เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 อยากให้พวกเขาเป็นแฝดสาม!

บทที่ 19 อยากให้พวกเขาเป็นแฝดสาม!

บทที่ 19 อยากให้พวกเขาเป็นแฝดสาม!


บทที่ 19 อยากให้พวกเขาเป็นแฝดสาม!

เสิ่นรั่วจิงกอดอก เลิกคิ้วขึ้น "อืม ตระกูลฉู่ก็ไม่ได้ทำอะไรทำร้ายฉันหรอกค่ะ ยกเว้นก็แต่ทำให้พ่อฉันโดนแบน แม่ถูกไล่ออกจากบ้าน แล้วก็ลูกชายฉันไม่มีที่เรียน"

"..."

ใบหน้าของฉู่สือเชินร้อนผ่าว

เมื่อลองคิดดูให้ดี คุณนายฉู่ไม่ใช่คนแบบนั้นแน่ ต้องเป็นหลินหว่านหรูที่แอบอ้างชื่อตระกูลฉู่ไปทำเรื่องพวกนี้

แม้จะไม่ใช่คำสั่งโดยตรงจากตระกูลฉู่ แต่หลินหว่านหรูก็ใช้อิทธิพลของตระกูลฉู่เป็นเครื่องมือ เขาจึงไม่ปัดความรับผิดชอบ "ผมขอโทษครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง"

ในตอนนั้นเอง จิ่งเจินและเสิ่นเชี่ยนฮุยก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี

จิ่งเจินขมวดคิ้วและเอ่ยอย่างขุ่นเคือง "แล้วก็ไอ้เจ้าฉู่สือเชินนั่น มันทำให้รั่วจิงต้องเสียใจ! อย่าให้ฉันเห็นหน้านะ ไม่งั้นเจอเมื่อไหร่พ่อจะฟาดให้ยับเลย!"

เสิ่นเชี่ยนฮุยส่งสายตาปราม บ่งบอกว่ามีแขกอยู่ ก่อนจะมองไปทางฉู่สือเชินด้วยความลังเล "จิงจิง นี่ใครลูก?"

เสิ่นรั่วจิงยิ้มบางๆ "ฉู่สือเชินค่ะ"

จิ่งเจิน "..."

สายตาของเขาตกลงบนร่างของฉู่สือเชิน เขากระแอมไอพร้อมกับยืดหลังตรง

ฉู่สือเชินตัวสูงมาก อย่างน้อยก็หนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตร กอปรกับใบหน้าที่เคร่งขรึม เขามักจะแผ่กลิ่นอายของผู้ที่อยู่เหนือกว่าออกมาเสมอ ทว่าเมื่อจิ่งเจินยืนยืดอกอยู่ข้างๆ กลับไม่ได้ดูด้อยไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย

จิ่งเจินก้าวไปข้างหน้า และตบไหล่ชายหนุ่มด้วยมาดของผู้ใหญ่

ดวงตาของชายทั้งสองสบกัน คนหนึ่งตาหงส์ อีกคนตาดอกท้อ ประกายไฟแลบแปลบปลาบในอากาศ

ครู่ต่อมา จิ่งเจินก็แค่นเสียงเย็นชา "กล้ามเนื้อนายแน่นดีนี่"

ฉู่สือเชินมีสีหน้างุนงง

ตอนที่สบตากัน รังสีอำมหิตของคนคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย อันที่จริง เขาสัมผัสได้ถึงความระแวดระวังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนทำให้เขาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะพ่นคำพูดรุนแรงออกมาสั่งสอนเขาเสียอีก

จิ่งเจินเอามือไพล่หลังเดินผ่านฉู่สือเชินเข้าไปในห้องนั่งเล่นพลางถอนหายใจ "เฮ้อ ฉันแก่แล้ว ถ้าย้อนกลับไปสักห้าปี นายไม่มีทางสู้ฉันได้แน่!"

ฉู่สือเชินจ้องมองแผ่นหลังที่เดินจากไป ก่อนจะถามเสิ่นรั่วจิงด้วยสีหน้าจริงจัง "เมื่อห้าปีก่อนคุณพ่อของคุณร้ายกาจมากเลยเหรอครับ?"

"แน่นอนสิคะ" เสิ่นรั่วจิงตอบ "ตอนนั้นเขาเล่นเป็นฮ่องเต้น่ะ"

ก่อนจะเสริมว่า "เป็นฮ่องเต้สิ้นชาติ ตัวประกอบน่ะค่ะ"

ฉู่สือเชิน "..."

เสิ่นเชี่ยนฮุยเดินตามจิ่งเจินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ทันทีที่เข้าไป เธอก็เห็นจิ่งเจินขมวดคิ้วด้วยสีหน้ากังวลใจ "ที่รัก ตระกูลฉู่หาพวกเราเจอได้ยังไง? คืนนี้เราต้องเตรียมตัวหนีไหม?"

"..."

