิด
เขาทำลายรูปคดีเดิมจนป่นปี้...แล้วประกอบมันขึ้นมาใหม่ด้วยตรรกะอันน่าทึ่ง
(อึก!...อิจิโกะ ทาคานากะ....ฉันยังประเมิณหมอนี่ต่ำเกินไปจริงๆ!)
ความคิดของอัยการโกโดแล่นอย่างรวดเร็ว
(ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ด้านอัยการที่ยอดเยี่ยม...แต่ในฐานะทนายความเขาก็คือระดับแนวหน้าเช่นกัน!)
(ที่เคยบอกว่า...'นอกจากมักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมแล้ว...ตรรกะของผมเทียบไม่ได้หรอกครับ')
(ที่เคยบอกว่าตรรกะสู้ฉันไม่ได้...ที่แท้ก็แค่พูดถ่อมตัวสินะ)
(แต่ว่า...ทาคานากะยังคงมีจุดอ่อนร้ายแรงอยู่อย่างหนึ่ง)
โกโดซดกาแฟที่เหลือจนหมดรวดเดียว
ก่อนจะกระแทกแก้วลงโต๊ะอย่างแรง
ตึง!
“แต่ว่าข้อสันนิษฐานของฝ่ายจำเลย...ยังมีช่องโหว่และข้อบกพร่องที่สำคัญอยู่จุดหนึ่ง!!!”
“ในเมื่อคุณบอกว่ามี 【ผู้กระทำผิดตัวจริง】ในคดีนี้...งั้นผู้กระทำผิดคนนั้นคือใครกันละ!?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทาคานากะก็ลูบคางคิดก่อนจะใช้สองมือตบโต๊ะเสียงดังสนั่น!
ตึง!!!
เขาชี้นิ้วตรงไปที่อัยการโกโด...แล้วตะโกนตอบเสียงดังฟังชัด
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนนนน!!!”
(จบตอน)