เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 สู้เอวบางไม่ได้

บทที่ 14 สู้เอวบางไม่ได้

บทที่ 14 สู้เอวบางไม่ได้


หกโมงครึ่ง

ฟ้าเริ่มมืดลง เจียงเฟยปิดประตูคลินิก

"โอ้ เสี่ยวจื้อ ลุงของแกรวยนะ อายุยังน้อยแต่ขับรถดีๆ แล้ว เป็นลูกคนรวยเหรอ?" สามสาวนั่งเบียดกันในที่นั่งหลัง ถังหยวนถามขึ้น

"น่าจะไม่ใช่มั้ง" เซี่ยเสี่ยวจื้อตอบเผินๆ แล้วก็ยื่นตัวไปข้างหน้า ยิ้มกับเจียงเฟยที่นั่งขับรถอยู่ว่า "ลุง ลุงเป็นลูกคนรวยเหรอ? รถคันนี้ที่บ้านซื้อให้หรือหาเงินซื้อเอง?"

เจียงเฟยยิ้มพึมพำ "แน่นอนหาเงินซื้อเอง! หน้าตาฉันเหมือนพวกชอบพึ่งพ่อแม่เหรอ?"

เจียงเฟยคิดว่าสาวน้อยพวกนี้กำลังจะแสดงความชื่นชม คงจะสรรเสริญเขาเต็มที่ แต่ทั้งสามคนกลับพร้อมกันทำท่าเพิ่งเข้าใจ แล้วก็พร้อมกันพูดว่า "แสดงว่าอาชีพหมอนี่โกยเงินง่ายจริงๆ!"

ถังหยวนพูดขึ้นอย่างสะเทือนใจ "ลุงจบมาได้แค่สองสามปี ในอาชีพอื่นหลายๆ คนยังจ่ายค่าเช่าบ้านไม่ไหวเลย แต่ลุงซื้อรถขับรถเองได้แล้ว ลุงรับซองแดงไปเท่าไหร่กันนะ?"

เซี่ยเสี่ยวจื้อพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ "โรงพยาบาลสมัยนี้เหมือนร้านมืดเลย หาหมอทีนึงก็เป็นเงินหลายร้อย น่ากลัวกว่าโจรอีก โจรยังสู้ได้ ร้องขอความช่วยเหลือได้ โรงพยาบาลเก็บเงินแล้วจะไปฟ้องใครล่ะ?"

แต่สวีจิ้งกลับหน้าแดงพูดว่า "หนูคิดว่า ลุงไม่เหมือนหมอคนอื่น ถึงจะ... ถึงจะเก็บค่ารักษาแพงไปหน่อย ก็ไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้นหรอกนะ~~~"

เจียงเฟย "..."

สาวน้อยสามคนนี้เป็นอะไรกัน! ถามรายได้ขึ้นมา ที่แท้เพื่อจะวกวนเอามาแทงเขา หาทางแกล้งเขาด้วยวิธีต่างๆ นานา!

แต่ก็ต้องยอมรับว่า สิ่งที่สาวน้อยทั้งสามพูด ก็สะท้อนความเป็นจริงของสังคมในประเทศอยู่ไม่น้อย โรงพยาบาลบางแห่งมี "ด้านมืด" จริงๆ ยาราคาไม่กี่บาทขายเพิ่มเป็นเท่าตัวก็ไม่แปลก และหมอส่วนใหญ่ก็รับซองแดง

แน่นอน เจียงเฟยไม่เคยรับซองแดงเลยสักครั้ง แล้วก็ไม่มีโอกาสรับด้วย

ตอนทำงานในแผนกจักษุ ไม่ใช่แผนกที่โรคร้ายแรง ผู้ป่วยรักษาตาแม้จะเยอะก็ไม่มีใครส่งซองแดงให้หมอ ตอนนี้เปิดคลินิกเอง ก็ยิ่งไม่มีใครส่งให้

