- หน้าแรก
- วิถีผู้ฝึกอสูร ทะยานสู่อนาคต
- บทที่ 9 พฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณ
บทที่ 9 พฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณ
บทที่ 9 พฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณ
บทที่ 9 พฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณ
อย่ากวนมังกรหลับเกาหน้าพลางถามด้วยความงุนงง "ตระกูลกู่ก็ปฏิบัติกับฉันค่อนข้างดีไม่ใช่เหรอ อาเหิง ทำไมจู่ๆ นายถึงพูดแบบนั้นล่ะ"
จี้เหิงเอ่ย "ผู้ครอบครองพรสวรรค์ระดับเอสอย่าง 'มังกรหลับห้ามรบกวน' แต่กลับไม่ถูกรับตัวกลับเข้าตระกูลหลัก... แค่นั้นก็อธิบายทุกอย่างได้แล้ว"
"แต่การอยู่ที่เมืองชิงฟู่ต่อมันเป็นคำขอของฉันเองนะ?"
"ถ้าคุณมีลูกที่ปลุกพรสวรรค์ระดับเอสได้ คุณจะยอมให้เขาอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลแบบนี้ไหมล่ะ"
"...ไม่"
"ตอนที่คุณขออยู่ที่เมืองชิงฟู่ต่อ มีใครออกมาคัดค้านหรือห้ามปรามคุณบ้างไหม"
"...ไม่มีเลย"
อย่ากวนมังกรหลับพยายามเค้นสมองเพื่อหาคำโต้แย้งจี้เหิง "แต่พวกเขาก็ให้ทั้งรถทั้งบ้านนะ? แถมยังจัดหาพ่อบ้านมาดูแลฉันด้วย"
จี้เหิงส่ายหน้า "รถกับบ้านมันไม่มีความหมายอะไรเลย อย่างน้อยก็สำหรับคนอย่างคุณ ถ้าคุณเปิดเผยพรสวรรค์ระดับเอสแล้วไปหาเศรษฐีสักคนขอเป็นลูกบุญธรรม เขาคงประเคนเงินหมื่นล้านให้คุณได้โดยไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ"
ผู้ครอบครองพรสวรรค์ระดับเอสนั้นหายากยิ่ง มีโอกาสเกิดเพียงหนึ่งในร้อยล้านเท่านั้น
ในประชากรหลักร้อยล้านคน อาจจะมีผู้ครอบครองพรสวรรค์ระดับเอสปรากฏออกมาเพียงคนเดียว
ตราบใดที่ไม่ตายไปเสียก่อน ผู้ครอบครองพรสวรรค์ระดับเอสทุกคนถูกลิขิตให้กลายเป็นยอดฝีมือลำดับที่ 4 ซึ่งยอดฝีมือลำดับที่ 4 นั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาที่แท้จริงแห่งโลกมนุษย์ มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวถึงขั้นทำลายล้างประเทศหนึ่งได้ด้วยตัวคนเดียว แม้ว่า "ประเทศ" ในที่นี้จะหมายถึงประเทศขนาดเล็กก็ตาม
จี้เหิงกล่าวต่อไป "ส่วนเรื่องพ่อบ้านน่ะเหรอ? เขามาเพื่อดูแลและปกป้องคุณจริงๆ หรือเปล่า? ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขาเหมือนมาคอยเฝ้าจับตาดูคุณมากกว่าล่ะ? เขาเคยคะยั้นคะยอให้คุณกลับตระกูลบ้างไหม"
แม้ลุงฟู่จะแสดงท่าทางนอบน้อมและสุภาพมากเพียงใด แต่จี้เหิงเคยผ่านความลำบากจากการดูคนผิดมานักต่อนักในชาติก่อน
การจะตัดสินคน อย่าดูที่คำพูด ให้ดูที่การกระทำ
สีหน้าของอย่ากวนมังกรหลับเริ่มดูแย่ลง ลุงฟู่ไม่เคยเอ่ยปากชวนให้เขากลับตระกูลเลยจริงๆ
จี้เหิงเสริมอีกว่า "แล้วพ่อบ้านเคยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับตระกูลกู่ให้คุณฟัง หรือทำให้คุณเข้าใจความเป็นไปในตระกูลบ้างไหม"
อย่ากวนมังกรหลับส่ายหน้า
พวกเขายังไม่เห็นคุณเป็นคนในครอบครัวจริงๆ เลยสักนิด!
