- หน้าแรก
- ถึงจะเป็นบอส แต่หม่ามี้ก็ขี้เกียจเป็นนะ
- บทที่ 18 คุณเสิ่น เรามาคุยกันเถอะ
บทที่ 18 คุณเสิ่น เรามาคุยกันเถอะ
บทที่ 18 คุณเสิ่น เรามาคุยกันเถอะ
บทที่ 18 คุณเสิ่น เรามาคุยกันเถอะ
เมื่อได้ยินเสียงเอะอะที่ประตู เสิ่นรั่วจิงก็รีบเดินลงไปชั้นล่างและพบกับคนของตระกูลฉู่
ฉู่สือโม่กำลังหยิกแก้มของฉู่เทียนเย่ "ยังมีชีวิตอยู่เหรอ? นึกว่าตายไปแล้วซะอีก?"
ฉู่เทียนเย่ "...ถ้าผมตายไป คุณอาจะเผากงเต๊กไปให้ผมไหมล่ะครับ?"
มุมปากของฉู่สือโม่กระตุก "ทำไมแกถึงได้หน้าเงินขนาดนี้เนี่ย? อ้อ จริงสิ ฉันนึกออกแล้ว แกไม่ใช่ลูกฉันนี่ เอาเงินหนึ่งล้านที่ฉันให้ไปคืนมาเลยนะ"
"ไม่ให้หรอกครับ" ฉู่เทียนเย่เอามือกุมบัตรธนาคารในกระเป๋าเสื้อไว้แน่น "บัตรใบนี้รับแต่ยอดฝาก ไม่รับยอดถอนครับ!"
ฉู่สือโม่กำลังจะอ้าปากพูดต่อ แต่คุณนายฉู่ก็ตบหัวเขาฉาดใหญ่ "แกให้เด็กไปแล้ว ยังจะหน้าด้านทวงคืนอีกเหรอ?"
ฉู่สือโม่ร้อง "ก็เขาหลอกผมอะ!"
"ถ้าเขาหลอกแกได้ก็ถือเป็นความสามารถของเขา! ถ้าแกโดนหลอก แกก็ต้องยอมรับสภาพสิ!"
เมื่อคุณนายฉู่พูดจบ เธอก็หันไปมองเสิ่นรั่วจิง ก่อนจะถลึงตาใส่ฉู่สือเชินที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ จากนั้นก็กระแอมเบาๆ แล้วพูดว่า "เสี่ยวเย่ พาคุณย่าไปดูห้องนอนของหลานหน่อยได้ไหมลูก?"
นัยน์ตาของฉู่เทียนเย่เป็นประกาย "...ได้เลยครับ ได้แน่นอน! ทางนี้เลยครับคุณย่า"
ฉู่สือโม่มองไปที่เสิ่นรั่วจิง "นี่ ยัยผู้หญิง เธอ..."
ก่อนที่เขาจะพูดจบ คุณนายฉู่ก็บิดหูเขาแล้วลากเข้าไปในบ้าน "ไปดูห้องนอนเสี่ยวเย่ด้วยกันให้หมดนี่แหละ"
ฉู่สือโม่พยายามขัดขืน "ผมไม่ได้สนใจห้องของเด็กซะหน่อย"
"ไม่ แกสนใจ" คุณนายฉู่ลากตัวเขาออกไปอย่างแข็งขัน เพื่อเปิดทางให้เสิ่นรั่วจิงและฉู่สือเชินได้อยู่ตามลำพัง โดยรู้ดีว่าพวกเขามีเรื่องต้องคุยกัน
เสิ่นรั่วจิงยืนอยู่บนบันไดหน้าประตู ดวงตาดอกท้อของเธอหลุบต่ำ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ท่าทีดูเย็นชาอยู่บ้าง
สายตาของฉู่สือเชินจับจ้องไปยังแผ่นหลังเล็กๆ ที่ร่าเริงของฉู่เทียนเย่ เมื่อครู่นี้เจ้าหนูนั่นไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาด้วยซ้ำ คงจะเกลียดเขาเข้าแล้วจริงๆ
เขาหลุบตาที่ปวดร้าวลง ข่มความดีใจที่ได้พบหน้าลูกเอาไว้ แล้วเอ่ยถาม "คุณมียาถอนพิษงั้นเหรอ?"
น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความกระจ่างแจ้ง
ระหว่างทางที่มาที่นี่ หมอเจ้าของไข้บอกว่ายาถอนพิษตัวนี้มีหมุนเวียนอยู่แค่ในวงแคบๆ เท่านั้น ราคาไม่ได้สูงมาก แต่หาได้ยากยิ่ง
เสิ่นรั่วจิงส่งเสียงครางรับในลำคอ ท่าทียังคงเย็นชา "เด็กปลอดภัยดีแล้ว คุณฉู่เชิญกลับไปได้เลย"
เธอกำลังโกรธ... ฉู่สือเชินขบกรามแน่น
เมื่อนึกย้อนไป หลินหว่านหรูไม่เคยกล้าทำท่าทีสนิทสนมกับเขาเลย เธอใช้ฉู่อวี่เป็นข้ออ้าง รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยและวางตัวอย่างเหมาะสม แต่ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่เขาเห็นเธอ เขากลับรู้สึกรังเกียจ
แต่ผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่ความคุ้นเคยในการพบกันครั้งแรก ไปจนถึงการพัวพันที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากลับดูเหมือนจะอดทนกับเธอได้เป็นพิเศษ
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับผู้หญิง จึงได้แต่อึกอักทำตัวไม่ถูก
ความเงียบงันก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองชั่วขณะ
ชั้นบน
ฉู่เทียนเย่อธิบายขณะเดินนำไป "คุณตาคุณยายไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตครับ! คุณย่า นี่ห้องของผม ส่วนนั่นห้องของน้องสาวครับ ตอนนี้น้องกำลังพักผ่อนอยู่ คุณย่าอยากดูห้องผมก่อนไหมครับ?"
ห้องของฉู่เทียนเย่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นโทนสีฟ้าและสีขาวเป็นหลัก
"คุณย่า นั่งสิครับ!"
ฉู่เทียนเย่ให้คุณนายฉู่นั่งที่โต๊ะหนังสือของเขา ทันใดนั้นเขาก็ทำหน้าตาตื่นตระหนก ราวกับกลัวว่าคุณนายฉู่จะเห็นอะไรบางอย่าง และรีบซ่อนสมุดบันทึกที่ดูธรรมดาเล่มหนึ่งบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว "นี่สมุดบันทึกประจำวันของผมครับ ห้ามอ่านเด็ดขาดเลยนะครับ!"
ดวงตาของคุณนายฉู่เป็นประกายวาววับเมื่อได้ยินดังนั้น
สมุดบันทึกของหลานชายสุดที่รัก!!
เธอกระแอมและเริ่มใช้ไม้อบรม "เสี่ยวเย่ หลานเพิ่งจะห้าขวบเองนะ ยังไม่มีความลับอะไรหรอก ให้คุณย่าช่วยตรวจดูให้ดีกว่า ว่ามีเขียนคำไหนผิดบ้างไหม!"
ฉู่เทียนเย่ยิ้มอย่างเขินอาย ก่อนจะถอนหายใจยาว "ก็ได้ครับ... แต่คุณย่าห้ามเปิดดูหน้า 38 เด็ดขาดเลยนะครับ~"
พูดจบเขาก็เอ่ยขึ้นอีกว่า "ผมไปเรียกน้องสาวก่อนนะครับ!"
ร่างเล็กๆ เดินตรงไปยังประตู ก่อนจะก้าวออกไปก็ยังไม่วายหันมากำชับอีกครั้ง "จำไว้นะครับ ห้ามดูหน้า 38 เด็ดขาดเลยนะ~"
คุณนายฉู่รู้สึกเหมือนมีแมวมาข่วนหัวใจคันยิบๆ "..."
ทันทีที่เจ้าหนูเดินพ้นห้องไป เธอก็รีบเปิดหน้า 38 อย่างกระตือรือร้นทันที ในหน้านั้นมีตัวหนังสือโยกเย้เขียนไว้ว่า:
"วันนี้เป็นวันเกิดของผม แต่หม่ามี๊ต้องออกไปทำงานจนดึกดื่น เพียงเพื่อจะซื้อเค้กวันเกิดให้ผมกับน้องสาว ผมสงสารหม่ามี๊จังเลย
หม่ามี๊บอกให้ผมอธิษฐาน คำอธิษฐานของผมก็คือ ขอให้มีเงินยี่สิบล้านโผล่เข้ามาในบัญชีธนาคารของผม ผมจะได้เลี้ยงดูหม่ามี๊ตอนแก่เฒ่าได้
ผมไม่เคยบอกคำอธิษฐานนี้กับใครเลย เพราะถ้าพูดออกไปแล้วมันจะไม่เป็นจริง แล้วผมก็จะไม่ให้ใครเห็นสมุดบันทึกหน้านี้ด้วย~"
ดวงตาของคุณนายฉู่แดงก่ำ เธอถอนหายใจออกมา "หลายปีมานี้ เสิ่นรั่วจิงคงลำบากมากที่ต้องเลี้ยงลูกสองคนมาเพียงลำพัง มิน่าล่ะ เสี่ยวเย่ถึงได้เห็นแก่เงินนัก เป็นเพราะชีวิตที่ผ่านมามันยากลำบากเกินไปนี่เอง"
ฉู่สือโม่บ่นอุบอิบ "บ้านเราก็ออกจะรวยล้นฟ้าขนาดนี้ แต่แม่ก็ยังงกเงินเลย นี่มันบ่งบอกชัดๆ ว่าเป็นกรรมพันธุ์..."
"เพียะ!"
เขาโดนตบหัวไปอีกหนึ่งฉาด คุณนายฉู่เอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด "เดือนนี้แกได้เงินปันผลจากบริษัทแล้วใช่ไหม?"
ฉู่สือโม่กอดกระเป๋าสตางค์แน่น "แม่ จะทำอะไรน่ะ?"
"คำอธิษฐานวันเกิดของหลานชายแกมีแค่นี้เอง เราจะไม่ทำให้มันเป็นจริงได้ยังไง? เร็วเข้า โอนเงินยี่สิบล้านไปให้หลานเดี๋ยวนี้!"
"แล้วทำไมแม่ไม่โอนเองล่ะ?"
"แหม ฉันทำใจไม่ได้น่ะสิ"
ฉู่สือโม่: ?
เขาหาข้ออ้าง "ผมไม่มีเลขบัญชีของเขาสักหน่อย..."
"อยู่นี่ไงล่ะ!" คุณนายฉู่ยื่นสมุดบันทึกให้เขาทั้งที่ตาแดงๆ "เขียนอยู่ด้านหลังนี่ไง!"
ฉู่สือโม่เหลือบมองและพบว่ามีเลขที่บัญชีธนาคารเขียนไว้ที่ท้ายสมุดบันทึกจริงๆ พร้อมกับข้อความที่เขียนกำกับไว้ว่า: ผมรู้ว่าเทพเจ้าเป็นคนประทานพรวันเกิดให้ ผมเลยเขียนเลขบัญชีธนาคารเอาไว้ด้วย เผื่อว่าเทพเจ้าจะโอนเงินผิดบัญชีครับ
ฉู่สือโม่: !!
ทำไมเขาถึงต้องเป็นคนรับกรรมเสียเงินอยู่ตลอดเลยเนี่ย!
ในห้องนอนของฉู่เสี่ยวเหมิง เด็กน้อยกำลังกอดตุ๊กตาไดโนเสาร์ของเธอไว้แน่น "พี่ชาย พี่บอกว่าจะไปห้องพี่ไม่ใช่เหรอ?"
"เดี๋ยวค่อยไปน่า~" นัยน์ตาของฉู่เทียนเย่ทอประกายวาววับ หลังจากเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าจากธนาคารดังขึ้น เขาก็ฉีกยิ้มกว้างและพูดว่า "ปะ เราเอาแตงโมไปให้พวกเขาสักจานกันเถอะ!"
ฉู่เสี่ยวเหมิง: "...ให้คุณอาเหรอ?"
"คุณอาอะไรกัน นั่นลูกค้าระดับวีไอพีต่างหากล่ะ!"
"..."
เสียงหัวเราะจากชั้นบนดังก้องลงมา ทำให้ความเงียบงันระหว่างเสิ่นรั่วจิงและฉู่สือเชินยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก
ฉู่สือเชินเงยหน้าขึ้นมองชั้นสอง สีหน้าของเขาอ่อนโยนลง เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเหตุผล "คุณเสิ่น ทำไมเราไม่ลองคุยกันดีๆ ล่ะครับ?"
เสิ่นรั่วจิงแค่นหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น "คุยเรื่องที่คุณทอดทิ้งเด็กสองคนเพื่อฉู่อวี่น่ะเหรอ?"
ฉู่สือเชินอธิบายอย่างจริงจัง "คุณเสิ่น คืนนั้นเมื่อห้าปีที่แล้ว ผมถูกจัดฉากและจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเข้าใจคุณผิด... ในเมื่อเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้แล้ว เราสองคนต่างก็เป็นพ่อแม่ของเด็กๆ ทำไมต้องตั้งตนเป็นศัตรูกันด้วยล่ะครับ? นอกจากเรื่องวันนี้ ผมก็ไม่เคยทำอะไรให้คุณเสียหายเลยนะ..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เสียงของจิ่งเจินก็ดังมาจากข้างนอก:
"ภรรยาจ๋า ทุเรียนนี่แพงไปหน่อยนะ คราวหน้าเราคงซื้อกินไม่ได้แล้วล่ะ ตระกูลฉู่แบล็กลิสต์ผม ช่วงนี้ผมเลยไม่มีงานแสดง ไม่มีรายได้เข้ามาเลย
คุณนายเสิ่นก็ทำตามคำสั่งของตระกูลฉู่ ตัดขาดความสัมพันธ์กับคุณแถมยังหยุดให้ค่าใช้จ่ายรายเดือนอีก ผมคำนวณดูแล้ว เงินเก็บที่บ้านเราเหลือไม่มาก เราต้องประหยัดกันหน่อยแล้วล่ะ
เสี่ยวเย่น่าสงสารที่สุด... เด็กตัวแค่นี้ แต่ตระกูลฉู่ถึงกับสั่งไม่ให้โรงเรียนอนุบาลรับเขาเข้าเรียน เราต้องรีบเก็บเงินให้เร็วที่สุด เขาจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ ได้
เราไปมีความแค้นอะไรกับตระกูลฉู่นักหนาเนี่ย? ทำไมพวกเขาถึงใจร้ายได้ขนาดนี้?"
ฉู่สือเชิน: ??