เจียงเฟยขี้เกียจเถียงกับสาวน้อยทั้งสาม แถมเถียงน่าจะแพ้ด้วย พูดเรียบๆ ว่า "พวกเธอเป็นแค่นักเรียนมัธยม ยังเด็กอยู่ หลายเรื่องพูดไปก็ไม่เข้าใจหรอก พวกเธอเล่นอินเทอร์เน็ต เห็นแต่ด้านไม่ดีของสังคม แต่ก็ต้องดูด้านดีบ้าง ไม่งั้นอายุน้อยๆ แบบนี้จะมีแต่ความขมขื่น จิตใจก็จะดำมืด ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ"

"เชอะ~~~"

สาวน้อยทั้งสามพร้อมกันตอบอย่างไม่แยแส และยืดเสียงเพื่อเน้นความไม่แยแสนั้นให้ชัดขึ้น

"พวกเราเด็กตรงไหน?" ถังหยวนยิ้มตบไหล่เซี่ยเสี่ยวจื้อ ชี้ไปที่เซี่ยเสี่ยวจื้อ พูดว่า "เสี่ยวจื้อ บอกให้ลุงดูหน่อยสิ"

"ไปๆๆ !" เซี่ยเสี่ยวจื้อปัดมือถังหยวนออก แล้วก็ยิ้มแย้มเอียงตัวไปทางสวีจิ้ง

เจียงเฟยกลืนน้ำลายแอบๆ

"เสี่ยวจื้อ ทำอะไรยะ!" สวีจิ้งหน้าแดงร้องอุทานขึ้น

เซี่ยเสี่ยวจื้อเบียดสวีจิ้งแล้วขยิบตาใส่เจียงเฟย ถามว่า "ลุง ว่ายังไงบ้างล่ะ?"

"ว่าหน้าแกนั่นแหละ!" เจียงเฟยโกรธพูดขึ้น สาวน้อยยุคนี้น่ากลัวจริงๆ

เรื่องอะไรกัน เล่นกันเองในที่ลับก็อีกเรื่อง แต่นี่มีเขา ผู้ชายอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ? แถมยังเป็นผู้ชายที่โสดมานานแสนนานอีกต่างหาก

"ลุงแกเจ้าชู้มาก!" สามสาวก็พร้อมกันอีกครั้ง

---

แวะซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน ซื้อวัตถุดิบมากมายหลายถุง สามสาวก็ตามเจียงเฟยกลับมาถึงบ้าน

"นั่งก่อนนะ" เจียงเฟยบอก

แบ่งวัตถุดิบส่วนหนึ่งเข้าตู้เย็น ส่วนที่เหลือนำไปไว้ในครัว ถึงจะถอนหายใจได้สักครู่ สาวน้อยอาจจะดูตาสบายน่าชื่นชม แต่พอได้คลุกคลีแล้ว ก็รู้ว่ายากเพียงไร

เด็กสาวพวกนี้เล่นมุกได้ไม่รู้จักอาย และทุกคนยังไม่บรรลุนิติภาวะ เจียงเฟยก็ทำอะไรไม่ได้ มิฉะนั้นก็จะถูกหาว่าเสื่อมทราม ดังนั้นในหลายเรื่องก็ได้แต่อดทน

"รออีกสองปีพวกเะอบรรลุนิติภาวะแล้ว ถ้ายังกล้าเล่นมุกแบบนี้กับฉัน ดูฉันจัดการพวกเธอให้รู้เรื่อง!" เจียงเฟยขู่ในใจอย่างดุดัน เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการเป็นคนรอบรู้ก็มีเรื่องยุ่งยากเหมือนกัน

รับมือสาวน้อยสามคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ว่าพลางส่ายหัว เจียงเฟยคาดผ้ากันเปื้อนแล้วก็จับมีดจับกระทะเริ่มลงมือ วัตถุดิบที่ซื้อมาถูกแล่และสับจนแล้วเสร็จ แม้แต่ขั้นตอนการหั่นก็มีความงดงามในตัว

ฝีมือทำอาหารระดับ 9 ปรมาจารย์ ฝีมือมีดย่อมเฉียบคมล้ำเลิศ ไม่ต่างจากตำนานพ่อครัวหั่นวัวของจ้วงจื่อ