ยังไม่ทันที่เสิ่นเชี่ยนฮุยจะได้พูดอะไร เสียงของฉู่เทียนเหย่ก็ดังมาจากชั้นบน "คุณตา ไม่ต้องหรอกฮะ! คุณย่ากับแด๊ดดี้ไม่ได้มารังแกพวกเราสักหน่อย! พวกเขามามอบความอบอุ่นให้พวกเราต่างหาก!"

ในเมื่อเสิ่นเชี่ยนฮุยกับจิ่งเจินกลับมาแล้ว คุณนายฉู่ก็ไม่อาจปล่อยให้ฉู่สือโม่หลบซ่อนตัวอยู่ชั้นบนได้อีกต่อไป พวกเขาจึงเดินลงมาสมทบด้านล่าง

หลังจากทั้งสองฝ่ายทักทายกันอย่างเป็นทางการ พวกเขาก็พากันไปนั่งที่โซฟา

คุณนายฉู่มองไปที่เสิ่นรั่วจิงและเอ่ยขึ้น "เรื่องในบ้านฉันตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะ พบว่าคนที่วางยาพิษคือสาวใช้ในบ้าน เมื่อหลายวันก่อนเธอทำแจกันแตก ฉันเลยให้เธอชดใช้ค่าเสียหาย เธอเลยผูกใจเจ็บ หลังจากถูกจับได้เธอก็สารภาพและตอนนี้ก็ถูกส่งตัวให้ตำรวจแล้ว..."

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นรั่วจิงก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเท่าไหร่นัก

คนจากตระกูลใหญ่โตย่อมไม่ลงมือทำเรื่องพรรค์นี้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

ตอนที่เธออยู่ที่บ้านตระกูลฉู่ เธอก็รู้ดีว่าหากไม่มีหลักฐาน หลินหว่านหรูย่อมเอาตัวรอดไปได้อย่างแน่นอน นั่นคือเหตุผลที่เธอลงโทษหลินหว่านหรูด้วยวิธีของเธอเอง

เห็นได้ชัดว่าคุณนายฉู่เองก็คิดเรื่องนี้มาแล้วเช่นกัน เธอหลุบตาลง "ก่อนหน้านี้ ฉันมักจะรู้สึกเสมอว่าฉู่อวี่ขาดแม่ไม่ได้ ฉันก็เลยพยายามจับคู่หลินหว่านหรูกับสือเชิน แต่ตอนนี้ ฉันไม่คิดว่าเธอเหมาะสมที่จะเป็นนายหญิงของตระกูลฉู่อีกต่อไป ฉันเลยวางแผนที่จะยกเลิกสัญญาหมั้นหมายปากเปล่านั้นซะ"

นี่คือวิธีให้คำอธิบายในแบบของเธอ

ร่างกายของหลินหว่านหรูพังทลาย และการหมั้นหมายก็ถูกยกเลิก ถือได้ว่าเป็นการชดใช้กรรมแล้ว

แต่คำพูดของคุณนายฉู่ยังแฝงความหมายอีกนัยหนึ่งว่า อย่างไรเสียหลินหว่านหรูก็เป็นแม่ของฉู่อวี่ ตระกูลฉู่จึงทำอะไรเกินกว่าเหตุไม่ได้ นี่ถือเป็นการลงโทษสถานเบาเพื่อเป็นการตักเตือน

เสิ่นรั่วจิงพยักหน้าอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปาก

จู่ๆ โทรศัพท์ของคุณนายฉู่ก็ดังขึ้น เธอรับสาย พ่อบ้านที่อยู่ปลายสายพูดอะไรบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ จากนั้นเธอก็มมองเสิ่นรั่วจิงอย่างกระอักกระอ่วน "เสี่ยวอวี่น่ะ เขาอยากมาหาคุณ..."

เสิ่นรั่วจิงทำใจแข็งและเอ่ยขึ้นกะทันหัน "ฉันไม่มีงานอดิเรกชอบเลี้ยงลูกของคนอื่นหรอกนะคะ"

ฉู่สือเชิน "..."

คุณนายฉู่รักและตามใจหลานชายคนนี้มาตลอด เธอจึงเปิดลำโพงโทรศัพท์ เสียงไร้เดียงสาของฉู่อวี่ดังมาจากปลายสาย "คุณน้าคนสวย ผมอยากเจอคุณน้าครับ... คุณน้ากับน้องๆ อยู่ที่ไหนกัน? ผมอยากไปหาจังเลย!"

หัวใจของเสิ่นรั่วจิงสั่นสะท้าน

คุณนายฉู่ฉวยโอกาสนี้พูดขึ้นว่า "คุณเสิ่น ในเมื่อเสี่ยวเหย่กับเสี่ยวเหมิงก็เป็นสายเลือดของตระกูลฉู่ ทำไมคุณไม่พาพวกเขาเข้าไปอยู่ด้วยกันที่บ้านตระกูลฉู่ล่ะ?"