จี้เหิงนึกถึงคำถามหนึ่งขึ้นมาจึงเอ่ยถาม "จริงด้วย ตระกูลกู่หาคุณเจอได้ยังไง"
อย่ากวนมังกรหลับตอบตามความจริง "เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่ฉันกำลังหลับอยู่ ฉันปลุกพรสวรรค์ 'มังกรหลับห้ามรบกวน' ขึ้นมาและกลายเป็นนักฝึกมังกรโดยอัตโนมัติ จากนั้นคนจากตระกูลกู่ก็หาฉันจนเจอ"
จี้เหิงเอ่ยด้วยความตกใจ "หมายความว่า คุณกลายเป็นนักฝึกมังกรได้โดยไม่ต้องดื่มโอสถนักฝึกมังกรเลยเหรอ?"
"ใช่!"
จี้เหิงสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความทึ่ง พรสวรรค์ของอย่ากวนมังกรหลับนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
ในตำรามีบันทึกถึงคนประเภทนี้ไว้ว่า เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมเกินไป เส้นทางแห่งพลังจึงเป็นฝ่ายเข้าหาพวกเขาเอง ทำให้พวกเขาสามารถประกอบอาชีพได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโอสถ
ยิ่งคุณสมบัติของอย่ากวนมังกรหลับดีเท่าไหร่ มันก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสถานะของเขาในตระกูลกู่นั้นย่ำแย่เพียงใด
อย่ากวนมังกรหลับเอ่ยอย่างหดหู่ "อาเหิง ในเมื่อตระกูลกู่หาฉันเจอแล้ว ทำไมพวกเขาถึงไม่ยากให้ฉันกลับไปล่ะ"
"พวกเขาหาคุณเจอเพราะตระกูลกู่น่าจะมีวิธีการตรวจจับบางอย่าง และพบว่าสายเลือดตระกูลกู่ที่หายสาบสูญไปได้ปลุกพรสวรรค์ระดับเอสขึ้นมา ส่วนที่พวกเขาไม่อยากให้คุณกลับไป อาจเป็นเพราะตระกูลกู่ไม่คาดคิดว่าคนที่ปลุกพรสวรรค์ได้จะเป็นคุณ"
จี้เหิงถาม "พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของคุณติดต่อมาบ้างหรือยัง"
"ไม่เลย ลุงฟู่บอกว่าพ่อไม่อยากติดต่อฉัน ส่วนแม่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในตระกูลกู่"
"ถ้าอย่างนั้นคงเกิดเรื่องบางอย่างกับทางฝั่งแม่ของคุณ จนทำให้ตระกูลกูไม่อยากสนับสนุนคุณ" จี้เหิงคาดการณ์
ดวงตาของอย่ากวนมังกรหลับเต็มไปด้วยความสับสน เขาเคยคิดว่าในที่สุดเขาก็มีบ้านเสียที แต่กลับไม่คาดคิดเลยว่าบ้านหลังนี้ดูเหมือนจะไม่ต้อนรับเขา
จี้เหิงตบบ่าอย่ากวนมังกรหลับอย่างแรง "ตื่นสิ! ตั้งสติหน่อย! คุณไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมตอนแรกคุณถึงถูกทอดทิ้ง? ไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมตระกูลกู่ถึงมีท่าทีแบบนี้กับคุณ?"
