- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 094 วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน
094 วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน
094 วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน
"งั้นพอผมร่างสัญญาเสร็จ ต่อไปผมก็จะกลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอเอง ส่วนโคนีเลียจะเป็นผู้ช่วย แล้วเดี๋ยวค่อยแนะนำให้รู้จักบอสโคลอิกซ์ของเรานะ"
ดันเต้คิดว่าจะถือโอกาสช่วงเวลานี้ไปจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียเลย
ลัทธิแห่งความสุขเองก็ต้องการอาคารสำนักงานที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวมาเป็นฐานทัพเหมือนกัน และแน่นอนว่าเงินทุนเริ่มต้นส่วนใหญ่ก็คงต้องพึ่งพาโคลอิกซ์ให้ช่วยควักออกมาก่อน ถึงแม้ดันเต้กับโคนีเลียจะพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่ดูทรงแล้วไม่น่าจะพอ ในฐานะผู้ท้าทายโลกเงา พวกเขาก็ต้องเก็บเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินบ้างเหมือนกัน
"แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะ?"
"เดี๋ยวผมจะคอยให้คำแนะนำเรื่องการเรียบเรียงดนตรีและท่าเต้นให้ ส่วนเธอจะโชว์ฝีมือเองด้วยก็ได้ แล้วพวกเราจะใช้ไอเทมบันทึกการแสดงของเธอเก็บไว้"
ดันเต้กำลังคิดจะไปปรึกษากับศาสตราจารย์มอกอตแห่งวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุที่รับผิดชอบเรื่องการถ่ายทอดสดพอดี เพื่อขอขยายขอบเขตการถ่ายทอดสดของเขากับโคนีเลียให้กว้างขึ้น
ในการทดลองระบบครั้งหน้า ดันเต้หวังจะขยายขอบเขตการไลฟ์สดให้ครอบคลุมไปถึงพื้นที่สาธารณะของบรรดาหัวเมืองใหญ่ๆ ในอาณาจักรนอร์ตัน
การขยายขอบเขตถ่ายทอดสดมันมาพร้อมกับต้นทุนที่สูงลิ่ว แต่ถ้าแลกกับการได้กระแสความสนใจมาล่ะก็ ยังไงก็กำไรเห็นๆ แถมวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุก็มีนักลงทุนกระเป๋าหนักอยู่เพียบ
แม้ศาสตราจารย์มอกอตจะรู้ซึ้งถึงความเสี่ยงในการขยายขอบเขตไลฟ์สดของเจ้าคู่หูคู่นี้ดี แต่เขาก็ยากจะต้านทานแรงดึงดูดของเม็ดเงินได้จริงๆ ถ้าผลตอบแทนมันสูงพอ ในอนาคตก็ยังมีโอกาสไปยื่นเรื่องกับสมาพันธ์ราชอาณาจักรเพื่อขอขยายขอบเขตการถ่ายทอดสดให้กว้างขึ้นไปอีก
แต่ต่อให้ไลฟ์สดจะทำเงินได้ถล่มทลายแค่ไหน สุดท้ายส่วนแบ่งที่ตกมาถึงมือดันเต้กับโคนีเลียก็คงไม่พุ่งทะยานไปถึงขั้นโอเวอร์ขนาดนั้น ก็แหงล่ะ พวกเขาไม่ใช่เจ้าของนี่นา
ทว่า! ถ้าเขาสามารถใช้กระแสนี้ปั้นฟลอร่าซึ่งเป็นศิลปินในสังกัดของตัวเองให้ดังเป็นพลุแตกได้ล่ะก็ ผลตอบแทนที่ได้มันจะหนังคนละม้วนเลยล่ะ!
ดันเต้กับโคนีเลียเตรียมจะหาทางสอดแทรกช่วงไลฟ์การแสดงของฟลอร่าลงไปในระหว่างการถ่ายทอดสดด้วย! เชื่อมือได้เลยว่าด้วยความสามารถของฟลอร่า บวกกับพลังความดังจากการไลฟ์ของดันเต้และโคนีเลีย จะต้องทำให้เธอแจ้งเกิดได้อย่างงดงามแน่นอน! และเมื่อถึงตอนนั้น การผลักดันโปรเจกต์ต่างๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงจะกลายเป็นขุมทรัพย์มหาศาลที่จินตนาการไม่ถึงเลยทีเดียว!
"ฟลอร่า ต่อไปนี้เธอคือไอดอลเบอร์หนึ่งของสำนักงานความสุขของเราแล้วนะ!"
"เย้ ดีจังเลย!"
"สุดยอด...สุดยอดไปเลยฟลอร่า!"
ทั้งสามคนเดินกลับโรงเรียนไปพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างร่าเริง
แม้จะไม่ได้เป็นแก๊งสามบื้ออีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขาก็ได้สร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นขึ้นมาแทน ระหว่างทางกลับสถาบัน ดันเต้เอ่ยลาฟลอร่ากับโคนีเลียก่อน
เขาปล่อยให้สองสาวเดินกลับสถาบันไปด้วยกัน ส่วนดันเต้นั้นแยกตัวออกไปที่สำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์คนเดียว เขาใช้รหัสลับที่นัดแนะกันไว้เพื่อลงประกาศข้อความขอนัดพบกับออโรร่า
ในที่สุด สปายของลัทธิแห่งความสุขที่แฝงตัวอยู่ในลัทธิคืนชีพ ก็จะได้ออกโรงเป็นครั้งแรกแล้ว
และแล้วหนึ่งวันที่แสนสมบูรณ์แบบก็จบลงอย่างเรียบง่ายเช่นนี้เอง...
......
เช้าวันอาทิตย์ต่อมา
ที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ในเมืองหลวง มีผู้คนมากมายมาใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจ
เด็กหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านดูหล่อเหลาราวกับตุ๊กตาตะวันตก และหญิงสาวที่ดูบริสุทธิ์นุ่มนวล ต่างนั่งอยู่บนม้านั่งริมทะเลสาบคนละตัวที่อยู่ห่างกันไม่ไกลนัก
คนในครอบครัวที่พาลูกๆ มาเที่ยวเล่นเดินผ่านไปมาเป็นระยะ
บรรยากาศในสวนสาธารณะช่างสงบสุข แสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำในทะเลสาบจนเป็นประกายระยิบระยับ ดูเจิดจ้าจนแสบตาในบางจังหวะ
ดันเต้พลิกอ่านหนังสือในมือ ทำเหมือนไม่สนใจสาวงามที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เลยแม้แต่น้อย
"เธอรู้จักคนที่ชื่อมอเรียนบ้างไหม?"
ดันเต้พูดขึ้นมาลอยๆ เหมือนพึมพำกับตัวเอง
"มอเรียน ฮันโนเวอร์เหรอ? เขาเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ถูกหมายหัวระดับสูงสุดของลัทธิคืนชีพเลยนะ"
ออโรร่าได้ยินเสียงของดันเต้จึงตอบกลับไป
แต่เธอก็ไม่ได้หันไปมองเขา เธอนั่งวางมือไว้บนตักด้วยท่าทางกุลสตรีผู้เรียบร้อย พลางทอดสายตาชมทัศนียภาพริมทะเลสาบ ราวกับกำลังนั่งรอคนรักมาออกเดท
"......"
ดันเต้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง
คำว่า ระดับสูงสุด นี่มันดูขลังจริงๆ แฮะ ดูท่ามอเรียนจะก่อวีรกรรมแสบๆ กับลัทธิคืนชีพไว้ไม่น้อยเลย
หมายจับนี่ให้อารมณ์เหมือน มังกี้ ดี ดราก้อน เลยแฮะ
"ลัทธิของเราก็กำลังตามล่าเขาอยู่เหมือนกันเหรอคะ?"
ออโรร่าเห็นดันเต้เงียบไปจึงเอ่ยถามเสียงเบา เธอไม่กล้าหันหน้าไปมองด้านข้างของดันเต้ตรงๆ
ยิ่งภาพลักษณ์ของดันเต้ภายใต้แสงอาทิตย์ดูสง่างามและศักดิ์สิทธิ์มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเห็นเงาทมิฬเบื้องหลังของเขาได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น และนั่นคือความมืดมิดที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะแอบมอง
"เปล่าหรอก เขาเป็นมิชชันนารีของพวกเราเอง แต่ช่วงนี้ผมขาดการติดต่อกับเขาไปน่ะ เลยชักจะเป็นห่วงน่ะ อยากถามดูว่าทางฝั่งลัทธิคืนชีพมีข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับเขาบ้างไหม"
ดันเต้ดึงสติกลับมาจากความคิดของตัวเอง พลางพลิกหนังสือไปอีกหน้าแล้วพูดต่อ
แต่ประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียวนี้ กลับทำใหออโรร่าคิดฟุ้งซ่านไปไกล
ระดับผู้บริหารของลัทธิแห่งความสุขนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย!
ก่อนหน้านี้หลังจากที่ดันเต้ปล่อยเธอกลับบ้าน เธอก็เคยคาดเดาอยู่ในใจว่าลัทธิแห่งความสุขจะมีสมาชิกแบบไหนอีกบ้าง และชื่อแรกที่โผล่ขึ้นมาในหัวก็คือไอ้เจ้าอัจฉริยะปีศาจที่ชื่อมอเรียนคนนี้นี่แหละ
มิน่าล่ะสวัสดิการของลัทธิแห่งความสุขถึงได้ดีเลิศขนาดนี้ ที่แท้ก็เห็นลัทธิคืนชีพเป็นบ่อเงินบ่อทองนี่เอง จงรักภักดีต่อลัทธิแห่งความสุขนี่แหละคือทางสว่างที่แท้จริง
ออโรร่าเก็บงำความในใจเอาไว้ แล้วตอบดันเต้ไปว่า:
"มีค่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อนในโลกเงา มีสมาชิกของลัทธิคืนชีพเคยเจอเขาอยู่"
"เล่ารายละเอียดมาซิ"
"มันเป็นโลกเงาระดับ 5 ในธีมจอมมารและผู้กล้าค่ะ เป้าหมายของผู้ท้าทายคือต้องสวมบทเป็นผู้สนับสนุนเพื่อให้แน่ใจว่าผู้กล้าจะปราบจอมมารได้สำเร็จ ซึ่งครั้งนี้มีสาวกลัทธิคืนชีพที่อยู่ระดับ 5 ถึงสามคนบังเอิญไปเจอกับมอเรียนเข้าพอดี"
"พวกนั้นกะจะหาโอกาสลอบโจมตีมอเรียน แต่ผลปรากฏว่ากลับถูกมอเรียนซ้อนแผน ล่อให้ไปโผล่ตรงหน้าปาร์ตี้ของผู้กล้า จนผู้กล้าเข้าใจผิดคิดว่าสาวกลัทธิคืนชีพทั้งสามคนนั้นเป็นโจรป่า เลยช่วยจัดการไล่ตะเพิดพวกนั้นไปแทนมอเรียนซะงั้น"
"แถมมอเรียนยังหันกลับไปต้มตุ๋นจนเงินของผู้กล้าเกลี้ยงกระเป๋า แล้วเอาเงินส่วนใหญ่นั้นไปลงประกาศภารกิจล่าค่าหัว ตามล่าผู้ท้าทายจากลัทธิคืนชีพทั้งสามคนนั้นในเมืองอีกต่างหาก"
"สุดท้ายผู้กล้าที่ขาดแคลนค่าเดินทางเลยจำใจต้องไปตามล่า โจรป่า ทั้งสามคนนั้นแทน และสาวกลัทธิคืนชีพทั้งสามก็ต้องจบชีวิตลงอย่างงงๆ ภายใต้การตามล่าแบบบ้าคลั่งของผู้กล้า"
"และเพราะผู้กล้ามัวแต่ออกทะเลจนเสียเวลา พลังเลยไม่พอจะโค่นจอมมารได้ แต่มอเรียนที่ระหว่างนั้นกวาดเงินมาได้อื้อซ่า ก็เลยไปกว้านซื้ออุปกรณ์ต้องสาปกับพวกยาที่มีผลข้างเคียงร้ายแรงมาซัพพอร์ตให้ผู้กล้า จนในที่สุดผู้กล้ากับจอมมารก็ตายตกตามกันไปได้สำเร็จค่ะ"
"......"
ดันเต้ฟังจบก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาอดรู้สึกโชคดีไม่ได้ที่มอเรียนไม่ใช่พวกเนโครแมนเซอร์ ไม่งั้นไอ้เจ้าผู้กล้าคนนั้นคงโดนมอเรียนขูดรีดเอาผลประโยชน์ต่อได้อีกหลายรอบแน่ๆ แต่ต่อให้ผู้กล้าจะเป็นแค่คนพื้นเมืองในโลกเงา การไปกลั่นแกล้งกันขนาดนั้นมันก็ดูไร้มนุษยธรรมไปหน่อยนะ อย่างน้อยบรรทัดฐานศีลธรรมของดันเต้ก็ไม่มีวันอนุญาตให้เขาทำเรื่องแบบนั้นลงไปแน่ๆ
"จะว่าไป ผู้กล้าคนนั้นมีจุดเด่นอะไรเป็นพิเศษไหม?"
ดันเต้เริ่มสงสัยขึ้นมาว่า หรือไอ้เจ้าผู้กล้านี่มันไปทำอะไรขัดใจมอเรียนเข้าหรือเปล่า
"เห็นว่าผู้กล้าคนนี้ชอบเขียนนิยายเป็นงานอดิเรกน่ะค่ะ แต่เขียนไปได้ครึ่งๆ กลางๆ ทีไรก็ชอบทิ้งงานตลอด พวกกวีพเนจรเลยวิจารณ์เขาไว้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
เนื่องจากทางลัทธิคืนชีพเองก็มีโปรแกรมรับชมโลกเงาอยู่ เลยมีข้อมูลพวกนี้บันทึกเอาไว้ด้วยเช่นกัน
ดันเต้พยักหน้าเข้าใจ ถึงผู้กล้าคนนี้จะมีบาปติดตัว แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นต้องมาตายแบบนี้เลยนะ...
มอเรียนนี่มันทำเกินไปจริงๆ
ออโรร่าพูดเสริมว่า: "อ้อ จริงด้วย ผู้กล้าคนนั้นชื่อว่า เชิ่นเหอ เวลาเมาเหล้าแล้วชอบคลุ้มคลั่งอาละวาดฉีกหนังสือชาวบ้านไปทั่วด้วยน่ะ"
ดันเต้: "งั้นก็ตายไปน่ะดีแล้ว!"