นี่คือเป้าหมายของเธอ

แม้จะยังไม่เข้าใจเสิ่นรั่วจิงดีพอนัก แต่คุณนายฉู่กลับรู้สึกถูกชะตากับเธออย่างบอกไม่ถูก การเลือกหลินหว่านหรูก่อนหน้านี้เป็นเพราะความจำเป็น แต่ตอนนี้ฉู่อวี่ก็ชอบเธอ แถมเธอยังให้กำเนิดลูกถึงสองคนให้กับสือเชิน... เสิ่นรั่วจิงเอนหลังพิงโซฟา มองไปที่ฉู่สือเชิน และปฏิเสธอย่างเย็นชา "ไม่จำเป็นหรอกค่ะ"

คุณนายฉู่ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆ ฉู่สือเชินก็เอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์ไปจากมือเธอแล้วออกคำสั่งเสียงเข้ม "อยู่บ้าน ห้ามไปไหนทั้งนั้น!"

"ผมไม่..."

เสียงใสซื่อของฉู่อวี่ที่เจือไปด้วยเสียงสะอื้นเงียบหายไปอย่างกะทันหันเมื่อสายถูกตัด

เสียงนั้นทำให้เสิ่นรั่วจิงรู้สึกว้าวุ่นใจเล็กน้อย

ฉู่สือเชินวางสายและยืนขึ้น "เด็กๆ ก็ต้องพักผ่อน งั้นพวกเราไม่รบกวนคุณเสิ่นแล้วล่ะครับ ส่วนเรื่องเมื่อห้าปีก่อน ผมจะส่งคนไปสืบดู และจะแจ้งให้ทราบทันทีที่มีผลสรุป"

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินสืบเท้าออกจากประตูไป

แม้คุณนายฉู่จะรู้สึกขัดใจ แต่เธอก็ไม่กล้าขัดคำสั่งลูกชายคนโต ได้แต่พาฉู่สือโม่เดินตามเขาออกไป

หลังจากที่คนตระกูลฉู่ยกขบวนกลับไป ห้องนั่งเล่นของตระกูลเสิ่นก็ยังคงจอแจ

เสิ่นเชี่ยนฮุยยังคงตกตะลึงไม่หาย "สรุปว่าพ่อของเสี่ยวเหย่กับเสี่ยวเหมิงคือฉู่สือเชินจริงๆ งั้นเหรอ?"

ในขณะเดียวกัน จิ่งเจินก็ลูบคางครุ่นคิด "รั่วจิง ลูกช่วยขอให้ตระกูลฉู่มาลงทุนทำหนังให้พ่อสักเรื่องได้ไหม? ให้พ่อเป็นพระเอกสักครั้งเถอะน่า..."

ฉู่เทียนเหย่กอดบัตรธนาคารไว้แน่น ลอบหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว

มีเพียงฉู่เสี่ยวเหมิงที่จู่ๆ ก็มองไปที่เสิ่นรั่วจิง "หม่ามี้คะ พี่เสี่ยวอวี่มาไม่ได้เหรอคะ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่เทียนเหย่ก็รีบใช้เท้าเขี่ยฉู่เสี่ยวเหมิงเบาๆ "พูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย? เขาเป็นลูกของยัยผู้หญิงใจร้ายคนนั้นนะ แถมยัยนั่นยังเคยพยายามจะทำร้ายพวกเราด้วย..."

ฉู่เสี่ยวเหมิงถอนหายใจ "ทำไมพี่เสี่ยวอวี่ถึงไม่ได้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของหนูกันนะ?"

ถ้าพวกเขาเป็นแฝดสาม คงจะรักกันน่าดูเลย!

ฉู่เทียนเหย่เองก็คร่ำครวญ "มีแม่เป็นผู้หญิงใจร้ายแบบนั้น เขาน่าสงสารจริงๆ แฮะ!"

เด็กทั้งสองคนผลัดกันพูดไปมา ทำให้เสิ่นรั่วจิงนึกถึงเสียงสะอื้นสุดท้ายของฉู่อวี่

จู่ๆ เธอก็ถามขึ้น "เสี่ยวเหย่ วันเกิดของฉู่อวี่คือวันไหนลูก?"

ฉู่เทียนเหย่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้าสังคม หรือเรียกให้ถูกคือผีเสื้อสังคมเลยก็ว่าได้ แม้เขาจะเพิ่งไปอยู่บ้านตระกูลฉู่ได้แค่วันเดียว แต่เสิ่นรั่วจิงมั่นใจเลยว่าเขาต้องล้วงเอาประวัติโคตรเหง้าศักราชของอีกฝ่ายมาหมดแล้วแน่ๆ!

แล้วก็เป็นไปตามคาด ฉู่เทียนเหย่ยิ้มแฉ่ง "วันที่สี่เดือนสิบตามปฏิทินจันทรคติฮะ!"

เสิ่นรั่วจิงชะงักงันไปเล็กน้อย

~

จบบทที่ บทที่ 19 อยากให้พวกเขาเป็นแฝดสาม!

คัดลอกลิงก์แล้ว