- หน้าแรก
- ข้าบอกให้ไปฝึกตน ไม่ใช่ให้ฝึกจนเพี้ยน
- บทที่ 17: ศึกปะทะกบยักษ์
บทที่ 17: ศึกปะทะกบยักษ์
บทที่ 17: ศึกปะทะกบยักษ์
บทที่ 17: ศึกปะทะกบยักษ์
"ยินดีต้อนรับกลับมา"
ฉู่หวยอันผลักประตูเดินเข้ามาในลานกว้างพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
"คารวะพี่ชายเซียน"
ทั้งสี่คนประสานมือแสดงความเคารพด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ พลางหัวเราะร่วน
"ทำไมฉันรู้สึกว่าพี่ชายเซียนดูแข็งแกร่งขึ้นมากเลยวะ?" จ้าวซื่อเจี๋ยกระซิบกระซาบ
"ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน" หลินเย่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
"พี่ชายเซียนคะ วันนี้พวกเรามีภารกิจอะไรหรือเปล่าคะ?" เจียงเสี่ยวเสี่ยวฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว พูดจาด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย
ฉู่หวยอันยิ้มบาง "ตั้งแต่นี้ต่อไป เจ้ามีหน้าที่ดูแลแปลงสมุนไพร เจ้าจะได้รับแต้มคุณูปการสิบแต้มในทุกๆ วัน"
"ว้าว ขอบคุณค่ะพี่ชายเซียน!" เจียงเสี่ยวเสี่ยวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แทบอยากจะพุ่งเข้าไปหอมแก้มฉู่หวยอันสักฟอด
"เฮ้ย... มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?" จ้าวซื่อเจี๋ยและอีกสองคนเบิกตากว้าง เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน
"ทว่า..." ฉู่หวยอันเว้นจังหวะ เมื่อเห็นมุมปากของเจียงเสี่ยวเสี่ยวค่อยๆ แข็งค้าง เขาก็พูดต่อ "หากแปลงสมุนไพรได้รับความเสียหาย หรือสมุนไพรวิญญาณตายลง แต้มคุณูปการของเจ้าก็จะถูกหักออก"
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันรับรองว่าจะดูแลพวกมันเป็นอย่างดี!" เจียงเสี่ยวเสี่ยวตบหน้าอกรับประกัน
"พี่ชายเซียน แล้วพวกเราล่ะครับ?" ฉินเจิ้นหัวชี้เข้าหาตัวเองด้วยสีหน้าร้อนรนเล็กน้อย
เขายังคงกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นในแชตกลุ่มก่อนหน้านี้ โดยคิดไปเองว่าฉู่หวยอันคงไม่ค่อยประทับใจในตัวเขาสักเท่าไรนัก
ทว่าเขาคิดมากไปเอง ฉู่หวยอันไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ข้อความก่อนหน้านี้ก็แค่กะจะขู่ฉินเจิ้นหัวเล่นๆ เท่านั้น
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องทำงานจิปาถะพวกนั้นอีกแล้ว จงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเสียเถอะ"
ฉู่หวยอันพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็เห็นเย่หวูหยาวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากกระท่อมฟาง
"ฟู่ โชคดีที่มาทัน!"
เขาวิ่งมาสมทบกับกลุ่มเพื่อน ยืนตัวตรงแหน่ว
ทั้งห้าคนยืนเรียงแถวราวกับกำลังเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า ทำเอาฉู่หวยอันถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
"ในร้านค้ามีโอสถชนิดหนึ่งเรียกว่า โอสถหลอมกายา ซึ่งสามารถช่วยให้พวกเจ้าหลอมรวมร่างกายได้รวดเร็วขึ้นและทะลวงระดับได้ไวขึ้น"
"อย่างไรก็ตาม ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้าผ่านการขัดเกลาจากการต่อสู้เสียก่อน แล้วค่อยกินโอสถหลอมกายา วิธีนี้จะทำให้ร่างกายดูดซับฤทธิ์ยาได้ดียิ่งขึ้น และยังเป็นการปูรากฐานอันมั่นคงสำหรับระดับพลังในอนาคตของพวกเจ้าด้วย"
"ดังนั้น ภารกิจของพวกเจ้าคือการเข้าไปในป่าทึบและสังหารสัตว์อสูร ไม่ว่าจะเผชิญกับความยากลำบากเพียงใดก็ห้ามกลับมา หากพวกเจ้าสามารถบรรลุถึงระดับหลอมกายาขั้นที่สามได้ภายในสองวัน ทางสำนักจะตบรางวัลให้พวกเจ้าคนละหนึ่งร้อยแต้มคุณูปการ"
"จำไว้ว่า ทุกคนต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะได้รับรางวัล"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสี่คนก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
นี่มันกะจะบีบให้ตายกันไปข้างเลยนี่หว่า!
