- หน้าแรก
- ระบบยุทธจักรสรรพศิลป์
- บทที่ 15 อาหารราชสำนัก
บทที่ 15 อาหารราชสำนัก
บทที่ 15 อาหารราชสำนัก
คราวนี้เจียงเฟยทำอาหารนานกว่าปกติ กว่าจะยกจานอาหารที่แสนประณีตออกมาวางบนโต๊ะก็ผ่านไปเกือบชั่วโมง
สามสาวรอจนใจจะขาดอยู่แล้ว ยิ่งได้กลิ่นหอมฟุ้งก็ยิ่งอยากกินแทบทน ไม่ไหว พอเห็นโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารรูปงามกลิ่นหอมรสเลิศ แค่กวาดตามองก็เกือบเคลิบเคลิ้มไปแล้ว
"สวยมาก หอมมากด้วย! ลุงเก่งจริงๆ เลย" ถังหยวนและสวีจิ้งพูดพลาง แต่สายตากลับเกาะติดกับอาหารบนโต๊ะ ขยับไปไหนไม่ได้เลย
แม้แต่เซี่ยเสี่ยวจื้อที่แวะมาแอบกินอาหารของเจียงเฟยหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งที่อาหารออกมาเธอก็ยังมีท่าทางตะกละไม่แพ้กัน ยังคงทำหน้าอดอยากปากแห้งอยู่เสมอ
"ลุง คราวนี้ทำไมนานจัง? ก่อนหน้านี้ลุงทำอาหารเสร็จแค่ครึ่งชั่วโมงเลย" เซี่ยเสี่ยวจื้อไม่สนใจภาพลักษณ์เลยแม้แต่น้อย เจียงเฟยยังไม่ทันนั่งโต๊ะ เธอก็แจกตะเกียบให้เพื่อนรักสองคนราวกับเธอเป็นเจ้าบ้านเสียเอง แล้วก็เริ่มหยิบอาหารเข้าปากก่อนเลย
เจียงเฟยยกจานเซรามิกใบใหญ่กว่าจานอื่นออกมา ในจานมีไก่ทั้งตัวผิวเหลืองทองมันวาว น่ารับประทานจนน้ำลายสอ ด้านล่างมีใบผักเขียวและดอกไม้สีแดงประดับ ไม่เหมือนอาหารแต่เหมือนงานศิลปะมากกว่า
"นี่คืออะไรนะ? ไก่ทั้งตัวเลย ไก่ขอทานเหรอ!" ถังหยวนถามอย่างอยากรู้
เจียงเฟยยิ้มตอบว่า "ไก่ขอทานต้องห่อดินแล้วเผาไฟ จะเอาดินมาจากไหนในบ้านล่ะ? นี่คือไก่นึ่งแห้งทั้งตัว ไม่ได้หั่นเป็นชิ้น ไม่ได้ต้มหรือตุ๋น คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อไก่จึงเก็บไว้ได้อย่างดีที่สุด ไม่เพียงอร่อยเท่านั้น กินแล้วยังช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงเลือดลม แก้มือเท้าเย็นด้วย... อ้อ สวีจิ้ง กินมากหน่อยนะ"
"ว้าว!" ถังหยวนได้ยินแล้วก็ร้องอุทานเกินจริง กะพริบตาแล้วก็แอบมองสวีจิ้งที่หน้าแดงก่ำ แล้วก็มองเซี่ยเสี่ยวจื้อที่เม้มปากนิดหน่อยดูไม่ค่อยพอใจ
สวีจิ้งนั่งอยู่ข้างๆ เจียงเฟยพอดี สาวน้อยหน้าเด็กอกใหญ่ไม่อาย เงยหน้ามองเจียงเฟยพร้อมกับดวงตาเป็นประกายว่า "ลุงดีกับหนูจังเลย!"