"อยากสิ แต่... ฉันควรทำยังไงดี"
"พยายามแข็งแกร่งขึ้นเสียสิ มีเพียงการพัฒนาตัวเองเท่านั้นที่คุณถึงจะมีคุณสมบัติพอจะรู้ความจริงทั้งหมด อีกอย่าง คุณได้รายงานเรื่องการปลุกพรสวรรค์ 'มังกรหลับห้ามรบกวน' ให้ทางสหพันธรัฐทราบหรือยัง"
"ยังเลย"
"ถ้าอย่างนั้นก็จงรายงานต่อสหพันธรัฐซะ สหพันธรัฐจะให้ความสำคัญกับคุณเป็นลำดับต้นๆ แน่นอน พวกเขาจะมอบการสนับสนุนและพละกำลังให้คุณได้ล่วงรู้ทุกสิ่ง"
อย่ากวนมังกรหลับใช้โทรศัพท์ติดต่ออาจารย์เย่ที่เขาไว้ใจ อาจารย์เย่ติดต่อผู้อำนวยการ และผู้อำวยการก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ติดต่อไปยังรุ่นพี่ที่สถาบันเทพฟีนิกซ์ เมื่อได้รับข่าว ยอดฝีมือลำดับที่ 4 จากสถาบันเทพฟีนิกซ์ก็เดินทางมาถึงเมืองชิงฟู่ผ่านวงเวทย์เคลื่อนย้ายมวลสาร และรับตัวอย่ากวนมังกรหลับไปทันที
จี้เหิงมองตามร่างของอย่ากวนมังกรหลับที่ค่อยๆ ลับตาไป แววตาของเขาเริ่มลุ่มลึกและเคร่งขรึม
ความจริงเขามีข้อสันนิษฐานอีกอย่างที่ไม่ได้บอกอย่ากวนมังกรหลับไป
เขาสงสัยว่าเบื้องหลังการเพิกเฉยของตระกูลกู่ คือความหวังที่จะให้อย่ากวนมังกรหลับตกต่ำลงไปสู่ความเสเพล แล้วจากนั้นก็... ตายด้วยอุบัติเหตุ
ในฐานะเด็กกำพร้าที่ยากจน อย่ากวนมังกรหลับกลับได้รับรถหรูและคฤหาสน์จากตระกูลกู่กะทันหัน มันง่ายมากที่จะถูกมัวเมาด้วยชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือย หากตระกูลกู่ยังคงใช้เงินเข้าล่อแบบนี้ต่อไป อย่ากวนมังกรหลับมีโอกาสตกสู่ความเสเพลร้อยเปอร์เซ็นต์
หลังจากใช้ชีวิตเสเพลไปไม่กี่ปี หากอย่ากวนมังกรหลับตายด้วยอุบัติเหตุ ก็คงไม่มีใครคิดจะสืบสวน
หากผู้ครอบครองพรสวรรค์ระดับเอสตายด้วยอุบัติเหตุ สหพันธรัฐย่อมต้องหาผู้รับผิดชอบอย่างแน่นอน แม้แต่ตระกูลกู่แห่งหุบเขามังกรก็ไม่มีข้อยกเว้น เพราะสหพันธรัฐไม่ได้เป็นของตระกูลกู่เพียงตระกูลเดียว และตระกูลกู่เองก็มีศัตรูอยู่ไม่น้อย
แต่ถ้าผู้ครอบครองพรสวรรค์ระดับเอสที่ทำตัวเสเพลจนกู่ไม่กลับตายไป ก็คงไม่มีใครรู้สึกเสียดาย และสหพันธรัฐก็คงไม่เสียเวลาสืบสวน
มีพรสวรรค์ดีขนาดนี้แต่กลับเลือกที่จะเสเพลและไร้ความทะเยอทะยาน ตายไปก็ช่างมันเถอะ
ถามหาหลักฐานน่ะเหรอ? จี้เหิงไม่มีหรอก ข้อสันนิษฐานนี้มาจากสัญชาตญาณทางจิตวิญญาณของเขาล้วนๆ
แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อสันนิษฐานกลายเป็นจริง และไม่ให้เกิดเรื่องร้ายกับอย่ากวนมังกรหลับที่เขาปฏิบัติด้วยเหมือนน้องชายมาตลอด จี้เหิงจึงวางแผนให้ทางสหพันธรัฐมารับตัวเขาไปเสีย
เรื่องของหวู่เหมียนเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาจัดการเรื่องนักหล่อเลี้ยงวิญญาณของตัวเองบ้าง
ห้างสรรพสินค้าสรรพสัตว์
ร้านพืชวิญญาณพันพฤกษา
จี้เหิงเอ่ยถามพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ "มีพืชวิญญาณที่สามารถผลิตทรัพยากรสำหรับฟื้นฟูพลังวิญญาณไหมครับ"
พนักงานสาวส่งยิ้มหวานพลางยกกระถางต้นไม้ขนาดเล็กออกมา ต้นไม้ต้นนี้ออกดอกสีขาวโพลนทรงระฆังคล้ายดอกคัมพานูลา ดอกทุกดอกหันชูช่อขึ้นด้านบน ดูเหมือนจอกเหล้าใบจิ๋วที่พร้อมจะถูกเด็ดออกไป
"นี่คือพฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณค่ะ ดอกของมันจะบ่มเพาะวารีเหนี่ยวนำวิญญาณ เพียงแค่เด็ดดอกแล้วดื่มวารีเหนี่ยวนำวิญญาณเข้าไป ก็จะสามารถฟื้นฟูพลังวิญญาณได้อย่างรวดเร็วค่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น จี้เหิงก็เริ่มสนใจและเอ่ยถามเรื่องราคา
"สองแสนหยวนค่ะ"
เปลือกตาของจี้เหิงกระตุกวูบ พนักงานคนนี้รู้ยอดเงินคงเหลือในบัตรธนาคารของเขาหรืออย่างไรกัน?
เงินแสนหนึ่งที่พ่อแม่ทิ้งไว้ เงินหนึ่งหมื่นจากการทำงานพิเศษ และอีกแสนหนึ่งที่อย่ากวนมังกรหลับโอนมาเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองรวยแล้ว
รวมทั้งหมดคือ 210,000 หยวน
จี้เหิงยังต้องซื้อทรัพยากรให้เจ้าอาหวงอีก หากเขาซื้อพฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณต้นนี้ เขาจะเหลือเงินเพียงหมื่นกว่าหยวน ซึ่งไม่พอแน่นอน
เมื่อเห็นจี้เหิงลังเล พนักงานสาวจึงรีบแนะนำต่อ "หากคุณเป็นนักเพาะปลูกวิญญาณหรือนักหล่อเลี้ยงวิญญาณ คุณสามารถทำพันธสัญญากับพฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณเพื่อเร่งการเติบโตได้นะคะ ในระดับหลังๆ วารีเหนี่ยวนำวิญญาณที่ผลิตออกมาสามารถเพิ่มขีดจำกัดพลังวิญญาณได้อย่างถาวรด้วย ซื้อไปคุ้มแน่นอนค่ะ"
จี้เหิงทำหน้าตายพลางเอ่ย "ผมไม่ได้เป็นนักเพาะปลูกวิญญาณครับ ผมเป็นนักควบคุมสัตว์"
พูดจบเขาก็เรียกอาหวงกลับเข้าสู่มิตินักควบคุมสัตว์แล้วปล่อยออกมาทันทีเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นนักควบคุมสัตว์จริงๆ
มีเพียงนักเพาะปลูกวิญญาณและนักหล่อเลี้ยงวิญญาณเท่านั้นที่ต้องการพฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณ คนปกติไม่ค่อยซื้อกันเพราะวงจรการเติบโตของมันยาวนานเกินไป
พนักงานสาวคิดว่าคงปิดการขายไม่ได้เสียแล้ว แต่เธอก็ไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะพลิกผัน
จี้เหิงชี้ไปที่พฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณแล้วเอ่ย "ผมยังอยากซื้ออยู่ดี จะเอาไปผลิตวารีเหนี่ยวนำวิญญาณให้สัตว์เลี้ยงฟื้นตัวน่ะครับ ลดราคาให้หน่อยได้ไหม"
หลังจากต่อรองกันอยู่พักใหญ่ จี้เหิงก็ได้พฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณมาในราคา 160,000 หยวน
พอซื้อเสร็จ จี้เหิงก็รีบนั่งแท็กซี่กลับบ้านทันที เขาอยากจะทดลองใช้ความสามารถก้าวข้ามกาลเวลากับพฤกษามาลาเหนี่ยวนำวิญญาณดูเสียหน่อย