ป่าทึบแห่งนั้นเต็มไปด้วยภยันตราย คราวก่อนพวกเขาเกือบเอาชีวิตไปทิ้งด้วยน้ำมือของสัตว์อสูร หากวิ่งหนีไม่เร็วพอ ป่านนี้คงได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว
แต่ตอนนี้ฉู่หวยอันกลับขอให้พวกเขาเอาชีวิตรอดในนั้นให้ได้ถึงสองวัน แถมยังต้องเลื่อนระดับบำเพ็ญเพียรให้ถึงขั้นหลอมกายาระดับสามอีก ภารกิจนี้มันหินสุดๆ ไปเลย
อย่างไรก็ตาม ของรางวัลก็ล่อตาล่อใจไม่น้อย หนึ่งร้อยแต้มคุณูปการเพียงพอที่จะซื้อโอสถหลอมกายาได้หลายเม็ด
คราวนี้ตาเจียงเสี่ยวเสี่ยวเป็นฝ่ายอิจฉาบ้าง เธอมองไปที่ฉู่หวยอันด้วยท่าทีอึกอักเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ลังเล
ฉู่หวยอันมองความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอออกทะลุปรุโปร่ง จึงกล่าวว่า "เจ้าไม่ต้องอิจฉาไปหรอก เมื่อพวกเขาออกเดินทาง ภารกิจทั้งหมดในสำนักก็จะตกเป็นของเจ้า และแต้มคุณูปการที่เจ้าจะได้รับก็ไม่น้อยไปกว่าพวกเขาเลย"
เมื่อได้ยินดังนี้ ในที่สุดเจียงเสี่ยวเสี่ยวก็ล้มเลิกความคิดที่จะตามพวกเขาไป และพยักหน้ารับรัวๆ
หลังจากมอบหมายภารกิจเสร็จสิ้น ฉู่หวยอันก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง
จ้าวซื่อเจี๋ยและอีกสามคนที่เหลือในลานกว้างสบตากัน แววตาของพวกเขาแผดเผาไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะต่อสู้
"ว่าไง? เอาตามกฎเดิมไหม?" หลินเย่เป็นคนแรกที่เอ่ยปาก
"ครั้งนี้เรามาเปลี่ยนเป้าหมายกันเถอะ ไปล่าสัตว์อสูรหางดารากัน" จ้าวซื่อเจี๋ยเสนอ
"นายหมายถึงครอบครัวที่เราเจอคราวก่อนน่ะเหรอ?"