เซี่ยเสี่ยวจื้อกับ "แมวน้อย" สองตัวไม่ได้ดูทั่วบ้าน แต่ให้เซี่ยเสี่ยวจื้อนำแล้วก็แอบยืนดูเจียงเฟยทำอาหารอยู่นอกประตูครัว

เห็นเจียงเฟยยกมีดลงฟัน ปลายเล็บ ไก่ พริก มันฝรั่ง ถูกหั่นเรียงงามอย่างเป็นระเบียบภายในพริบตา มีดสับเร็วราวสายลม แทบมองไม่ทันเงา สามคนก็ตะลึงงันไปพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้ถังหยวนและสวีจิ้งยังไม่เชื่อที่เซี่ยเสี่ยวจื้อบอกว่าลุงของเธอทำอาหารเก่งมาก ในเมื่อเจียงเฟยเป็นหมอ อายุยังน้อย และเป็นผู้ชายอีก จะเก่งครัวได้มากแค่ไหนกัน?

ทำออกมากินได้ก็ถือว่าดีแล้ว

แต่พอเห็นเจียงเฟยโชว์ฝีมือมีดแค่แวบเดียว ก็เชื่อสนิทใจทันที

"แม่ฉันอยู่ในครัวมาหลายสิบปีแล้ว ฝีมือมีดก็ยังไม่ถึงครึ่งของลุงเลย ฝีมือมีดนี้สวยมาก ออกทีวีได้เลย เสี่ยวจื้อ ลุงของพวกเราคนนี้ น่าจะเป็นยอดฝีมือกำลังภายในที่ซ่อนตัวอยู่ ไม่งั้นจะเก่งได้ขนาดนี้ได้อย่างไร" ถังหยวนอุทานด้วยความทึ่ง

เซี่ยเสี่ยวจื้อแย้มยิ้มแฝงความภูมิใจ "ถังหยวน บอกว่า 'ลุงพวกเรา'?" แล้วก็หยุดชั่วครู่ แก้ไขแต่ละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "บอกว่า 'ลุงของฉัน' ได้ไหม?"

สวีจิ้งสองตาเป็นประกาย สองมือประกบแก้ม ทำท่าหลงเสน่ห์อยู่นิดๆ ว่า "ลุงทำอาหารแล้วหล่อจริงๆ เลยนะ พวกแกคิดว่าทำไมผู้ชายทำอาหารแล้วถึงหล่อได้ขนาดนี้ด้วยล่ะ?"

เจียงเฟยที่ฝีมือมีดพุ่งฉิวอยู่นั้น ไม่ได้ทำให้การได้ยินเสื่อมลงแต่อย่างใด บทสนทนานอกครัวล้วนแว่วถึงหูอย่างชัดเจน ถูกสาวน้อยสามดวงตาใสสรรเสริญแบบนั้น ก็ทำให้ความหงุดหงิดที่คาใจอยู่กระจายหายไปได้มาก

ต่อหน้าคำชมของผู้หญิง โดยเฉพาะคำชมจากสาวงาม ผู้ชายส่วนใหญ่แทบไม่มีภูมิต้านทานเลย นั่นจึงเป็นเหตุให้ผู้หญิงบนโลกนี้มากมายนักชอบตีโพยตีพาย

แต่เซี่ยเสี่ยวจื้อตอนนั้นก็เริ่มไม่พอใจ

แม้ว่าเธอเพิ่งมองเจียงเฟยในแง่ดีขึ้นไม่นาน และแม้ว่าตอนนี้เธอก็ยังไม่คิดจะมีอะไรกับลุงคนนี้จริงๆ แต่ในสายตาเธอ เจียงเฟยถือเป็นสมบัติส่วนตัวไปแล้ว แม้จะยังไม่ได้ใช้ก็ต้องจองไว้ก่อน ถูกถังหยวนและสวีจิ้งสองคนนี้หมายปองอยู่ ก็ทำให้ไม่สบายใจ