เซี่ยเสี่ยวจื้อบ่นเบาๆ แล้วก็พูดอย่างฉลาดแกมโกงว่า "นั่นเรียกว่าจิตใจแพทย์ดั่งบิดามารดา จ้วงจ้วง ลุงรู้ว่าแกประจำเดือนผิดปกติ เลยทำเมนูนี้เป็นพิเศษ ลุงก็เหมือนพ่อแม่แกนั่นแหละ ดังนั้นก็อย่าได้มีความคิดไม่ดีเลยนะ!" สวีจิ้งตาโตจะโต้ตอบกลับ
แต่พอก้มหน้าลงมาก็พบว่า เซี่ยเสี่ยวจื้อและถังหยวนสองคนกินอาหารอย่างหน้าตาเฉยไปแล้ว ไม่สนใจภาพลักษณ์แม้แต่น้อย
สวีจิ้งก็ตกใจ ไม่มีเวลาโต้เถียงอีกต่อไป คว้าจานไก่นึ่งแห้งมาไว้ข้างตัวก่อนเลย นี่คืออาหารของเธอ ต้องเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยไปแย่งอาหารจานอื่นกับสองคน
"ลุง นี่คืออะไรนะ? ดูอ้วนๆ มันๆ เหมือนหมูสามชั้นเลย ถ้ากินเยอะๆ แล้วจะอ้วนไหมนะ? แต่เมนูนี้น่ากินมาก แถมมีกลิ่นที่หอมพิเศษมากด้วย" สวีจิ้งชี้ไปที่จานอาหารที่เรียงตัวเหมือนดอกไม้
ตอนนั้นเซี่ยเสี่ยวจื้อและถังหยวนก็มองเจียงเฟยเช่นกัน
เมนูนี้ดูน่ากินมาก ได้กลิ่นแล้วนอกจากหอมเนื้อยังมีกลิ่นพิเศษอีกอย่างที่ไม่รู้ว่าคืออะไร
อยากกินมาก แต่ก็รู้สึกลังเล เพราะผู้หญิงรักสวยรักงาม ชอบอาหารแต่ก็อยากให้ร่างกายไม่อ้วน เอวไม่ขยาย ขาไม่หนา ขัดแย้งจริงๆ
เจียงเฟยยิ้มแนะนำว่า "เมนูนี้มีที่มา ว่ากันว่าเป็นเมนูที่สืบทอดมาจากราชสำนักราชวงศ์ชิง เป็นเมนูที่พ่อครัวชั้นยอดในห้องเครื่องคิดค้นขึ้นนานหลายปีสำหรับงานเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษาของพระนางซูสีไทเฮา เมนูนี้ไม่มีการเติมสีสังเคราะห์หรือผงชูรสใดๆ ใช้เพียงโป๊ยกั๊ก อบเชย ซีอิ๊วถั่วเหลือง และเครื่องเทศหอมอื่นๆ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนเข้าเนื้อ กลิ่นหอมจึงต่างจากเนื้อทอดทั่วไป และในกระบวนการทำ ไขมันในสามชั้นก็ถูกสกัดออกหมด ทำให้เนื้อชิ้นบางๆ มันแต่ไม่เลี่ยน บานสะพรั่งดุจดอกไม้ สีสันสดใสหอมกรุ่น กินมากแค่ไหนก็ไม่รู้สึกอิ่มแน่ มีแต่หอมกับหอม และกินบ่อยแค่ไหนก็ไม่อ้วนอย่างแน่นอน ครั้งที่ทำออกมาแรกๆ ก็เป็นที่โปรดปรานของพระนางซูสีไทเฮาและบรรดาฝ่ายใน ได้รับพระราชทานนามว่า 'หมูหมื่นศิริมงคล' เอาล่ะ กินได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าเนื้อจะไปงอกในที่ไม่ควรงอก..."
คำพูดของเจียงเฟยยังไม่จบ สามสาวก็คว้าตะเกียบลงมือก่อนแล้ว
แท้จริงแล้ว เมนูนี้มันแต่ไม่เลี่ยนจริงๆ ละลายในปาก ยิ่งกว่านั้นน้ำซึมในเนื้อไม่ใช่น้ำมัน แต่เป็นรสชาติเครื่องเทศผสมกัน กินแล้วเหมือนล่องลอยอยู่ในสวรรค์ก็ไม่เกินจริงเลย!
พอจานนั้นหมด สายตาของสามสาวที่มองเจียงเฟยก็ไม่ต่างจากมองเทพเจ้าแล้ว
อาหารอร่อยเช่นนี้ สมควรแล้วที่จะมีแต่ในสรวงสวรรค์ แผ่นดินนี้หาได้ยากเต็มที!
"นี่คือพระกระโดดข้ามกำแพงฉบับชาวบ้าน ฉันซื้อวัตถุดิบหรูหราทุกอย่างมาทำให้ค
งไม่ได้หรอก แต่ถึงแม้วัตถุดิบของพระกระโดดข้ามกำแพงจะธรรมดา รสชาติไม่แพ้พ่อครัวชั้นยอดที่ใช้หูฉลามและเป๋าฮื้อทำหรอก ฉันเน้นความแยบยลและการยกระดับทางครัว..."
"เมนูนี้ชื่อ 'สะท้านวิญญาณ' ไม่ใช่ซี่โครงผัดไข่นะ..."
"นี่คือปูเปลือกนิ่มที่ฉันดองไว้หลายวันแล้ว ปูเปลือกนิ่มกินได้ดีที่สุดช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง ช่วงนี้ปูยังไม่อ้วนนัก รสชาติก็ยังไม่เต็มที่ แต่ผ่านมือฉันแล้วก็ถือว่าวิเศษพอตัว... จ้วงจ้วงนะ ถ้าไม่อยากให้ท้องปวด ก็อย่ากินเมนูนี้เลยดีกว่า เนื้อปูมีพลังหยินหนักมาก กินไก่นึ่งแห้งต่อไปเถอะ..."
สามสาวงามดูเปราะบางแต่พอนั่งโต๊ะกินข้าวจริงๆ ปริมาณอาหารที่กินได้นั้นน่าประทับใจยิ่ง
ดุจสายลมพัดใบไม้ร่วง จานหนึ่งหมด ไม่ช้าก็อีกจานหนึ่ง
อาหารที่เจียงเฟยทุ่มเทมาครึ่งวันถูกกินหมดเกลี้ยง แต่ละคนยังเหมือนกินไม่อิ่มใจ อยากกินต่ออีก แม้แต่น้ำซุปสามรสก็ถูกดูดจนหมดหยด
ทั้งสามคนในชั้นเรียนอาจจะซนไม่เรียบร้อย ไม่ใช่นักเรียนดีตั้งใจเรียน แต่ในหลายสถานการณ์ก็ยังสนใจภาพลักษณ์ รักสวยรักงาม
แต่วันนี้ทุกกฎพังทลายหมด ภาพลักษณ์หายเรียบ
"ลุง พวกหนูยังไม่อิ่มเลย ทำไมทำมาน้อยแค่นี้ล่ะ"
"ใช่เลย ลุง หนูอยากกินอีก คราวหน้าหนูจะตามเสี่ยวจื้อมากินที่นี่อีกนะ..."
เจียงเฟยกระตุกมุมปาก พูดว่า "พวกเธอสามคนนี่ตะกละจริง ทาโอเถียหรือเปล่านะ?"
"ทาโอเถียคืออะไรนะ?"
"ทาโอเถียคือหมาป่าที่กินไม่รู้จักอิ่ม!" เจียงเฟยบอกอย่างไม่มีไมตรี
แล้วก็โบกมือพูดว่า "กินน้อยหอม กินมากเสีย ของอร่อยแค่ไหนก็อย่ากินจนเกินพอดี วันนี้กินเยอะพอแล้ว ถ้ากินอีกก็จะท้องอืดแน่"
เซี่ยเสี่ยวจื้อพูดขึ้นอย่างไม่แยแส "ท้องอืดก็ไม่เป็นไร ลุงบอกว่าตัวเองเป็นหมอเก่งที่สุดไม่ใช่เหรอ ท้องอืด ลุงก็รักษาให้หนูได้เลย"
เจียงเฟยขึ้นตาขาวใส่หนูน้อยคนนั้น แล้วก็ไม่สนใจพวกเธออีก เดินเข้าห้องทำงาน เริ่มจัดการแผนวิลล่าพักตากอากาศของตัวเอง
ห้องเช่าที่เขาอยู่มีสองห้องนอน อยู่คนเดียวก็ใช้แค่ห้องหนึ่ง อีกห้องจึงถูกดัดแปลงเป็นห้องทำงาน
ชั้นหนังสือบนหิ้งมีมากไม่มาก น้อยก็ไม่น้อย แพทยศาสตร์ครึ่งชั้น ที่เหลือเป็นวรรณกรรมโลกและรวมบทความ ก่อนหน้านี้ยังเคยมีตำราประวัติศาสตร์บันเทิง และวรรณกรรมคลาสสิก สมบัติล้ำค่าของผู้ชาย
แต่ตั้งแต่สามเดือนก่อนที่เขารับเป็นครูสอนพิเศษให้เซี่ยเสี่ยวจื้อ และครั้งหนึ่งเซี่ยเสี่ยวจื้อแอบเข้าห้องทำงานแล้วพบหนังสือพวกนั้น เจียงเฟยก็รีบล็อคใส่กล่องเก็บไว้ ไม่กล้าเอาออกมาอีก
นั่งลงหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ เจียงเฟยรู้สึกว่ามีเรื่องต้องคิดพร้อมกันหลายพันเรื่อง
เรื่องสร้างวิลล่า สั่งทีมก่อสร้างไปแล้ว รากฐานก็ทำเสร็จแล้ว ชั้นหนึ่งของวิลล่าก็เกือบสร้างเสร็จครึ่งหนึ่ง แบบแปลนบ้านก็วาดเสร็จนานแล้ว
สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือออกแบบสไตล์ตกแต่งภายใน เจียงเฟยไม่ได้จ้างนักออกแบบ อยากทำตามความคิดตัวเองทั้งหมด ไม่ใช่ว่าไม่ไว้วางใจคนอื่น แต่เพราะบ้านที่จะอยู่นานๆ ถ้าไม่ถูกรสนิยม ก็จะเป็นเรื่องไม่สบายใจตลอดไป
แล้วยังมีที่ดินรกร้างที่เช่ามา ตอนนี้ทีมก่อสร้างใช้รถขุดถากถางให้แล้ว ดินก็ร่วนซุยพร้อมปลูกพืชผักและต้นไม้ผลแล้ว
ผักนั้นยุ่งยากกว่า แต่ต้นไม้ผลปลูกได้ทันที ไม่ต้องรอบ้านสร้างเสร็จ เจียงเฟยกำลังคิดว่าจะปลูกต้นอะไรดี
บึงน้ำนั้นก็ปล่อยลูกปลาลงไปได้ทันทีแล้ว...
แค่จัดการทุกอย่างพวกนี้ให้เรียบร้อย คะแนนประสบการณ์ของเจียงเฟยก็จะพุ่งพรวดขึ้นแน่ๆ!
ช่วงนี้คะแนนประสบการณ์เพิ่มขึ้นทุกวันไม่ขาด แต่ก็ยังช้า ตอนนี้อยู่ที่ 89/500 ถ้าไม่ปลูกพืชผักและต้นไม้ผลในปริมาณมาก หรือเลี้ยงปลา ไก่ เป็ด ห่านและสัตว์ปีกต่างๆ คงใช้เวลาสองเดือนก็ยังไม่ขึ้นระดับ 1 เสียที
ส่วนคลินิกช่วงนี้ธุรกิจดีมาก ความชำนาญแพทยศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ ถึง (ระดับ 6 +19%) แล้ว ถ้าเป็นไปตามแนวโน้มนี้ แพทยศาสตร์ระดับ 7 คงไม่นานเกินรอ
กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เซี่ยเสี่ยวจื้อทรงผมเห็ดก็ไม่ยอมลงไปกับเพื่อนรักสองคน แอบลอดเข้ามาในห้องทำงาน เห็นแบบแปลนบนโต๊ะก็ถามอย่างประหลาดใจว่า " ลุงจะเลิกเป็นหมอมารับงานก่อสร้างเหรอ?"
เจียงเฟยชายตามอง ตอบเรื่อยๆ ว่า "จะรับงานก่อสร้างที่ไหนล่ะ นี่คือแบบแปลนวิลล่าที่ฉันกำลังสร้างอยู่ ดูดีไหม?"
"สร้างวิลล่า?" เซี่ยเสี่ยวจื้อหยิบแบบแปลนมาดูสักครู่ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถามอย่างตื่นตกใจ "ลุงจะย้ายออกจากที่นี่เหรอ?"
เซี่ยเสี่ยวจื้อรู้ว่าห้องชุดนี้เจียงเฟยเช่าอยู่ ไม่ได้ซื้อ ถ้าเจียงเฟยย้ายออกก็ย่อมไม่สามารถเป็นครูสอนพิเศษให้เธออีก บางทีแค่จะพบหน้ากันก็ยากแล้ว
เพราะฉะนั้น เซี่ยเสี่ยวจื้อที่เพิ่งยิ้มร่าอยู่ก็ตื่นตระหนกขึ้นมาโดยอัตโนมัติ