"ใช่แล้ว ตั้งแต่คราวก่อน ฉันก็ได้ตำราภาพสัตว์อสูรมาจากพี่ชายเซียน ในนั้นระบุไว้ว่าสัตว์อสูรหางดาราตัวเต็มวัยจะอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นที่สาม"
"พวกเราจะสู้มันไหวเหรอ?" ฉินเจิ้นหัวถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
"สัตว์อสูรหางดาราเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่กระดองบนหลังของมันสามารถรับการโจมตีเต็มกำลังจากผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมกายาขั้นที่ห้าได้เลยนะ วิธีการโจมตีเพียงอย่างเดียวของมันก็คือหาง ตราบใดที่เราคอยระวังให้ดี การฆ่ามันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร"
"แล้วจะรออะไรอยู่อีก? ไปกันเลย!" เย่หวูหยาโบกมือ แกว่งกระบี่ยาวในมือแล้วพุ่งทะยานเข้าไปในป่าทึบอย่างห้าวหาญ
พวกเขาเรียนรู้จากบทเรียนครั้งก่อน จึงไม่ได้ซื้อโอสถใดๆ ตุนไว้ โดยกะว่าจะรอซื้อจากร้านค้าก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น
ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะทำตกหายหรือซื้อมาเยอะจนเกินไป
ทว่าครั้งนี้ พวกเขาช่างโชคร้ายเสียนี่กระไร เข้าไปในป่าทึบได้ไม่นาน พวกเขาก็เห็นเสือดาวอสนีแต้มลายเดินทอดน่องเยื้องย่างอย่างสบายใจเฉิบ กรีดกรายผ่านพุ่มไม้ไปมา
ทั้งสี่คนไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบกระโจนลงไปในบ่อโคลนใกล้ๆ ทันที โผล่ขึ้นมาให้เห็นแค่ครึ่งหัวเท่านั้น
โชคดีที่เสือดาวอสนีแต้มลายตัวนั้นอยู่ห่างจากพวกเขาพอสมควร จึงไม่ทันสังเกตเห็น
"ไอ้ลูกเดรัจฉานเวรนั่น สักวันฉันจะสับมันเป็นชิ้นๆ ให้ได้!" ฉินเจิ้นหัวกัดฟันกรอด พูดด้วยความเคียดแค้น
ประสบการณ์เฉียดตายจากครั้งก่อนยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ พวกเขายังคงกัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชังที่มีต่อเสือดาวอสนีแต้มลาย
ผ่านไปราวสิบนาที จนกระทั่งเสือดาวอสนีแต้มลายหายลับเข้าไปในส่วนลึกของป่าทึบ ทั้งสี่คนจึงค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ปุด ปุด—
ทันใดนั้น ฟองอากาศจำนวนมากก็ผุดขึ้นมาจากบ่อโคลน พุ่งตรงเข้าหาทั้งสี่คนด้วยความเร็วสูง
"เร็วเข้า หนี!" จ้าวซื่อเจี๋ยแผดเสียงคำราม แทงหอกยาวในมือลงไปในบ่อโคลน
คนอื่นๆ อาศัยจังหวะนี้รีบตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล
ตูม—
เสียงดังทึบๆ ดังขึ้นพร้อมกับโคลนที่สาดกระเซ็นไปทั่วสารทิศ
คางคกยักษ์กระโจนพรวดออกมาจากบ่อโคลน ร่วงกระแทกพื้นดังตึงอยู่เบื้องหน้าพวกเขาทั้งสี่
ยังไม่ทันที่ทั้งสี่จะตั้งสติได้ ลิ้นสีแดงสดก็ตวัดฟาดเข้าหาฉินเจิ้นหัวที่อยู่ใกล้ที่สุด
"หลบไป!"
หลินเย่พุ่งชนฉินเจิ้นหัวให้กระเด็นพ้นทาง ส่วนตัวเขาเองกลับถูกลิ้นนั้นฟาดกระเด็นไปกระแทกเข้ากับลำต้นไม้ใหญ่อย่างจัง
"อั้ก..."
แรงกระแทกมหาศาลทำให้หลินเย่กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต
"เย่หวูหยา คุ้มกันฉันด้วย!"
จ้าวซื่อเจี๋ยควงหอกยาวแล้วพุ่งตัวเข้าใส่กบยักษ์อย่างรวดเร็ว
เย่หวูหยาที่อยู่ด้านหลังล่าถอยไปอยู่ในระยะปลอดภัย แล้วเริ่มง้างธนูยาวกระหน่ำยิงอย่างบ้าคลั่ง
"อ๊บ!"
กบยักษ์ตวัดลิ้นออกมาอีกครั้ง พุ่งเข้าหาจ้าวซื่อเจี๋ยราวกับติดสปริง ความเร็วของมันนั้นมาถึงตัวในพริบตา
จ้าวซื่อเจี๋ยหลบไม่ทัน จึงทำได้เพียงยกหอกขึ้นมาบล็อกเอาไว้
เปรี้ยง—
ร่างของเขาถูกซัดกระเด็นถอยหลัง หอกยาวงอพับเป็นรูปตัววี ง่ามมือชาดิกจนเลือดซึมออกมาจากฝ่ามือ
เห็นได้ชัดเลยว่าพละกำลังของการโจมตีนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
ฟุ่บ ฟุ่บ—
ในเวลาเดียวกันนั้น ลูกธนูสามดอกก็พุ่งปักเข้าที่ลำตัวของกบยักษ์ แต่มันไม่อาจเจาะทะลุผิวหนังที่เคลือบไปด้วยโคลนหนาเตอะของมันได้ ทิ้งไว้เพียงรอยถลอกตื้นๆ สามรอยเท่านั้น
ตอนนี้เอง ฉินเจิ้นหัวได้อ้อมไปทางด้านซ้ายของกบยักษ์ เงื้อดาบขึ้นหมายจะแทงเข้าใส่
ฉึก! ปลายดาบจมลึกลงไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
กบยักษ์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันยกเท้าขึ้นตะปบเข้าใส่ฉินเจิ้นหัว
"ระวัง!"
จ้าวซื่อเจี๋ยและหลินเย่พุ่งพรวดเข้ามาจากซ้ายขวา แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง
ฉินเจิ้นหัวถูกเตะกระเด็นลอยไปตกในพุ่มไม้ใกล้ๆ
"ความแข็งแกร่งของกบยักษ์ตัวนี้น่าจะอยู่ราวๆ ระดับหลอมกายาขั้นที่สาม พวกเราสู้มันได้แน่!"
จ้าวซื่อเจี๋ยทิ้งหอกยาวในมือ แล้วพุ่งหมัดเปล่าๆ เข้าใส่
หลินเย่ตามมาติดๆ เขากุมด้ามกระบี่ด้วยสองมือ แล้วกระโดดทะยานขึ้นสูง
เย่หวูหยาที่อยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นทั้งสองคนต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ก็ตัดสินใจวิ่งไปข้างหน้า ง้างสายธนูจนสุดแขน
ฟุ่บ—
ลูกศรหมุนควงแหวกอากาศ พุ่งตรงดิ่งเข้าหาดวงตาของกบยักษ์
การโจมตีสามประสาน!
กบยักษ์ไม่มีทางให้ถอยหนี มันทำได้เพียงยกขาหน้าขึ้นมาปัดป้องลูกศรปลิดชีพนั้น
เปรี้ยง—
ฉึก—
สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน
จ้าวซื่อเจี๋ยปลดปล่อยพละกำลังทั้งหมดที่มี ชกเข้าที่หน้าอกของกบยักษ์อย่างจัง ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง กระบี่ของหลินเย่ก็ปักฉึกลงไปบนร่างของกบยักษ์ ร่างของเขาลอยค้างอยู่กลางอากาศ
"อ๊บ!"
ความเจ็บปวดทำให้กบยักษ์คลุ้มคลั่ง มันแกว่งขาหน้าปัดป่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง
จ้าวซื่อเจี๋ยถอยฉากออกมาอย่างเด็ดขาด ในขณะที่หลินเย่อาศัยกระบี่เป็นจุดหมุน พลิกตัวขึ้นไปขี่บนหลังของกบยักษ์ ก่อนจะเริ่มฟันกระหน่ำไม่ยั้ง
"ฟันสิวะ! ฟันเข้าไปอีก!"
กบยักษ์พยายามเอาขาหน้าตะปบแผ่นหลังตัวเอง แต่มันก็เอื้อมไม่ถึงตัวหลินเย่เลย มันร้อนรนจนกระโดดโลดเต้นไปมา
"โอกาสดี! รีบใช้สกิลเร็วเข้า!" จ้าวซื่อเจี๋ยคำรามลั่น