- หน้าแรก
- ขาดทุนแลกเงินคืน กลายเป็นบอสระดับเทพในดวงใจพนักงาน
- บทที่ 17 กระแสขาดทุนระดับชาติ
บทที่ 17 กระแสขาดทุนระดับชาติ
บทที่ 17 กระแสขาดทุนระดับชาติ
บทที่ 17 กระแสขาดทุนระดับชาติ
ทันทีที่แผนการ "ผู้พิทักษ์เมือง" ถูกปล่อยออกมา ห้างสรรพสินค้าซินจี้ก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของมวลชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทุกเช้าเวลาตีห้า ไฟในห้องครัวชั้นใต้ดินบีหนึ่งของห้างฯ จะสว่างไสวขึ้น ซูชิงเหยียนนำทีมพ่อครัวของเธอตักซาลาเปา น้ำเต้าหู้ และโจ๊กร้อนๆ ใส่ลงในกล่องเก็บอุณหภูมิ ในขณะที่จ้าวหู่รับหน้าที่ขับรถตู้ที่ติดป้าย "รับฟรี" ตระเวนไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ ของเมือง
"พ่อหนุ่ม ของพวกนี้ไม่ต้องเสียเงินจริงๆ เหรอ" พนักงานกวาดถนนผมขาวโพลนคนหนึ่งเอ่ยถาม ขณะประคองมื้อเช้าที่ยังกรุ่นด้วยไอร้อน นัยน์ตาของเขาแดงก่ำ "ลุงเป็นพนักงานทำความสะอาดมาตั้งยี่สิบปี นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีคนนึกถึงพวกเรา"
หลิวจื่อหยางส่งกล่องเก็บอุณหภูมิให้เขาพร้อมกับรอยยิ้ม "คุณลุงทำความสะอาดเมืองให้พวกเราทุกวัน การที่เราจะเลี้ยงมื้อเช้าคุณลุงก็เป็นเรื่องสมควรแล้วล่ะครับ"
ประโยคนี้ถูกส่งต่อจนเป็นกระแสในโลกออนไลน์ และแฮชแท็ก #เถ้าแก่ที่เปี่ยมด้วยมนุษยธรรมที่สุด ก็ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งในชาร์ตคำค้นหายอดฮิตอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนต่างพากันโพสต์ภาพถ่ายของตัวเองขณะมารับของแจกฟรีและเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณกุศลที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้
แผนการคว่ำบาตรของภัตตาคารซิงเยว่ล้มเหลวไม่เป็นท่า หนำซ้ำยังกลับกลายเป็นตัวช่วยให้ห้างสรรพสินค้าซินจี้มีอิทธิพลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
หลิวจื่อหยางอาศัยจังหวะน้ำขึ้นให้รีบตัก เขาเปิดช่องทาง "หุ้นส่วนขาดทุนระดับชาติ" บนเว็บไซต์ทางการของห้างฯ โดยเปิดโอกาสให้ใครก็ได้สามารถสมัครเข้าร่วม "องค์กรละลายทรัพย์" เพื่อนำเสนอไอเดียการทำธุรกิจให้ขาดทุน และหากไอเดียไหนถูกนำไปใช้จริงก็จะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างงาม
ในช่วงเวลานั้น ข้อเสนอสุดพิลึกพิลั่นมากมายหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายราวกับพายุหิมะ:
• นักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่งเสนอให้ตั้ง "สถานีปลอบใจคนสอบตก" โดยนักศึกษาที่สอบตกสามารถนำใบแสดงผลการเรียนมารับ "กองทุนสอบซ่อม" และอุปกรณ์การเรียนได้ฟรี
• กลุ่มคุณแม่เสนอให้เปิด "ศูนย์บำบัดความเครียดคนเลี้ยงลูก" ซึ่งผู้ปกครองสามารถนำลูกๆ มาฝากไว้ที่สนามเด็กเล่นธีมเทพนิยาย ส่วนตัวคุณแม่ก็ไปใช้บริการสปาได้ฟรี
• บางคนถึงขั้นคิดไอเดียหลุดโลกอย่าง "กล่องสุ่มย้อนกลับ" ที่เมื่อจ่ายเงินเปิดกล่องแล้ว ผู้เล่นจะได้รับ "บัตรทดลองงาน" ที่สามารถนำไปแลกรับตำแหน่งงานใดก็ได้ภายในห้างฯ แถมยังได้รับเงินเดือนหลังจากทดลองงานครบหนึ่งวันอีกด้วย
หลิวจื่อหยางโบกมืออนุมัติทุกโครงการโดยไม่ลังเล
ซ่งอวี่เวยมองดูตัวเลขงบประมาณที่พุ่งสูงปรี๊ดด้วยความร้อนรนจนแทบจะเต้นเร่า "เถ้าแก่คะ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ยอดขาดทุนรายวันของเราจะทะลุห้าสิบล้านหยวนแล้วนะคะ!"
"ห้าสิบล้านงั้นเหรอ ยังน้อยไป!" หลิวจื่อหยางจ้องมอง "ค่าอิทธิพลทางสังคม" บนหน้าจอระบบที่ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง "ไปติดต่อบริษัทโฆษณา ให้พวกเขาขึ้นป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์ทั่วเมืองไปเลย เขียนว่า 'มาที่ห้างสรรพสินค้าซินจี้สิ แล้วเราจะสอนวิธีขาดทุนอย่างมีระดับให้คุณเอง!'"
หนึ่งเดือนหลังจากการเปิดตัว ห้างสรรพสินค้าได้จัดการ "แข่งขันประชันไอเดียขาดทุน" ขึ้นเป็นครั้งแรก
ในพิธีมอบรางวัล หลิวจื่อหยางได้มอบเช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านหยวนให้กับผู้ชนะเลิศ... ซึ่งเป็นเพียงเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบคนหนึ่ง
แผนการของเธอทั้งเรียบง่ายแต่กลับน่าทึ่ง นั่นคือการนำเงินทุนสำหรับทำยอดขาดทุนของห้างฯ ไปสร้าง "โรงเรียนแห่งความสุข" ในพื้นที่บนภูเขาที่ยากไร้
"พี่สาวคะ" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถาม ใบหน้าจ้ำม่ำเงยขึ้นมอง "การขาดทุนก็คือการแบ่งปันสิ่งที่เราชอบให้กับคนอื่นๆ ใช่ไหมคะ"
ทั้งงานเงียบกริบลงไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังสนั่นหวั่นไหว
ซูชิงเหยียนลอบเช็ดหางตาอย่างเงียบๆ ส่วนพ่อครัวเฒ่าก็จับมือหลิวจื่อหยางด้วยความสั่นเทา "เถ้าแก่ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ มันล้ำค่ายิ่งกว่าการหาเงินหาทองมากองเป็นภูเขาเสียอีกนะครับ"
เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้จุดประกายความกระตือรือร้นของคนทั้งชาติจนลุกโชน ธุรกิจในเมืองใกล้เคียงต่างก็ทำตาม และรวมตัวกันจัดตั้ง "พันธมิตรขาดทุน" ขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย
"แผงผักการกุศล" ปรากฏขึ้นตามตลาดสด ร้านหนังสือจัดโปรโมชัน "วันอุดหนุนความรู้" หรือแม้แต่ร้านตัดผมก็ยังเริ่มให้บริการฟรีแก่ผู้สูงอายุที่ไร้ลูกหลานดูแล
ทว่า ภายใต้ภาพความเจริญรุ่งเรืองที่เห็นอยู่ภายนอก กลับมีวิกฤตการณ์บางอย่างกำลังก่อตัวขึ้น
กลางดึกคืนหนึ่ง ซ่งอวี่เวยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องทำงาน "เถ้าแก่คะ! มีคนแฮ็กเข้าระบบการเงินของเรา แล้วโอนเงินสามร้อยล้านหยวนไปที่บัญชีในต่างประเทศค่ะ!"
จ้าวหู่คว้าท่อนเหล็กเตรียมจะพุ่งพรวดออกไปทันที "ต้องเป็นฝีมือไอ้พวกสารเลวจากภัตตาคารซิงเยว่แน่ๆ! ฉันจะไปถล่มรังของพวกมัน!"
"เดี๋ยวก่อน" หลิวจื่อหยางเอ่ยรั้งเขาเอาไว้ พลางเปิดดูประวัติการทำธุรกรรม "ปลายทางของเงินก้อนนี้... มันดูแปลกๆ อยู่นะ บัญชีผู้รับโอนเป็นบริษัทผีที่เพิ่งจดทะเบียนตั้งขึ้นมาใหม่ แต่เส้นทางการโอนเงินกลับจงใจทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ตามสืบได้"
เขาขยายภาพบนหน้าจอ "ดูสิ ไอพีแอดเดรสนี้... มันมาจากภายในห้างฯ ของเราเอง"
บรรยากาศในห้องประชุมแข็งค้างขึ้นมาในบัดดล
ซูชิงเหยียนขมวดคิ้ว "เป็นไปได้ไหมคะว่าจะมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในทีมของเรา"
หลิวจื่อหยางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน "พวกมันอยากให้เราแตกคอกันเอง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้ทุกคนทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ซ่งอวี่เวย คุณแอบไปติดต่อเพื่อนแฮกเกอร์ของคุณให้ช่วยตามรอยเส้นทางการโอนเงินก้อนนี้ที จ้าวหู่ นายไปยกระดับการรักษาความปลอดภัยของห้างฯ โดยเฉพาะที่ห้องเซิร์ฟเวอร์กับห้องการเงิน ส่วนเชฟซู เรื่องการจัดหาวัตถุดิบเข้าครัวทั้งหมดจะต้องมีคนรับผิดชอบดูแลเป็นการเฉพาะ"
นอกหน้าต่าง สายฝนกำลังเทกระหน่ำลงมา
หลิวจื่อหยางยืนอยู่หน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองดูห้างสรรพสินค้าที่ยังคงสว่างไสวท่ามกลางสายฝน
งานรื่นเริงที่เริ่มต้นขึ้นจากการ "ตั้งใจขาดทุน" ในครั้งนี้ ดูเหมือนจะบานปลายจนเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้เสียแล้ว
และศัตรูที่เร้นกายอยู่ในเงามืด ก็กำลังเตรียมพร้อมที่จะปลิดชีพการทดลองทางธุรกิจอันสุดแสนจะพิลึกพิลั่นนี้ให้ดับดิ้นลง