โดยเฉพาะสวีจิ้ง เซี่ยเสี่ยวจื้อที่ดูเหมือนซุ่มซ่ามแต่จริงๆ ฉลาดเฉลียวนั้น สังเกตเห็นแล้วว่าเจียงเฟยแอบชายตามองหน้าอกอันโดดเด่นของสวีจิ้งไปหลายครั้ง

ระหว่างเพื่อนรัก หลายอย่างแบ่งปันกันได้ แต่ผู้ชายนั้นทำไม่ได้ และต้องระวังด้วย

ว่ากันว่า ระวังไฟ ระวังโจร แต่ต้องระวังเพื่อนสนิทให้มากที่สุด!

"ได้แล้วได้แล้ว อย่ามาอยู่ตรงนั้น ไปดูห้องลุงกันดีกว่า พูดถึงก็ฉันก็ยังไม่เคยดูละเอียดๆ เลยนะ" เซี่ยเสี่ยวจื้อผลักไหล่ถังหยวนและสวีจิ้ง ผลักทั้งสองคนไปทางห้องนั่งเล่น

สวีจิ้งไม่พอใจ บ่นว่า "แกสองคนไปดูก็แล้วกัน ฉันจะเข้าไปช่วยลุง"

พูดจบ สวีจิ้งร่างน้อยก็คล่องแคล่วหลบออก หน้าแดงอมยิ้ม ก้าวเข้าไปในครัว จนเซี่ยเสี่ยวจื้อยื่นมือกันก็ไม่ทัน

ถังหยวนเห็นแล้วก็หัวเราะคิกคักว่า "ยุ่งแล้ว ศึกภายในกำลังจะปะทุ 'สามพี่น้องห้องแปดชั้นหนึ่ง' คราวนี้ระอุแน่ เสี่ยวจื้อ ฉันว่าจ้วงจ้วงนี่หลงรักลุงของแกแบบจริงจังแล้วนะ ระวังตัวด้วยนะ..."

เซี่ยเสี่ยวจื้อเลิกคิ้ว สลัดผมม้าหน้าผากด้วยท่าทีสง่าผ่าเผยว่า "จ้วงจ้วงนี่ กล้าแย่งลุงของฉัน ไม่มีทาง! ลุง หนูก็จะเข้าไปช่วยด้วย!"

เซี่ยเสี่ยวจื้อก็ยัดตัวเข้าครัวตาม แล้วถังหยวนก็ตามเข้าไปด้วย

สามสาวงามพอเข้าไปแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรจริงๆ กลับทำให้ครัววุ่นวายยิ่งขึ้น ยิ่งอยากโชว์ตัวเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ครัวยุ่งเหยิงมากขึ้น จนเจียงเฟยหัวหมุนไปหมด

แม้จะถูกสามสาวงามรายล้อม ร่างอ่อนนุ่มสัมผัสเบียดกระทบกันอยู่เป็นระยะ และได้สัมผัสสวีจิ้งโดยตรงอย่างไม่ตั้งใจในที่สุด

แต่เพื่อจะทำอาหารชุดนี้ให้สำเร็จ เจียงเฟยก็จำใจต้องทำหน้าขึงขัง ไล่สามสาวที่ถือแครอท แตงกวา มะเขือ ต่อสู้กันอยู่อย่างสนุกสนานออกจากครัวทั้งหมด

พอไล่สามคนออกไปแล้ว เจียงเฟยจึงค่อยผ่อนขาทั้งสองที่แนบชิดกันอยู่ออกมา ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสามสาวเห็นท่าทางน่าอาย

"ไป๋รั่วซีเอ้ย ผู้หญิงคนนี้ เธอจะบังคับให้ฉันเลิกกับเธอเลยเหรอ!" เจียงเฟยคิดอยู่ในใจด้วยความขัดข้องใจสุดขีด

เปิดแก๊สให้ลุกแรงสุด เจียงเฟยก็พึมพำขึ้นว่า "นี่มัน 'ไฟ' ลนจริงๆ!"

จบบทที่ บทที่ 14 สู้เอวบางไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว