เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 เลี้ยงข้าว

บทที่ 30 เลี้ยงข้าว

บทที่ 30 เลี้ยงข้าว


เมื่อได้หัวข้อพูดคุยร่วมกัน และมีมุมมองตรงกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับหญิงก็สามารถอุ่นขึ้นได้อย่างน่าประหลาดใจ

การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นสิ่งที่ผู้ชายไม่อาจเข้าใจได้

อย่างหลินม่อลี่และสู่หนาน พอกลับมาถึงคลินิก ทั้งสองก็เรียกกันว่าพี่สาวน้องสาวเสียแล้ว และเมื่อสู่หนานรู้ว่าหลินม่อลี่จะมาทำงานที่ร้านเจียงเฟย ก็ยิ่งดึงมือชวนให้มาหาและคุยกันบ่อยๆ

"หมอเจียง คราวก่อนคุณช่วยฉันครั้งใหญ่ ฉันก็ยังไม่ได้ขอบคุณอะไรเลย ตั้งใจจะเลี้ยงข้าวมาตลอด แต่ไม่มีโอกาส คุณเลิกงานเร็วมาก พอฉันไปหา คุณก็ไม่อยู่แล้ว เลือกวันดีไม่เท่ากับวันนี้เลย วันนี้ขอเลี้ยงคุณกับม่อลี่ที่บ้านฉันได้ไหม?" สู่หนานมองเจียงเฟยด้วยความหวัง ส่งคำเชิญออกมา

นางซาบซึ้งในน้ำใจเจียงเฟยจริงๆ เป็นความรู้สึกจากก้นหัวใจ ภาพตอนที่โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ ดังนั้นเมื่อเจียงเฟยก้าวออกมาจากฝูงชนช่วยนาง ความรู้สึกนั้นนางไม่มีวันลืม

การไปกินข้าวที่บ้านหมอสาวสวยคนนี้ เจียงเฟยก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก เพราะรู้มาก่อนแล้วว่าสู่หนานหย่าร้างและอยู่คนเดียว ไม่มีผู้ชายในบ้าน

แต่ที่สู่หนานเชิญทั้งเขาและหลินม่อลี่ไปด้วยนั้น เจียงเฟยคิดว่าจากท่าทีที่หลินม่อลี่หยิกเนื้ออ่อนที่บั้นเอวเขาเมื่อกี้ นางคงปฏิเสธอย่างแน่นอน

และถ้าหลินม่อลี่ไม่ไป เขาก็คงไม่สะดวกที่จะไปคนเดียว

เจียงเฟยจึงหันมองหลินม่อลี่ รอดูว่านางจะปฏิเสธอย่างไร แล้วค่อยปฏิเสธตาม

แต่ที่คาดไม่ถึง หลินม่อลี่กลับกะพริบตาแกล้งทำเป็นน่ารักใส่เขา แล้วยิ้มสดใสจับแขนสู่หนานพูดว่า "ได้เลยค่ะ วันนี้จะได้ลองฝีมือทำอาหารของพี่สู่หนานซะที"

"..." เจียงเฟยผงะนิดหนึ่ง

ผู้หญิงนี่ช่างเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ!

แต่เมื่อหลินม่อลี่ตกลงแล้ว เขาเป็นผู้ชายก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธอีก พยักหน้าตอบตกลง การได้รับประทานอาหารเย็นกับสาวสวยสองคนนั้น ผู้ชายหลายคนก็ยังอยากได้ เจียงเฟยจะโง่พอที่จะทำเป็นถ่อมตัวในเวลาแบบนี้ได้อย่างไร

สู่หนานพยักหน้ายิ้มร่าพูดว่า "ดีมากเลย ฝีมือทำอาหารของฉันก็ไม่เลวนะ เย็นนี้รับรองไม่ผิดหวัง!" นางดูมั่นใจในฝีมือทำครัวของตัวเองมาก ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ชวนทั้งสองไปกินที่บ้าน "หมอเจียง คุณกับม่อลีกลับไปเก็บของที่คลินิกก่อนเลย ฉันก็จัดการที่ร้านแล้วเราไปด้วยกันเลย"

ไม่กี่นาทีต่อมา

เจียงเฟยเปลี่ยนจากเสื้อกาวน์ขาว ล็อคประตูร้าน สู่หนานก็ทำแบบเดียวกัน

ทั้งสามคนก็พบกันอีกครั้ง ขึ้นรถจีปอินดิเส็ตของเจียงเฟย

คราวนี้หลินม่อลี่ไม่ได้นั่งเบาะหน้าข้างๆ เจียงเฟยอีกแล้ว แต่ไปนั่งเบาะหลังพร้อมกับสู่หนาน ราวกับเป็นพี่สาวน้องสาวที่ไม่ได้พบกันนาน มีเรื่องคุยกันไม่รู้จบ

เจียงเฟยมองผ่านกระจกมองหลัง แอบชื่นชมอยู่เงียบๆ

ที่จริงเขายังไม่เคยเห็นสู่หนานถอดเสื้อกาวน์ขาวออกแล้วใส่เสื้อผ้าธรรมดาเลย

เสื้อกาวน์ขาวแม้จะถือเป็นชุดทำงานรูปแบบหนึ่ง แต่ก็ทรงอวบหนาเกินไป ไม่สามารถแสดงรูปทรงอ่อนช้อยของสตรีออกมาได้ทั้งหมด ตอนนี้สู่หนานถอดเสื้อกาวน์ออก เส้นสายรูปร่างอันงดงามก็ปรากฏให้เห็นทันที นางใส่เสื้อชีฟองแขนยาวสีขาวข้างใน กางเกงขาสั้นสีดำ ต่อลงมาก็เป็นขาเรียวยาวที่ถุงน่องสีดำห่อหุ้มอยู่ และส้นสูงสีดำ

และนางก็ดูไม่หนุ่มสาวเท่าหลินม่อลี่อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ถึงกับดูแก่ บอกได้แต่ว่าสุกงอมแล้ว

ส่วนสูงของสู่หนานไม่ได้สูงแบบนางแบบเหมือนหลินม่อลี่ ประมาณหนึ่งเมตรหกสิบหกเห็นจะได้ ขาจึงไม่เรียวยาวเท่า แต่นางก็มีจุดเด่นที่ชัดเจนมากจุดหนึ่ง นั่นคือหน้าอกที่ใหญ่กว่าหลินม่อลี่เห็นได้ชัดอยู่หนึ่งไซส์!

รูปร่างหลินม่อลี่สมส่วน หน้าอกก็เกินค่าเฉลี่ยไปมากแล้ว แต่เทียบกับสู่หนานก็ยังเป็นรองอยู่ไม่น้อย

เสื้อชีฟองสีขาวของสู่หนาง ดูเหมือนกระดุมจะดันแน่นเต็มที่ เจียงเฟยอดอุทานในใจไม่ได้ว่า นี่แหละผู้หญิงที่ผ่านการมีลูกมาแล้ว! ตอนนางใส่เสื้อกาวน์ขาวก็ไม่ได้สังเกต แต่ที่จริงหมอสาวสวยคนนี้นอกจากถุงน่องสีดำและส้นสูงสองอาวุธใหญ่แล้ว ยังมีอีกหนึ่งอาวุธด้วย!

"หมอเจียง แวะตลาดสดก่อนนะ ที่บ้านเหลือของไม่มากแล้ว คุณกับม่อลี่มาเป็นแขน ฉันต้องต้อนรับให้ดีๆ หน่อย" สู่หนานยิ้มพูด

เจียงเฟยพยักหน้าสตาร์ทรถพูดว่า "สู่หนาน ขอเรียกพี่สู่ได้ไหม แล้วก็ไม่ต้องเรียกหมอเจียงแล้ว ห่างกันเกินไป เรียกชื่อเจียงเฟยตรงๆ เลย"

สู่หนานก็ไม่เกี้ยวกราด ยิ้มพูดว่า "ก็ดี ฉันอายุมากกว่าคุณกับม่อลี่อยู่หลายปี ต่อไปก็จะเรียกชื่อคุณตรงๆ เลยนะ..."

ตลาดสด เจียงเฟยที่ทำอาหารกินเองทุกวันช่วงนี้ก็คุ้นเคยดี ขับรถไม่นานก็ถึง

ตอนนั้นเจียงเฟยก็ยังลังเลอยู่ในใจว่าคืนนี้จะโชว์ฝีมือบ้างดีไหม ดูท่าสู่หนานมั่นใจในฝีมือทำครัวของนางไม่น้อย คืนนี้เตรียมจะใช้ฝีมือตอบแทนคุณ

เขาจะแสร้งทำเป็นว่าทำครัวไม่เป็น แล้วฝืนทนกินอาหารของนาง หรือจะลงมือทำเองให้สองหญิงได้ลองฝีมือแล้วตะลึง

ว่าไปแล้ว เดือนนี้เจียงเฟยยุ่งกับเรื่องหมู่บ้านเต้าชุนตลอด หลินม่อลี่ก็ยุ่งกับบริษัทอสังหาฯ ไม่แพ้กัน เสี่ยวจื้อกินฝีมือครัวระดับปรมาจารย์ของเขาไปไม่น้อย แต่หลินม่อลี่ยังไม่เคยได้ลิ้มลอง

ไม่เช่นนั้น ด้วยนิสัยกินจุของหลินม่อลี่ ก็คงมาขอแอบกินที่บ้านทุกวันแล้ว

"ช่างเถอะ ดูสถานการณ์ก่อน ถ้าพี่สู่ทำครัวแย่เกินไปค่อยออกโรงก็แล้วกัน" เจียงเฟยคิดในใจ คนที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตอย่างเขา หนึ่งเดือนที่ผ่านมาถูกฝีมือตัวเองเลี้ยงปากจนเชยชม อาหารของคนอื่นเขาก็ไม่ค่อยอยากกินแล้ว

จอดรถที่ตลาดสด

สู่หนานและหลินม่อลี่จับแขนกัน เดินนำหน้าอย่างพี่สาวน้องสาว เจียงเฟยเกาจมูกเดินตามหลัง

พอเดินเข้าตลาด ก็รู้ว่าเรื่องไม่ค่อยดีนัก

เพราะตอนนี้เกินห้าโมงแล้ว ช้าเกินไป แผงขายผักส่วนใหญ่เก็บแผงหมดแล้ว แม้จะยังมีบางแผงอยู่ แต่บนแผงก็ไม่มีของดีเหลือแล้ว เป็นผักที่ถูกเลือกทิ้งเอาไว้ บางอย่างเอาไปทิ้งก็ได้อีก ไม่มีของดีอะไรเลย

สู่หนานหน้าเป็นทุกข์พูดว่า "นี่จะทำยังไงดี ไม่มีผักแล้ว!"

ถ้าไม่มีผัก ที่บ้านก็มีแต่เศษเหลือ คงเอาออกมาต้อนรับแขกไม่ได้แน่ นางตั้งใจจะเลี้ยงเจียงเฟยและหลินม่อลี่ ถ้าต้องออกไปกินร้านอาหารข้างนอก สู่หนานก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้องนัก ไม่ใช่ว่าแพงเกินไป แต่รู้สึกว่าไม่มีใจรักเท่ากับที่นางทำอาหารเองให้เจียงเฟยกิน

หลินม่อลี่ปลอบใจว่า "ไม่เป็นไรหรอก พี่สู่ วันนี้ทำอะไรกินง่ายๆ ก็ได้ ฉันกับเจียงเฟยก็กินไม่มากหรอก เราเป็นเพื่อนกันแล้ว จะต้องเกรงใจกันอะไร..."

เจียงเฟยกลับไม่ได้รู้สึกอะไร สำหรับปรมาจารย์ทำครัวฝีมือแท้จริงแล้ว สำนวนที่ว่า "แม่ครัวดีก็ทำอาหารไม่ได้ถ้าไม่มีวัตถุดิบ" นั้นไม่ค่อยถูกต้องนัก แม้วัตถุดิบธรรมดา เขาก็ยังทำอาหารอร่อยออกมาได้!

"ดูเหมือนต้องออกโรงแล้วล่ะ" เจียงเฟยคิดในใจ

แล้วก็เดินตรงไปยังแผงผักที่ยังเหลืออยู่ไม่กี่แผง เริ่มคัดเลือกวัตถุดิบ...

จบบทที่ บทที่ 30 เลี้ยงข้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว